ฉีคุนปรายตามองท่วงท่าการเดินที่ตุ้งติ้งเหมือนสตรีไม่มีผิดอย่างเงียบๆ แต่ฉีคุนรู้ดีว่าคนผู้นี้ประมาณไม่ได้ ยังมีเรื่องราวอีกมากที่คนภายนอกไม่รู้ ด้วยรูปร่างและใบหน้าของคนผู้นี้มักจะสามารถตบตาผู้คนได้อย่างชะงัดให้หลงลืมการป้องกันตัวไป ดูถูกว่าเป็นคนวิปริตผิดเพศ รู้ตัวอีกทีก็โดนเข้าให้แล้ว หากว่าเซี่ยหยวนโง่เง่า เช่นนั้นคนผู้นี้คงตายไปนานแล้ว องค์ชายที่ไร้คนเหลียวแล การมีอยู่ก็มีคนเท่าหยิบมือที่รู้ แต่สามารถมีชีวิตมาถึงยามนี้ได้ ย่อมไม่อาจดูแคลน ซ้ำยังต้องระวัง
วันนั้นฉีคุนเห็นเซี่ยหยวนอยู่กับเจ้าสำนักกู้ในร้าน แต่ตนไม่คิดเปิดโปง ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปเสียเวลากับองค์ชายนอกสายตาผู้นี้ หากว่าอีกฝ่ายไม่ยุ่งกับเขา เขาก็ไม่ยุ่งกับองค์ชายผู้นี้หรอก รัฐฉีห่างไกลจากเมืองลั่วหยางเป็นที่ที่เหมาะสำหรับองค์ชายสิบเอ็ดที่ถูกทอดทิ้งให้ลี้ภัยซ่อนตัว ฉีคุนรับรู้อยู่นานแล้วว่ารัฐเขามีโอรสสวรรค์ซ่อนกายอยู่ แต่ไม่คิดลงมืออะไรทั้งนั้น แรกสุดก็เพราะคิดว่าอีกไม่นานก็คงจะมีคนตามมากำจัดทิ้งเอง แต่เซี่ยหยวนก็รอดมาได้เรื่อยๆ ทั้งยังค้นพบวิธีเอาตัวรอดที่แนบเนียนดูไม่มีพิษภัย อย่างไรก็ตามไม่ว่าตอนนี้หรือตอนนั้นฉีคุนแทบจะไม่ได้สนใจเซี่ยหยวนอยู่แล้ว
“โธ่ ท่านอ๋อง อย่าเรียกข้าว่าเซี่ยหยวนสิ ถึงอย่างไรข้าก็ชอบแซ่ป๋อมากกว่า อีกอย่างฝ่าบาทไม่ชอบให้ข้าทำตัวเหมือนองค์ชายอยู่แล้ว ข้าชอบเป็นคุณชายป๋อที่ร่ำรวยในตำบลอู่เสวียนมากกว่า” ตำแหน่งองค์ชายอะไรนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาป๋อหยวนเลยสักนิด...เขาคือป๋อหยวน
ฉีคุนไม่อยากเสียเวลา จึงถามธุระทันที “มาหาข้าทำไม”
“ข้ามีเรื่องให้ท่านช่วยหน่อย”
“ข้าดูเหมือนเพื่อนท่าน?”
“ย่อมมิใช่ ผู้ใดจะไปกล้าเป็นสหายกับท่านเล่า ข้ารู้ดี แต่เรื่องนี้ก็นับว่าเกี่ยวกับท่านอยู่นะ ท่านอย่าพึ่งทำหน้าเช่นนี้สิ ฟังข้าพูดก่อน คืองี้ อารุ่ยกำลังเดือดร้อน ตอนนี้สมาคมไร้สาระนั้นกำลังหาเรื่องเล่นงานอารุ่ยอยู่ ท่านก็รู้ พออารุ่ยไปถึงที่นั้นคนพวกนั้นคงจะจับผิดอารุ่ยทุกอย่าง ยิ่งเจ้าสำนักตู้หนังคางคกผู้นั้นต้องเล่นงานอารุ่ยหนักแน่ๆ ข้าเลยอยากให้ท่านช่วยออกหน้าหน่อย”
ฉีคุนฟังจบก็เตรียมจากไป เรื่องของยุทธภพแยกออกจากเรื่องอื่นอย่างชัดเจน ฉีอ๋องไม่ใช้คนของยุทธภพ ไม่อาจจะยื่นมือไปก้าวก่าย มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการล้ำเส้นแล้ว “เซี่ยหยวน ข้าเสียเวลามากแล้ว ลาก่อน”
ป๋อหยวนยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินกรีดกรายไปขวางฉีอ๋องไว้อย่างไม่กลัวตาย กลิ่นหอมและชุดสีสดเด่นชัดจนสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ฉีคุนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เว้นช่องว่างให้มากที่สุด ไม่ใช่ทำไปด้วยความรังเกียจแบบที่คนทั่วไปแสดงต่อป๋อหยวน แต่เป็นนิสัยปกติที่ไม่ใกล้ชิดคนของฉีอ๋องอยู่แล้ว เจ้านครรัฐฉีผู้นี้นับว่ามีน้ำใจอยู่บ้างที่ไม่คิดลงมือกับตน ทั้งๆ ที่การมีองค์ชายนอกสายตาในรัฐก็เหมือนมีระเบิดซ่อนอยู่ รอวันเวลาเท่านั้น ป๋อหยวนจึงไม่ถือสาเลย มีคนเพียงไม่กี่คนที่มองตนอย่างเรียบง่ายเช่นนี้ราวกับเป็นคนทั่วไปเช่นกัน คนแรกคือพี่รุ่ยของข้า คนที่สองคือฉีอ๋อง ป๋อหยวนคลี่พัดออกเล็กน้อยแล้วเริ่มกรีดนิ้วออกมาโบกพัด
“ที่ทะเลสาบวันนั้น ความจริงแล้วข้าเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้า...”
ฉีคุนหยุดกาย สายลมหอบหนึ่งพัดเกล็ดหิมะสีขาวเงินมาต้องกาย ก่อนจะซึมหายเข้าไปในเสื้อคลุม มือข้างหนึ่งของฉีอ๋องถือเตาอุ่นรูปฟักทองที่อันเอ๋อร์ให้มา ความอบอุ่นจึงอยู่กลางฝ่ามือแล้วแผ่กระจายไปทั่วร่างกายอย่างช้าๆ ทิวทัศน์รอบข้างในคฤหาสน์นับว่าวิจิตร ยิ่งยามหิมะโปรยปรายให้อารมณ์งดงามอย่างเงียบงัน ทว่านัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเทาเย็นชายิ่ง ดูทั้งเย็นชาและไร้อารมณ์สุนทรียภาพ
“อย่างนั้นหรือ” คำว่าอย่างนั้นหรือไม่มีคลื่นอารมณ์อยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งดูไม่แยแสและไม่สนใจ แต่รอยหยักโค้งที่มุมปากราวกับจะเป็นสัญญาณเตือน
“ฉีอ๋อง ท่านไม่กลัวข้านำความลับข้อนี้ไปป่าวประกาศหรือ” ป๋อหยวนลอบสังเกตฉีอ๋อง แต่เดิมคิดว่าเขากุมความลับข้อนี้ไว้ จะสามารถเอามาใช้เป็นข้อต่อรองได้ ทว่าคนผู้นี้คาดเดาไม่ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ภายในและไม่เผยพิรุธอะไรแม้แต่น้อย อยู่ไกลๆ ยังแผ่รังสีจนพานให้เกิดความรู้สึกหนาวยะเยือกแค่นัยน์ตาสีอ่อนยอมเทามองสบมา ราวกับจะแช่แข็งผู้อื่นให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งเสีย
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนที่จะถูกเจ้าใช้ประโยชน์ได้หรือ เซี่ยหยวน เจ้าคิดว่าที่ผ่านมาข้าไม่ยุ่งกับเจ้าเพราะข้าใจดีหรือ ถ้าเจ้าคิดเช่นนี้นับว่าข้าดูแคลนเจ้าไปแล้ว ข้านึกว่าเจ้านับเป็นคนมีปัญญา น่าจะรู้ว่าควรอยู่ที่ใด”
คำกล่าวนี้คืออย่าเอาเรื่องพวกนี้มีข่มขู่หรืออย่าแม้แต่คิดจะมาต่อรองกับฉีคุน นอกจากจะไม่ได้อย่างที่หวังแล้ว จะเกิดผลร้ายอย่างรุนแรงเสียด้วย คนอย่างฉีคุนไม่ชอบที่สุดเวลาที่มีคนมาต่อรองข่มขู่
ป๋อหยวนที่คิดว่าคำนวณมาดีแล้วก็ต้องถอยก้าวหนึ่งเมื่อเจอคำพูดและสายตาแข็งกร้าว พลางขบคิด มีตรงไหนที่พลาดไปกันนะ เขามั่นใจมากแล้วแท้ๆ ว่าเรื่องนี้ใช้ได้ จึงได้มา สรุปว่าฉีอ๋องไม่กลัวความลับข้อนี้รั่วไหลหรือนี้...หากว่าเรื่องนี้แพร่ออกไป ต้องส่งผลร้ายต่อฉีอ๋องอยู่แล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าเรื่องที่เสื่อมศีลธรรมเช่นนั้น ฉีอ๋องต้องหวาดกลัวเป็นแน่ ทว่า!คนผู้นี้ไม่กลัวแม้แต่น้อย
“เซี่ยหยวน ข้าฆ่าเจ้าได้เดี๋ยวนี้เลย เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าไม่มีผู้ใดสนใจหรอก โอรสสวรรค์แล้วอย่างไร อย่างไรเจ้าก็เป็นได้แค่ลูกชายของหญิงโสโครกนอกสายตา ไม่ผู้ใดสนใจ ไม่มีผู้ใดต้องการ แต่ข้าไม่ชอบอะไรเช่นนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ข้าชอบทำ เจ้านับเป็นราษฎรรัฐฉีผู้หนึ่ง ข้าไม่อยากสังหารใครพร่ำเพรื่อ”
น้ำเสียงนั้นกรีดแทงลงกลางใจป๋อหยวน แล้วแทงซ้ำไปซ้ำมาจนเลือดไหลนอง ชาติกำเนิดของเขาเป็นจุดอ่อนหนึ่งที่ป๋อหยวนไม่เคยก้าวข้ามไปได้เสียที ไม่ว่าในตอนนี้หรืออนาคต สิ่งนี้จะหลอกหลอนตนไปตลอดกาล
ป๋อหยวนยืนนิ่ง รู้สึกในใจเจ็บลึก อย่างไรแม้จะฉลาดเพียงใดก็ยังเป็นแค่เด็กอายุสิบหกผู้หนึ่ง เด็กอายุสิบหกผู้หนึ่งที่ไม่มีผู้ใดต้องการ ต้องเอาตัวรอดอย่างยากลำบากและหลบซ่อนตัวภายใต้ท่าทีตุ้งติ้ง จะได้ไม่มีผู้ใดสนใจ จะได้อยู่รอดต่อไป ถึงกลับต้องทำเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อยากจะทำเลยแม้แต่นิดเดียว...
“เจ้ากลับไปเสียเซี่ยหยวน เห็นแก่หน้าฝ่าบาท ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่หากว่ามีครั้งหน้าที่เจ้ามาพูดเรื่องพวกนี้อีก อย่าหาว่าข้าใจร้าย รังแกเด็กไม่มีทางสู้ ข้ามิใช่คนใจดี หรือที่ผ่านมาเจ้ายังไม่แจ้งแก่ใจ”
“ข้าไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินท่านเสียหน่อย แค่อยากให้ท่านช่วยพี่รุ่ยเท่านั้น ทำไมท่านถึงยังนิ่งเฉยทั้งๆ ที่รู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นแผนการของตู้จิ้งกงที่อยากกำจัดพี่รุ่ย ท่านช่วยได้แท้ๆ ท่านรู้อยู่แล้วแท้ๆ” ถ้าขนาดเรื่องชาติกำเนิดของตนก็รู้ แล้วมีหรือที่เรื่องเช่นนี้ฉีอ๋องจะไม่รู้ เกรงแค่ว่ารู้ แต่ยังไม่คิดจะทำอะไรเท่านั้น
“เจ้าเองก็รู้ ทำไมยังเฉยเล่า แน่จริงก็ตามพี่รุ่ยเจ้าไปสิ เซี่ยหยวน แน่จริงเจ้าก็บอกพี่รุ่ยของเจ้าสิว่าอะไรเป็นอะไร ข้ามั่นใจว่าเจ้าทำได้ เหตุใดไม่ทำ”
“ข้า...” ป๋อหยวนตกใจจนดวงตาโตขึ้นกว่าเดิมทั้งยังถอยหลังอีกหลายก้าวราวกับว่าหากอยู่ใกล้เกินไปจะถูกกำจัดได้ง่ายๆ ริมฝีปากเม้มแน่น พูดไม่ออก ไม่คิดว่าเรื่องนี้ท่านอ๋องก็รู้ คนผู้นี้มีอะไรที่ไม่รู้บ้าง
“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขอร้องให้ข้าช่วย ทั้งๆ ที่เจ้าลงมือเองแท้ๆ!”
สายตาแข็งกร้าวพร้อมแรงกระชากข้อมืออย่างรวดเร็วและรุนแรงในครั้งเดียวของฉีอ๋อง ทำเอาป๋อหยวนร่างเอียงกระเท่เร่เสียหลัก ทั้งยังปกป้องตัวไม่ทันเสียด้วยซ้ำ สมองมึนงงคิดอะไรไม่ทันแล้ว ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ผ้าแพรบุบวมถูกตลบขึ้นจนเผยให้เห็นผิวเนื้อสีขาวเนียนไร้รอยขีดขวนหรือตำหนิอื่นใด แต่ข้อมือซ้ายด้านในมีรอยสีเงินไม่เล็กไม่ใหญ่ มีรอยประทับอาคมจองจำอยู่รอยหนึ่ง เป็นรอยจักรทับกัน