หนึ่งชั่วโมงผ่านไปประตูถึงได้เปิดออก เมาปาเอ้อไถลเข้าไปทันทีแล้วมองสวีหยางอี้ด้วยสายตาเคียดแค้น “คนแซ่สวี...ฉันทนนายมานานแล้วนะ!”
“งั้นก็อย่าทน” สวีหยางอี้ค่อยๆ ดื่มน้ำหวานไปอย่างไม่รีบร้อน
“นายคิดจะตัดขาดกับฉันงั้นเหรอ!”เมาปาเอ้อชักเดือดขึ้นมาบ้าง
สวีหยางอี้พยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ฝันไปเถอะ!” เมาปาเอ้อกลิ้งลงกับพื้น“ถ้าไม่ใช่เพราะตลอดสิบวันมานี้ฉันทุ่มเทคอยดูแลนายอยู่ข้างๆนายจะฟื้นขึ้นมาเร็วขนาดนี้เหรอ นายรู้หรือเปล่าว่านายเจ็บหนักแค่ไหนทะเลลมปราณนายเสียหาย กระดูกทั้งร่างนายหักไปสิบกว่าท่อน! พลังจิตนายสูญสิ้นจนแทบไม่เหลือหลอ! ไม่ต่างอะไรกับซอมบี้แล้ว...”
สวีหยางอี้โบกมือตัดบทอีกฝ่าย “ช่วยเอาโน้ตบุ๊กมาหน่อย”
“ทำไมต้องช่วย!”เมาปาเอ้อโต้กลับแล้วมองเขาด้วยหางตา “กระเป๋าอยู่ใต้เตียงนายนั่นแหละหยิบเอาเองสิ!”
หลังจากเงียบไปหลายวินาที สวีหยางอี้ก็ยิ้มพลางลูบหัวสุนัข“ทุ่มเทดูแลงั้นเหรอ หืม?”
เมาปาเอ้อจนคำพูดขึ้นมาทันทีอ้ำอึ้งอยู่นานก่อนจะยื่นขาหน้าออกมาตะกุยพื้น“แค่พูดไปอย่างนั้นนายก็เชื่อด้วย...นายนี่มันไร้เดียงสาจริงๆ...”
จบประโยคในห้องก็มีเพียงความเงียบงัน ผ่านไปหลายนาทีเมาปาเอ้อถึงได้เอ่ยถามขึ้น “ร่างกายนาย...ไม่ได้รู้สึกมีปัญหาตรงไหนใช่ไหม”
“ไม่มีปัญหา”
“งั้นก็ดี” เมาปาเอ้อดูจะโล่งใจ มันวางศีรษะเกยลงบนเตียง“เหลืออีกสี่วันก็จะประกาศผลคะแนนจบการศึกษานายสั่งซื้อคอร์สเรียนของตาแก่อวิ๋นเฮ่องั้นเหรอไม่ใช่ว่าฉันว่านายหรอกนะ...คลิปเขาคลิปหนึ่งตั้งสามหมื่น คลิปของอะซากาว่า รัน[1]ยังไม่แพงขนาดนี้เลย! เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ฉันจะอยู่ช่วยนายจัดการธุรกิจกับทางตู้มหาสมบัติให้ส่วนนายก็กลับไปที่สาขาย่อยก่อน”
“ไม่จำเป็หรอก” สวีหยางอี้จุดบุหรี่มวนหนึ่ง“ฉันถูกพามาที่เทียนเต้าั้แ่แปดขวบวันนี้ถือเป็การออกมาเผชิญโลกภายนอกครั้งแรกฉันก็อยากจะเห็นการค้าขายที่เขาเรียกกันว่า “ตลาดนักฝึกตน”“ที่ที่มีนักฝึกก็ย่อมมีตู้มหาสมบัติ” ว่ามันเป็ยังไงกันแน่และฉันเองก็ยังมีเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องไปจัดการ”
“เื่เล็ก เื่เล็กอะไรถึงได้กลับไปรายงานตัวก่อนไม่ได้นายอย่าลืมเวลาส่งคะแนนสอบจบเสียล่ะ สองเดือน ตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วนายคิดจะให้ตำแหน่งหน้าที่การงานในอนาคตของนายจดจำนายในฐานะเก่งแล้วหยิ่งยโสไม่เห็นหัวชาวบ้านจริงๆ หรือไง”
มือที่คีบบุหรี่อยู่ของสวีหยางอี้พลันหยุดชะงักไป ก่อนจะหันไปมองเมาปาเอ้อในขณะที่เดียวกันอีกฝ่ายก็รีบพลิกตัวขึ้นเหลือเพียงแต่หางที่ยังส่ายกระดิกไปมาอยู่
“นายยังจำได้ไหม ตอนฉันอายุสิบห้า ตอนที่ยังฝึกวิชาอยู่ในป่า ดูเหมือนจะเจ็บหนักยิ่งกว่าครั้งนี้เสียอีกหลังจากที่นายถามฉันว่าเป็อะไรไหมนายก็ไม่ได้ถือโอกาสขโมยหินิญญาระดับล่างของฉันไปหรอกเหรอ”
เ้าหมาทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม“นั่นคือหินิญญาที่ดีที่สุดที่ฉันเคยใช้มาในชีวิต...ขโมยของจากมือนายได้แค่ครั้งเดียวก็พอให้ฉันโม้ไปทั้งชีวิตแล้ว”
ผ่านไปสามวินาทีมันก็หยุดทำหน้าเคลิบเคลิ้มแล้วกวาดสายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม“นายมันไอ้คนเลวใจแคบ ผ่านมาหลายปีดีดักยังจำแม่นขนาดนี้ เพื่อนกันแท้ๆจะเรียกว่าขโมยได้ยังไง”
สวีหยางอี้สูบบุหรี่เข้าไปอึกหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ตอนอายุสิบแปด ฉันฝึกยิงะุจริงเพื่อนนักเรียนฝ่ายตรงข้ามที่เรียนวิชาต่อสู้ด้วยะุยิงเข้าที่หัวไหล่ฉันกระดูกฉันแตกละเอียดนายช่วยเลียแผลให้ฉันสองทีก็รีบวิ่งแจ้นไปเดทกับหมาตัวเมียตัวอื่นแล้ว”
“ห้ะ?” เ้าสหายฮัสกี้อดสะบัดหางใส่สวีหยางอี้ไม่ได้มันชักเดือดหนักขึ้นมาแล้ว เื่นานนมพรรค์นี้ยังจะเอามาพูดเพื่ออะไรอีกเขาไม่กลัวเสียหน้า แต่ฉันกลัว!
“ปีก่อนนั้น ตอนฉัน...”
“พอได้หรือยัง!”เ้าฮัสกี้หันมามองสวีหยางอี้อย่างเดือดดาล “ทำไม งานรำลึกความหลังเหรอไม่เบื่อบ้างหรือไง!”
สวีหยางอี้พ่นควันบุหรี่ขึ้นอย่างเอื่อยเฉื่อยแล้วลูบขนเงาเป็มันของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเอ่ยพลางยิ้มเย็นๆ “ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะถ้าไม่ใช่เพราะฉันเจอเื่คับขันมากจริงๆฉันไม่มีทางให้มันมากระทบแก่นการฝึกของฉันหรอก นายจะไม่ได้มีอารมณ์มาถามฉันแน่...ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้นเราเป็คู่หูร่วมฝึกกันมาเป็สิบปี ฉันรู้ดีว่านายเป็ยังไง”
“สิ่งที่นายสนใจก็มีแต่เงิน เงิน แล้วก็เงินถ้าจะมีอย่างอื่นก็มีแต่เื่สำมะเลเทเมาหลายปีที่ผ่านมานี้...นี่เป็ครั้งแรกที่นายไล่ฉันไป ค่าสอนกับค่าหนังสือฉันสามหมื่นหยวนนายกลับไม่ถามสักคำ”
“พรึ่บ!” เ้าไซบีเรียนฮัสกี้พลันดีดตัวขึ้นจากเตียงแล้วมองสวีหยางอี้อย่างตื่นตระหนก
มันรู้สึกได้ถึงไอสังหารที่ไม่อาจอธิบายได้
“เพราะฉะนั้น...” มือของสวีหยางอี้ลูบไล้ที่หูของอีกฝ่าย ทันใดนั้นก็พลันออกแรงดึงเ้าสุนัขชั้นต่ำเข้ามาจนมันร้องเสียงแหลมเขาจ้องไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย “ไหน บอกซิ ว่านายปิดบังอะไรฉันอยู่”
เขาหรี่ตาลงอย่างหวาดระแวง “เกิดเื่...อะไรขึ้น”
“โฮ่งๆๆ!” เมาปาเอ้อเห่าคำรามสุดเสียง และดูจะออกแรงเห่าเสียงดังขึ้นทุกทีมันฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วเอ่ย “ไม่มีอะไร ไม่ใช่ว่าฉันเป็ห่วงนายหรือไงเล่านายเป็มนุษย์คนแรกที่ฉันรับรองเชียวนะ...ฉันจะไม่ห่วงนายได้เหรอ”
สวีหยางอี้ไม่ได้ตอบ เขาปล่อยมือลงราวไม่ใส่ใจนักทว่าสายตากลับแฝงแววคมกล้าระคนบีบคั้น แล้วเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ฉันเหรอ”
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายฉัน”
“ถึงต้องให้ฉันกลับไปแก้ที่เทียนเต้า”
“ไม่มีอะไรจริงๆ!” เมาปาเอ้อที่ในยามปกติแล้วชอบให้ลูบขนพลันสะดุ้งโหยงขึ้นมารีบร้อนอ้อมไปยังอีกด้านหนึ่ง “ไอ้หน้าอ่อน นายพล่ามเพ้อเจ้ออะไรของนายฉันหวังดีกับนายทั้งนั้น! ฉันหวังดีกับนาย!”
“เมาปาเอ้อ” สวีหยางอี้ดับบุหรี่แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ“ฉันยอมให้นายไม่เจียมตัวได้ ยอมให้นายกวนบาทาได้แต่มีเื่เดียวที่ฉันทนไม่ได้ก็คือการหลอกลวง”
เงียบลงอีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนาน เมาปาเอ้อถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างคับแค้นใจ“นายนี่มัน...นายรู้ไหมว่าฉันเกลียดคนที่หูตาว่องไวอย่างกับพวกสัตว์ที่สุดจวนจะไล่ตามฉันทันอยู่แล้ว!”
สวีหยางอี้เพียงยิ้มออกมา
“นายต้องเตรียมใจไว้บ้าง...” เมาปาเอ้อเลียริมฝีปาก “ไม่ว่าผลจะออกมาเป็ยังไง...ฉันก็จะอยู่ข้างนาย...”
“ฉันรู้”
เมาปาเอ้อไม่ได้เอ่ยอะไรต่อสามวินาทีต่อมามันถึงได้อ้าปากขึ้นอีกครั้งแต่ก็ชะงักลงผ่านไปอีกหลายวินาทีก็พลันสั่นกระดิ่งที่คอ “ดูเอาเองแล้วกัน!”
เอกสารข้อมูลเป็ตั้งลอยมาตั้งอยู่บนเตียงผู้ป่วยสวีหยางอี้มองเพียงชั่วแวบหนึ่งก็ถึงกับชะงักนิ่งไปทั้งร่าง
ในโลกของการฝึกตน มีเทคนิคหนึ่งที่เรียกว่า ตรวจดูภายใน
นี่คือวิชาเวทย์ที่นักฝึกตนทุกคนต้องทำได้ มันไม่อาจเรียกว่าเป็วิชาเวทย์ได้ด้วยซ้ำเรียกได้ว่าเป็เพียงทักษะเท่านั้น หากจะบอกว่าหนวดััคือพลังจิต ตอนนี้หนวดัันั้นก็ได้กลับเข้าไปในร่างของตนแล้วนักฝึกตนทุกคนล้วน “เห็น” ทุกอณูรูขุมขนของตัวเองผ่านหนวดัันั้น
เมาปาเอ้อไม่ใช่แค่เ้าสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้พูดได้เท่านั้นคู่หูทุกตัวจำต้องเป็ฝ่ายสนับสนุนที่ได้มาตรฐาน ทั้งการแพทย์ การเงินทำอย่างไรจึงจะพัฒนาและส่งเสริมคู่หูของตัวเองได้ทำอย่างไรจึงจะเสาะหาโอกาสมาให้คู่หูของตัวเองได้ และยังอื่นๆ อีกมากมายแทบไม่ต่างอะไรกับผู้จัดการส่วนตัวในวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อย
การตรวจดูภายในเป็ทักษะที่มันจำเป็ต้องมีสวีหยางอี้ได้เซ็นสัญญาร่วมเป็ร่วมตายกับมันแล้วมันจึงสามารถมองเห็นภายในร่างกายของสวีหยางอี้ได้จากภายนอก
เอกสารเป็ตั้งพวกนี้เป็รูปภาพที่ได้จากการตรวจดูภายในของเมาปาเอ้อ
“ซวบ...” สวีหยางอี้ไม่เอ่ยอะไรออกมา เพียงวางเอกสารเป็ตั้งพวกนั้นลงเบาๆเขากำมือแน่น มันไม่มีอะไรแปลกไปเลยแม้แต่น้อย จากหน้าอกลงไปจนถึงจุดตันเถียน...แปลกอยู่เพียงอย่างเดียวก็คือ...บริเวณทะเลลมปราณณ จุดตันเถียนของเขามีเงาดอกบัวดอกหนึ่งโบกพลิ้วไสวอยู่!
“ใเหรอ” เสียงเมาปาเอ้อแว่วมา“ทะเลลมปราณ...เป็แก่นหลักของนักฝึกตนทุกคน เป็จุดศูนย์รวมพลัง เป็เหมือนกับหัวใจดวงที่สองของนักฝึกตน...มันต้องไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น! นอกจากพลัง!”
“แต่วันที่นายสลบไป ฉันกลับเห็นของสิ่งนี้อยู่ที่ทะเลลมปราณของนายตอนนั้นมันกำลังจะบาน ฉันถึงได้ดูไม่ออกว่ามันคืออะไรรู้แค่ว่ามีของแปลกปลอมโผล่ขึ้นมาในทะเลลมปราณของนาย! ให้ตายเถอะ มีแค่ขั้นจินตันเท่านั้นถึงจะมีจินตันได้! มีแค่ขั้นหยวนอิงที่ตอนนี้ไม่มีทางพบเจอได้ถึงจะมีหยวนอิง! แต่นายไม่ใช่ทั้งจินตันและหยวนอิง แต่กลับมีดอกบัวเสียได้!”
“แต่เมื่อคืนนี้เอง ตอนที่อวัยวะทั้งหมดในร่างกายของนายฟื้นตัวฉันกลับเห็นมันกำลังบาน นี่มันเป็ตัวบ้าอะไรกันแน่!”
สวีหยางอี้ลงกลอนประตูอย่างเยือกเย็น
ไม่ว่าผู้ฝึกตนคนไหน ไม่สิ...ต่อให้เป็คนธรรมดา ถ้าอยู่ๆมีของแปลกปลอมปรากฏขึ้นในร่างกาย คงไม่มีใครใจเย็นอยู่ได้
“พูดสิ่งที่นายคิดให้ละเอียดหน่อยซิ”
“ยังจำไอ้ตัวบ้าคลั่งนั่นได้ไหม” เมาปาเอ้อพิงศีรษะลงกับเตียงผู้ป่วยแล้วกัดฟันเอ่ย “พลังของมันขึ้นสุดลงสุดผันผวนรุนแรงมาก...และจากภาพที่เราเห็นจริงๆ มันก็ออกจะประหลาดอยู่โดยเฉพาะ...ตรงจุดสำคัญซึ่งก็คือแก่นปีศาจที่เริ่มเกิดการผันผวน สิบวันที่ผ่านมานี้ฉันจัดการสแกนด้วยตัวเองมาแล้ว...”
“เดาซิว่าฉันเจออะไรมา” มันใช้อุ้งเท้ารื้อรูปภาพออกมาก่อนจะค้นหาหนึ่งในภาพในนั้นออกมา “นายดูสิ!”
สวีหยางอี้ดูอย่างละเอียด ฝ่ามือของเขามีเหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
บริเวณแก่นปีศาจของอีกฝ่ายมีรอยประทับรูปดอกบัวอยู่ชัดเจนเหมือนกับของเขาไม่มีผิดราวกับมีมาั้แ่เกิดอย่างไรอย่างนั้น!
“ใครๆ ก็รู้ ทะเลลมปราณนักฝึกตนเท่ากับชีพจร”เมาปาเอ้อขุดค้นเอาฟิล์มเอ็กซ์เรย์เป็ตั้งขึ้นมา“แต่มันไม่เหมือนกัน...ทะเลลมปราณของมันขนาดมหึมา แต่ชีพจรกลับเล็กอย่างกับอะไรนี่ไม่ใช่เื่ของวิทยาศาสตร์อะไรหรอก ทะเลลมปราณเปรียบเสมือนเครื่องปั๊มน้ำชีพจรก็เหมือนท่อลำเลียงน้ำที่เชื่อมต่อกับเครื่องปั๊มน้ำถ้าเครื่องปั๊มน้ำมีประสิทธิภาพสูง แต่ท่อลำเลียงน้ำเล็กนายเดาซิว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“แรงดันมากเกินไป ท่อน้ำะเิ?” สวีหยางอี้คิดไตร่ตรองอยู่หลายวินาทีถึงได้เอ่ยขึ้น
“เราพูดให้ชัดกว่านี้หน่อยก็คือ...ร่างจะะเิแล้วนายก็จะตาย!” เมาปาเอ้อพยักหน้า“นายลองคิดดู...นายบวมพองจนเ็ปทั้งภายในและภายนอก...มันโจมตีกล้ามเนื้อนายทุกส่วน ทั้งเส้นเื เส้นประสาท...ทุกวันทุกคืนทุกนาทีทุกวินาที...ไม่นานเืในเส้นเืก็จะแตกทะลักออกมาเพราะแรงโจมตี...ในทางการแพทย์เรียกว่าเืออกใต้ิัล่ะมั้งอืม ดูเหมือนจะเป็อย่างนั้น...หลังจากนั้น ก็มีรอยสีม่วงแดงที่ใต้ิันายเืบางส่วนก็อาจจะพ่นทะลักออกมาจากรูขุมขนนายด้วย...”
“อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่ปีศาจใหญ่ๆ ยังทนความเ็ปขนาดนี้ไม่ได้มันถึงได้เจ็บจนคลั่งขึ้นมามันใช้ชีวิตอย่างเ็ปทรมานจนคลั่งถึงได้กล้ามาโจมตีนายเพราะงั้นมันถึงได้กลายเป็พวกบ้าบิ่นไป”
ในห้องเงียบกริบลงในทันที
สวีหยางอี้ยกถ้วยชาขึ้นหากไม่เอ่ยคำใดหนึ่งนาทีผ่านไปถึงได้ถามเมาปาเอ้อขึ้นเบาๆ “ฉัน?”
“ั้แ่นายสลบไป ทะเลลมปราณนายก็ขยายใหญ่ขึ้น 0.05% แล้ว!” เมาปาเอ้อจ้องเขาตาเขม็ง “มันจะช้ามากช้ามากๆ แต่นายต้องตายก่อนถึงขั้นจู้จีแน่! ร้อยปีสำหรับขั้นจู้จีนายลองคิดดูแล้วกัน อย่าว่าแต่ร้อยปีเลย ทะเลลมปราณนายขยายถึงหนึ่งในสามเท่าเมื่อไรนายก็อย่าหวังจะได้ใช้พลังลมปราณอย่างมั่นคงอีกเลย!”
มันกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาอยู่กับพื้นสองรอบ“ฉันกล้าพนันว่ามันจะต้องเกี่ยวกับลำแสงสีแดงนั่นร้อยเปอร์เซ็นต์! มันก็เหมือนกับปูเสฉวนนั่นแหละ เมื่อก่อนอาศัยอยู่ในร่างอื่นแต่พออีกฝ่ายทนรับการทำลายล้างไม่ไหว มันก็จะรีบหาสิ่งมีชีวิตอื่นใกล้เคียงทันที! โชคร้ายจริงๆ ที่มันเป็นาย... นี่มันเื่เวรอะไรวะเนี่ย!”
“หลายวันมานี้ ฉันหาข้อมูลทั้งหมดมาแล้ว ไม่มีบันทึกไหนเกี่ยวกับมันสักอัน! กระทั่งเหมือนก็ไม่มี!”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] อะซากาว่า รัน คือ นักแสดง AV หญิงชาวญี่ปุ่น