เวยฟางย่องไปหยิบห่อผ้าที่นางซุกไว้ในตะกร้าสานใบใหญ่หลังเรือนออกมาหลังจากได้ยินสิ่งที่คุณชายทั้งสามพูดคุยกันแล้วนางก็ตัดสินใจว่าจะตามเหมาฮ่าวไปเมืองหลวงข้าวของและเสื้อผ้าที่แอบเก็บและเตรียมไว้หลบหนีจึงต้องเอาออกมาจัดแจงเสียใหม่
เหมาฮ่าวแอบดูหญิงสาวที่ย่องไปเอาของก็ยิ้มน้อยๆ‘คนอย่างเ้าคงไม่อาจใช้วิธีบอกกล่าวตรงๆได้ ดูเหมือนเ้าไม่ไว้ใจผู้อื่น’
นางเดินกลับไปยังห้องนอนและเริ่มเก็บของใหม่วันพรุ่งนี้ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงกับคนแปลกหน้ายังไม่รู้ว่าโชคชะตาจะพานางไปในทางดีหรือร้าย ป้ายสลักชื่อของเวยเลี่ยงถูกเก็บเข้าห่อผ้าเสื้อผ้าของนางมีไม่มากนัก ของมีค่าติดตัวเหลืออยู่พอสมควร
ในตอนที่เวยเลี่ยงมีชีวิตอยู่ตาเฒ่าผู้นั้นคอยเตือนนางว่าห้ามพูดถึงเื่บิดามารดาของนางกับผู้อื่นโดยเด็ดขาดต่อหน้าผู้คนนางจึงเรียกเวยเลี่ยงว่า ท่านพ่อและตอบทุกคนอย่างที่ตกลงกันไว้ว่ามารดาของนางป่วยตายนางกับเขาสองพ่อลูกหอบหิ้วกันตระเวนไปรับจ้างหลายแห่ง จนกระทั่งมาปักหลักอยู่เมืองยินเหลียงเมื่อหลายปีก่อน
“ตกลงว่านางไม่คิดหนีแล้วแน่นะ”
“อืม...ดีที่ข้าได้รู้เสียก่อนว่าที่จริงนางเองก็เป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่พอตัวมิได้ใสซื่ออย่างที่แสดงให้ทุกคนได้เห็น”
จานเจิ้งหัวเราะหึๆ“แล้วเ้าล่ะเสี่ยวฮ่าวหากเ้าเล่ห์เหลี่ยมน้อยก็คงไม่ได้เป็นักพนันเลื่องชื่อหรอกจริงหรือไม่?”
“เอาเถอะขอเพียงข้าหลอกล่อให้นางอยู่ข้างๆ ข้าไปเรื่อยๆ จนถึงพิธีแต่งงานให้ได้ จากนั้นข้าจะทำให้นางไม่กล้าหนี”เหมาฮ่าวหัวเราะหึๆเขารู้สึกว่าเวยฟางผู้นี้ไม่เพียงแต่ทั้งงดงามและเย้ายวนแต่ยังดูเฉลียวฉลาดด้วย
“เ้าเฉียวต๋าคนที่เ้าว่าข้าให้คนไปสืบดูแล้ว เขาเป็บุตรชายของคหบดีเฉียวเจินร่ำรวยพอสมควรมีร้านค้าอยู่ในอำเภอละแวกนี้หลายอำเภอและยังมีร้านค้าใหญ่อยู่ในเมืองหลวงเขากับสองพ่อลูกสกุลสั่วเทียวไล้เทียวขื่อคู่หมั้นของเ้ามาหลายปีแล้วแต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังไม่อาจจะได้นางไปเป็อนุภรรยาแม้ว่า เวยเลี่ยงจะเสียพนันเป็หนี้เป็สินเถ้าแก่สั่วอยู่หลายรอบแต่ไม่รู้เหตุใดจึงไปหาเงินมาใช้หนี้ได้ในภายหลัง?ระหว่างที่ถูกบีบหนี้ตาเฒ่าเวยจะให้เวยฟางหนีออกจากบ้านไปหลบอยู่ที่อื่นระยะหนึ่งเมื่อใช้หนี้ได้จึงค่อยกลับมา” จานเจิ้งออกไปสำรวจรอบอำเภอยินเหลียงและส่งคนไปสืบเื่ของสองพ่อลูกอย่างละเอียดเพราะเขารู้สึกเป็ห่วงเหมาฮ่าวที่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเวยฟางไปอย่างที่พูดไว้ในคราวแรก
“อืม...สองพ่อลูกนี่น่าแปลกเสียจริง”
“แต่นางต่างจากบิดามากนะนางรับจ้างทำงานสารพัดโดยมิได้เกี่ยงนางเกลียดการพนันเข้าไส้ทั้งยังพยายามเก็บเงินเพราะคิดจะทำการค้าอีกด้วย” เถียนฮุยแยกย้ายไปตามสืบเื่ของเวยฟางคนละทางกับจานเจิ้งก็ได้ผลกลับมาเป็ที่น่าพอใจ
เหมาฮ่าวพยักหน้าอมยิ้ม“แค่รู้ว่านางมิได้มีใจผูกพันกับบุรุษอื่น ข้าก็สบายใจแล้วเพราะหากนางมีคนที่รักอยู่ข้าก็คงไม่อยากจะเข้าไปขวาง”
จานเจิ้งหัวเราะหึๆ“จริงหรือเสี่ยวฮ่าว? เมื่อวานข้าเห็นเ้ากระเหี้ยนกระหือรือจะเอานางกลับเมืองหลวงด้วยไม่เห็นจะถามสักคำว่านางมีคนรักแล้วหรือไม่?”
“ข้าก็รอให้พวกเ้าไปสืบยืนยันมานี่ไงเล่า?”
ไม่กี่วันบ้านเสื่อมโทรมหลังน้อยของเวยฟางก็ซ่อมแซมเรียบร้อยนางจึงฝากให้ท่านป้าไฉคอยดูแล
“เ้าไปถึงเมืองหลวงแล้วก็ส่งจดหมายแจ้งที่อยู่กลับมาด้วยเล่าป้าจะได้ให้พี่ซีฮันตามไปหาเ้าได้ถูก”
“เ้าค่ะ”
ไฉซีฮันบุตรชายของท่านป้าไฉดีกับนางราวกับเป็พี่ชายคลานตามกันมาน่าเสียดายที่ตอนนี้ยังติดต่อเขายังไม่ได้เห็นว่าเขาต้องตระเวนไปคุมกองคาราวานค้าขายแถวทะเลทรายชายแดนแคว้นิงานศพของเวยเลี่ยงเขาจึงไม่ได้มาร่วม เหมาฮ่าวได้ยินคำพูดของเพื่อนบ้านที่นางสนิทสนมราวกับญาติก็ขมวดคิ้ว‘หมดเ้าสั่วจือกับเฉียวต๋าก็ยังมีไฉซีฮันอีก’
ระหว่างการเดินทางไปยังเมืองหลวงเวยฟางไม่ได้สนใจจะพูดคุยสอบถามเื่ในบ้านของเหมาฮ่าวสักนิดในหัวของนางวนเวียนคิดเพียงการจะตามสืบคดีของเวยเลี่ยงและการสืบหาพ่อแม่ที่แท้จริงว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร?
จริงอยู่ว่าเวยเลี่ยงเคยสั่งห้ามนางเื่นี้แต่ในเมื่อชีวิตของนางก็หมดสิ้นคนที่จะห่วงใยแล้วเวยฟางตัดสินใจว่านางต้องรู้ความจริงให้ได้แม้จะเสี่ยงชีวิตก็ตามอย่างน้อยก็คงดีกว่าการใช้ชีวิตที่อึดอัดคับข้อง
เมื่อถึงจวนสกุลเหมาบิดามารดาของเขาที่ได้รับการแนะนำว่านางจะมาอยู่ในจวนในฐานะคู่หมั้นก็มีสีหน้าไม่สู้ดีแต่เห็นว่าแม่นางที่ตามเขามานั้นรูปร่างหน้าตาสวยสดงดงามก็ไม่ได้เอ่ยปากต่อว่ายินยอมให้เขาพานางไปอยู่เรือนหลังเล็ก แล้วค่อยเรียกเขามาสอบถาม
“เ้าไปหมั้นไว้ั้แ่เมื่อใด?เหตุใดพวกเราจึงไม่รู้เื่?”
“ท่านพ่อท่านแม่ขอรับข้าเองก็ไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่รับปากคนผู้หนึ่งไว้ก่อนเขาตายจึงจำต้องรับเอานางไว้”เขายื่นสัญญาหนี้กับสัญญาหมั้นที่ตนเองทำกับเวยเลี่ยงไว้ก่อนตายให้บิดาได้อ่าน
ใต้เท้าเหมาลมแทบจับเมื่อรู้ว่าบุตรชายจอมเสเพลคิดจะแต่งเอาแม่นางที่เป็บุตรสาวนักพนันข้างถนนมาเป็ฮูหยิน
“เสี่ยวฮ่าวถึงชื่อเสียงของเ้าจะเน่าเหม็นจนคุณหนูทั้งเมืองหลวงไม่อยากจะเป็สะใภ้ของพวกเราแต่ก็ยังมีโซว่ซิ่นมี่ที่ดูเหมือนจะปักใจในตัวเ้าพ่อว่าหากเ้าแต่งนางเป็ภรรยาอย่างน้อยก็ยังช่วยเชิดหน้าชูตาเ้าได้แล้วนี่เ้ากลับไปตกลงกับเ้าคนแซ่เวยเอาบุตรสาวของเขามาเป็ภรรยาเ้าคิดดีแล้วหรือ?”
“ท่านพ่อขอรับ ข้ามิได้มีใจให้กับซิ่นมี่จะแต่งกับนางไปได้อย่างไรกัน?”
ใต้เท้าเหมาหน้าตึง“แต่ก็คงดีกว่าให้เ้าแต่งกับสตรีไร้สกุลรุ่นชาติ”
“ไหนท่านพ่อสอนข้านักหนาว่าให้รักษาคำสัตย์ข้าได้รับปากเวยเลี่ยงเอาไว้แล้ว ยามนี้เขาก็ตายจากไป ทิ้งเวยฟางไว้เพียงลำพังหากข้าทอดทิ้งนางก็เท่ากับข้าเสียสัจจะนะขอรับ”
ใต้เท้าเหมาหน้าม้านเขาใบหน้าทั้งแดงทั้งเขียวด้วยความโมโหที่ถูกบุตรชายไม่เอาไหนย้อนคำ
“นี่ข้าคงปล่อยปละละเลยเ้าเกินไปสินะฮูหยิน! เ้าดูลูกชายเ้าสิ! เถียงคำไม่ตกฟาก ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่เห็นด้วยที่เ้าจะแต่งงานกับเวยฟางหากให้นางอยู่ในฐานะสาวใช้ก็พอได้”
“ไม่ได้ขอรับ นางเป็คู่หมั้นของข้าหากท่านพ่อกับท่านแม่ไม่เต็มใจให้นางอยู่ที่นี่ ข้าก็จะพานางไปอยู่ที่อื่น”
คล้อยหลังบุตรชายผู้หัวรั้น มารดาของเหมาฮ่าวรีบหันมาพูดจาเอาอกเอาใจสามีปลอบประโลมให้เขาใจเย็นลง
“ท่านพี่ล่ะก็เราอย่าเพิ่งโวยวายเลยเ้าค่ะ พวกเขาเพิ่งหมั้นกันต่อไปก็อาจจะถอนหมั้นได้เราให้นางอาศัยอยู่ที่นี่สักครึ่งปีข้าจะหาทางให้นางถอนหมั้นแล้วหาบุรุษที่เหมาะสมให้นางแต่งออกไปจากเรือนเราก็แล้วกันหากเป็เช่นนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราไม่ได้ทำผิดคุณธรรมใช่ไหมเ้าคะ?”
*********************************

