ฉันจูบแฮดลี่ย์...
ขอโทษพระเ้าต่อความโง่เขลาของตัวเองที่ไม่อาจหักห้ามใจทำลงไปเพียงเพราะยังคิดถึง ไม่เคยลืมััของหล่อนในตอนที่เราััแนบชิดกัน โหยหาวันเวลาที่เราเคยมีความสุข
“แคลร์...” แฮดลี่ย์ทำตาโตแล้วถอยห่างเพียงนิดหน่อยตอนที่ฉันถอนริมฝีปากออกมาแล้วเอาแต่จับจ้องริมฝีปากสีแดงสดอย่างคิดถึง ฉันห้ามตัวเองไม่ได้อีกต่อไปเมื่อได้ยื่นใบหน้าเข้าใกล้ใช้หน้าผากแนบชิดกับตำแหน่งเดียวกันของหล่อนแล้วจับเส้นผมทัดหูให้อย่างที่เคยทำมาตลอด
“มัน—”
จูบอีกครั้งและรุนแรงกว่าเดิมเมื่อฉันดื้อดึงส่งลิ้นหยอกล้อเข้าไป มือของหล่อนดันที่หัวไหล่ไม่ได้ออกแรงผลักไสยิ่งทำให้ฉันย่ามใจบดขยี้ความคิดถึงลงในจูบเร่าร้อน แฮดลี่ย์กำลังโต้ตอบหล่อนไม่เคยยอมแพ้เมื่อฉันเผลอเปล่งเสียงครางฮือในลำคอ โอบรอบคอของฉันดึงเข้าหาตัวเองบดเบียดริมฝีปากที่ไม่ยอมแยกออกจากกัน ฉันกำลังปล่อยให้อารมณ์นำพาเช่นเดียวกับแฮดลี่ย์ไม่ไม่อาจหักห้าม แล้วฉันก็รู้สึกชาที่หัวใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนที่กำลังจูบกับหล่อนในตอนนี้ไม่ใช่เอลลีแต่เป็แคลร์
“อืม...” และกว่าจะรู้ตัวอารมณ์ของเราก็พุ่งขึ้นจนไม่อาจหยุดยั้ง “เอล—” แฮดลี่ย์ผลักฉันออกห่างจากตัวเอง หล่อนดูใกับสิ่งที่กระทำลงไปได้แต่ก้มหน้าแล้วสั่นหัว
“ขอโทษ” ในขณะที่เรายังหอบหายใจหนักกันทั้งคู่ “ฉันคิดว่าเธอเป็เอลลี โธ่โว้ย...นี่ฉันทำอะไรลงไป” แฮดลี่ย์ทรุดลงไปนั่งกับพื้นแล้วกุมหัวของตัวเองไว้ ฉันได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจแต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรกลับกลายเป็ว่าใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเข้ามาั้แ่ตอนไหนกำลังยืนแข็งทื่อจ้องเราสองคนและเอาแต่อ้าปากพะงาบ
“คะ...คือ คือว่า—”
“มากาเรต?” ฉันหันไปมองหล่อนอย่างอึ้งใ มากาเรตมองฉันกับคนที่ยังคงนั่งอยู่ตรงพื้น หล่อนชี้ฉันกับแฮดลี่ย์สลับกันไปมา
“มะ...มัน แบบว่ามัน” ฉันรีบเดินไปหามากาเรตปิดปากหล่อนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งแล้วลากร่างที่ยังแข็งทื่อของมากาเรตออกมาจากตรงนั้น
“เธอจูบกับแฮดลี่ย์!”
“ชู่...” ฉันยกนิ้วชี้ปิดปากหล่อนทันทีที่เราแวะเข้าห้องเก็บของตรงทางเดิน “คือว่า...”
“ไหนเธอบอกว่าชอบเอลลีไง” มากาเรตถามเสียงสูง หล่อนยังคงทำสีหน้าใไม่หาย “แล้วเธอไปจูบกับแฮดลี่ย์ แคลร์นั่นแฮดลี่ย์เชียว!” หล่อนกำลังสติแตกยกมือขึ้นทึ้งผมตัวเองฉันได้แต่ปิดใบหน้าด้วยมือทั้งสองข้างตัวเอง
“นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปกันนะ” แล้วทรุดตัวนั่งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เื่มันแย่ั้แ่ฉันห้ามตัวเองไม่ได้เข้าไปจูบกับแฮดลี่ย์และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมากาเรตเข้ามาเห็น ไม่ใช่แค่หล่อนฉันเองก็ช็อคไม่แพ้กัน
“มันเื่อะไรกันแคลร์” มากาเรตนั่งคุกเข้าลงต่อหน้า หล่อนเอื้อมมือมาจับแขนไว้ “ฉันไม่เข้าใจ” หล่อนทำเสียงสูงอย่างควบคุมไม่ได้ตลอดทุกประโยคที่เอ่ยออกมา
“ฉัน...” เม้มปากแน่นแล้วก้มหน้ากับฝ่ามือตัวเองอีกครั้ง “คือฉัน”
“ใจเย็น ๆ แคลร์ เธอต้องใจเย็น”
“ห้ามบอกเบนนะ” ฉันเงยหน้าแล้วทำตาอ้อนวอน มากาเรตเลิกคิ้วขึ้น “คือแบบอย่าไปบอกเื่นี้กับใครเด็ดขาด”
“นั่นมันเื่ใหญ่” ฉันพยักหน้าให้มากาเรต “แต่เธอจะไม่ให้ฉัน หมายถึงเราสองคนไปพูดกับเบนงั้นเหรอ”
“คือ” ฉันจับต้นแขนทั้งสองข้างของหล่อนแล้วทำหน้าเศร้า “คือฉันมีเหตุผล”
“ยังไง”
จริง ๆ ฉันคิดถึงแฮดลี่ย์มากเลยอดใจไม่ได้เพราะมันนึกถึงวันเก่า ๆ ที่เคยมีร่วมกัน ...บอกแบบนั้นมากาเรตคงช็อคจนน้ำลายฟูมปากแน่ ๆ
“แฮดลี่ย์กำลังคบกับเอลลี” ฉันก้มหน้าบอกเร็ว ๆ เสียงเบา
“อะไรนะขออีกที”
“คือ...”
“แคลร์” มากาเรตกดเสียงต่ำจ้องมองตาฉันเขม็ง
“แฮดลี่ย์กำลังคบอยู่กับเอลลี” เริ่มพูดช้า ๆ “คือฉันแค่...”
“อย่าบอกว่าเธอเข้าไปจูบแฮดลี่ย์เพราะ้าให้หล่อนเลิกกับเอลลี?”
“อือ...ใช่” ทำคิ้วตกยอมรับ (แม้จะไม่ใช่เื่จริงก็ตาม)
“เดี๋ยวนะนี่มันดูเป็ไปไม่ได้เลย”
“แต่มันเป็ไปแล้ว”
“ไม่ฉันหมายถึงแฮดลี่ย์? กับเอลลี? ทั้งสองคบกัน?” ฉันพยักหน้า “คือแคลร์ ไม่รู้สิ่หลังมานี้รอบตัวเธอมีแต่เื่แปลก ๆ เกิดขึ้น แบบอย่างวันนี้จู่ ๆ อเดลก็เข้ามาช่วยเราจากแบรนโด้แล้วเมื่อกี้เธอกับแฮดลี่ย์พึ่งจูบกัน” มือไม้ของมากาเรตกำลังปัดป่ายไปมาอย่างกับไม่รู้จะทำอะไรต่อ
“คือยังไงฉันงงไปหมดแล้วแคลร์”
“ก็แบบว่า” ฉันถอนหายใจ “คือฉันรู้ั้แ่แรกแล้วน่ะว่าเอลลีกำลังคบอยู่กับแฮดลี่ย์”
“ไม่...เดี๋ยวก่อนเธอรู้” มากาเรตยกมือห้ามแล้วใช้นิ้วชี้กลับมาที่ตัวฉัน “แต่ถึงแม้จะไม่รู้ว่าแฮดลี่ย์กับเอลลีคบกันจริงหรือเปล่าแต่เธอก็ยังคิดจะเข้าไปยุ่งกับคนที่มีแฟนแล้วเนี่ยนะ?”
“เอ่อ...” ฉันก้มหน้า “ก็คงใช่มั้ง”
“แคล๊ร์” มากาเรตกรีดร้องเสียงสูง “เธอรู้ใช่ไหมว่าแบบนั้นมันไม่ได้!” หล่อนพยายามปรับสมดุลของลมหายใจของตัวเอง
"คือมากาเรต” ฉันถอนหายใจยาว “เื่มันเป็แบบนี้”
ฉันก้มหน้ายอมรับและเริ่มเล่าเื่ที่จริง(ส่วนหนึ่ง)ให้กับมากาเรตรับรู้ หากฉันบอกความจริงในเื่ที่ฉันคือเอลลีที่เข้ามาอยู่ในร่างของแคลร์แถมยังย้อนเวลากลับมาอีกนั่นคงเป็ไปไม่ได้ ฉันบอกกับมากาเรตแค่ว่าเอลลีกับแฮดลี่ย์คบกันนั่นเพราะแฮดลี่ย์้าเข้ามาหลอกปั่นหัวและเป็แค่เกมที่หล่อนพนันกับเพื่อนในกลุ่มของหล่อนไว้
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหล่อนจะทำแบบนั้น” ตอนนั้นมากาเรตได้แต่ปิดปากใเมื่อฉันเริ่มเล่าต่อ เพราะฉันชอบเอลลีจริง ๆ (ใช่...เื่นี้ฉันแค่ใส่ไข่ไป) และ้าแยกคนอย่างแฮดลี่ย์ออกห่างจากเอลลีเลยเป็เหตุผลที่ว่าฉันต้องพยายามทำทุกวิถีทางในเื่นี้
“โดยการไปจูบกับแฮดลี่ย์?” มากาเรตถามเสียงสูงอีกครั้ง ฉันยักไหล่แล้วเม้มปากยอมรับ “แต่นัวเลยนะแคลร์ แบบว่าตอนที่ฉันเข้าไปเห็นฉากนั้นคือมือของเธอหายเข้าไปในชายเสื้อของแฮดลี่ย์แล้ว” ฉันได้แต่กัดปากตัวเองเพราะจำไม่ได้ว่าตัวเองเผลอทำแบบนั้นไป
“คือฉันต้องแสดงให้สมจริงไง” ฉันบอกทำท่าทางจริงจัง “ไม่งั้นจะได้รู้เหรอว่าแฮดลี่ย์เองก็ไม่ได้ดีจริง ๆ”
“ก็ใช่” คนตรงหน้ายกมือลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด “ทั้ง ๆ ที่หล่อนก็มีเอลลีอยู่ทั้งคนแต่หล่อนดันมาจูบกับคนอื่น” ฉันก็เจ็บอยู่เหมือนกันที่รับรู้
“เห็นไหมล่ะ”
“แต่ว่านะแคลร์” มากาเรตโน้มใบหน้าเข้ามาจ้องฉันใกล้ ๆ “ทำไมหล่อนถึงยอมจูบกับเธอได้ นั่นแฮดลี่ย์เลยนะ หล่อนคือแฮดลี่ย์ที่ใครต่อใครได้แต่ชื่นชมแต่ไม่มีใครได้เป็เ้าของสักทีเลยน่ะ”
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแฮดลี่ย์ถึงยอมให้ฉันเข้าไปจูบ หรือหล่อนแค่อยากลอง ถ้ามากาเรตไม่เจอเราทั้งคู่เสียก่อนในตอนนั้นฉันคงถามแฮดลี่ย์กลับไปว่าทำไมหล่อนถึงพูดออกมาเพราะคิดว่าฉันเป็เอลลี หรือหล่อนจะเป็แฮดลี่ย์ที่ย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน ในข้อนี้ยังมีความสงสัยแต่ก็ไม่แน่ใจเพราะหล่อนทำเหมือนไม่รู้เื่ราวอะไรด้วยเลย
“แต่นั่นแฮดลี่ย์เชียว” มากาเรตเอาแต่พูดซ้ำ ๆ คล้ายกับย้ำคำถามที่เกิดขึ้นในสมองตัวเองว่าทำไมคนอย่างแฮดลี่ย์ถึงยอมจูบกับฉัน
แต่เพราะนั่นคือแฮดลี่ย์เชียว แฮดลี่ย์ที่เล่นละครได้เก่งและแเีมาตลอด บางทีหล่อนอาจจะเป็แฮดลี่ย์ที่ย้อนเวลากลับมาหรือเป็แค่แฮดลี่ย์ที่อายุ 18 ก็ได้
ตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลย...
“ไม่ยักรู้นายทำงานอยู่ที่นี่ด้วย”
“อ้าว เฮ้แคลร์” อาจจะเป็เื่บังเอิญ ฉันเจออเดลอีกแล้วเพราะเขาทำงานที่ร้านมินิมาร์ทแต่เป็สาขาที่ใกล้บ้านของแคลร์ “ว้าว เสื้อเธอลายน่ารักดีจัง”
“อะไรนะ? ช่างเถอะแต่...ทำไมฉันไม่เคยเห็นนายมาก่อน” เขากำลังนั่งจัดสินค้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้หลังจากมองเสื้อยืดของฉันที่สกรีนคำว่าไอเลิฟมัมมีแอนด์แด๊ด
“นั่นเพราะเธอไม่เคยเข้ามาซื้อของที่นี่ต่างหาก”
“แต่นายทำงานแบบทั้งที่นั่นที่นี่เลย?”
“ก็แบบนั้นแหละ” เขาว่าแล้วลุกขึ้นเอามือปัดผ้ากันเปื้อนตัวเอง “ไง มาซื้อเจลลี่งั้นเหรอ” อเดลส่งยิ้มเห็นฟันแล้วต้องหุบฉับเมื่อเห็นในมือของฉันกำลังถืออะไรอยู่ “เฮ้ ฉันเดาว่าเธอยังอายุไม่ถึงที่จะซื้อเ้านั่นนะ”
“ก็แค่เบียร์” ฉันยักไหล่เพราะความจริงฉันอายุ 27 ปีแล้วต่างหาก “โทษทีมันแบบลืมคิดไปเลยน่ะ” แค่อยากดื่มให้หายปวดหัวแต่เห็นทีคงเป็เื่ยากไปเสียหน่อยเพราะฉันยังอยู่ในร่างของแคลร์ที่อายุ 17 ปี
“เื่ของแบรนโด้วันนี้ทำให้เธอหัวเสียน่าดู” เขาว่าแล้วหันไปหยิบสินค้าเติมชั้นที่ว่างต่อ “แต่มันก็จบแล้วไม่ใช่เหรอทั้งมิสเตอร์ควิ้นท์ทั้งครูใหญ่ก็ไม่ได้เรียกพวกเราไปรับโทษสักหน่อย”
“แบบนี้นะอเดล” หลายวันที่ผ่านมารวมถึงวันนี้ฉันเจออะไรมาหนักหนาเกินไปและตอนนี้ฉัน้าพักผ่อน เพราะฉะนั้นฉันเลยตัดสินใจที่จะกลับไปล้มตัวลงนอนที่เตียงนุ่ม ๆ ของแคลร์คงจะดีกว่ามายืนคุยกับอเดล
ฉันเอาเบียร์ไปเก็บในตู้แช่โชว์มือเปล่าให้เขาเห็นอย่างวางใจและพาตัวเองเดินออกจากมินิมาร์ท พึงระลึกขึ้นได้ว่าทิ้งเสื้อฮู้ดไว้ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำนั้นเลยทำให้การเดินกลับบ้านในวันนี้ค่อนข้างหนาวไปหน่อย
“เฮ่อ...”
“เฮ้เดี๋ยวสิ”
“ให้ตาย...” อเดลก็ยังเป็เหมือนเดิมเขามักจะเรียกในตอนที่ฉันเดินหันหลังให้เขาไปแล้วทุกที แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้หันกลับไปแล้วเอาแต่เดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ
“เดี๋ยวสิแคลร์” แต่เขาก็วิ่งตามมาได้ทัน
“นายจะตามมาทำไม”
“บ้านเธออยู่แถวนี้เหรอ”
“นายตอบคำถามฉันมาก่อนเถอะ” เขายกยิ้มให้แล้วอวดอะไรบางอย่างที่อยู่ภายใต้เสื้อยีนส์ที่เขาใส่คลุมมาด้วย “ให้ตายอเดล” เพราะนั่นคือแพคกระป๋องเบียร์ที่ยังไม่ถูกแกะ ฉันหยุดเดินทันทีแล้วเลิกคิ้วมอง
“รีบไปเถอะ” อเดลพยักหน้าให้ฉันยิ้มตอบกลับไปแล้วเราสองคนรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันที
“ไม่อยากจะเชื่อว่านายจะขโมยมันมา” เราสองคนวิ่งมาจนถึงเนินเขาที่เป็ที่ตั้งของป้ายบอกชื่อเมืองขนาดใหญ่ พื้นที่ตรงนี้อยู่ใกล้บ้านของแคลร์สามารถมองเห็นวิวทั่วตัวเมืองได้จากมุมที่ยืนอยู่
“ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะทำได้เหมือนกัน” เขาว่าแล้วหัวเราะก่อนจะนั่งลงอยู่ข้าง ๆ “ว้าวมุมนี้ดีเป็บ้าเลย” เพราะเป็่ที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ฉันหันมองเขาที่เอาแต่จ้องมองเบื้องหน้าด้วยสายตาประกาย
“ฉันก็ไม่เคยมา” บอกแล้วยิ้มให้คนที่นั่งข้าง ๆ
“ไม่จริงหน่าสถานนี้ใกล้บ้านเธอจะตาย เป็ฉันคงมานั่งอยู่ทุกวันแน่ ๆ”
“ไม่รู้สิเพราะฉันไม่เคยอยู่แถวนี้มั้ง”
“หืม?” อเดลเลิกคิ้วตอนที่ตัวเองกำลังแกะกระป๋องเบียร์ออกจากห่อพลาสติก “เธอไม่เคยอยู่แถวนี้? แบบว่าไม่เคยมาแถวนี้เลยหรือยังไง” เขายื่นกระป๋องเบียร์ที่เปิดแล้วให้
“อะไรทำนองนั้น” ฉันรับเบียร์ที่กำลังเย็น ๆ แล้วยกขึ้นกระดกทันทีด้วยความกระหาย “อ่า...สดชื่นเป็บ้า”
“เฮ้ใจเย็นเดี๋ยวสำลักเข้าหรอก” เขาว่าแล้วหัวเราะยกกระป๋องเบียร์ของตัวเองขึ้นจิบเบา ๆ “ว้าว รสชาติประหลาด”
“เดี๋ยวนะ” ฉันหรี่ตามองเขา “นายไม่เคยดื่มนี่เหรอ” เขาสั่นหัว “แปลก”
“ยังไง”
“ไม่รู้สิปกติผู้ชายชอบดื่มกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็คงใช่แต่ไม่ใช่กับฉันเพราะฉันไม่ค่อยชอบกลิ่นแอลกอฮอล์เท่าไหร่” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ว่าแต่เธอชอบดื่มมากเหรอ”
“เป็เบียร์ก็ใช่คือฉันดื่มได้แต่เ้านี่น่ะ”
“ทำไมงั้นล่ะ”
“เพราะถ้าฉันดื่มอะไรที่แรงกว่านี้ฉันจะควบคุมตัวเองไม่ได้” เขาเอียงหน้ามองขณะที่ฟังฉันพูด
“อย่างเช่นอะไร”
“ก็พวก” ฉันเงยหน้าแล้วคิด “มาตินี่มั้ง”
“โอ้ว้าว...” อเดลยืดตัวนั่งหลังตรง “เครื่องดื่มนั้นทำฉันกลัวเลย” เขาทำฉันหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เจ็บไหม” อเดลเลิกคิ้วขึ้นฉันเลยชี้ไปใบริเวณรอยช้ำที่โหนกแก้มของเขา
“ไม่เท่าไหร่เพราะฉันเป็ผู้ชายที่แข็งแรงมาก ๆ เลยล่ะตอนนี้” แล้วเขาก็ยกกร้ามแล้วเบ่งให้ดู ฉันเลยหลุดหัวเราะออกมา
“จริง ๆ นายก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไร” ฉันพยักเพยิดหน้าแล้วยกเบียร์ดื่มอีกครั้ง
“ทำไมล่ะ ฉันดูแย่ในสายตาเธอขนาดนั้นเลยเหรอ” อเดลวางกระป๋องเบียร์ข้างลำตัวโดยที่จิบไปเพียงแค่นิดหน่อย ดูท่าว่าเขาจะไม่ชอบจริง ๆ
“ในทีแรกก็ใช่” นึกย้อนกลับไปอเดลที่ฉันเคยรู้จักรวมหัวกับแฮดลี่ย์ทำให้ฉันเจ็บช้ำมาก่อนซึ่งต่างจากในตอนนี้เป็อย่างมาก
“เขาทำอะไรให้เธองั้นเหรอ” ฉันเลิกคิ้วตอนที่อเดลเรียกแทนตัวเองว่าเขา “แบบเขาในตอนนั้นอเดลคนที่เธอรู้จักในตอนแรกน่ะ”
“อ่า... ไม่รู้สิ มันยังไม่เกิดขึ้น” ฉันมองกลับไปยังข้างหน้าตอนนี้ท้องฟ้าเป็สีครามเข้มเส้นขอบฟ้าเป็สีส้ม “ช่างมันเถอะ” เอาแต่คิดว่าต่อจากนี้เอลลีจะไม่มีวันเสียใจกับเื่นั้นอีก
“อะไรที่ว่ายังไม่เกิด” อเดลยื่นเบียร์ที่เปิดให้อีกกระป๋องเมื่อเห็นว่าของฉันหมดแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกหน่า ว่าแต่นายเถอะไม่ดื่มแต่ขโมยเ้านี่มาทำไมกัน”
“นั่นเพราะเธอ้ามัน”
“โอ้นี่นายทำเพื่อฉันงั้นเหรอ”
“ใช่อยู่แล้ว นี่ครั้งแรกเลยที่ฉันทำอะไรแบบนี้” เราพากันหัวเราะในเวลาต่อมา
ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีดำแสงสว่างจากไฟของตัวเมืองส่องเป็ระยิบระยับอยู่เบื้องหน้าและฉันยังคงนั่งดื่มเบียร์ไปเรื่อย ๆ โดยมีอเดลคอยเปิดกระป๋องแล้วยื่นให้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ดื่มด้วยแต่ว่าเขาเป็เพื่อนคุยที่ดีเลยทีเดียวในเวลานี้
“ขอบใจนะ” ฉันพิงใบหน้ากับเข่าที่ชันขึ้นมองคนที่นั่งข้าง ๆ “เื่วันนี้ที่มาช่วยเื่เบียร์แล้วก็เื่ที่มานั่งเป็เพื่อน” อเดลนั่งในท่าเหมือนกันแล้วยกยิ้มก่อนจะเอื้อมมือเข้ามาจัดกรอบแว่นให้ ครั้งนี้ฉันไม่ได้ปัดมือเขาทิ้งหรือเบือนหน้าหนีแต่อย่างใด
“เธอทำให้ฉันนึกถึงใครบางคนน่ะ” เขาพูด ฉันได้แต่ขำออกไปเบา ๆ
“ใครกัน แฟนเก่านายเหรอ”
“ใช่” คำตอบของเขาทำให้ฉันยืดตัวนั่งหลังตรง
“ว้าว ไม่ยักรู้ว่านายเคยมีแฟนมาก่อน” ที่ฉันจำได้อเดลไม่เคยคบใครเลยจนถึงเกรด 12 เพราะเขาคงเฝ้ารอแต่แฮดลี่ย์มาโดยตลอด
“เป็คนที่ฉันเคยทำแย่ ๆ ใส่น่ะ”
“จบกันไม่ดีงั้นสินะ”
“ใช่”
“นายไปทำอะไรให้หล่อนล่ะ”
“เป็เื่ร้ายแรง” เขาหันไปหยิบกระป๋องเบียร์ของตัวเองที่หายเย็นขึ้นมาจิบก่อนจะวางมันลงที่เดิม “แบบไม่น่าให้อภัยเลย” ฉันขมวดคิ้ว
“นายนอกใจหล่อนเหรอ” อเดลสั่นหัว
“ฉันไม่เคยนอกใจเลยสักครั้ง”
“แล้วมันเื่อะไร” บางทีอาจเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองนั่งไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่ “ฉันก็เคยมีแฟนมาก่อนนะ” และเริ่มพูดมากในเื่ของตัวเอง
“เธอเคยมีแฟนมาก่อนเหรอ” เขาทำหน้าใ
“ไม่เชื่อเหรอว่าฉันมีแฟนมาก่อน” อเดลส่ายหน้า
“คือไม่รู้สิแค่ไม่คิดว่าเธอเคยมีแฟน แล้วเป็ยังไงระหว่างเธอกับเขา”
“ห่วยสิ้นดี”
“โอ้ว้าว”
“ขี้โกหกหลอกลวงเล่นละครตบตาเก่งเป็บ้า”
“งั้นเชียว”
“รู้อะไรไหม” ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกอยากพูดกับใครสักคน “ฉันกับหล่อนพึ่งจูบกันมาด้วยล่ะ”
“หล่อน?” อเดลถามย้ำ
“ลืมบอกนายไปว่าแฟนเก่าฉันเป็ผู้หญิงล่ะ” เขาพยักหน้าเบา ๆ
“แล้วพึ่งจูบกันมา” เขายังคงพยักหน้าอยู่แบบนั้นไม่ยอมหยุดจนฉันยื่นนิ้วไปแตะที่หน้าผากให้เขาหยุดการกระทำที่ทำให้เวียนหัวนั่นสักที “พวกเธอยังไม่เลิกกันเหรอ”
“เลิกนานแล้ว”
“แล้วไปจูบกัน”
“ก็ตอนนั้นมันห้ามใจไม่ได้ ปากหล่อนยังน่าจูบเหมือนเดิมแถมยังหวานเหมือนเดิมอีก” ฉันหลับตาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยงึมงัม
“หล่อนเป็ใครกันนะ”
“หลอกถามเสียให้ยากฉันไม่มีวันบอกนายหรอก ว่าแต่แฟนเก่านายเถอะเป็คนยังไง” อเดลยิ้มบาง ถ้าพื้นที่ตรงนี้ไม่มืดเกินไปฉันเห็นว่าั์ของเขากำลังสั่นระริก
“เธอเป็คนที่ดีมาก ๆ เลยล่ะ” ััความเศร้าผ่านทางน้ำเสียง “เราเข้ากันได้ดีทุกเื่อย่างไม่น่าเชื่อทั้ง ๆ ที่เราต่างกันมาก”
“แต่นายก็ทำพัง”
“ใช่”
“และนายก็มารู้สึกผิด”
“มาโดยตลอด”
“หล่อนคงเป็คนสำคัญมาก ๆ เลยสินะ”
“รู้อะไรไหม” อเดลหันไปหยิบเบียร์ที่เหลือของตัวเองแล้วดื่มทีเดียวจนหมด “เธอเป็คนที่ฉันรักมาก ๆ เลยล่ะ แบบยังรักอยู่จนถึงตอนนี้เลย” ฉันเลยมองไปยังเบื้องหน้า
“ฉันเองก็เหมือนกับนาย” …ที่เอาแต่ฝังใจรักแต่คนเดิมมาตลอด
ฉันกับอเดลต่างเงียบแล้วปล่อยให้เวลาเดินไปเรื่อย ๆ ราวกับ้าให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ชำละล้างความเสียใจของเราสองคนออกไป ลมเย็นพัดผ่านปะทะเป็ระยะแต่ทำเอาฉันหนาวเหน็บอยู่ในใจ จู่ ๆ น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ อเดลขยับเข้ามาใกล้หลังจากเก็บกระป๋องเบียร์เปล่าออกไป เขาถอดเสื้อยีนส์ตัวนอกของตัวเองแล้วคลุมให้ก่อนจะใช้นิ้วโป้งค่อย ๆ ปาดน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าให้ฉัน
“ถ้านายย้อนเวลาได้นายจะทำอะไร” เอ่ยเสียงอู้อี้เพราะยังพิงหัวแนบอยู่บนแขนที่กอดเข่าตัวเองไว้อยู่
“ก็คง...” อเดลยกมือลูบแขนตัวเอง เขาดูเป็คนขี้หนาวมากกว่าฉันเสียอีก “คงกลับไปทำให้ทุกอย่างมันถูกต้องมั้ง” ฉันแบ่งเสื้อยีนส์ให้เขาคลุมด้วย ตอนนี้เราสองคนอยู่ภายใต้เสื้อผืนเดียวกัน “แล้วเธอล่ะ” อเดลถาม
“ไม่รู้สิ ฉันแค่คิดว่าคงพาตัวเองออกจากความสัมพันธ์นั้นให้ได้ล่ะมั้ง”
“นั่นสิ” อเดลหลับตาลง “แล้วเธอคิดถึงหล่อนอยู่ไหม”
“ถ้าตอบว่าไม่นายคงจะหาว่าฉันโกหก”
“แสดงว่าคิดถึงสินะ”
“ตลอดเวลา”
ฉันว่าฉันเมาเกินไป...
เมาถึงขนาดที่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทำให้ฉันคิดถึงใครบางคนได้เลย เพราะฉันกำลังคิดว่าอเดลเป็แฮดลี่ย์ ความอ่อนโยนที่เขามีทำให้ฉันเอาแต่คิดถึงหล่อน ่เวลาหนึ่งในเื่ระหว่างแฮดลี่ย์กับฉันมันเคยดีมาก ๆ แฮดลี่ย์เป็คนที่อ่อนโยนในตอนที่เราอยู่ด้วยกัน หล่อนเข้าอกเข้าใจทุกอย่างคอยให้กำลังใจฉันทุกเื่อยู่เสมอ
แล้วฉันก็คิดออกว่าทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่เห็นอเดลแสดงสีหน้าท่าทาง ไม่ว่าจะยักคิ้วข้างเดียว ยิ้มจนตาปิดทำลิ้นดุนกระพุงแก้มตัวเองหรือแม้แต่ตอนที่หางคิ้วเขากำลังกระตุก
เพราะแฮดลี่ย์เป็คนขี้หนาว...
หล่อนมักจะยื่นมือเข้ามาจัดแว่นตาให้ฉันเวลามันเบี้ยว...
และหล่อนไม่ชอบกลิ่นของแอลกอฮอล์เอาเสียเลย...
“แฮด”
“เธอพูดว่าอะ—”
ฉันเข้าไปจูบคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงเพราะคิดถึงคนที่มีผลต่อหัวใจมากเกินไป เมื่อตอนบ่ายฉันพึ่งจูบแฮดลี่ย์และตอนนี้ฉันกำลังจูบกับอเดล ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
นี่ฉัน ทำ บ้า อะ ไร ลง ไป อีก แล้ว!