เขาหดอาณาเขตพลังจิตของตัวเองกลับมาเปลวไฟไหวกระเพื่อมทันที จากนั้นม่านพลังปราณขาวนวลก็ก่อตัวขึ้นครอบคลุมเตาหลอมไว้เหมือนฝาชี
ในเมื่อใช้กระแสลมหล่อเลี้ยงเข้าไปไม่ได้ผลงั้นก็ไม่ต้องใช้มันซะเลย!
เขาเตรียมใจกับการตัดสินใจที่อาจล้มเหลวอีกครั้งเอาไว้แล้วแต่แล้วเขาก็ต้องตกใจ หลังจากเปลวไฟไหวกระเพื่อมสองครั้งมันกลับนิ่งไม่ไม่ไหวติงลง!
ยิ่งไปกว่านั้นไร้ซึ่งสัญญาณการมอดดับ!
ประหนึ่งบังเกิดแสงแห่งอภินิหารขึ้นชั่ววูบเขาลืมตาขึ้นพลันตระหนักถึงสิ่งที่เขาขาดหายไปทันที
“ฟุบ...”ครั้นเสียสมาธิ เปลวไฟก็ดับลงทันที สวีหยางอี้กลับไม่ผิดหวังแต่กลับดวงตากลับเป็นประกาย
“ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง...”เขามองเตาหลอมเบื้องหน้าด้วยสายตาหลากอารมณ์ “นี่ก็คือการเหนี่ยวนำ... โคจร.... และกักเก็บกระแสซึ่งยังสามารถประยุกต์ใช้กับพลังปราณได้อีกด้วย”
ความคิดแตกฉานเพียงหนึ่งตระหนักถึงร้อยความคิด สติปัญญาของเขายกระดับขึ้นทันที หากเขาวิเคราะห์ไม่ผิดทุกขั้นตอนที่เขาทำก่อนหน้านี้ ผิดพลาดตรงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้นเพียงเพราะวิธีคิดไม่ถูก
เขาเคยสงสัยว่าทำไมวิชาเวทต่างๆที่ฟังดูเหมือนง่ายพวกนี้ ทว่ามีน้อยคนที่ใช้มันได้อย่างช่ำชอง และด้วยขั้นตอนฝึกฝนอันซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในคราบความเรียบง่ายนี้เองจึงกลายเป็นเหตุผลที่มันหายสาบสูญไปพร้อมกับสายธารแห่งประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขการฝึกวิชาเวทเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปยุคสมัยใหม่ที่ไม่เอื้อต่อการวิจัยค้นคว้าวิชาเวทพวกนี้
ก่อนหน้านี้เขานึกสงสัยว่าวิชาเวทเล่มนี้จะยากขนาดนั้นเชียวหรือ?พรสวรรค์ของเขาก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ อีกทั้งยังทำตามทุกขั้นตอนวิธีที่นักหลอมในสมัยนั้นน่าจะใช้ก็ลองมาหมดแล้ว แต่กลับต้องเสียเวลาฝึกฝนถึงครึ่งปีซ้ำยังไม่ผ่านปฐมบทบทแรกอีก
สุดท้ายก็เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็เหมือนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตหากสิ่งมีชีวิตนั้นมีโครงสร้างทางร่างกายไม่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมบนโลกก็ต้องสูญพันธุ์ในที่สุด อย่างเช่นไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์มีแต่สิ่งมีชีวิตที่ปรับสภาพเข้ากับสภาพแวดล้อมบนโลกอย่างมนุษย์ที่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
มันคือการคัดสรรจากธรรมชาติโดยการคัดสรรจากธรรมชาติที่ว่านี้คือความสามารถในการปรับให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปวิธีที่ใช้ได้ผลในสมัยก่อนใช่ว่าใช้ได้ผลในยุคปัจจุบันวิธีที่ใช้ได้ผลในปัจจุบันใช่ว่าใช้ได้ผลในยุคสมัยก่อน ทุกๆ ช่วงของการเปลี่ยนแปลงย่อมมีวิธีการบางอย่างที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขในช่วงเวลานั้นๆ
“หลังจากที่ติดไฟได้แล้วต่อไปก็คือการใส่ยาลงเตาหลอมตามลำดับเพลงยา แต่ในขั้นตอนนี้จะใช้พลังจิตทำสองอย่างพร้อมกันได้อย่างไร ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือบอกว่าขั้นตอนนี้นักหลอมยายุคโบราณส่วนใหญ่ยังต้องใช้ของวิเศษช่วยเลย อย่างน้อยสุดก็ห้าหกชิ้นอย่างมากสุดก็เป็นร้อยชิ้น ใช้ของวิเศษสอดประสานทำงานร่วมกันเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากเอาเรื่องเหมือนกัน”
“ในสมัยก่อนมีสำนักเพลงยาที่เชี่ยวชาญการจัดอันดับการใส่วัตถุดิบและสัดส่วนหรือสำนักที่เชี่ยวชาญเรื่องการควบคุมไฟโดยเฉพาะคอยทำงานประสานกันแต่ว่าสำหรับคัมภีร์เล่มนี้ การที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคัมภีร์ยุทธเวทได้มันคงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งเฮือก“ดังนั้นหลังจากนี้อีกห้าชั่วโมง หรือไม่ก็ห้าชั่วโมงครึ่งหรือไม่ก็อีกห้าชั่วโมงห้าสิบหน้าที น่าจะเป็นการควบคุมเปลวไฟให้อุณหภูมิเสถียรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใส่วัตถุดิบลงไป ซึ่ง ในขั้นตอนนี้ก็เหมือนการกักเก็บสิ่งที่ต้องการคือความเสถียร ไม่ใช่การเหนี่ยวนำกระแสลม”
“ห้าชั่วโมงกว่าก่อนหน้านี้เป็นแค่การทดสอบ ก็เหมือนรถยนต์ออกใหม่เปิดตัวในช่วงแรกๆบริษัทที่ผลิตก็ต้องทดสอบความเสถียรภาพของมันดูก่อน” ดวงตาของสั่นไหว “ใช่แล้วการที่ฉันตัดสินใจหยุดการเหนี่ยวกระแสลมและกักมันไว้ก็คือหนึ่งนาทีที่สำคัญที่สุดมันคือแก่นแท้ของของปฐมบทบทนี้!”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลายเฮือก ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง
ภายในใจปราศจากความสุขมีเพียงความเลื่อมใสที่ถาโถมเข้ามาการฝึกตนตามคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์ตลอดครึ่งปีมานี้ส่งผลให้พลังจิตกล้าแกร่งและเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสามารถห่อหุ้มร่างกายและแผ่ขยายออกไปได้ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ดูดซับพลังปราณธรรมชาติเร็วขึ้นกว่าเดิมนับว่าเป็นคุณค่าที่แท้จริงของคัมภีร์ราชาโอสถนิรันดร์เล่มนี้ที่ล้ำค่าเกินกว่าสมบัติข้อเสนอต่างๆ ที่ตู้มหาสมบัติกับอวี้หลินเว่ยเคยเสนอให้ก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่หมื่นเท่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่วิชาเวทเพิ่มพลังจิตหายสาบสูญคงยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามันล้ำค่าเพียงใด!
“ก้าวแรก...แห่งความสำเร็จ อยู่ไม่ไกลแล้ว!”
หลี่จงหยวนมองประตูห้องฝึกตนอย่างกังวลใจ
ผ่านไปแล้วยี่สิบหกวันสวีหยางอี้ยังไม่ออกมาอีก ฤทธิ์ของยาปลีกวิเวกก็น่าจะหมดแล้ว
คุณสวีทำอะไรอยู่ข้างในกัแน่?
เขาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูจางกงจ่างพับหนังสือพิมพ์ลงพลางคลี่ยิ้ม “นายอย่ากังวลไปแล้ว เท่าที่ฉันเห็นคุณสวีน่าจะกำลังฝึกวิชายุทธเวทอยู่สักแขนง”
“ใช่ๆตอนที่เขาออกมาก่อนหน้า แม้ร่างกายจะดูโทรม แต่เท่าที่ฉันสังเกตเขากลับกระปรี้กระเปร่ามีชีวิชีวาไร้ท่าทางเหี่ยวเฉาแม้แต่น้อย มีผู้ฝึกตนหน้าไหนบ้างที่ออกฌานมาหน้าระรื่นขนาดนั้น?นายไม่ต้องกังวลหรอก” หลี่มู่เล่นโทรศัพท์มือถือระบายยิ้ม
“สหายสวีเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์”หวางชุนหลายยิ้มอย่างชื่นชม “สหายหลี่ไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้ ถ้าฉันเดาไม่ผิดเกรงว่าต่อให้เป็นพวกเราทั้งสามคนรวมพลังกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้เขาอยู่ดีพรสวรรค์ขนาดนี้ บรรลุระดับกลางภายในสิบปีนี้แน่นอน”
หลี่จงหยวนกวาดมองคนพวกนี้อย่างหงุดหงิด
จะให้เขาไม่กระวนกระวายใจได้ยังไงวะ?
ดวงวิญญาณเขามีหยดเลือดของอีกฝ่ายอยู่นะเว้ย!
ถ้าอีกฝ่ายเป็นอะไรขึ้นมาเขาก็พลอยติดสอยห้อยตามไปด้วยสิ! แบบนี้จะไม่ให้เขาใจเป็นกังวลได้ยังไง?!
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่สวีหยางอี้กล้ามอบหมายงานสำคัญให้เขา
“สหายหวางเองก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกันเหรอ?”จางกงจ่างมองหวางชุนหลายอย่างตกใจ ก่อนยิ้มเจื่อนขึ้น “ฉันก็คิดว่าฉันคิดไปเองคนเดียวตอนที่เห็นสหายสวีหยางอี้ครั้งแรกสัญชาตญาณบอกฉันว่าห้ามไปมีเรื่องกับคนนี้เด็ดขาด... แต่ฉันไม่กล้าพูดออกมาตอนนั้น...”
“มีอะไรต้องอายกัน”หลี่มู่ถอนหายใจพลางวางโทรศัพท์มือถือในมือลง “พวกเราเจอพวกอัจฉริยะมาก็เยอะมีแต่พวกทำเป็นอวดเบ่งใหญ่โต ซึ่ง 80%ของคนพวกนั้นก็เหมือนกับพวกเราที่ชอบโทษนั่นโทษนี่อยู่เรื่อยมา”
“ใช่แล้ว...”หวางชุนหลายจิบชาก่อนหันไปพยักหน้าให้หลี่จงหยวน “สหายหลี่ ถ้าไม่มีปัญญาอะไรหลังสิ้นสุดเดือนนี้ไปแล้ว ฉันขอลาออก เอาไว้เจอกันใหม่เมื่อมีโอกาสแล้วกัน”
“ได้ๆๆ ...” หลี่จงหยวนตอบกลับอย่างเต็มใจ
“นึกภาพไม่ออกเลยว่าตอนที่เจอกันอีกครั้งสหายสวีอยู่อยู่ในตบะไหน บางทีอาจจะบรรลุระดับกลางแล้วก็ได้...” หลี่มู่มองประตู้ห้องฝึกตนด้วยสายตาหลากอารมณ์พลางส่ายหน้า“เรามาพนันกันไหมว่าสหายสวีจะบรรลุระดับกลางตอนไหน?”
“เหอะๆส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาเลื่อนขั้นในระดับตบะต่ำๆ กันประมาณยี่สิบสามสิบปีกันทั้งนั้น ส่วนขั้นการเลื่อนระดับของขั้นจู้จีโดยเฉลี่ยก็เจ็ดสิบปี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ” หวางชุนหลายคลี่ยิ้มแต่ก็ทำท่าคิดอย่างหนัก “ฉันคิดว่าภายในห้าปีนี้ สหายสวีมีหวังบรรลุระดับกลาง”
“สั้นเกินไป”จางกงจ่างส่ายหน้า “อายุเขาเพิ่งยี่สิบต้นๆ เริ่มต้นโคจรพลังปราณอายุสิบขวบนอกจากเจ้าเมี่ยรื่อคนนั้นแล้วฉันก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครเริ่มต้นโคจรพลังปราณตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนั้นฝึกตนมาจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาประมาณเจ็ดแปดปี... ถ้าเขาบรรลุระดับภายในห้าปีอายุก็เพิ่งจะยี่สิบสอง... ฉันขอพนันว่าแปดปีแล้วกัน!”
“ภายในแปดปีสหายสวีหยางอี้จะบรรลุระดับกลาง!”
“โห...”หลี่มู่รู้สึกอิจฉา “ถึงตอนนั้น เขาอายุเขาเพิ่งจะสามสิบห้าสามสิบหก... มันเป็นช่วงอายุที่ดีจริงๆ... แล้วแบบนี้ ใครบ้างจะไม่ต้องการเขา? ไม่เหมือนฉันที่ต้องระหกระเหินหาเงินประทังชีวิต... ส่วนฉันคิดว่า สหายสวีหยางอี้หน้าจะบรรลุระดับภายในสิบห้าปี”
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสามปีก่อนหน้าสวีหยางอี้เกือบจะบรรลุระดับกลางแล้ว
หากตอนนั้นฉู่เทียนอีไม่เข้ามาขัดขวางป่านนี้รายชื่อเขาคงอยู่ในขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางแล้ว
“ขอน้อมรับคำพูดอันเป็นสิริมงคลของพวกนายแทนแล้วกัน”หลี่จงหยวนคลี่ยิ้ม ดวงตาพลันคุวาว
นาทีนี้แววตาทุกคนหยุดนิ่งลง จากนั้นทั้งสี่คนก็มองดูรอบๆ ห้องอย่างพร้อมเพรียงกัน
รอบๆตัวพวกเขามีละอองแสงของอณูปราณระยิบระยับปรากฏขึ้นในอากาศอย่างไร้สุรเสียง
ละอองเล็กละเอียดแต่...ล่องลอยอยู่เต็มไปหมด!
ละอองแสงพวกนี้ก่อตัวขึ้นจากสภาวะไร้สภาพจากนั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างทบทวี! และยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ !
บรรยากาศในห้องใต้ดินตอนนี้ต่างจากห้วงแสงอณูปราณของการเลื่อนขั้นครั้งที่แล้วมาก เพราะครั้งนี้ มันกินพื้นที่เป็นวงกว้าง!
ครั้งที่แล้วเพียงสิบยี่สิบเมตรแต่ครั้งนี้...
น่าจะประมาณห้าสิบเมตรเห็นจะได้!
อณูแสงพลังปราณระยิบระยับเหล่านี้ราวกับถูกเรียกขานและพวกมันก็กำลังตอบรับอย่างดีใจ ไหลเวียนเป็นก้นหอยหลายวง ทำให้บรรยากาศรอบๆพวกเขาสวยงามนวลตาราวกับกาแล็กซี่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่!
“กายปราณทิพย์...”ทุกคนลุกขึ้นอย่างเงียบๆ พร้อมกันหลี่มู่มองดูท้องทะเลแห่งอณูแสงพลังปราณรอบตัวเองด้วยแววตาอิจฉาปนตกตะลึงเขาเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “สหายจาง... นาย นายเลื่อนขั้นเหรอ?”
“พูดจาบ้าๆ !”จางกงจ่างตาแดงเรื่อ นี่มันปรากฏการณ์เลื่อนขั้นของผู้ฝึกตนหนิมีคนกำลังจะเลื่อนขั้น ‘ตรงนี้’ งั้นเหรอ!
ตัวเขาฝึกตนมายี่สิบสามปีตราบจนวันนี้ก็ยังอยู่ที่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับต้นไร้ซึ่งวี่แววของระดับกลางแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้ก็พอเคยเจอเพื่อนๆรุ่นเดียวกันบรรลุระดับกลางมาแล้วบ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นพวกเขาบรรลุระดับกลางต่อหน้าต่อตาขนาดนี้
แต่ช้าก่อน...
คนที่อยู่ตรงนี้...?
คนที่เขานึกขึ้นได้เป็นคนเดียวกับที่คนอื่นคิดเหมือนกันขณะนั้นบังเกิดเสียงอย่างขึ้น สายตาอันแวววาวของพวกเขาทุกคนหันขวับไปมองที่ห้องฝึกตนทันที
ณ ที่ตรงนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้!