“ถ้าข้าทะลวงขั้นไปได้เรื่อยๆไม่ใช่ว่า... ข้าจะมีอายุขัยที่ไม่สิ้นสุดหรอกรึ!!”จูเยว่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับแววตาที่เป็ประกาย
เพราะตนเองที่อยู่ในโลกเก่า ถึงแม้จะพัฒนาอำนาจจิตไปถึงระดับสูงที่สุดในโลกแห่งนั้นแต่ก็ไม่สามารถทำให้อายุขัยยืนยาวได้มากกว่าเดิมได้
ทำได้เพียงใช้น้ำยาเวทย์มนต์เพื่อยืดอายุขัยออกไปแต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก หากเมื่อใช้ซ้ำหลายหนมันก็ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้เช่นดั่งเดิม
ขณะที่จูเยว่กำลังรู้สึกดีใจก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
"ในเมื่อข้าสามารถรวบรวมพลังงานฟ้าดินเข้ามาในร่างได้ด้วยการเดินลมปราณ มิใช่ว่า... ข้าสามารถใช้อำนาจจิตรวบรวมพลังงานธาตุเข้าสู่ร่าง ด้วยวิธีการเดียวกัน?"
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจูเยว่จึงลองรวบรวมพลังธาตุอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาใช้อำนาจจิตโคจรพลังในรูปแบบของการเดินลมปราณ ชักนำกระแสพลังธาตุรอบกาย เข้ามาภายในร่างผ่านลมหายใจ
“เอ๊ะ! เหตุใดกลับมีถึง 5 ธาตุ?!” จูเยว่ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
โดยปรกติโลกที่เขาจากมาจะมี 4 ธาตุหลักคือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่ในตอนนี้เมื่อใช้อำนาจจิตตรวจสอบกลับเห็นกระแสพลังงาน 5 สี กระจายอยู่ในอากาศซึ่งธาตุดินมีสีน้ำตาล ธาตุน้ำมีสีฟ้า ธาตุไม้มีสีเขียว ธาตุไฟมีสีแดงและธาตุทองมีสีเหลืองทอง
เมื่อใช้อำนาจจิตพิจารณาดูก็พบว่ามีถึงสองธาตุที่ไม่มีในโลกที่ตนนั้นจากมา นั้นคือธาตุไม้ และธาตุทอง
“ถึงจะแตกต่างกันอยู่บ้าง...อาจเป็เพราะกฏธาตุของโลกใบนี้ ที่ต่างจากโลกที่ข้าจากมาแต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในการใช้อำนาจจิตรวบรวมมันเข้ามาภายในร่าง”
ด้วยความอัจฉริยะในด้านการใช้เวทย์ควบคุมธาตุต่างๆในอดีตจึงทำให้จูเยว่สามารถทำความเข้าใจ ธาตุของโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว
จึงเริ่มรวบรวมกระแสพลังของธาตุทั้งหมดเข้ามาภายในตันเถียนแต่เพียงชั่วครู่หลังจากที่ลงมือ ดวงตาเขากลับเบิกกว้างขึ้นราวกับพึ่งนึกถึงบางสิ่งออก!
“บ้าจริง!! ข้ากลับหลงลืมไปว่า ดวงจิตธาตุทั้งหกของข้า ได้ถูกแยกออก ยามเมื่อข้ามาเกิดที่โลกใบนี้!”
เพราะได้หลับไหลไปเป็เวลานานและพึ่งฟื้นคืนทำให้เขาหลงลืมไปว่าดวงจิตธาตุที่เปรียบราวกับพร์ในธาตุนั้นๆของตน ได้ถูกแยกออกจากดวงจิตหลักยามเมื่อได้พุ่งปะทะกับบางสิ่งที่ได้ห่อหุ้มโลกนี้เอาไว้
“นะนั้น..เท่ากับว่า...ข้าไม่สามารถดูดซับธาตุเ่าั้ได้นะสิ!!”
ความกังวลใจและเศร้าเสียใจได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของจูเยว่เพราะตัวเขาสามารถที่จะััได้ถึงธาตุเ่าั้ได้ แต่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะการที่ได้เสียดวงจิตธาตุไปก็ไม่ต่างอันใดกับการเป็ผู้ที่พิการในธาตุนั้นๆทำให้ไม่สามารถฝึกฝนหรือเรียนรู้ขึ้นมาใหม่ได้
แต่เมื่อเขาได้ครุ่นคิดอยู่หนึ่งก้านธูปั์ตาเขากลับเป็ประกายขึ้น ราวกับนึกถึงบางสิ่งได้
จูเยว่เริ่มที่จะควบรวมธาตุขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบการเดินพลังลมปราณ โดยผ่านทางเดินหายใจแล้วจึงเคลื่อนไปยังตันเถียนหมุนเวียนอยู่ภายใน ก่อนที่จะหลอมรวมกับลมปราณในร่างปรากฏเป็ลมปราณ ที่มีสีทองและสีเขียวผสมผสานเข้าด้วยกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่างน้อย...ข้าก็พอมีโชคอยู่บ้าง ที่โลกใบนี้กลับมีธาตุที่ข้าไม่เคยฝึกฝน!”
เพราะเมื่อครู่จูเยว่ได้ลองชักนำเพียงธาตุทั้งสองที่ตนไม่เคยฝึกฝนในโลกที่จากมา นั้นคือ ธาตุไม้และธาตุทองกลับสามารถกระทำได้อย่างราบรื่นเนื่องจากเป็ธาตุที่ตัวเขาไม่เคยสร้างดวงจิตธาตุขึ้นมาก่อนมันจึงสามารถใช้พร์ที่เขามี เรียนรู้มันขึ้นมาใหม่ได้
เมื่อสามารถทำในสิ่งที่ตนคิดในขั้นแรกได้สำเร็จจึงพยายามผสานความรู้จากตำรา และความรู้จากโลกเก่า เพื่อที่จะฝึกฝนในขั้นต่อไปได้
“ในอดีตข้าต้องสร้างแก่นธาตุในดวงจิต...แต่จากตำราที่ได้มา หากปรับเปลี่ยนวิธีการ ข้าอาจไม่ต้องสร้างดวงจิตธาตุเช่นที่ผ่านมา...แต่สามารถสร้างเส้นลมปราณธาตุขึ้นมาแทนได้!”
เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มควบคุมพลังลมปราณธาตุทั้งสองภายในตันเถียนให้เริ่มไหลเวียนผสานกับเส้นลมปราณเดิมที่มีในร่าง
“อ๊ากกกกก!!!”
เสียงร้องด้วยความเ็ปได้ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิดเป็เพราะความเ็ปแสนสาหัส ได้แล่นผ่านไปทั่วร่างอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้จูเยว่ไม่สามารถระงับเสียงร้องของตนได้
ปัง!!
เสียงประตูถูกเปิดดังขึ้น เป็เฟยซิ่วที่ตอนนี้มีสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกมันได้ยินเสียงนายน้อยร้องะโดังลั่น ด้วยความเ็ปจึงเร่งผลักประตูเข้ามาห้องทันที
“นายน้อย! เกิดอันใดขึ้นกับท่านหรือท่านจะถูกธาตุไฟเข้าแทรก!!” เฟยซิ่วรีบกล่าวความคิดของมันออกมาเพราะเข้าใจว่านายน้อยอาจเดินพลังลมปราณผิดพลาด จนเกิดธาตุไฟเข้าแทรกขึ้น
“ขะข้า... ไม่เป็ไรเพียงาเ็เล็กน้อย อย่างไม่ทันตั้งตัวจากการฝึก... จะเ้าออกไปก่อน...”จูเยว่กัดฟันกล่าวออกมา ซึ่งพยายามอดกลั้นความรู้สึกเ็ปเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ซีดขาวและมีเม็ดเหงื่อผุดซึมจากกลางหน้าผาก
“ตะแต่ว่า...”
“อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ! ข้า...ไม่เป็ไร!!”
ตอนนี้ตัวเขาไม่อยากให้ใครรบกวนเพราะพอทราบจะสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว
“ดะได้ขอรับนายน้อย...หากท่านมีปัญหาอะไร โปรดรีบเรียกข้าทันที”
เฟยซิ่วกล่าวออกมาเมื่อได้ยินในสิ่งที่นายน้อยสั่งแล้วเดินออกไปด้วยความไม่เต็มใจ เพราะเกรงว่านายน้อยของตนจะตกอยู่ในอันตรายหากเป็เช่นนั้น มันคงไม่มีหน้าไปพบผู้นำตระกูล บิดาของเฟยเทียนอย่างแน่นอน
หลังจากเฟยซิ่วออกไปจูเยว่พยายามข่มความเ็ป ที่เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างของตน อย่างสุดความสามารถสติของเขาแทบจะดับลงไปได้ทุกเมื่อ แต่เนื่องจากจิติญญาที่แข็งแกร่งจึงยังคงสามารถประคองสติเอาไว้ได้ เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเป็เวลาถึง 1 ชั่วยามจึงสงบลง
จูเยว่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“ฟู่...ไม่คาดคิดว่าการที่ลมปราณทั้ง 2 ธาตุ หลอมรวมเข้าด้วยกันมันจะมีความหนาแน่นกว่าลมปราณยามปรกติถึง 2 เท่า! เมื่อมันเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างจึงเกิดการขยายตัวอย่างฉับพลัน ทำให้สร้างความเ็ปแสนสาหัสขึ้นมา แต่!ช่างเป็การเ็ปที่คุ้มค่านัก!!”รอยยิ้มมีความสุขค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจูเยว่
จูเยว่ได้แต่คิดขึ้นมาภายในด้วยความตื่นเต้น
“หากข้ามีดวงจิตถึงแปดธาตุมิใช่ว่า... พลังลมปราณจะเหนือกว่าผู้คนทั่วไปถึงแปดเท่าหรอกรึ?!”