49 – เมืองแห่งแอปเปิล
[เมืองเรดเดอกรีน] หนึ่งในเมืองขึ้นชื่อของ[ลอสต์เทล] อาณาจักรเพื่อนบ้านของอาณาจักรคอร์ดูล่า ดินแดนแห่งแอปเปิลหลากหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะพบสิ่งของเครื่องใช้หรือเครื่องประดับรูปแอปเปิลซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือของเหล่าคนแคระ
เมืองแห่งนี้ในอดีตเป็นเหมืองเก่าแก่ จนกระทั่ง 1ในองค์หญิงทั้ง 14 ของอาณาจักรลอสต์เทลหลงมาที่แห่งนี้ [องค์หญิงเฮเลนา]
เธอมีเส้นดำเงาดั่งไม้มะเกลือ ผิวขาวดุจดั่งหิมะและริมฝีปากแดงดั่งกุหลาบ
ความงดงามที่เป็นที่ต้องตาต้องใจของชายหนุ่มทุกคนจนโดนแม่มดหมายหัวทำให้หนีมายังเมืองแห่งนี้
ได้รับการช่วยเหลือจากเหล่าคนแคระพวกเขาคอยช่วยปกป้ององค์หญิง และองค์หญิงก็ดูแลสารทุกข์สุขดิบของพวกเขาเป็นการตอบแทนเช่นกัน
จนกระทั่งแม่มดต่างแดนซึ่งหลงใหลในรูปลักษณ์ของนางทราบข่าวว่าองค์หญิงนั้นงดงามกว่าเธอ
นางจึงปลอมตัวเป็นหญิงชรามาเร่ขายของให้แก่องค์หญิง
คอร์เซ็ตอาบยาพิษที่รัดเอวจนหายใจไม่ออกหวีอาบยาพิษที่เพียงแค่หวีก็ถึงแก่ชีวิต
ทั้งสองสิ่งต่างทำให้องค์หญิงปางตายทว่าคนแคระนั้นกลับมาช่วยได้ทันท่วงทีจึงทำให้รอดมาได้
คนแคระทุกคนต่างสอนองค์หญิงว่าห้ามรับของจากนางแต่เนื่องด้วยจิตใจขององค์หญิงนั้นกว้างขวางและมีเมตตามากเกินไป
เธอโดนนางแม่มดหลอกให้ใจอ่อนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องด้วยสิ่งที่เธอนำมาให้ครั้งนี้คือผลไม้ที่เธอชื่นชอบ
เจ้าแอปเปิลสีแดงสดดูน่าทาน
เมื่อกัดลงไปหนึ่งคำจึงได้รู้....มันอาบยาพิษไว้...
และครั้งนี้เหล่าคนแคระมาช่วยเธอไม่ทัน
เหล่าคนแคระต่างก็ร้องห่มร้องไห้เสียใจจนกระทั่งชายหนุ่มนักเดินทางจากต่างแดนผ่านมาและหลงรักองค์หญิงตั้งแต่แรกเห็น
เขาอาสาเป็นคนช่วยองค์หญิงพยายามค้นหาทุกวิถีทางเพื่อรักษา จนในที่สุดก็รู้สาเหตุของการตายนั่นคือแอปเปิลเขาจึงพยายามทำให้องค์หญิงนั้นคายแอปเปิลพิษออกมา
ในที่สุด... องค์หญิงก็ตื่นจากความตาย
ในขณะเดียวกันเหมือนพระเจ้ารับรู้ ได้ลงทัณฑ์แม่มดร้ายด้วยสายฟ้าที่ฟาดจนกลายเป็นขี้เถ้าสลายหายไป...
องค์หญิงได้สละตำแหน่งเพื่ออยู่กับชายคนรักผู้ช่วยชีวิตตน และเพื่อตอบแทนเหล่าคนแคระที่คอยช่วยตนมาตลอดนางจึงได้สร้างเมืองแห่งนี้ขึ้น โดยใช้เรื่องราวของเธอ
จนกลายเป็นเมือง [เรดเดอกรีน]เมืองแห่งแอปเปิล...
.
.
.
.
“ก็นั่นแหล่ะค่ะที่มาของเมืองเรานอกจากนี้ทุกวันที่ 20 จะมีการประกวดหาสาวงามประจำเมืองด้วยนะคะ”
“ไม่ว่าจะฟังยังไง....”
“ก็นิทานเรื่องเจ้าหญิงสโนวไวท์ชัดๆเลย”
พริสทีนที่สวมฮู้ดปิดบังเส้นผมและอายาโกะลงความเห็นหลังฟังพนักงานสาวในโรงเตี๊ยมเล่าถึงความเป็นมาของเมืองแห่งนี้จนจบในขณะที่เดฟเกือบจะยืนหลับ
สองสาวแอบสงสัยตั้งแต่ชื่อของอาณาจักรแล้ว
[ลอสต์เทล] ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็น่าจะเป็นชื่อภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า [Lost Tales]นิทานปรัมปราที่หายสาบสูญไปเป็นแน่แท้
“สโนว์ไวท์??” คุณนายเจ้าของโรงเตี๊ยมทำหน้างงพอควร
“นั่นเป็นชื่อนิทานจากบ้านเกิดพวกเราน่ะค่ะถ้ายังไงนี่ค่ะค่าเช่าห้องแล้วก็บัตรยืนยัน” พริสทีนยื่นถุงเงินกับบัตรนักผจญภัยให้เจ้าหล่อน
“ขอบคุณจ้— เอ้อ! จริงด้วย!ถ้ายังไงข้าขอแนะนำว่าช่วงนี้อย่าออกมาเดินตอนกลางดึกเลยนะ!!”
“? ทำไมเหรอคะ? มีอะไรรึเปล่า?” อายาโกะสอบถาม
“พอดีช่วงนี้มีกลุ่มโจรออกอาละวาดน่ะจ้ะว่ากันว่ามันจะไล่ทำร้ายผู้คนที่เดินสัญจรตอนกลางคืน พวกนักผจญภัยในเมืองต่างก็ไม่กล้ายุ่งกับภารกิจนี้เพราะหัวหน้าของพวกโจรเป็นตัวอันตรายน่ะ...”ตอบพลางตรวจบัตรและยื่นคืนให้พร้อมกุญแจห้องพัก “ทางทีดี อย่าไปยุ่งจะเป็นการดีที่สุดนะ...”
“พอจะบอกได้รึเปล่าคะว่าอันตรายแบบไหน...?”
“เห็นแบบนี้พวกเราก็เป็นนักผจญภัยที่มีฝีมือนะคะ”อายาโกะช่วยเสริมให้เพื่อนสาวอีกแรงหนึ่ง
“คือ... จะว่าไงดีล่ะ...” เจ้าของโรงเตี๊ยมเงียบไปสักพักใหญ่อึกอักเล็กน้อย “เงิน...”
“คะ?”
“หัวหน้าของพวกมัน....มีผม...สีเงิน”
สิ้นคำ ความเงียบเข้าปกคลุมไม่ว่าจะคนบริเวณนั้นที่แสดงสีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด พริสทีนเองก็เงียบไปพอควรจนอายาโกะต้องเข้าไปดูว่าช็อกไปแล้วหรือ...
เธอกำลังหมายหัวเจ้าตัวหัวหน้าโจรนั่น
ทั้งที่เธอพยายามอธิบายให้คนไม่หวาดกลัวผมสีเงินของตน
พยายามมาตั้งหลายปีกว่าจะมีคนยอมเชื่อใจและเปิดใจรับ
แต่ดันมีโจรผมสีเงินโผล่ขึ้นมาก่อความวุ่นวายแบบนี้...
“ผมสีเงินเหรอคะ?” อายาโกะถามต่อ
“ใช่แล้วล่ะ เคยมีคนที่รอดชีวิตเห็นหัวหน้าพวกโจรเขามีผมสีเงิน บางทีอาจจะเป็นผู้ที่มาจากเขตต้องห้ามตามข่าวลือแน่ๆเลยล่ะจ้ะ!!!”
“แถมมันยังตั้งชื่อกลุ่มของตัวเองว่าเป็น [จอมโจรสีเงิน]อีกด้วย ทางทีดีอย่าไปยุ่งจะดีกว่านะเด็กๆ” สามีเจ้าของโรงเตี๊ยมช่วยออกมายืนยันอีกแรง
“หืม... น่าสนใจดีนี่” เดฟเอ่ย“พอจะบอกได้มั้ยว่ามันจะโผล่มาตอนประมาณกี่โมง”
“ก็ราวๆเที่ยงคืนน่ะ”
“เที่ยงคืนสินะคะ...”
เฮือก!!!คนในบริเวณนั้นสะดุ้งโหยงกันหมด ไม่เว้นแม้แต่เดฟไกส์และอายาโกะพริสทีนคลี่ยิ้มหวานให้คุณเจ้าของโรงเตี๊ยมแต่เจ้าหล่อนกลับรู้สึกขนลุกอย่างเห็นได้ชัด
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ...”
“จ จ้ะ...”
“งั้น... ขอตัวนะคะ...”
ทั้งสามเดินขึ้นห้องพักไปทิ้งไว้แต่ความสยองชวนขนลุกจากเจ้าหล่อนไว้ให้แขกในโรงเตี๊ยมผวาไปสักพักใหญ่
“ให้ตายสิ!!!โจรที่มีหัวหน้าผมสีเงินอะไรนั่นน่ะคิดอะไรของเขาอยู่กันนะ!!!!รู้มั้ยว่ากว่าจะทำให้คนเชื่อว่าผมสีเงินไม่ใช่ตัวอันตรายน่ะมันเหนื่อยแค่ไหน!!! อืออ...เจ้าบ้าเอ๊ย! บ้าๆๆๆๆๆ!!!”
“ทุบหมอนแบบนั้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกน่ายัยเบ๊อะ”ไลแคนหนุ่มมองเจ้าหล่อนที่ยังทุบหมอนไม่หยุด
แอบสงสารหมอนเจ้ากรรมนั่นเล็กน้อยที่ต้องกลายเป็นเครื่องระบายความโกรธของเจ้าหล่อนสภาพหมอนเริ่มยับยู่ยีใกล้ขาดก็ถูกซ่อมแซมแล้วมาต่อยระบายต่อไม่หยุด
แต่ระบายใส่หมอนก็ยังดีกว่าไประบายใส่คนแทนล่ะนะ...แอบคิดเล็กๆ
แค่คิดสภาพของเจ้าหัวหน้าโจรตอนเจอพริสทีนที่กำลังโมโหน่ะ
ก็อดไม่ได้ที่จะสวดภาวนาเจ้าหัวหน้านั่นให้ไปดี(?)
“ก็รู้อยู่หรอก” เปลี่ยนจากต่อยมาเป็นกอดหมอนแทน“แต่มันทำอะไรไม่ได้นอกจากระบายอารมณ์นี่นาตอนนี้น่ะ”
“ฉันเข้าใจค่ะ แต่น่าสงสัยจริงๆเลยน๊าเรื่องผมสีเงินเนี่ย...”
“พอกันแหล่ะ ระหว่างผมมันสีเงินของจริงกับของปลอมอันไหนกันที่จะเป็นเรื่องจริง” ชายหนุ่มถอนหายใจ
“แต่ถ้าเป็นสีเงินของจริง... บางทีเขาอาจจะเป็น 1ในตัวทดลองเหมือนพริสทีนก็ได้นะคะ”
“นั่นก็มีความเป็นไปได้สูงเหมือนกันค่ะแต่อีกนัยหนึ่งก็แค่คนที่มีความทรงจำในอดีตหรืออาจจะแค่เกิดมามีผมสีเงินแล้วโดนเข้าใจผิดว่าเป็นฉันก็ได้”
‘หรือไม่... ก็อาจจะเป็นผู้โชคร้าย....ที่อยู่มาก่อนเจ้าจะตื่น จนไม่มีทางเลือกในการใช้ชีวิตนอกจากเป็นโจร...’
ทามาโมะเสนอความคิดเห็นซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่มากก็น้อย
สำหรับผู้ที่มีสีผมหรือลักษณะแปลกประหลาดต่างจากปกติของชนเผ่าตนไม่ว่าใครก็ต้องหวาดกลัวและถูกรังเกียจเป็นธรรมดา
“งั้นเราไปที่กิลด์กันดีมั้ยคะ?เผื่อว่ามีภารกิจให้จับโจรด้วย นอกจากช่วยคนแล้วก็ยังช่วยแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดได้นะคะ”
“งั้นรีบไปกันเลยค่ะ!”
สิ้นคำทั้งสามออกจากโรงเตี๊ยมตรงไปยังกิลด์ประจำเมือง
ตลอดเส้นทางชาวบ้านต่างก็วิ่งกันขวักไขว่วุ่นวายกับการตกแต่งเมืองราวกับว่าจะมีงานเทศกาลใหญ่หญิงสาวในเมืองต่างก็แต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีมีเสน่ห์น่าหลงใหล
“น่าจะเป็นการประกวดสาวงามที่คุณเจ้าของโรงเตี๊ยมบอกไว้สินะคะเนี่ย”อายาโกะมองรอบๆ
หญิงสาวส่วนใหญ่ต่างก็มีผมสีดำ ทาปากให้แดงเหมือนดั่งเจ้าหญิงสโนว์ไวท์หรือเจ้าหญิงเฮเลน่าของโลกใหม่นี้
“อายาโกะน่าจะประกวดได้นะคะ ก็มีผมสีดำนี่”
“ไม่หรอก ฉันไม่สนใจเรื่องแบบนี้ซะเท่าไหร่อีกอย่างฉันค่อนข้างชื่นชอบเจ้าหญิงคนอื่นซะมากกว่า”
“อ๊ะ เหมือนกันเลยค่ะ ฉันค่อนข้างชอบเรื่องโฉมงามซะมากกว่าแต่ไม่ใช่ไม่ชอบสโนว์ไวท์นะคะ”
“เห...” มิโกะสาวเหลือมองเดฟไกส์เล็กน้อย“ไม่แปลกใจเลยค่ะที่ชอบ ฮิๆๆ”
“อะไร จ้องหน้าข้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงห๊ะ!”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ~”
“หัวเราะแบบนั้นมีแน่ๆ!!แล้วเจ้าโฉมงามไรนั่นคืออะไร นิทานที่พวกเจ้าชอบคุยกันรึไง!?”
อายาโกะได้แต่หัวเราะไม่ยอมบอกว่าเป็นนิทานแบบไหน ปล่อยให้เดฟไกส์หัวเสียอยู่อย่างนั้นพริสทีนเองก็ไม่ยอมบอกปล่อยให้เจ้าตัวรู้เองเสียจะดีกว่า
ในเมื่อมีเมืองที่คล้ายกับเจ้าหญิงสโนว์ไวท์เช่นนี้ย่อมต้องมีเมืองที่คล้ายกับนิทานเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรเป็นแน่
กระทั่งกิลด์ประจำเมืองเรดเดอกรีนภายในเน้นสีแดงและสีเขียวของแอปเปิลแบบดั้งเดิมพนักงานต้อนรับทุกคนต่างก็เป็นคนแคระทั้งสิ้น เวลาจะพูดคุยสอบถามพวกเขาก็ต้องปีนแท่นเสริมความสูง
เกิดเป็นคนแคระใช่ว่าจะสบาย...
“เอ... ไหนดูซิ...” อายาโกะเริ่มสำรวจใบภารกิจบนบอร์ดประกาศหา“นี่ก็ภารกิจคุ้มกัน.. นี่ก็ด้วย นี่อีก ดูเหมือนว่าส่วนใหญ่จะเป็นภารกิจคุ้มกันคนประกวดน่ะ”
“หา— มีแต่คุ้มกันเนี่ยนะ!!”
“คงเพราะใกล้วันประกวดแล้ว สาวๆหลายคนอาจจะกลัวโดนหมายหัวหรือถูกทำร้ายจากคู่แข่งล่ะมั้ง”พริสทีนช่วยอธิบาย
จับเป็น/ตาย [กลุ่มจอมโจรสีเงิน] <ภารกิจระดับS>
รางวัล •20 โกลด์
“เจอแล้วค่ะ นี่ไงภารกิจจับโจรสีเงิน”
เฮือก!!! คนรอบข้างต่างสะดุ้งโหยงกันเป็นแถบๆเมื่อพูดถึงเจ้าโจรตัวปัญหาของเมืองในตอนนี้เริ่มมีการซุบซิบกันทันทีเมื่ออายาโกะหยิบกรดาษภารกิจที่ไม่มีใครชายตามองแม้แต่น้อยออกมา
“หวา... บรรยากาศแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะเนี่ย”อายาโกะยกชายเสื้อกิโมโนป้องปากกันเสียงหัวเราะ
“เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยล่ะ รีบไปยื่นภารกิจซะจะได้จบๆ” เดฟไกส์แย่งใบภารกิจไปยื่นที่เคาน์เตอร์
“พ พวกเจ้าคิดดีแล้วรึที่จะไปเสี่ยงจับหมอนั่นน่ะ”
“เออ คิดไม่ดีแล้วจะหยิบออกมารึไง...”
“แต่พวกเจ้าแรงค์ A เองไม่ใช่รึไง! อย่ารับภารกิจที่เสี่ยงชีวิตแบบนี้จะดีกว่านะ!”
“ตรวจบัตรซะจะได้รู้ว่าแรงค์อะไร”
“ต แต่พวกเจ้ายังเด็กอยู่นะ อย่าเอาชีวิตไปทิ้—!!”
“เออน่า!!!!!! รีบๆตรวจบัตรซะทีสิโว้ย!!!”
โวยใส่จนพวกคนแคระต้องสะดุ้งรีบตรวจสอบบัตรนักผจญภัยและแจ้งไปยังกิลด์มาสเตอร์โดยไว
สาเหตุที่แจ้งก็คงไม่พ้นบัตรของพริสทีน
“นี่พริสทีน เขาเป็นแบบนี้มานานแล้วเหรอ? เรื่องชอบตะคอกใส่คนอื่นก่อนจะได้อธิบายอะไรน่ะ...?”
“ก็นะ คงขี้เกียจตอบคำถามเซ้าซี้ล่ะมั้งฉันเองก็เบื่อที่จะต้องอธิบายเรื่องผมเหมือนกัน”
สองสาวได้แต่หัวเราะ ลืมไปเสียสนิทเกี่ยวกับความหูไวของไลแคนหนุ่มไม่นานก็ถูกเชิญไปพบกิลด์มาสเตอร์ที่ห้องส่วนตัวป้องกันคนอื่นแอบฟังการสนทนา
กิลด์มาสเตอร์ไม่พ้นเป็นเผ่าคนแคระเช่นกัน และค่อนข้างที่จะมีอายุล่ำสันแข็งแรง ผมและหนวดเครายาวสีขาว
“ข้าคือ ฟาวาร์ด เป็นกิลด์มาสเตอร์ของเมืองเรดเดอกรีนแห่งนี้พวกเธอสินะที่อาสาจัดการเรื่องจอมโจรสีเงิน”
“ใช่ค่ะ ไม่อนุญาตเหรอคะ?” มิโกะสาวตอบ
“อืม... คือ ตามระดับของนักผจญภัยมันก็ได้อยู่แต่แบบ... นั่นน่ะ? เจ้าคือ... นั่น..?”
“หมายถึงนี่ใช่มะ” เดฟว่าจบก็ถกฮู้ดคลุมผมพริสทีนลงจนฟาวาร์ดและคนในห้องเป็นอันผงะกันหมด
“เดฟ!! บอกกี่ครั้งแล้วไงว่าหยุดทำแบบนี้น่ะ! ฉันถกเองได้!”
“เออ รู้!! เพราะงั้นเลิกโวยใส่ข้าทุกครั้งที่ข้าถกฮู้ดเจ้าลงเหอะ!!”
“ก็เตือนเป็นสิบรอบแล้วไม่ฟังนี่!!”
ฟาวาร์ดจ้องผมของเจ้าหล่อนเขม็ง “ขของจริงรึเนี่ย... เจ้า คงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกมันใช่ไหม?”
“แน่นอนสิคะ ฉันออกจะไม่พอใจด้วยซ้ำตอนรู้เรื่องของจอมโจรสีเงินนั่นน่ะ”
“ถ้างั้น... พวกเราไว้ใจให้พวกเจ้าจัดการได้สินะ ได้โปรดในฐานะกิลด์มาสเตอร์ของเมืองนี้ ช่วยจัดการเจ้าจอมโจรสีเงินนั่นก่อนวันเทศกาลประจำเมืองมาถึงด้วยเถอะ!!!”ก้มโค้งอ้อนวอนขอร้องทั้งสาม
“มันก็ต้องจัดการอยู่แล้ว” เพราะถ้าไม่ทำคนที่เดือดร้อนก็คือยัยเบ๊อะนี่น่ะสิ... “แต่ทำไมต้องก่อนวันงาน บอกได้รึเปล่า”
“หรือว่าในงานมีของที่มันต้องการเหรอคะ?”
“อืม... ใช่แล้วล่ะ” ฟาวาร์ดตอบอายาโกะ สีหน้าของเขาดูไม่ดีเท่าไหร่นัก“1 ในโจรพวกนั้นที่เราจับได้ก่อนจะหนีรอดมันลั่นออกมาว่าหัวหน้าพวกมันหมายหัวรางวัลของผู้ชนะการประกวด....มันคือแอปเปิลที่หนึ่งปีจะออกผล และมันมีเพียงผลเดียวเท่านั้น... แอปเปิลที่กัดเพียงแค่คำเดียวจะกลับคืนเป็นหนุ่มสาวสะพรั่งไร้รอยแผลเป็น แอปเปิลที่จะออกผลเวลาเดียวกันกับหญิงสาวชนะการประกวดก็เพื่อให้เธอได้แสดงถึงความงามในฐานะขององค์หญิงเฮเลนาถึง 1 ปี...”
“ก็แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอคะ? ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร”
“มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ!!!! เพราะมันคือแอปเปิลที่สามารถรักษาโรคร้ายและมอบชีวิตอมตะฆ่าไม่ตายถึง 1 ปีเต็ม!!!!! [แอปเปิลทองคำ] ไงล่ะ!!!”
“แอปเปิลทองคำ!!?”
แอปเปิลในตำนานเรื่องเล่าสมัยก่อนของกรีกซึ่งเป็นหนึ่งในตัวก่อให้เกิดสงครามกรุงทรอยส่วนตำนานเรื่องเล่าของนอร์สนั้นแอปเปิลทองคำคือตัวรักษาความเป็นอมตะนิรันดร์
“หมายความว่า เจ้าโจรนั่นต้องการแอปเปิลทองคำเพื่อความเป็นอมตะสินะคะ...”
แม้เป็นอมตะแค่ 1 ปี หากผู้ทานเป็นโจร ทั้งยังเป็นหัวหน้ากองโจรคงไม่พ้นมีแต่เรื่องเลวร้ายตามมาไม่ว่าจะปล้นฆ่าหรือชิงทรัพย์
“อืม ข้าคิดเช่นนั้น ในเมื่อมันมีลูกน้องเป็นร้อยแถมยังออกปล้นฆ่าทำร้ายผู้คนในตอนกลางคืนแทบตลอด ถ้ามันได้แอปเปิลทองคำไปล่ะก็...”
“ไม่มีใครจะหยุดมันได้ และถึงหยุดได้ มันก็เป็นอมตะฆ่าไม่ตายสินะ....”
ฟาวาร์ดพยักหน้ารับสิ่งที่เดฟไกส์พูด “พวกเป็นอมตะน่ะตัวปัญหาสุดแล้ว”
“ไม่มีเบาะแสของพวกโจรเลยเหรอคะคุณฟาวาร์ด?”อายาโกะหันไปถามฟาวารด์
“ก็พอมีอยู่ แต่ตอนเราไปสำรวจกลับไม่พบอะไรเลยนอกจากบ้านร้างเก่าๆเท่านั้น”สั่งให้เลขาคนสนิทไปหยิบแผนที่ของเมืองมากางบนโต๊ะ “ตรงที่กากบาทนี่แหล่ะ...”
“ให้ตายสิ พวกมันจะหางานทำอย่างอื่นนอกจากปล้นไม่เป็นรึไงกันนะ”ไลแคนหนุ่มแอบบ่นเล็กน้อย
ในมหาพงไพรวีลิธทั้งพ่อและเขาต้องรับมือพวกโจรแทบตลอดเวลาโดยเฉพาะพวกโจรลักพาตัวไปขายเป็นทาส
ก่อนออกมาจากห้องกิลด์มาสเตอร์ พริสทีนไม่ลืมที่จะยกฮู้ดคลุมหัวก่อนออกมาไม่เช่นนั้นคงเกิดปัญหาใหญ่โตอีกครั้งทั้งสามมายืนอยู่หน้าลานกว้างประจำเมืองซึ่งกำลังวุ่นวายกับการจัดงาน
“เอาล่ะ...เริ่มเลยมั้ย?”
“ได้เสมอจ้ะ อีกอย่าง....ฉันเองก็อยากเจอหน้าคุณจอมโจรสีเงินนั่นเร็วๆเหมือนกัน...”
“คิก.. ดูเหมือน ว่าคุณโจรคิดผิดซะแล้วที่ชื่อนี้”
ภารกิจไล่ล่าตามจับจอมโจรสีเงิน
เริ่มได้!!!
*********************
ขออภัยที่ช้ามากกกกกกกกกกกกกกกก
ช่วงนี้สมองตันและอย่างที่บอกว่าป่วยด้วยค่ะ
หลังจากนี้ถ้าอัพช้าเราจะไม่ติดเหรียญทองน๊าชดเชยๆ TT-TT