บทที่ 1
เื่เล่าแวมไพร์
เด็กน้อยวัย 6 ขวบนั่งอ่านหนังสือนิทานที่มีภาพประกอบลายเส้นสำหรับเด็กเกี่ยวกับต้นกำเนิดอาณาจักรและแวมไพร์อย่างสนอกสนใจนิทานเกี่ยวกับแวมไพร์นั้นมีหลายตำนานแต่ที่เด็กน้อยเลือกเล่มนี้มาอ่านเพราะว่านิทานเล่มนี้แตกต่างจากเล่มอื่นนิดหน่อยที่ไม่ได้กล่าวว่าพวกแวมไพร์นั่นเป็ผีดูดเืน่ากลัวที่ชอบดื่มเืมนุษย์แต่เป็เพียงแค่คนต่างถิ่นที่มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติและเป็พวกรักสันโดษอาศัยอยู่ในหุบเขา
“เอเรซทำไมนายอ่านนิทานเล่มนั้นอีกแล้ว”
เด็กน้อยวัยเดียวกัน หน้าตาจิ้มลิ้มยืนเท้าสะเอวถามเอเรซ อย่างสงสัยและเดินไปหยิบหนังสือนิทานที่วางกองอยู่ข้างๆเด็กชายที่กำลังตั้งใจอ่าน
เอเรซหันหน้ามองเพื่อนร่วมห้องในชั้นเรียนและตอบสิ่งที่ตัวเองคิด
“ก็เล่มอื่นมันมีแต่แวมไพร์น่ากลัวนี่น่า”
เด็กน้อยผมแกะกางนิทานตำนานล่มสลายอาณาจักรให้เอเรซดู
“ก็แวมไพร์มันน่ากลัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็ตอนนี้หรือในนิทานก็น่ากลัว ดูสิ สิ่งที่แวมไพร์ทำลาย ตาสว่างซะเอเรซเด็กอมมือ”
“เทียน่าทำไมเธอต้องว่าเราอยู่เรื่อยเราอ่านเล่มนี้เยอะแล้ว...พ่อกับแม่เล่าให้ฟังก่อนนอนอยู่ทุกคืน”
เอเรซวางหนังสือนิทานในมือลง และเอื้อมไปปิดนิทานของเทียน่า
เทียน่ากอดอกแน่นและนั่งมองเอเรซด้วยสายตาไม่พอใจ
“ก็แวมไพร์เป็พวกไม่ดีนี่แวมไพร์ฆ่าพระาาฆ่าคนบริสุทธิ์ที่ประเทศเราไม่มีเชื้อพระวงศ์หลงเหลืออยู่ก็เพราะแวมไพร์ไม่ใช่เหรอ...อึก.. ฮื้อ..”
เด็กน้อยผมแกะเริ่มส่งเสียงสะอื้น น้ำตาคลอเบ้าใสนั่นทำให้เอเรซใและรีบเข้าไปหาเทียน่า ลูบหัวปลอบโยนเพื่อนสาว
“เราขอโทษ...แวมไพร์เป็พวกไม่ดี เทียน่าอย่าร้องนะ”
คำว่าอย่าร้องเหมือนเป็การกระตุ้นต่อมน้ำตาของเด็กสาวให้ร้องไห้โฮกว่าเดิม
“ฮื้อออ กะก็แม่เราตายเพราะแวมไพร์... ระ เรา อึก… เกลียดแวมไพร์...ฮื้อ..”
น้ำตาบริสุทธิ์อาบไหลท่วมแก้มกลม นั่นทำให้เอเรซเริ่มทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกผิดที่ไปกระตุ้นปมในใจของเพื่อนสาว
“ฮื้อ...ขะ ขอโทษเทียน่าไม่ต้องกลัว คุณน้าของเราเป็ฮีโร่ที่จำกัดพวกแวมไพร์สักวันคุณน้าจะกำจัดพวกนั้นไปหมดเอง”
เอเรซสะอื้นเบาๆ ก่อนจะผละออกจากเด็กสาวผมแกะ
ดวงตากลมโตใสเปล่งประกายทันทีและน้ำตาก็หยุดไหลเหมือนกับว่าได้ปิดก๊อกน้ำแห่งความโศกเศร้าไว้แล้ว
“จริงเหรอคุณน้าเป็นักล่าแวมไพร์จริงๆ เหรอ เท่มากเลย”
เอเรซปาดน้ำตาและพยักหน้า
“เดี๋ยววันนี้คุณน้าจะมารับกลับบ้านไม่เชื่อก็ไปถามคุณน้าของเราได้เลย”
เอเรซเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยรู้สึกภูมิใจที่มีคุณน้าคนเก่งและใจดีเป็ฮีโร่ที่ทุกคนชื่นชอบ
ชายหนุ่มสูงโปร่งเรือนผมสีดำขลับ สวมเสื้อโค้ตตัวยาวสีดำภายในใส่เสื้อกั๊กสีเข้มอีกชั้นและสวมหมวกฮอมเบิร์กที่้าหมวกมีลักษณะเป็รอยยุบลงตรงกลางหมวกปีกรอบที่ปลายหมวกม้วนขึ้น เขาบรรจงเลือกเสื้อโค้ตและหมวกที่เข้ากันทำให้ดูมีสง่าราศีให้สมกับเป็น้าที่รักของหลานชาย
ทันทีที่เอเรซเห็นผู้เป็น้ายืนรอรับที่หน้าโรงเรียนเ้าตัวน้อยก็รีบวิ่งเข้ากอดผู้เป็น้าที่อ้าแขนรอรับทันที
“น้าลีโอ~~คิดถึงจังเลยครับ”
หลานชายขี้อ้อนออเซาะอ้อนเขายิ่งกว่าพ่อแท้ ๆ ก็รู้สึกดีที่เอเรซชอบเขาแต่นิสัยที่ตามติดเขาแจเหมือนลูกแมวไม่หย่านม มันทำให้เขาต้องโดนคุณอาพ่อของเอเรซไล่ให้เขาแยกไปอยู่บ้านหลังอื่นน่ะสิเพื่อตัวเขาจะได้ทำงานอย่างเต็มที่และไม่ให้หลานชายติดเขามากเกินไป
“ทำเหมือนกับว่าเราไม่ได้เจอหน้ากันนานเลยนะ”
ลีโอนาร์ดยิ้มละไม ลูบหัวเอเรซอย่างเอ็นดู
“ก็น้าลีโอตามมาที่เมืองหลวงช้าตั้ง3 เดือนนี่ครับ ถ้ามาเมืองหลวงพร้อมกับพ่อแม่ก็ไม่ต้องคิดถึงแล้ว”
เด็กน้อยยิ้มแก้มปริเงยหน้ามองคุณน้าตัวสูงใหญ่ก่อนจะะโโหย่ง ๆ อ้าแขนกว้างให้ชายหนุ่มอุ้ม
และเขาก็อุ้มหลานชายอย่างช่วยไม่ได้
“เอเรซนั่นคุณน้าของนายเหรอ..” เสียใสแจ๋วของเด็กหญิงผมแกะเรียกความสนใจให้ลีโอนาร์ดก้มลงมอง
ดวงตากลมใสวิ้งเป็ประกายเด็กสาวจ้องมองใบหน้าแค่ครึ่งหนึ่งของผู้เป็น้าเพื่อนเทียน่าสงสัยว่านักล่าแวมไพร์จะมีนิสัยดุและโหดร้ายเหมือนที่เคยได้ยินมาไหม
“ใช่แล้ว”เอเรซยืดอกผาย ยิ้มโอ้อวด
ชายร่างสูงย่อตัวลงเพื่อให้เทียบเท่ากับเด็กสาวตัวน้อย และวางหลายชายลงเขาถอดหมวกออกและคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้เพื่อนหลานชาย
“สวัสดีครับเ้าหญิงตัวน้อยกระผม ลีโอนาร์ด เป็น้าของเอเรซครับ”
เทียน่าใจเต้นแรงเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆ และรอยยิ้มหวานแสนใจดี
“หล่อจัง....”เด็กสาวเผลอพูดความในใจออกมา รีบเอามือยกปิดปาก
“หนะ หนูชื่อเทียน่าค่ะ! เป็เพื่อนของเอเรซ”
ลีโอนาร์ดหัวเราะเบาๆ กับท่าทีเขินไปมาของเด็กสาวตัวน้อย เขาลูบหัวเอ็นดูเด็กสาวผมแกะและคุยเล่นสักพัก รอผู้ปกครองของเทียน่ามารับ
“ไหนๆ เทียน่าก็รู้แล้วว่าน้าทำงานอะไร แต่น้าอยากให้เก็บไว้เป็ความลับนะครับเอเรซก็ไม่ต้องบอกใครเพิ่มแล้วนะ น้าจะทำงานลำบากเอาน่ะ”
ลีโอนาร์ดแจงกับเด็กทั้งสองคนไม่เชิงดุแต่เป็ขอร้องและเกี่ยวก้อยสัญญาปกปิดความลับนี้ไว้ระหว่างเรา 3 คน
เด็กทั้งสองพยักหน้ารับเชื่อฟังพร้อมเกี่ยวก้อยสัญญา
“รับทราบค่ะ!/ ครับ!”
.....
ยามพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าลีโอนาร์ดกลับมาที่สำนักงานตำรวจ ร่างสูงโปร่งเดินมายังห้องทำงานที่หน้าประตูห้องมีป้ายกำกับเขียนว่า หน่วยสายสืบพิเศษล่าแวมไพร์ชายหนุ่มถอดเสื้อโค้ตและหมวกแขวนไว้ที่ราวตะขอเกี่ยวติดผนังก่อนจะจัดแจงเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงานที่วางกองสุมให้เป็ระเบียบเรียบร้อย
ลีโอนาร์ดพึ่งบรรจุเข้าหน่วยพิเศษได้ไม่นานก่อนหน้านี้เขาอยู่เมืองอื่นเป็เพียงแค่ตำรวจสายสืบธรรมดาแต่เพราะเขามีความพิเศษแตกต่างจากคนอื่นเลยถูกหัวหน้าส่งตัวให้เข้าประจำหน่วยพิเศษด้วยอายุเพียง23 ปี เป็เด็กใหม่อายุน้อยสุดของหน่วยเลยก็ว่าได้ อีกอย่างเขาก็ยินดีที่จะอยู่หน่วยนี้แม้ว่ามันจะอันตรายเพราะเขาอยากกำจัดพวกแวมไพร์ด้วยน้ำมือตัวเอง
“ลีโอวันนี้เราจะออกตระเวนตามตรอก ถนนน็อคซี่นะ่นี้พวกแวมไพร์เริ่มออกอาละวาดถนนสายนั้น คืนนี้เราจะไปตามล่าพวกมันกัน”
รุ่นพี่ร่างสูงใหญ่หุ่นกำยำหน้าตาดูเกรงขามยกฝ่ามือใหญ่ตบบ่าลีโอนาร์ดให้กำลังใจรุ่นน้องที่ต้องออกภารกิจลาดตระเวนครั้งแรก
รุ่นน้องอายุน้อยสุดละทิ้งกองเอกสารตรงหน้าเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานหยิบกระบอกปืนลูกโม่และซองะุวางบนโต๊ะ
“ผมนึกว่าจะไม่ได้ออกตระเวนตอนกลางคืนแล้วนะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยตอบรุ่นพี่พลางตรวจเช็กกระบอกปืนง้างนกสับไปครึ่งหนึ่งเพื่อให้โม่หมุนอิสระ
รุ่นพี่หน้าโหดหัวเราะ ตบหลังรุ่นน้องหยอกเย้า
“เป็เด็กใหม่ไฟแรงจริงๆ เลย”
“ดูท่าเ้าลีโอจะแทบอดใจไม่ไหวอยากล่าแวมไพร์ล่ะสิรีบเช็กปีนเลยนะ” รุ่นพี่อีกคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆพูดแซวลีโอนาร์ดที่เอาแต่ยืนเช็กกระบอกปืนด้วยใบหน้าตั้งอกตั้งใจ
“รุ่นพี่มาโครต้องเข้าใจผมด้วยสิครับผมก็อยากออกไปทำงานเหมือนพวกรุ่นพี่บ้าง”
ลีโอนาร์ดบรรจุะุลงอาคมใส่ปืนทีละลูกจนครบ6นัดและเหน็บปืนใส่ซองคาดเอว
มาโครส่ายหัวเบาๆเดินไปหยิบเสื้อโค้ตสวมใส่เตรียมออกภารกิจ
ส่วนรุ่นพี่หน้าโหดหัวหน้าทีมหน่วยพิเศษแฟรงค์ ก็เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองหยิบปืนที่บรรจุะุเรียบร้อยแล้วเหน็บคาดเอว
แฟรงค์หยิบหมวกคู่กายสวมใส่ก่อนจะพูดให้กำลังใจกับรุ่นน้องทั้ง 2 คน
“วันนี้เราต้องล่าแวมไพร์ให้ได้แล้วล่ะแล้วก็อย่าาเ็เชียวเ้าพวกรุ่นน้อง”
ชายหนุ่มทั้ง3คนสีแสดงสีหน้าจริงจังพร้อมเริ่มทำงานเสี่ยงอันตราย ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากลงมาทำ
หน่วยพิเศษล่าแวมไพร์ขึ้นตรงกับรัฐบาลทำคดีเกี่ยวกับแวมไพร์โดยเฉพาะตามสำนักงานตำรวจจะมีหน่วยพิเศษคอยตระเวนตรวจบ้านเมืองยามราตรีและจัดการพวกผีดูดเืที่มักจะออกมาทำร้ายผู้คนยามวิกาล
แวมไพร์เป็สิ่งมีชีวิตที่เป็ภัยอันตรายสำหรับมนุษย์ที่ไม่มีพลังพิเศษใดๆ พวกมันออกล่าดูดเืมนุษย์เป็อาหาร มีกำลังกายแข็งแรงเหนือธรรมชาติอีกทั้งยังฟื้นฟูตัวเองได้ไม่ว่าจะใช้มีดแทงเข้าไปที่ร่างกายหรือใช้ปืนยิงก็ไม่อาจทำอันตรายใด ๆ ได้จึงต้องใช้ะุพิเศษลงอาคมปลุกเสกเท่านั้นถึงจะทำให้พวกมันสิ้นชีพสลายหายไป
ตามประวัติศาสตร์ผู้คนที่อาศัยอยู่ประเทศหมู่เกาะแซงจูรี่อยู่กันอย่างหวาดระแวงต่อแวมไพร์มานานนับร้อยปีก่อนจะกลายเป็ประเทศที่ปกครองแบบอำนาจอธิปไตยเคยเป็ราชอาณาจักรที่ปกครองด้วยกษัตริย์และมีขุนนางชนชั้นสูงอยู่บนจุดสูงสุดของราษฎรคนทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์เผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์บุกทำลายล้างเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางจนสิ้นชีพแทบไม่เหลือรอดให้สืบทอดลูกหลานประชาชนตาสีตาสาก็เริ่มทยอยหายตัวไปพบเจออีกครั้งก็กลายเป็ศพซูบผอมไม่มีน้ำเหลืออยู่ในร่างกายสักหยดราวกับว่าคนที่ตายโดนสูบเืออกจนแห้งเหือด
หลังจากเปลี่ยนการปกครองและพัฒนาบ้านเมืองมาเรื่อยๆ เหล่าแวมไพร์ก็เริ่มลุกลามแฝงตัวอาศัยอยู่ท่ามกลางมนุษย์เราไม่สามารถแยกได้เพราะ่กลางวันแวมไพร์ก็คือคนทั่วไปทว่าพอพ้นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เหล่าแวมไพร์ก็เริ่มออกล่าเหยื่อโดยการดูดเืมีทั้งคนที่รอดตายและไม่รอดอยู่ที่ว่าแวมไพร์ตัวนั้นคลั่งกระหายเืแค่ไหนแต่ส่วนมากก็จะพบเป็ศพเสียส่วนใหญ่
แต่น่าแปลกคนที่รอดจากการโดนดูดเืไม่ได้เป็ถูกส่งต่อเป็แวมไพร์สิ่งนี้ยังคงเป็ปริศนาว่าทำไมแวมไพร์ถึงมีเพิ่มมากขึ้นในทุกวันมนุษย์นั้นรู้เกี่ยวกับแวมไพร์เพียงแค่ผิวเผินแม้จะมีตำนานเล่าขานต่อกันมาแต่ความเป็จริงยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่มากพอเพราะทางการไม่เคยสามารถจับเป็พวกแวมไพร์ได้เลย ถ้าไม่ฆ่าให้ตายพวกมันก็หนีรอดหายไป
ยามราตรีอันมืดมิดชายหนุ่มทั้งสามคนแยกย้ายออกตรวจตราตามตรอกซอยเปลี่ยวเปล่าลีโอนาร์ดย่ำเท้าเหยียบพื้นชื้นแฉะเข้ามาในตรอกหนึ่งโดยปกติแล้วเป้าหมายของแวมไพร์มักจะเป็ผู้หญิง เพื่อง่ายต่อการล่า
ลีโอนาร์ดเดินเข้าลึกในตรอกตึกอาคารสูงจนทะลุไปอีกเส้นถนนหนึ่ง่เวลาตี 3 ผู้คนที่เดินไปมาเริ่มน้อยลง และก็ยังคงไร้วี่แววนักล่ายามวิกาล
ชายร่างสูงยังคงตระเวนเดินสาดส่องตามซอกตึกพอคิดว่าแถวนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้วเลยหันหลังจะกลับไปตรงถนนเดิม
เพล้ง!!!?
เสียงบางอย่างตกลงสู่พื้นเรียกความสนใจให้ลีโอนาร์ดวิ่งไปยังพื้นที่ตามหาสิ่งผิดปกติเขาวิ่งเข้าตรอกและเลี้ยวไปทางซ้าย เห็นกระถางต้นไม้แตกกระจายพอเหลือบมองไปยังมุมมืดก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนประชันหน้ากับชายร่างสูงอยู่
“คนตรงนั้นน่ะ!!!? อย่าขยับนะครับ!!!”
ชายหนุ่มะโสุดเสียง มืออีกข้างจับปืนแน่นเตรียมพร้อมชักขึ้นถ้าเกิดสิ่งแปลกปลอม
ชายร่างสูงไม่หันตอบแต่คว้าคอหญิงสาวและบีบคอเธอด้วยมือเดียวจนร่างบางยกลอยขึ้นเหนือหัว
ลีโอนาร์ดไม่รอช้าจ่อปีนเล็งไปที่ขาของชายหนุ่มร่างใหญ่
“หยุดนะ!! นี่ตำรวจ ถ้าไม่ปล่อยเธอผมจะยิงนะครับ!”
แม้จะบอกยศของตัวเองไปแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าชายร่างใหญ่จะปล่อยหญิงสาวลีโอนาร์ดจึงตัดสินใจลั่นไกออกไปทันที
ปัง!!
ะุถูกฝังเข้าไปที่ขาของชายผู้นั้นทว่าถ้าเป็ร่างกายคนปกติแล้วก็คงทรุดตัวลงและร้องเสียงหลงออกมาทันทีผิดกับชายร่างใหญ่ที่ยังยืนนิ่ง มันเหวี่ยงหญิงสาวตัวเล็กใส่กำแพงและหันตัวมาให้ความสนใจกับตำรวจแทน
ร่างทมิฬเดินเข้าใกล้ลีโอนาร์ด
พอพ้นออกจากมุมมืดใบหน้าของผู้ต้องหาก็เริ่มเห็นชัดขึ้น
แววตาสีเืประกายสะท้อนเข้ามาในั์ตาสีดำนิลของลีโอนาร์ด
ปัง! ปัง!
เขายิงออกไปทันทีเมื่อคิดว่าคนผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์แล้วเพราะสีตาที่เป็เอกลักษณ์และเขี้ยวยาวที่งอกออกมาจนเห็นชัดไหนจะน้ำลายที่ยืดออกจากปากเหมือนแวมไพร์ที่กำลังบ้าคลั่ง
แวมไพร์ตัวนั้นหลบะุได้อย่างรวดเร็วและพุ่งตัวมาหาเขาด้วยความเร็วสูงมันเข้ามาประชิดตัวเขาแล้วง้างเล็บมือที่ยาวราวกับคมมีด
“ก๊าซซ”
พึ่บ!
ลีโอนาร์ดย่อตัวลงหลบเล็บคมและกำหมัดแน่นต่อยไปที่กรามของแวมไพร์บ้าคลั่ง“ผลั๊วะ!” ร่างใหญ่ลอยกระแทกใส่กำแพงจนเศษซากปูนแตกกระจายลีโอนาร์ดไม่รอช้าจ่อปืนเล็งไปที่หัวใจของแวมไพร์
ปัง! ปัง!
แม้ว่าตัวมันจะโดนอัดเข้าชิดกำแพงแต่ความเร็วในการหลบะุก็ยังเร็วเหมือนเดิม มันยากเกินไปที่จะยิงเป้าไม่นิ่งอีกอย่างะุก็เหลือนัดสุดท้ายแล้ว เขาเลยจำใจต้องเก็บปืนลง
“ครืดดด...”
แวมไพร์อ้าปากจนเห็นเขี้ยวแหลมคมขู่ลีโอนาร์ดที่ตอนนี้ย่อตัวเล็กน้อย พร้อมสู้กับแวมไพร์ด้วยมือเปล่าใบหน้าโกรธเกรี้ยวน้ำลายยืดไหล พุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วกำปั้นหนาของลีโอนาร์ดสวนใส่เข้าที่ใบหน้าของแวมไพร์อย่างแรงอีกครั้ง “ผลั๊วะ!”
ทว่าคราวนี้เหมือนว่าหมัดเขาจะยังทำอะไรมันไม่ได้มากนักแวมไพร์ตัวใหญ่จึงถีบเข้าหน้าท้องของเขา ร่างกายแทบทรงตัวยืนไม่ไหว
เขาแสดงสีหน้าเ็ปเล็กน้อยและรีบชักปีนยิงนัดสุดท้ายไปที่หัวใจของมัน
ปัง!
“อัก!...”
ะุอาคมพุ่งออกจากปลายกระบอกตรงเข้าไปยังหัวใจของผีดูดเื
ร่างกายทมิฬล้มลงผิวกายสีซีดเริ่มสลายหายไปราวกับถูกเผาเป็เถ้าถ่านจนเหลือเพียงผลึกสีแดงเข้มทรงเหลี่ยมคล้ายกับสีเืทิ้งเอาไว้แทน
ลีโอนาร์ดหยิบผลึกจากพื้นและเก็บเข้าใส่กระเป๋า
เขารีบเดินไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงมุมกำแพงมืดเธอนั่งนิ่งไม่ขยับหนีไปไหน และไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือหรือร้องใเลยเหมือนกับว่าหญิงสาวช็อกจนทำอะไรไม่ถูก
“เป็อะไรหรือเปล่าครับ!าเ็ตรงไหนไหม...”
ลีโอนาร์ดยื่นมือให้หญิงสาวจับเพื่อจะช่วยพยุงให้เธอลุกขึ้น
มือบางััฝ่ามือหนาพร้อมกับร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
แสงไฟในตรอกสลัวกะพริบพึ่บพับมือของหญิงสาวยังจับมือเขาอยู่ มันทั้งนุ่มนิ่มและเย็นเฉียบพอไฟที่กะพริบอยู่นานติดให้ความสว่างจนมองเห็นใบหน้าหญิงสาวได้ชัด
ตึกตัก ตึกตัก
เสียงหัวใจเขาก็เต้นระรัวจนน่าแปลกอีกทั้งยังรู้สึกเจ็บจี๊ดที่อกข้างขวา
ใบหน้าเรียวได้รูปจมูกโด่งสัน ั์ตาสีฟ้าครามคมเฉี่ยวมองมาที่ใบหน้าเขาโดยไม่ละสายตาไปไหน อีกทั้งมีเรือนผมสีดำสนิทคลื่นลอนหนาเป็ทรงผมที่หญิงสูงศักดิ์มักนิยมทำกัน
ผู้หญิงคนนี้ดูสวยเสียจนเขาถึงกับเหม่อไปชั่วครู่หนึ่งพอตั้งสติได้ก็รีบปล่อยมือหญิงสาวทันที
“ทำไมมาเดินอยู่ในที่มืดแบบนี้คนเดียวล่ะครับ”
เขาสอบถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวท่าทางอ่อนแอถึงเผชิญหน้ากับแวมไพร์โดยไม่ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาได้ยังไง
ตึกตัก ตึกตัก
หญิงสาวกุมมือทาบหน้าอกรู้สึกเจ็บที่หัวใจราวกับถูกบีบขยำเธอไม่เคยรู้สึกเจ็บหรือรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขนาดนี้มาก่อนเลย
อ่า...หรือว่าจะเจอแล้วนะ...