ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 127 : การปฏิวัติหุ่นกล

    จารึกที่ 127 : การปฏิวัติหุ่นกล : กำเนิดเจ้าสัวทมิฬ


    ราตรียาวนานผ่านพ้นไป ความมืดมิดนอกหอศัสตราถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวของเช้าวันใหม่ แต่ภายในห้องทำงานชั้นบนสุด แสงสว่างจากเตาหลอมและประกายไฟจากการตีเหล็กกลับไม่เคยดับลงแม้แต่ชั่วขณะ


    เสียง เปรี้ยง! เปรี้ยง! ดังสนั่นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ


    อาเจีย นั่งอยู่บนกองลังไม้ สภาพขอบตาดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกมือถือซาลาเปาที่กัดค้างไว้ คอยตะโกนสั่งการปรมาจารย์แห่งหอศัสตราอย่างไม่เกรงกลัว


    "มุมซ้าย! องศาที่ 45! อักขระ 'วายุ' ต้องลงน้ำหนักเบากว่านี้ขอรับ! ท่านจะตีดุไปไหน เดี๋ยวโครงสร้างก็ร้าวหรอก!"


    "หุบปากเจ้าหนู!" ผู้อาวุโสหลี่ ตวาดกลับทั้งที่เหงื่อท่วมตัว กล้ามเนื้อแขนปูดโปนขณะเหวี่ยงค้อนยักษ์ลงบนแผ่นโลหะสีเงินยวง "ข้าตีเหล็กมาแปดสิบปี! ข้ารู้ดีว่าต้องลงน้ำหนักแค่ไหน! เจ้ามีหน้าที่แค่วาด 'วงจรพลังงาน' ก็วาดไป!"


    บนแท่นตีเหล็ก ร่างของ เจ้าสัว กำลังถูก "ชำแหละ" และ "ประกอบใหม่" อย่างสิ้นเชิง


    ชิ้นส่วนหินภูเขาไฟเก่าๆ ถูกเลาะทิ้ง แทนที่ด้วย "เหล็กไหลอุกกาบาต" (ที่อาเจียหน้าด้านขอมา) ผสมกับ "เงินดารา" เพื่อเพิ่มความทนทานและการนำผ่านพลังปราณ


    "ท่านหลี่... ท่านแน่ใจนะว่า 'แกนกลาง' อันใหม่จะรับไหว?" อาเจียถามด้วยความกังวล


    เขาชี้ไปที่หัวใจของเจ้าสัว ที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนจาก 'ผลึกวิญญาณปฐพี'  เป็น "ผลึกปฐพีพันปี" ที่ส่องแสงสีส้มวาววับ


    "ด้วยสูตรโครงสร้าง 'รังผึ้ง' ที่เจ้าบอกข้า... รับไหวแน่นอน!" ผู้อาวุโสหลี่แสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "มันจะกักเก็บพลังงานได้มากกว่าเดิมสิบเท่า! และระบายความร้อนได้เร็วกว่าเดิมห้าเท่า!"


    "งั้นก็... เชื่อมต่อระบบประสาท!"


    อาเจียกระโดดลงจากลังไม้ กัดปลายนิ้วตัวเองแล้ววาดอักขระเลือดลงไปที่หน้าผากของเจ้าสัว


    "อักขระผสาน : จิตประสานหุ่น!"


    วูบ!


    เส้นแสงสีแดงวิ่งพล่านไปทั่วร่างโครงเหล็ก เชื่อมต่อแกนกลาง แขนขา และระบบอาวุธเข้าด้วยกัน


    แต่จุดที่ยากที่สุดคือ แขนซ้าย... แขนสีดำทมิฬที่ได้จากอสูรหมอก


    "ระวังตรงนี้ให้ดี..." อาเจียกำชับเสียงเครียด "แขนข้างนี้มีความเป็น 'วิญญาณ' สูงมาก มันต่อต้านโลหะทั่วไป... เราต้องใช้ 'ข้อต่อไม้ท้อสวรรค์' เป็นตัวเชื่อมฉนวน"


    ผู้อาวุโสหลี่บรรจงประกอบแขนซ้ายเข้ากับไหล่ใหม่อย่างระมัดระวัง


    ทันทีที่ชิ้นส่วนสัมผัสกัน ควันสีดำก็พวยพุ่งออกมาพยายามจะกัดกินโลหะ!


    "มันพยศ!" ผู้อาวุโสหลี่ร้องลั่น "กดมันไว้!"


    อาเจียไม่รอช้า เขาหลับตาลง นึกถึงภาพ "วงกลมแห่งความว่างเปล่า" ที่เคยใช้หยุดกระบี่


    เขาไม่ได้วาดมันออกมา แต่เขา "ส่งเจตจำนง" แห่งความว่างเปล่านั้นผ่านทางสายเลือดที่เชื่อมต่ออยู่


    'จงสงบ... ตัวตนของเจ้าคือความว่างเปล่า... ไม่มีธาตุใดขัดแย้งกับความว่างเปล่าได้'


    วิ้ง...


    ควันสีดำหยุดชะงัก ก่อนจะค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้าไปสงบนิ่งในแขนซ้าย ยอมเชื่อมต่อกับข้อต่อไม้ท้อสวรรค์และโครงสร้างเหล็กไหลแต่โดยดี


    "สำเร็จ..." ผู้อาวุโสหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งค้อนลงพื้นดังตึง "เจ้าทำได้ยังไง? เมื่อกี้ข้าสัมผัสไม่ได้ถึงการกดข่มด้วยพลังปราณเลย... แต่เหมือนมันยอมสยบไปเอง"


    "ความลับทางการค้าขอรับ" อาเจียขยิบตา (จริงๆ คือหมดแรงจนแทบยืนไม่อยู่)


    ...


    ช่วงสายของวัน


    ผลงานชิ้นเอกยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง


    เจ้าสัว โฉมใหม่ ไม่ใช่หุ่นศิลาเทอะทะอีกต่อไป


    ร่างกายของมันเพรียวขึ้น สูงขึ้นเล็กน้อย ผิวทำจากโลหะผสมสีเงินยวงตัดกับสีดำด้าน (จากเหล็กอุกกาบาต) ดูดุดันและทันสมัย


    แขนขวา เป็นโลหะหนาหนักสำหรับโจมตีกายภาพ มีสนับมือหนามแหลม


    แขนซ้าย เป็นสีดำสนิท มีลวดลายเมฆหมอกจางๆ สำหรับใช้พลังมายาและดูดซับแรงกระแทก


    และที่กลางหน้าอก... แกนผลึกปฐพีพันปีส่องแสงวูบวาบราวกับจังหวะการหายใจ


    "สวยงาม..." อาเจียลูบไล้ผิวโลหะเย็นเฉียบ "นี่แหละลูกรักคนใหม่ของพ่อ... ตั้งแต่นี้ไป เจ้าชื่อ 'เจ้าสัวทมิฬ' "


    "เหอะ... ชื่อเห่ยชะมัด" ผู้อาวุโสหลี่เบ้ปาก แต่แววตาก็ฉายแววภูมิใจ "เอาล่ะ การอัปเกรดเสร็จสิ้น... ทีนี้มาคุยเรื่อง 'ค่าตอบแทน' ส่วนที่เหลือ"


    อาเจียชะงัก "เดี๋ยวสิขอรับ! ข้าบอกสูตรลับโครงสร้างรังผึ้ง กับวิธีเจาะรูระบายปราณกระบี่ให้ท่านไปแล้วนะ!"


    "นั่นมันแค่ค่าวัสดุ..." ผู้อาวุโสหลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ (ซึ่งดูน่ากลัวมากบนหน้าชายแก่) "แต่ค่าแรงระดับปรมาจารย์อย่างข้า... แพงกว่านั้นเยอะ"


    "ท่านจะรีดไถเด็กเหรอ!" อาเจียกอดเจ้าสัวแน่น


    "ข้าไม่ได้จะเอาเงิน" ผู้อาวุโสหลี่โยน "ม้วนภารกิจสีแดง" ม้วนหนึ่งลงบนโต๊ะ


    "ข้าต้องการข้อมูล... หุ่นเชิดตัวนี้สมบูรณ์แบบในทางทฤษฎี แต่ข้าต้องการรู้ผลการใช้งานจริงในสนามรบ... เจ้าต้องรับภารกิจนี้"


    อาเจียค่อยๆ หยิบม้วนภารกิจมาเปิดดู


    ข้อความในนั้นทำเอาเขาตาถลน


    ภารกิจระดับอันตราย (สีแดง) : สำรวจถ้ำใต้น้ำตกมรณะ


    เป้าหมาย : เก็บเกี่ยว "หญ้าแสงจันทร์" 10 ต้น และตรวจสอบความผิดปกติของกระแสน้ำ


    คำเตือน : พื้นที่นี้ถูกครอบครองโดย "จระเข้เกล็ดศิลา" (สัตว์อสูรระดับสร้างรากฐาน)


    "จะบ้าเรอะ!" อาเจียโวยวาย "ให้ศิษย์สายในหน้าใหม่ไปบวกกับจระเข้สร้างรากฐานเนี่ยนะ! นี่มันภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ!"


    "ไม่ต้องห่วง..." ผู้อาวุโสหลี่ยักไหล่ "เจ้าสัวทมิฬร่างใหม่นี้... แข็งแกร่งพอจะตบจระเข้พวกนั้นคว่ำได้ (ถ้าเจ้าบังคับเก่งพอ) ...ถือว่าเป็นการทดสอบประสิทธิภาพสินค้า ถ้าเจ้าทำสำเร็จ... หนี้สินทั้งหมดเป็นอันยกเลิก แถมข้าจะให้แต้มสำนักพิเศษด้วย"


    อาเจียนิ่งคิด... จระเข้ระดับสร้างรากฐานนั้นอันตรายมาก แต่ถ้าเจ้าสัวทมิฬเก่งจริงอย่างที่คุย... บวกกับแต้มสำนักและของดร็อปจากจระเข้ (หนังจระเข้ราคาดีมาก)...


    "ตกลง!" อาเจียกัดฟัน "แต่ถ้าข้าตาย... ข้าจะกลับมาหลอกหลอนท่านทุกคืน!"


    "ดีล!"


    อาเจียเก็บเจ้าสัวทมิฬเข้าถุงมิติ (ที่ตอนนี้ดูคับแคบไปถนัดตา) แล้วเดินโงนเงนออกจากหอศัสตราด้วยความอ่อนล้าผสมความตื่นเต้น


    ชีวิตศิษย์สายใน... วันที่สอง...


    ได้หุ่นใหม่ ได้หนี้ใหม่ และได้ภารกิจเสี่ยงตายใหม่...


    ช่างเป็นชีวิตที่ "คุ้มค่า" จริงๆ!

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน