ตอนที่ 37 – เงาใต้ผืนเมฆ (ช่วงอายุ: 12 ปีปลายฤดูใบไม้ร่วง)
แสงจันทร์เย็นเยียบส่องผ่านกลุ่มเมฆ บรรยากาศเหนือหมู่บ้านอวิ๋นซานเต็มไปด้วยความกดดันที่มิอาจมองเห็น หลี่เหวินลืมตาขึ้นหลังจากนั่งสมาธิในกระท่อมไม้ไผ่ รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในลมหายใจของธรรมชาติ
“มีบางอย่าง...ไม่เหมือนเดิม” เขากระซิบกับตนเอง
วันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่บ้านนำข่าวมาบอกว่าพบรอยเท้าหนัก ๆ หลายคู่ใกล้แนวป่า ไม่มีใครรู้ว่าเป็นของใคร และไม่มีใครในหมู่บ้านที่เดินเส้นทางนั้นเมื่อคืนก่อน
“น่าจะเป็นพวกสอดแนม” พ่อของหลี่เหวินกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “หุบเขาทมิฬคงเริ่มลงมือจริงจังแล้ว”
หลี่เหวินจึงชวนเจียวเกอและเพื่อน ๆ วัยใกล้เคียงอีกห้าคนไปฝึกซ้อมการรบในป่า โดยมีไป่หลงคอยเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ พวกเขาฝึกทั้งการลอบซุ่ม โจมตีระยะประชิด และใช้อาวุธจากธรรมชาติ
บ่ายวันหนึ่ง ขณะพวกเขาฝึก “วงล้อมสามทิศ” ไป่หลงเข้ามาทดสอบโดยไม่บอกล่วงหน้า เขาโยนลูกหินก้อนหนึ่งใส่หลี่เหวินอย่างรวดเร็ว
แต่เด็กหนุ่มกลับจับได้กลางอากาศ พลิกมือขวางกระบวนท่าได้อย่างคล่องแคล่ว
ไป่หลงพยักหน้า “แม้ยังเด็ก แต่เจ้าเรียนรู้เร็วอย่างน่าเกรงขาม”
...
ในค่ำวันเดียวกันนั้น บรรยากาศในครอบครัวยังคงอบอุ่น แม่ของหลี่เหวินกำลังเตรียมยาสมุนไพรใหม่ ขณะที่ไป๋ซือเดินเข้ามาช่วยหั่นรากหยกงอกขาว
“แม่ รากนี้ใช้รักษาอาการช้ำในใช่ไหม?”
“ใช่จ้ะลูก เจ้าเริ่มจำได้ดีขึ้นแล้ว”
พี่ชายเดินเข้ามาร่วมวง ขำขัน “น้องข้า หากเจ้าเก่งกว่านี้อีกหน่อย พี่คงต้องเรียกเจ้าว่าอาจารย์แล้วกระมัง”
ไป๋ซือเบะปาก “อย่าหวังเลย! พี่นั่นแหละต้องจ่ายค่ารักษาแพงกว่าคนอื่นเพราะฝึกจนหลังฟกทุกวัน”
ทั้งครอบครัวหัวเราะพร้อมกัน บรรยากาศในเรือนกลางคืนแม้แฝงความระวังภัย แต่ยังอบอุ่น
...
วันถัดมา ผู้แฝงตัวจากหุบเขาทมิฬปรากฏตัว เขาสวมผ้าคลุมปิดหน้าทั้งร่าง เข้ามายังร้านชาของหมู่บ้าน พูดจาแปลก ๆ และพยายามแหย่ถามเรื่อง “คนแปลกหน้า” ที่มาหลบอยู่ในหมู่บ้าน
แต่ชาวบ้านกลับร่วมมือกันตอบแบบเบี่ยงเบน บางคนทำท่าบ้า ๆ บอ ๆ จนชายคนนั้นขมวดคิ้ว
“เจ้าพวกนี้...ดูเหมือนไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา” เขากระซิบขณะออกจากร้าน ก่อนมุ่งหน้าเข้าป่า
...
ในป่าแนวตะวันออก หลี่เหวินนำเพื่อน ๆ ลาดตระเวนตามเส้นทางเดิม เขาใช้การเคลื่อนไหวแบบ ‘ก้าวไร้ฝุ่น’ เพื่อหลบใบไม้ที่ร่วง พร้อมจับพลังปราณที่ไหลผ่านฝ่าเท้า
กระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง พวกเขาหยุดทันที หลี่เหวินส่งสัญญาณมือให้กระจายตัว ก่อนปรากฏร่างของชายปิดหน้าคนนั้น
“ข้าขอพบคนที่ชื่อหลี่เหวิน” เสียงเย็นเยียบกล่าว
หลี่เหวินเดินออกมาพร้อมพัดไม้ในมือ “ข้าเอง ท่านคือใคร?”
“ศิษย์ลับของหุบเขาทมิฬ” เขาเผยออกตรง ๆ “ข้าไม่มาต่อสู้ แต่จะให้คำเตือน… เจ้าไม่ควรยุ่งกับศัตรูของเรา มิฉะนั้น...”
ยังไม่ทันจบประโยค หลี่เหวินก็ยกพัดขึ้น “คำขู่ที่ไม่มีศักดิ์ศรี...ข้าไม่รับไว้”
พัดเหวี่ยงผ่านอากาศ เสียงฟาดดัง “ปัง!” ใบไผ่สะท้อนกลับเป็นระลอกคลื่น ชายผู้นั้นถอยหลบเล็กน้อย แต่ไม่ได้สู้ต่อ
“เจ้าจะเสียใจ” เขาทิ้งท้ายก่อนหายเข้าเงามืด
...
หลี่เหวินกลับมาบ้าน บอกพ่อแม่ทันทีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อของเขาพยักหน้าช้า ๆ “เตรียมตัวไว้ให้ดี... พายุที่แท้จริงกำลังจะมา”
“ข้าไม่กลัว” เด็กหนุ่มพูดด้วยดวงตาแน่วแน่ “ตราบใดที่ครอบครัวข้ายังอยู่... ข้าจะไม่ถอย”