บทที่ 45 ปีศาจเสือพ่ายแพ้ ไม่ดีเท่าสวี่ไท่ผิง!
"ตู้ม!..."
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่น พลังลมปราณเยือกเย็นสีขาวพวยพุ่งออกจากปากของเด็กหนุ่ม ปกคลุมร่างกายอันใหญ่โตของปีศาจเสือไว้ทั้งหมด
ชั่วพริบตาเดียว ป่าสนที่อบอุ่นกลับกลายเป็นฤดูหนาวอันเย็นเยียบ
พื้นที่อันกว้างใหญ่ที่ปกคลุมปีศาจเสืออยู่ภายในถูกแช่แข็งไว้ ปีศาจเสือตัวนั้นนิ่งค้างราวกับรูปปั้นที่ยืนตระหง่านอยู่
"แม้แต่ร่างกายของอสูรก็สามารถแช่แข็งได้ วิชาล้ำเลิศยิ่งนัก!"
หลิ่วจือจินที่อยู่ไม่ไกลออกไปเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
แต่เด็กหนุ่มหาได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เขากระโดดขึ้นไปบนหลังปีศาจเสืออีกครั้ง จากนั้นชักดาบยาวที่เอวออกมา รวบรวมพลังปราณเข้าไปในดาบอย่างเต็มที่ ก่อนจะฟาดฟันลงบนหัวของปีศาจเสือ
"ชิ้ง!"
คมดาบฟาดฟันลงบนต้นคอของปีศาจเสือจนเกิดบาดแผลลึก เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
แม้ดวงตาของปีศาจเสือจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ร่างกายของมันยังคงขยับเขยื้อนไม่ได้ ได้แต่ยอมให้เด็กหนุ่มฟันลงมาอย่างต่อเนื่อง
ต้องยอมรับว่าร่างกายของปีศาจเสือแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า เด็กหนุ่มฟันไปหลายครั้งก็ยังไม่สามารถตัดหัวของมันได้
"ตู้ม!"
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะตัดกระดูกสันหลังของปีศาจเสือออกจากกัน จู่ ๆ ปากของปีศาจเสือก็กระอักเลือดออกมา ตามด้วยคลื่นความร้อนและหมอกเลือดที่พุ่งออกมาจากร่างกายของมัน
เด็กหนุ่มที่รู้ถึงความผิดปกติจึงกระโดดลงจากหลังเสือทันที
"โฮก!"
ทันทีที่กระโดดลงมา ร่างกายของปีศาจเสือที่ถูกแช่แข็งไว้ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และพ่นลมที่ปกคลุมไปด้วยหมอกเลือดออกมาจากปากของมัน
"พวกเจ้าสมควรตาย! กล้าบังคับให้ข้าผลาญแก่นแท้ชีวิตของข้า!"
ปีศาจเสือคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
ทว่าเด็กหนุ่มก็ไม่ได้หยุดลงมือ เจ้าปีศาจเสือกลับร้องคำสาปแช่งด้วยความเดือดดาลพลางกุมหัวที่ใกล้จะหลุดออกจากบ่าวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง
“เจ้าเด็กเมื่อครู่ ข้าจำเจ้าได้แล้ว คอยดูเถิด สักวันข้าจะกลับมาล้างแค้น เจ้าจะต้องตายอย่างน่าอนาถแน่!”
สิ้นเสียงคำราม ร่างของมันก็หายลับเข้าไปในป่า แม้กระทั่งไข่มุกซั่วเฟิงก็ยังทิ้งไว้
“วีรบุรุษน้อย ท่านคือใครหรือ”
เมื่อเด็กหนุ่มเก็บไข่มุกซั่วเฟิงได้ แล้วกำลังจะติดตามปีศาจเสือไป ทันใดนั้นเสียงของหลิ่วจือจินก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
เมื่อได้ยินดังนั้น ก็พลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงหยุดเท้าพลางหันไปมองนางพร้อมเอ่ยว่า
“ข้าเป็นผู้ใดนั้นมิสำคัญ สิ่งนี้เจ้า...”
“ศิษย์น้องหญิงจือจิน ข้าพาคนมาช่วยเจ้าแล้ว!”
เด็กหนุ่มที่กำลังจะหยิบสิ่งของในอกเสื้อออกมา ทันใดนั้นเสียงของลู่เฉินก็ดังขัดขึ้น
“ระวังพี่ชายของเจ้า ลู่เฉิน เขาไม่ใช่คนดี!”
เด็กหนุ่มเหลือบมองไปยังป่าด้านหลังหลิ่วจือจิน แล้วย้อนกลับมามองทางที่ปีศาจเสือหนีไป สุดท้ายก็ตัดสินใจทิ้งท้ายคำพูดไว้เพียงเท่านั้น แล้วหันหลังวิ่งสุดกำลังไปทางที่ปีศาจเสือหนีไป
“ระวัง... ลู่เฉินหรือ?”
หลิ่วจือจินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น งุนงงกับคำพูดของเด็กหนุ่ม นางรู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกัน ปู้อวี่ที่ได้ยินเสียงของเด็กหนุุ่มอย่างชัดเจน และมองเห็นดวงตาที่งดงามบนใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกปิดบัง ก็พลันนึกถึงใบหน้าหนึ่งขึ้นมาได้ในทันที นั่นคือ สวี่ไท่ผิง
แม้เวลาจะผ่านไปครึ่งปี นางก็ยังคงจำเด็กหนุ่มที่เดินขึ้นเขาพร้อมกับนางในวันนั้นได้ดี
“ดูเหมือนว่าเขาจะได้พบกับโอกาสที่ดีแล้ว”
เมื่อมองดูร่างของเด็กหนุ่มที่ค่อย ๆ เลือนหายไป ริมฝีปากของปู้อวี่ที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอ ก็ปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ขึ้น
“ศิษย์น้องหญิงปู้อวี่ เจ้าพอจะทราบหรือไม่ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร”
หลิ่วจือจินหันไปถามปู้อวี่ด้วยความร้อนใจ
“ไม่รู้สิ” ปู้อวี่เอ่ยเสียงแผ่วเบา สีหน้าของนางกลับคืนสู่ความเฉยชาเช่นเดิม
“ศิษย์น้องหญิงจือจิน ศิษย์น้องหญิงปู้อวี่ พวกเจ้าปลอดภัยดีหรือไม่”
ลู่เฉินนำพากลุ่มศิษย์เลี่ยเฟิงถังมาถึงอย่างรวดเร็ว
“พวกข้า... ไม่เป็นไร มีจอมยุทธ์ปริศนาปรากฏตัวขึ้นช่วยเหลือพวกข้าไว้” หลิ่วจือจินก้าวถอยหลัง ดวงตาทอประกายระแวดระวังขณะมองลู่เฉิน
เห็นได้ชัดว่าคำพูดของสวี่ไท่ผิงก่อนจากไปนั้นได้ผล
แน่นอน สาเหตุสำคัญที่สุดคือการที่ลู่เฉินทิ้งนางให้หนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง ย่อมทำให้นางรู้สึกชิงชัง
“ศิษย์น้องหญิงปู้อวี่ แล้วเจ้าเล่า” ลู่เฉินเห็นท่าทีของหลิ่วจือจิน จึงหันไปยิ้มให้ปู้อวี่
“เจ้าละทิ้งหน้าที่ ปล่อยให้ศิษย์น้องร่วมสำนักตกอยู่ในอันตราย ข้าจะรายงานเรื่องนี้แก่ท่านอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่อย่างแน่นอน” ปู้อวี่ปรายตามองลู่เฉินอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความปรานี
คำพูดของนางทำให้แววตาของลู่เฉินฉายแววเจตนาร้าย ทว่าเมื่อนึกถึงหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังเป็นที่จับตามองของสำนัก เขาก็จำต้องเก็บซ่อนความโหดเหี้ยมเอาไว้
“ปู้อวี่!”
ทันใดนั้นเอง สองร่างก็พุ่งผ่านเข้ามาในป่าสนราวกับสายฟ้าแลบ
เมื่อทุกคนสังเกตก็พบว่าเป็นศิษย์พี่หญิงจื่อเยียนกับศิษย์พี่ชายโม่จวินที่ติดกับดักของปีศาจเสือมาก่อนหน้า
“ศิษย์พี่!”
“ศิษย์พี่หญิงจื่อเยียน”
ทั้งหลิ่วจือจินและปู้อวี่ต่างพาเข้าไปต้อนรับ
“ปู้อวี่ เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
จื่อเยียนตื่นตระหนกยิ่ง นางรีบเดินเข้าไปหาปู้อวี่อย่างรวดเร็ว
หลินปู้อวี่นั้น ล้วนรู้กันดีว่าเป็นผู้มีกระดูกวิเศษอันหาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปี หากเกิดอันใดขึ้นกับนาง นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความสูญเสียของยอดเขาที่หก หากแต่เป็นความสูญเสียของทั้งสำนักชิงเสวียนด้วย
“ไม่มีอันใด”
หลินปู้อวี่ส่ายหน้า
ได้ยินดังนั้น จื่อเยียนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แล้วปีศาจเสือเล่า?ทรัพย์สมบัติที่มันใช้เรียกลมปีศาจออกมาได้นั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น ตำนานไข่มุกซั่วเฟิง มิเช่นนั้นแล้ว พวกข้าคงมิอาจถูกขังอยู่เช่นนี้ได้”
จื่อเยียนกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลิ่วจือจินได้ยินดังนั้น จึงรีบบอกเล่าเรื่องราวที่สวี่ไท่ผิงโดดลงมาจากฟากฟ้า ไล่ต้อนปีศาจเสือและช่วยชีวิตพวกเขาให้กับโม่จวินและจื่อเยียนฟัง
“โชคดีนัก ที่มีจอมยุทธผู้นั้น”
จื่อเยียนกุมมือหลินปู้อวี่ พลางกล่าวด้วยความหวาดหวั่น
“เพียงแต่ไม่รู้ว่าจอมยุทธผู้นั้นเป็นผู้ใดกัน”
แม้หลิ่นจือจินจะเอ่ยคำพูดสุดท้ายที่สวี่ไท่ผิงฝากไว้กับนาง แต่ในใจกลับรู้สึกค้างคาอยู่
“บางทีอาจจะเป็นศิษย์จากยอดเขาที่เจ็ดที่ลงจากเขาไปฝึกฝนก็เป็นได้ เรื่องนี้พวกเราวางไว้ก่อนเถิด สิ่งสำคัญในตอนนี้ คือต้องหาวิธีสังหารปีศาจเสือตนนั้น และนำไข่มุกซั่วเฟิงกลับมาให้ได้”
โม่จวินส่ายหน้าพลางมองไปที่จื่อเยียน
“ศิษย์พี่หญิงจื่อเยียน เจ้าไปตามรอยปีศาจเสือตนนั้นกับข้าดีหรือไม่?”
“ตอนนี้ยังไม่ได้ ข้าต้องพาศิษย์น้องหญิงกลับไปก่อน”
จื่อเยียนส่ายหน้าปฏิเสธ
ภารกิจแรกของนางในตอนนี้ คือการรับประกันความปลอดภัยของหลินปู้อวี่
“ศิษย์พี่ อย่าไล่ตามศัตรูที่จนตรอกเลย หากไม่มั่นใจ แล้วปีศาจเสือตนนั้นเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา พวกเราก็คงได้แต่สังเวยชีวิตไปเปล่า ๆ ”
ลู่เฉินเอ่ยคัดค้านอย่างสุภาพ
เขาหาคิดไม่ ที่จะเสี่ยงภัยใหญ่หลวงเช่นนั้น เพื่อไล่ล่าสัตว์อสูรที่ใกล้คลั่ง อีกทั้งแดนดินผืนนี้ยังเป็นเขตแดนของศิษย์นอก พวกศิษย์ในอย่างพวกเขาย่อมเข้าไปไม่บ่อยนัก
“เอาเถิด เช่นนั้น เรารายงานเรื่องนี้แก่สำนักก่อนเถิด”
ในที่สุด โม่จวินก็เลือกที่จะล้มเลิกการไล่ล่า
หลินปู้อวี่ซึ่งยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ พลันกวาดสายตามองโม่จวินและลู่เฉินอย่างเฉยชา ก่อนจะครุ่นคิดถึงสวี่ไท่ผิงอีกครา ครั้นแล้วจึงไม่ลังเลที่จะพุ่งกายออกไป ไล่ล่าร่างของปีศาจเสือ ในใจก็รำพึงเสียงเย็นว่า
"พวกเจ้าล้วนเทียบสวี่ไท่ผิงไม่ได้"