ศรีสมรเองก็รู้ดีว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ลอบมอง ซึ่งที่ผ่านมาเธอไม่เคยแคร์ เพราะนึกดูถูกอยู่ในใจ มิหนำซ้ำ นางยังแอบนุ่งน้อยห่มน้อยมายั่วยวนอยู่บางครั้ง หวังจะแกล้งให้ผู้ใช้แรงงานรู้สึกกลัดกลุ้ม
“ ชิ…อยากหงี่กันดีนัก ชั้นก็แต่งหวิวให้เห็นกันจะๆ จะได้อึดอัดใจจนตายไปเลย ”
ทว่าคราวนี้กลับแตกต่างจากครั้งก่อน เพราะคุณนายสาวเพิ่งโดนจิตรกรโรคจิตกระตุ้นเร้า ทำให้ไฟอารมณ์ยังคุกรุ่น สองตาคมจึงเหลือบแลไปยังเรือนกายที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของเหล่ากรรมกร
“ ว้าว….แต่จะว่าไป ถึงไอ้พวกนี้จะโลว์คลาส แต่หุ่นของพวกมันก็น่าดูพิลึก ไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อย แถมเม็ดเหงื่อที่หลั่งชโลมทั่วกายก็โคตรจะเซ็กซี่ ”
อาการดังกล่าวของศรีสมร ยิ่งทำให้เหล่าชายฉกรรจ์คึกคักกว่าเดิม เพราะถูกคุณนายสาวที่เปรียบเสมือนนางฟ้าเดินดิน ส่งสายตามายังพวกตน เลยโชว์พาว์ด้วยการแบกกระสอบข้าวสารเป็นการใหญ่
“ ว้าว….คุณนายหันมามองพวกเราด้วย ไม่ได้การ ต้องรีบโชว์พลัง เผื่อว่าเธอจะสนใจ ”
“ เฮ้ย…..เร่งทำงาน อย่าให้นายหญิงขุ่นเคือง ” แม้แต่นายอ้วนคนคุมก็เป็นกับเขาด้วย เลยตะโกนสั่งงานอย่างแข็งขัน สลับเหลือบมองคุณนายสาวเป็นระยะ
และหนึ่งในคนที่คุณนายสาวสนใจก็คือ……กระทาชายวัยสามสิบเศษที่มีร่างสูงสมส่วน ผิวออกดำแดง เพราะกร้านแดดที่แผดเผายามทำงานหนัก กายกำยำสวมเชิ๊ตดำเก่าๆ กางเกงขาสั้นผ้าร่ม ใบหน้าคมสันรับกับผมหยักศกสีเข้ม ดวงตาแข็งกร้าว ทำให้รู้สึกถึงความเด็ดเดี่ยว และดุร้ายในเวลาเดียวกัน
“ โอ้….หมอนั่นเป็นใครกันนะ ดูร้ายพิลึก แถมวัยก็น่าจะใกล้เคียงกับเรา ”
เหมือนบุรุษนายนั้นจะรู้ว่าคุณนายศรีสมรเมียงมอง เลยจ้องกลับ ทำให้สองดวงตาสบกันโดยบังเอิญ
“ อึก…..หมอนั่นหันมามองเราแล้ว ” รอยแดงซ่านผุดขึ้นบนสองแก้ม ก่อนที่คุณนายสาวจะพยายามบังคับตัวเองให้หลบสายตา แล้วเดินหนีไป แต่ไม่ว่าจะสั่งหัวใจยังไง ร่างกายก็ไม่ยอมขยับ
“ บ้าน่า นังหมอน แกเลิกมองไอ้คนชั้นต่ำพรรค์นั้น แล้วรีบกลับบ้านได้แล้ว ”
นายหล่อร้ายร่างกำยำหยุดมือจากงาน พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ขึ้นมาซับเหงื่อที่ชุ่มโชกไปทั่วร่าง ก่อนจะแสร้งยั่วเย้าด้วยการเลื่อนมือลงมาลูบคลำเป้ากางเกง
“ อึ้ย….หมอนั่นทำบ้าอะไรฟะ น่าเกลียดชะมัด ” ศรีสมรสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหักใจ ทิ้งภาพที่น่าดูชม แล้วหันหางเสือไปยังคฤหาสน์ กระนั้น หางตาก็ยังแอบชำเลืองนายหล่อร้ายเป็นระยะ
ทุกอากัปกิริยาของคุณนายสาวพราวเสน่ห์ล้วนอยู่ในสายตาของกรรมกรทั้งสิบกว่าชีวิต ทุกคนรู้สึกเลื่อมใสและอิจฉาไอ้หนุ่มหล่อร้ายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหัวหน้าคนงานถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พร้อมตรงเข้ามาหาเรื่องทันควัน
“ เฮ้ย…..ไอ้แมน มึงหยุดมือทำไม ตอนนี้เป็นเวลาพักรึไงวะ ”
หนุ่มหล่อร้ายผู้มีนามว่า “แมน” ดูไม่หวั่นเกรง เขายิ้มอย่างใจเย็น แล้วตอบกลับเนือยๆ
“ โธ่….พี่อ้วน ผมน่ะยกได้ถึง 50 กระสอบตามกำหนดแล้วนะ ดังนั้นขอพักซักห้านาที แล้วเดี๋ยวจะแถมให้อีกซัก 5-6 กระสอบในเวลาที่เหลือ”
“ โม้แล้ว มึงไม่น่าจะยกได้ไวขนาดนั้น ” นายอ้วน คนคุมงานหรี่ตามองด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปถามเสมียนด้วยสายตา ทำให้พนักงานคนนั้นต้องตอบตามตรง
“ จริงอย่างที่มันว่า ไอ้แมนขนครบ 30 กระสอบแล้วจริงๆ ”
อ้วนค่อนข้างทึ่งในพละกำลังและความรวดเร็วของแมน ด้วยหมอนี่ทำงานเสร็จก่อนใคร แต่เขาคนนี้รู้สึกว่าจะทะลึ่งตึงตังอยู่หน่อยๆ เลยแอบเตร่เข้ามาใกล้คนคุมงาน พร้อมกระซิบเบาๆ
“ ไหนๆผมจะขยัน ขนเพิ่มให้อีกหลายกระสอบ พี่ก็ช่วยไปบอกคุณนายศรีสมรหน่อย เผื่อว่าท่านจะนึกเอ็นดูผมขึ้นมาบ้าง ”
“ เออ….แล้วกูจะบอกให้ ” อ้วนเลิกคิ้วสูง พร้อมจ้องมองนายหล่อร้ายจอมทะเล้นแวบนึง ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงกระชาก ทว่าในใจกลับคิดอีกอย่าง
“ ชิ…..ฝันไปเถอะ เรื่องอะไรจะบอก เพราะตัวกูเองก็อยากลิ้มลองคุณนายคนสวยเหมือนกัน ”
…………………………
พอคุณนายศรีสมรเข้ามาในตัวบ้าน เธอก็เอนกายพิงกำแพง พร้อมยกมือขวาขึ้นทาบอก ในใจยังเต้นตึกตัก เธอไม่รู้เลยว่าเป็นแบบนี้ได้ยังไง จึงนึกตำหนิตัวเองเป็นการใหญ่
“ ฮ้า….บ้าที่สุด ทำไมถึงใฝ่ต่ำนัก ที่ผ่านมาเราไม่เคยเหลียวมองคนงานพวกนี้เลยนี่นา ” และหลังจากสงบใจอยู่ครู่นึง สาวสวยจึงได้คำตอบ
“ ใช่แล้ว มันต้องเป็นเพราะเราเพิ่งเผชิญกับเพลงกามของนายโต้ง แถมหมอนั่นยังทำไม่เสร็จ เลยอารมณ์ค้างเติ่ง อีแบบนี้ คงต้องจบด้วยการช่วยตัวเองซะล่ะมั้ง ”
ทันทีที่ตกผลึกทางความคิด สาวสวยก็ตรงไปที่ห้องนอนชั้นสอง หวังจะนอนแช่น้ำร้อนซักชั่วโมง และถ้าวารีอุ่นยังไม่อาจสลายอาการกำหนัด เธอก็จะดับอารมณ์ร้ายด้วยดิวโด้
“ อืม…ตกลงตามนี้ ”
“ แอ๊ด……..” ประตูไม้สลักลายดังกังวาน เผยให้เห็นห้องนอนที่กว้างขวาง มีเตียงใหญ่สี่เสาราคาแพงคอยให้บริการ ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับดูอึมครึม เนื่องจากยังไม่ได้เปิดสวิตช์ไฟ
“ เอ….ปุ่มเปิดไฟอยู่ไหนนะ ” ศรีสมรเดินท่อมๆกลางความสลัว ไม่นานก็ถึงจุดหมาย และก่อนที่มือเรียวงามจะกดสวิตช์ไฟ ก็มีใครบางคนเข้ามากอดทางด้านหลัง
“ ว้าย……..” สาวสวยรีบสะบัดกายหนี ในใจแตกตื่นสุดขีด
“ ตายแล้ว คนนี้เป็นใคร แต่ไม่ว่ายังไง บุคคลปริศนานี่ต้องเป็นผู้ชาย เพราะตอนที่มันโอบกอด คล้ายจะสัมผัสเนื้อหนังแน่นๆของเพศตรงข้าม ” นึกถึงตรงนี้ ศรีสมรเริ่มหน้าแดง ทั่วกายรู้สึกร้อนรุ่ม เสมือนมีถ่านไฟฝังตัวอยู่ในอุรา
บุคคลปริศนายังคงยืนนิ่ง แม้ในห้องจะไร้แสงสว่างจนทำให้คนผู้นั้นมีสภาพคล้ายเงาดำ แต่ศรีสมรก็พอดูออกว่าหมอนี่เป็นชายร่างเล็กบาง ซึ่งคงไม่ใช่หนึ่งในกรรมกรเมื่อครู่นี้ เพราะรูปลักษณ์ต่างกันมาก ไม่นานเกินรอ เขาก็เป็นฝ่ายเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟเสียเอง ส่งผลให้หลอดนีออนเริ่มทำงาน
“ แช๊ะ….”
ทันทีที่ไฟสว่าง ศรีสมรก็พบกับรูปโฉมของบุคคลปริศนา เขาเป็นชายร่างเล็กบาง ใบหน้าขาวนวลแลจิ้มลิ้มดุจสตรี อันรับกับผมรองทรงย้อมทอง แต่สิ่งชวนตะลึงขั้นสุดก็คือ….หมอนี่อยู่ในชุดวันเกิด แถมมันยังเป็นคนที่คุณนายสาวรู้จักดีที่สุด
“ ว้าย….นพ ทำไมเธอถึงล่อนจ้อนแบบนี้ ”
สำหรับผู้ที่อ่านนิยายเรื่องนี้มาตลอด คงรู้ดีว่านพคือ….ผัวเด็กที่คอยหลอกกินเงินแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ทว่าครั้งนี้ หมอนั่นกลับมาแก้ผ้ารอในห้องนอน ทำให้คุณนายสาวรู้สึกแตกตื่นผสมยินดี
“ ว้าย….ตายล่ะ ว่าแล้วก็ยังยืนเฉยอีก รีบใส่เสื้อผ้าซะ ”
ถึงโดนต่อว่าซึ่งหน้า แต่นพก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังขยับกายเข้าหา ทำให้คุณนายสาวต้องรีบถอยหนี แต่ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนจงใจหรือบังเอิญ สองขาเลยสะดุดขอบเตียง ทำให้ร่างอวบอัดที่ขาวเนียนล้มลงบนฟูกนิ่มในบัดดล
“ ว้าย……..” ศรีสมรกรีดร้องอีกคำรบ เพราะในทันทีที่แผ่นหลังกระทบเตียงนอน นพก็กระโจนขึ้นมาทาบทับ
“ หึ หึ หึ เป็นอะไรไป พี่หมอนไม่รักผมแล้วหรือ ” นพกระซิบกระเส่าจนลมหายใจอุ่นร้อนพุ่งกระทบใบหน้าขาวเนียนของอีกฝ่าย
“ อะ….เอ่อ….พี่ก็รักเธออยู่หรอกนะ แต่ว่า……” คุณนายศรีสมรตอบอ้อมแอ้ม ดวงตางามเหม่อมองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษเพียงครึ่งเดียว
“ แต่อะไร รีบบอกมา ก่อนที่ผมจะ……เริ่มละเลงเพลงกาม ” นพสวนทันควัน พร้อมก้มลงไปจูบปาก แต่สาวเจ้าดันเอียงหน้าหลบ เลยได้แต่ดอมดมกลิ่นหอมจากพวงแก้ม
“ แต่เธอในวันนี้ดูเปลี่ยนไป คล้ายตายอดตายอยากเหมือนพวกบ้ากามเลย ” คุณนายสาวกลั้นใจ ใช้พลังเฮือกสุดท้ายดันร่างบางพ้นกาย แล้วถอยหนีไปติดหัวเตียง
นพมองดูคุณนายสาวอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาฉายแววฉงน ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นหยาดเยิ้มอย่างมีนัยยะ ปากก็ชิงปล่อยวาทะเด็ด
“ เหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ…พี่หมอนสวยเกินไป เลยอดใจไม่อยู่ ขอผมกอดให้สมรักเถอะ ” พอพูดจบ นพก็ทำท่าจะเข้ามาหา แต่คุณนายสาวกลับชิงหลบอย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นยืน
“ อย่าเพิ่งทำตอนนี้เลย เพราะพี่รู้สึกเหนียวตัว ขอไปอาบน้ำก่อน เธอรอที่เตียงนี่แหละ ”
สิ้นคำกล่าว ศรีสมรก็เตรียมตัวเข้าห้องน้ำ ในใจอยากใช้สถานที่นั้นสงบสติอารมณ์ แล้วทบทวนในประเด็นที่ยังสงสัย
“ เอ…..นพมันไปกินอะไรมา ถึงได้หื่นจับขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมา เด็กนั่นไม่เคยทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับเราเลย แถมพอเจอหน้า ก็ขอเงินลูกเดียว ทว่าในวันนี้กลับเอาแต่รุกไล่ ”
แต่ไม่ทันได้ก้าวขา คุณนายศรีสมรก็รับรู้ถึงท่อนแขนที่โอบรอบเอวเว้าคอดของตนเอง แล้วดึงกายอวบอัดกลับคืนสู่เตียงนอน
“ ว้าย…….ทำอะไรน่ะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
