นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๑๓
ความจริง
“แต่เธอก็ยังมีอะไรกะภรรยาเธอ..ได้.. ไม่ใช่เหรอ?” ฝุ่นดินถามตรงๆ
ชลวิทย์มองหน้าฝุ่นดินอีกครั้ง แล้วจึงพยักหน้าเบาๆ เป็คำตอบ
“แล้วเธอก็ยัง..” ฝุ่นดินลากเสียงตัดสินใจ “ ..ยังรู้สึก.. แบบนั้น..กับพี่อยู่ใช่ไหม?”
คราวนี้ชลวิทย์ยิ้มเบาๆ พร้อมกับพยักหน้าตอบไปด้วย
“งั้น..น้องชลก็.. ได้ทั้งชายทั้งหญิง” ฝุ่นดินสรุป
“แต่พี่ฝุ่นก็ไม่ให้โอกาสผมอยู่ดี” ชลวิทย์พูดเศร้าๆ
“เราเป็พี่น้องกันดีที่สุดนะน้องชล ชีวิตพี่ไม่ใช่ของพี่ร้อยเปอร์เซนต์หรอก ถ้าเราคบกัน..ไม่มีวันที่จะลงเอยด้วยความสุขได้”
“ทำไมล่ะครับ”
“เพราะพี่มีอิสระแค่ได้เรียนการแสดงที่พี่ชอบเท่านั้นน่ะสิ ที่เหลือ.. ไม่ว่าจะเป็.. เื่แต่งงานเื่ทำงาน พี่ต้องแต่งกับคนที่พ่อพี่เลือกให้ พี่ก็ต้องทำงานต่อจากพ่อพี่เท่านั้น”
“พี่ฝุ่น..” ชลวิทย์รำพึงชื่อฝุ่นดินด้วยความใแกมสงสาร
“แล้ว.. น้องชลรู้ไหมว่า พอพ่อพี่เห็นน้องชลขับรถไปส่งพี่ที่บ้าน ท่านโกรธมาก เลยรีบจัดการให้พี่รู้จักกับพี่นัท คนที่ท่านเลือกให้เป็คู่ชีวิตพี่ พี่นัทจึงได้มารับมาส่งพี่ และไม่ว่าพี่นัทจะชอบแบบไหน หรือชอบใคร ..ยังไงพี่นัทก็ต้องแต่งงานกับพี่”
ชลวิทย์หน้าเครียด “มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลยเหรอครับ”
“มันเป็ข้อตกลงที่พี่ตกลงกับที่บ้าน ไม่ใช่เขาบังคับพี่ฝ่ายเดียว”
“แล้ว...พี่ฝุ่นยังให้โอกาสผมอยู่ใช่ไหมครับ”
“อย่ามาเสี่ยงเพื่อให้ตัวเองเจ็บทั้งตัวและหัวใจเลย”
“เจ็บตัว..!!” ชลวิทย์ทวนคำฝุ่นดิน อย่างงงงง..!!
“พ่อพี่เป็ทั้งนักการเมือง ทั้งมาเฟีย และนักเลง ถ้าท่านสั่งลูกน้องมารุมทำร้ายน้องชลล่ะ..?”
เป็คำถามที่ชลวิทย์ให้คำตอบฝุ่นดินไม่ได้ ที่จริง..เขาก็ให้คำตอบตนเองไม่ได้เช่นกัน
“แล้ว.. หากพ่อพี่ใช้อำนาจทางการเมือง..ขอร้องแกมบังคับให้สถานีฯ ถอดน้องชลออกจากละครที่กำลังถ่ายทำอยู่ล่ะ..?”
จบคำพูดฝุ่นดิน ชลวิทย์ก็ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองหน้าฝุ่นดิน
“พ่อพี่เค้า.. ‘กล้าที่จะทำ’ ..ด้วยนะ น้องชลจะหมดอนาคตเสียเปล่าๆ” เธอมองรุ่นน้องอย่างเข้าใจและเห็นใจเป็ที่สุด .. แต่คงเป็เพราะชลวิทย์ไม่ใช่สเป๊คที่ฝุ่นดินชอบด้วยกระมัง?.. เธอจึงไม่คิดที่จะดิ้นรน หรือต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก
ชลวิทย์อึ้งไปชั่วครู่ จึงยิ้มเศร้าๆ ถามฝุ่นดิน “แต่พี่ก็ยังเป็คนพิเศษของผม..ใช่ไหมครับ?”
ฝุ่นดินยิ้มให้ “พี่เป็คนพิเศษให้น้องชลได้เสมอ ตราบเท่าที่พ่อพี่ไม่รู้”
“ขอบคุณครับพี่”
“แต่ทุกอย่างจะยุติทันที หากพ่อพี่เริ่มรู้ระแคะระคาย”
ชลวิทย์ยิ้มเศร้าๆ รับกับทุกอย่าง
“ที่ครูโชพูดกับพี่กนกวันนั้น .. ฉันว่า..มันจริงมากเลยนะพวกแก” ปณาลีเปิดประเด็นเม้ากับเพื่อนๆ
ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกันอย่างแรง
“ยิ่งอาจารย์สุรัชนะ ฉันกลัวจนแทบไม่กล้ามองหน้าเลย ทั้งที่แกก็ไม่เคยด่าว่าอะไรฉันสักคำ” อุรวีผสมโรง
“เรานะกลัวอาจารย์เอกวุธที่สุดเลย แค่แกขยับแว่นตามองนะ เรากลัวจนเรียนไม่รู้เื่เลย ทั้งที่แกไม่เคยทำอะไรไม่ดีเลยไม่เคยกระทั่งสอนเสียงดังด้วยซ้ำ” ปฐวีร่วมด้วย
“เนียะ..!! ทั้งหมดนี่เพราะคำพูดของรุ่นพี่แท้ๆเลย” ปณาลีสรุปรวบตึง..ชัดเจน
“แล้วทุกครั้งที่น้องชลถามครูโช แกก็ตอบก็อธิบายดี๊ดี ไม่เห็นแกจะดุ จะด่าอย่างที่เราได้ยินมาเลย” ต้นน้ำออกความเห็นเสริมเพื่อนๆ บ้าง
เริ่มมีเสียงตอบรับ .. ใช่ ใช่ ใช่ ..จากเพื่อนๆ ดังขึ้น
“เราว่านะ ที่รุ่นพี่สร้างข่าวลือแบบนี้ ก็เพื่อให้เรากลัวจนไม่กล้าคุยกะอาจารย์ไงล่ะ” ปฐวีพูดไปคิดไป
“ทีนี้พอเราไม่กล้าคุยไม่กล้าถามอาจารย์ ก็ต้องไปคุยไปถามเอากับรุ่นพี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารู้จริงแค่ไหน” ต้นน้ำพูดต่อจากสิ่งที่ปฐวีสันนิษฐานไว้
ทุกคนยิ่งพยักหน้ารับ เพราะเห็นจริงกันตามที่ต้นน้ำพูด
“ทีนี้.. รุ่นพี่.. ก็กลายเป็ผู้รู้เป็เทพสำหรับน้องๆ ไปโดยปริยาย” ปฐวีคิดต่อจากที่เขาคิดไว้ แล้วก็พูดออกมา
แต่พอทุกได้ยินและก็เข้าใจตามที่ปฐวีพูด แต่ละคนก็เริ่มมีสีหน้าแปลกๆ ไม่มีใครเคยคิดมาก่อนว่า.. รุนพี่ๆจะใช้วิธีแบบนี้สร้างฐานอำนาจให้แก่ตน
“ต้นน้ำว่า พวกเราต้องเลิกเชื่อเลิกฟังข่าวลือพวกนั้นได้แล้ว”
“จะดีหรือแก” อุรวีพูดเสียงอ่อย .. เธอยังกลัวรุ่นพี่อยู่ เพราะตอนรับน้องที่ผ่านมาถ้าน้องคนไหนไม่เชื่อฟังคำพูดรุ่นพี่ ก็จะถูกรุ่นพี่ทำโทษ หรือที่เรียกว่า .. ‘ซ่อม’ “ฉันกลัวถูกรุ่นพี่ซ่อม”
“ก็ไม่ต้องบอกรุ่นพี่สิ ว่าเราไม่เชื่อ” ปฐวีออกความเห็น
“ใช่ ใช่ ใช่ ตอนเจอรุ่นพี่ เราก็ทำตัวเหมือนเดิม ทำเฉยๆไป แต่พอตอนเรียน เราจะพูด จะถามครูคนไหน รุ่นพี่เขาก็ไม่ได้มาอยู่ในห้องเรียนกะเราด้วยนี่” ปณาลีเสริม
ต้นน้ำสรุป “แล้วถ้าเราถามอาจารย์คนไหน แล้วเขาดุอย่างที่รุ่นพี่บอก หลังจากนั้นก็ไม่ต้องถามคนนั้นอีก ก็เท่านั้นเอง”
วันนี้กนกรีบมาที่ชมรมโรมิโอ เขามาช่วยงานฝุ่นดินทำโน่นนี่ตามแผนงานสร้างละครที่วางไว้ “น้องฝุ่นเล่นละครได้เก่งมากเลยนะครับ”
“ครูโชเก่งค่ะ ที่ทำให้ฝุ่นดินเข้าใจและแสดงได้แบบนั้น” ฝุ่นดินตอบเรียบๆมือเธอก็ยังพิมพ์ดีดเอกสารอยู่
“พี่อยากมีโอกาสให้อาจารย์เตโชแนะนำพี่บ้าง”
ฝุ่นดินหยุดพิมพ์ดีดแต่เธอยังมองที่แป้นพิมพ์อยู่ “พี่ลองไปขอครูโชเล่นสักบทหนึ่งสิคะ”
“น้องฝุ่นคิดว่าพี่เหมาะกับบทไหนเหรอครับ”
“บททิบอลท์ค่ะ ญาติผู้พี่ของจูเลียต”
“ถ้าเล่นบทนี้ พี่ก็แทบไม่ได้แสดงกับน้องฝุ่นเลยนี่” กนกทำเสียงราวกับเขาผิดหวังเสียเหลือเกิน
“ก็พี่กนกอยากให้ครูโชแนะนำไม่ใช่เหรอคะ” ฝุ่นดินเสียงแข็งกว่าปกติหน่อยหนึ่ง “ไม่ใช่อยากแสดงกับฝุ่นซะหน่อย”
กนกจะอ้าปากคุยต่อ
“พี่กนกคะ หยุดชวนฝุ่นคุยเถอะค่ะ ไม่งั้น..ฝุ่นทำงานไม่เสร็จแน่ๆ” ฝุ่นดินพูดชัดเจน
กนกถึงกับยิ้มเจื่อนๆ ไป
พอดีกับที่ชลวิทย์เดินเข้ามาในห้องชมรมโรมิโอ “หวัดดีครับพี่ฝุ่น ทำอะไรอยู่เอ่ย?”
“อย่ากวนพี่เขาสิ” กนกว่าชลวิทย์ หวังเอาใจฝุ่นดิน
“พี่ฝุ่นคือคนพิเศษของผม ทำไมผมจะชวนคุยไม่ได้”
คำตอบของชลวิทย์ทำเอากนกหน้าแทบหงาย
ยิ่งเห็นฝุ่นดินยิ้มให้และทักทายชลวิทย์ กนกยิ่งแปลกประหลาดใจ..!!
ฝุ่นดินหันหน้ามามองกนกั์ตาเธอสื่อความหมายบางอย่างมาด้วย “อย่าลืมไปลองขอครูโชเล่นบททีบอลท์นะคะ ฝุ่นว่าบทนั่นเหมาะกับคนแบบพี่”
กนกเข้าใจทุกอย่างที่ฝุ่นดินสื่อสารทันที ก็ในเื่โรมิโอกับจูเลียต ทิบอลท์เป็ญาติจูเลียตที่ขัดขวางไม่ให้โรมิโอรักกับจูเลียต ตอนนี้..ตัวเขาก็เหมือนกับกำลังขัดขวางไม่ให้ฝุ่นดินกับชลวิทย์สวีทกัน
จะทำอย่างดี? ..หรือจะถอนตัวจากการทำงานละครเื่นี้ .. แต่ถ้าถอนตัว ..แล้วจะเข้าหาฝุ่นดินอย่างไร .. หรือจะไปขอแสดงเป็ทิบอลต์ .. แต่นั่นมันตัวประกอบนี่.. เราเป็ตัวเอกของรุ่นนะ .. จะยอมเป็ตัวประกอบให้รุ่นน้องเหรอ?
ขณะที่กนกกำลังกระอักกระอ่วนใจอยู่นั่น
โทรศัพท์มือถืออีริคสันของฝุ่นดินก็ดังขึ้น
ฝุ่นดินเลือกมองหน้าชลวิทย์เชิงขออนุญาต แล้วเดินถือมือถืออกไปนอกห้อง โดยไม่สนใจกนกเลย เมื่อฝุ่นดินเดินออกไปแล้ว กนกก็ยืนเก้ๆ กังๆอยู่สักครู่ แล้วก็เดินออกจากห้องชมรมโรมิโอไป
..
ฝุ่นดินคุยโทรศัพท์กับพี่นัท ยิ้มไปยิ้มมาสักครู่ จึงวางสายลง
“คุยกะใครเนียะ ถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ ควรหึงมั้ยน้า..” ชลวิทย์ที่ออกมายืนดูอยู่สักครู่ เริ่มแซวฝุ่นดิน
“พี่กนกล่ะ” ฝุ่นดินถามอีกเื่
“ไปแล้ว” ชลวิทย์ตอบพร้อมกับท่วงท่าโบ๋เบ๋
จนฝุ่นดินอดที่จะยิ้มไม่ได้
“เค้าหึงอยู่น้า ยังจะมายิ้มให้แบบนี้อีก”
ฝุ่นดินนึกสนุก “คนนี้เธอไม่มีสิทธ์”
“ตัวจริงเหรอ”
ฝุ่นดินพยักหน้าแทนคำตอบ
“ไม่หึงก็ได้ ว่าแต่.. คุยกันเื่ไรอะ”
“ไม่บอก”
“ใจร้ายยยยยย” ชลวิทย์โอดครวญ
“เย็นนี้พี่นัทจะมารับกลับบ้าน พอใจยัง?”
ชลวิทย์ยิ้มออก “ไปด้วยนะ”
“แล้ว.. รถคันเก่งของเธอล่ะ”
“ทิ้งไว้นี่แหละ ไม่มีใครขโมยหรอก”
หลังจากซ้อมละครเสร็จ ฝุ่นดิน ต้นน้ำ ปณาลี อุรวี และชลวิทย์ ต่างก็ขึ้นรถคันยาวสุดหรูของณัฐกนกไปทานข้าวด้วยกัน
วันนี้ณัฐกนกพาทุกคนไปดินเนอร์ส่วนตัวบนเรือสำราญที่ล่องเรือชมแม่น้ำเ้าพระยา อาหารเลิศรสเสริฟมาทีละเมนู ทีละเมนู พร้อมกับการบรรเลงไวโอลินแสนหวานจนถึงของหวาน ก็มีเสียงร้องเพลงรักสอดประสานกับเสียงดนตรีอย่างไพเราะ.. จับใจ
จึงไม่มีใครรู้ว่าพี่นัทหายตัวไปจากโต๊ะอาหารตอนไหน เพราะทุกคนต่างก็เปรมปรีดากับอาหารรสเลิศ และซาบซึ้งดื่มด่ำกับเพลงรักแสนหวานชื่น
เพลงจบ ..!!
กุหลาบแดงช่อโตก็วางลงตรงหน้าต้นน้ำพอดี
ทุกคน ต่างก็ตกตะลึง ..!!
ก็กุหลาบแดงช่อโตนั่น ไม่เพียงแต่ช่อโตเบ้อเริ่ม แต่ยังงดงามสุดใจ
“กุหลาบช่อนี้เป็ของต้นน้ำนะครับ” พี่นัทปรากฏตัวข้างๆ ต้นน้ำ
ทำเอาต้นน้ำเขินจนแทบไปไม่เป็
“เป็แฟนพี่นะครับ” เสียงนุ่มๆ ของพี่นัทเอ่ยฝากรักอีกครั้ง
ต้นน้ำตัวบิดตัวงอด้วยความเขิน แต่ก็ไม่ตอบอะไร
เพื่อนๆ ร่วมโต๊ะต่างก็ลุ้นจนตัวโก่ง
ณัฐกนกยังคงยืนอยู่ข้างๆ ต้นน้ำและรำพึงรำพันน้อยใจ “หรือเราไม่คู่ควรกับเค้านะ..”
ต้นน้ำยืนขึ้น และหอมแก้มพี่นัท ..!!
ณัฐกนกใ!!
..ดีใจมาก.. !!
ต้นน้ำทำท่าเฉยเมย “นี่เป็รางวัลนะ ที่ให้กุหลาบแดงช่อนี้ แต่ไม่ใช่การยอมเป็แฟนนะ”
แต่ณัฐกนกก็ยังยิ้มหน้าบานอยู่นั่นเอง
..
พอเรือแล่นผ่านสถานที่สวยๆสองฟากฝั่งแม่น้ำเ้าพระยา แต่ละคนก็เฮละโลไปชมวิวกันอย่างตื่นตาตื่นใจ
“พี่นัทครับ ผมมีเื่ส่วนตัวอยากปรึกษาพี่ครับ” ชลวิทย์กระซิบบอก
ณัฐกนกจึงพาเด็กหนุ่มเดินไปที่มุมหนึ่งของเรือที่ค่อนข้างส่วนตัว
“คือ.. เวลาที่ทำตัวแบบที่ทำกับต้นน้ำ พี่ไม่รู้สึกแย่เหรอครับ”
“พี่จะรู้สึกแย่ทำไมล่ะ?” พี่นัทยิ้มถามต่ออย่างอารมณ์ดี
แต่ชลวิทย์ไม่กล้าพูดว่า ..ก็ผมรู้สึกแย่ที่ชอบผู้ชาย ..
พี่นัทพอจะเดาบางอย่างได้จากสีหน้าเด็กหนุ่ม “ที่พี่ไม่รู้สึกแย่ เพราะพี่รู้ดีว่า..ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับพี่ แต่พี่จะไม่แสดงอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนที่พี่ไม่รู้จัก”
ชลวิทย์มองหน้าพี่นัท ใบหน้าเด็กหนุ่มเริ่มผ่อนคลาย
“ถ้าการที่เราชอบผู้ชาย.. เป็ความผิด เราคงติดคุกไปแล้ว” พี่นัทพูดติดตลก
แต่มันกระแทกใจชลวิย์อย่างจัง
“ที่เราชอบผู้ชายไม่ใช่สิ่งผิดนะ แล้วก็ไม่ได้น่าอายด้วย มันเป็รสนิยมของเรา” พี่นัทย้ำชัดทุกคำ “ก็เราชอบของเราแบบนี้ ก็แค่นั้น และ.. การชอบของเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่”
ชลวิทย์ยิ้มออก เขาไม่เคยคิดแบบที่พี่นัทพูดเลย
“แล้วการที่พี่มีผู้หญิงแบบฝุ่นดินอยู่ข้างๆตัวพี่น่ะ มันประเสริฐเลิศเลอมากะ ฝุ่นดินช่วยให้ทุกคนมองว่าพี่เป็แมน อนาคต.. ถ้าพี่จะต้องแต่งงานกับฝุ่นดินจริงๆพี่ก็จะแต่ง พี่จะพาออกงาน จะยกย่องจะให้เกียรติทุกทางเท่าที่พี่จะทำได้ ถ้าฝุ่นเค้าอยากมีลูก พี่ก็จะทำกิฟท์” ณัฐกนกพูดไปหัวเราะไปราวกับจะเยาะไปทั้งแผ่นฟ้า “พอมีลูกปั๊บ ทีนี้ในสายตาคนอื่น พี่ก็แม้นแมน จริงมะ?”
“ขอบคุณพี่มากครับ พี่ปลดล็อกในใจผมได้มากมายเลยครับ” ชลวิทย์ทั้งพูด ทั้งยิ้มทั้งไหว้ขอบคุณพี่นัทจนมือเป็พัลวันไปหมด
ปณาลีและอุรวีชวนปฐวีมาช่วยกันจัดสถานที่ซ้อมการแสดง ปล่อยให้ต้นน้ำฝันถึงเหตุการณ์แสนหวานเมื่อคืนวาน.. คืนที่พี่นัทขอต้นน้ำเป็แฟน .. แม้ใจปฐวีจะร้าวราน .. แต่เพราะคำว่า ‘เพื่อน’ปฐวีอยู่จึงช่วยงานทุกคน
..
ชลวิทย์มาถึงที่ซ้อมละคร พร้อมกับหญิงสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่ง เขาไม่ปล่อยให้พี่ๆ งุนงง เขารีบแนะนำทันที “พี่ๆ ทุกคนครับ ผมขอเวลาแป๊บเดียวครับ”
เสียงชลวิทย์ทำให้สมาชิกชมรมโรมิโอทุกคนในห้องนั้น หยุดมือจากการทำสารพัดอย่างตรงหน้าและหันมามองชลวิทย์
“พี่ๆ ครับ ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ‘นิภาส’ครับ หรือจะเรียกว่า ‘นิ’ก็ได้ครับ นิเป็ภรรยาผมครับ” คำพูดและน้ำเสียงชลวิทย์ชัดเจน
นิภาสไหว้ทุกคนรอบตัวเธออย่างอ่อนน้อม และยิ้มให้ทุกคนเต็มที่ พี่ๆ แต่ละคนก็ยิ้มให้และรับไหว้นิภาสกัน พลางคิดในใจกันว่า.. ชลวิทย์เปิดตัวแล้ว.. !!
ชลวิทย์แมนมาก ..!!
คงมีเพียงต้นน้ำคนเดียว ที่ตะลึง อึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า .. ความฝันที่เคยหวานฉ่ำในใจเขา ..ปลาสนาการไปจนหมดสิ้น
.. ก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบน้องชลแล้วนี่..!!
ทำไมยังเป็แบบนี้อีก
ต้นน้ำถามตัวเอง.. ก็จะไม่ให้เขาแปลกใจได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้ความรู้สึกนานามันประดังประเดเข้ามาในความรู้สึกเขาเยอะแยะไปหมด ทั้งเสียใจ ทั้งสับสน ทั้งงุนงง ทั้งประหลาดใจ .. อะไร อะไรมันวุ่นวายในหัวต้นน้ำเต็มไปหมด
“ต้นน้ำเป็ไรอะ” ปฐวีถามด้วยความเป็ห่วง
ก็สีหน้าต้นน้ำบอกบุญไม่รับเลย
“มีอะไรไม่สบายใจคุยกะเราได้นะ” เพราะอยากให้ต้นน้ำสบายใจ ปฐวีจึงพูดไปเรื่อย
แต่การพูดโน่นนี่นั่นของปฐวี กลับยิ่งทำให้ต้นน้ำสับสนและเครียดขึ้งยิ่งกว่าเดิม
“หรือจะไปเดินพักข้างนอกก็ได้ เราพา..ไ..ป..”
“วี!! หยุด!! พอ!!” ต้นน้ำเสียงดังฟังชัด “น่าเบื่อที่สุด!! จะไปไหนก็ไป”
คำพูดต้นน้ำราวกับมีดกรีดลงไปที่กลางหัวใจอ่อนๆของปฐวี จนใจนั่นแหลกสลายไปตรงหน้า..!!
ปฐวียืนนิ่ง ค้างอยู่ท่วงท่าเดิม
ต้นน้ำผลักปฐวีล้มลงและเดินออกไปจากห้องซ้อมการแสดงทันที!!
น้ำตาปฐวีนองหน้า.. ทั้งเ็ปในอก .. ทั้งร้าวรานในใจ
ปณาลีกับอุรวีรีบพาเขาออกไปจากห้องซ้อม
“ใจเย็นๆ นะแก อย่าเพิ่งคิดมาก” ปณาลีปลอบเพื่อน
“ต้นน้ำมันกำลังสับสนอยู่หลายเื่ด้วยแหละแก มันเลยเป็แบบนั้น” อุรวีช่วยพูด
“มันไม่ได้ตั้งใจหรอก” ปณาลีรีบพูดให้ปฐวีรู้สึกดีขึ้น
แต่ปฐวีนิ่งเขาปล่อยน้ำตาหลั่งริน โดยไม่สนใจจะเช็ดมันเลย “เราขอลาออกจากชมรมโรมิโอนะ” พูดจบปฐวีก็เดินจากไป
ปล่อยให้ปณาลีกับอุรวียืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
..
เมื่ออาจารย์เตโชมาถึงห้องซ้อมฯ ปณาลีและอุรวีก็รีบเข้าไปบอกครูโชว่า..วันนี้ต้นน้ำกับปฐวีติดธุระด่วน ไม่สามารถอยู่ดูการซ้อมได้ ครูโชชักสีหน้ามองสองสาว
มายด์สะกิดอาโชของเขาพลางกระซิบบอก “อาโช.. พี่ชลพาใครมาด้วยก็ไม่รู้”
ครูโชหันหน้าไปมองตามที่มายด์ชี้ให้ดู
ชลวิทย์รีบพานิภาสมาไหว้ครูโช “นิไหว้ครูโชสิ นี่แหละครูที่เก่งที่สุดของชล”
นิภาสยกมือไหว้และทักทายครูโชอย่างดี แต่คงเพราะนิภาสเป็เด็กที่ไม่รู้กาละเทศะกระมัง ..ทุกอย่างที่เธอทำจึงดูขาดๆ เกินๆ
ถึงครูโชจะดูออกแต่ครูโชก็เลือกที่จะมองข้าม “ดีแล้ว พาแฟนออกงานให้มารู้จักคนอื่นๆ แบบี้ ดีแล้ว”
“ใช่แล้วค่ะ นิพูดจนี้เีจะพูดละ ชลก็ไม่ทำซะที ขอบคุณ ‘คูโช’ มากนะคะ ที่ทำให้ชลพานิออกงานได้” นิภาสทั้งพูดและแสดงกิริยาท่าทางเยอะแยะไปหมด
จนผู้คนในห้องซ้อมต้องแอบมองสบตากันเอง..!!
.. ก็..กิริยาแบบนี้กระมัง ที่ทำให้ชลวิทย์ไม่กล้าพาไปที่ไหนด้วย.. !!
จบตอน ๑๓