จารึกที่ 298 : อักขระเทพปะทะสูญตา : บุกทะลวงวิหารอนันตกาล
ท่ามกลางเศษซากแห่งความหยิ่งยโสที่ร่วงหล่นลงมาจากน่านฟ้า กลิ่นอายทรัพยากรที่คละคลุ้งไปด้วยคาวเลือดสีทองคำค่อยๆ ถูกความว่างเปล่าดูดซับหายไปในชั้นดินสีดำ ลานประหารใต้เหมืองศิลาปราณบัดนี้แปรสภาพเป็นขุมสมบัติชั่วคราวที่วุ่นวายที่สุด
เสียงฝีเท้าของพยนต์โลหะทองคำขาวดังสนั่นกึกก้องไปทั่วโถงถ้ำ 'เจ้าสัว' พยนต์คู่กายที่เพิ่งวิวัฒนาการ บัดนี้เคลื่อนไหวปราดเปรียวดุจภูตพราย ฝ่ามืออักขระของมันกวัดแกว่งไปมาประหนึ่งพายุหมุน งัดเอาชิ้นส่วนเกราะ อาวุธ และแกนพลังงานวิญญาณจากซากทัพข้าศึกนับหมื่นออกมาเทกองรวมกันประหนึ่งขุนเขา ขณะที่ 'เจ้าถุงเงิน' ราชันแมงมุมมิติสูญตา ปรากฏตัวและเลือนหายไปตามซอกหลืบมิติ ชักใยดึงเอาแหวนมิติที่ซ่อนเร้นออกมาจากร่างไร้วิญญาณของผู้ฝึกตนวิหารเทพอย่างไม่ขาดสาย
อาเจียยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองสมบัติมหึมา ชายหนุ่มมิได้รีบร้อนกวาดของเข้าแหวนมิติ ทว่าเขากลับหลับตาลง นิ่งฟังเสียงการเคลื่อนไหวของกฎเกณฑ์รอบกาย
"ท่านอาจารย์..." อาเจียเอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตา น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสนทนากับบุรุษเบื้องหลัง "ร่างเนื้ออักขระที่ท่านหลอมขึ้นมานี้ ดูเหมือนจะยังไม่สมบูรณ์ดีนัก แรงกดดันจากดวงตาโลหิตบนฟากฟ้า กำลังพยายามกัดกร่อนรากฐานวิญญาณของท่านอย่างต่อเนื่อง"
มู่เฉินที่ยืนอยู่เคียงข้างในร่างเนื้อสีขาวบริสุทธิ์ พยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความลึกล้ำประดับบนใบหน้าหล่อเหลา "เป็นเช่นที่เจ้าว่า... ทวีปแห่งนี้มิได้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิถีเต๋าที่แท้จริง ทว่ามันคือ 'แดนปรสิต' ที่ดึงเอากฎเกณฑ์บรรพกาลมาบิดเบือน ร่างเนื้อของข้าถูกสร้างจากอักขระบริสุทธิ์ ย่อมปะทะกับอำนาจที่เน่าเฟะของที่นี่เป็นธรรมดา"
อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทไร้ก้นบึ้งสาดประกายเย็นเยียบ "ในเมื่อที่นี่มันเน่าเฟะนัก ข้าก็จะขอรับหน้าที่กวาดล้าง ยึดเอาทรัพยากรที่พวกมันใช้หล่อเลี้ยงอำนาจมาเป็นของข้าให้หมดสิ้น เมื่อพวกมันไร้ซึ่งปราณฟ้าดิน กฎเกณฑ์ปรสิตเหล่านี้ก็จะพังทลายลงไปเอง!"
ชายหนุ่มหันหลังกลับไปมองมหานาวาปราณแห่งสูญตาที่จอดสงบนิ่ง ป้อมปราการโลหะสีดำทมิฬบัดนี้ดูซอมซ่อไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความโอ่อ่าของทัพวิหารเทพที่เพิ่งถูกบดขยี้
"เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! นำทรัพยากรทั้งหมดที่พวกเจ้าช่วงชิงมาได้ ไปหลอมเข้ากับเรือเหาะเดี๋ยวนี้!" อาเจียสั่งการ "ข้าต้องการให้มหาปราการของข้า แข็งแกร่งพอที่จะพุ่งชนประตูหน้าของวิหารเทพอนันตกาลโดยไม่ทิ้งรอยร้าวแม้แต่นิดเดียว!"
"รับทราบขอรับนายท่าน! การหลอมรวมขุมทรัพย์เพื่อเพิ่มพลานุภาพ คืองานถนัดของข้าน้อย!" เจ้าสัวแผดเสียงตอบรับอย่างร่าเริง
พยนต์และสัตว์วิเศษรีบขนกองสมบัติที่ประกอบด้วยทองคำวิญญาณ แกนอักขระเทพ และศิลาวิญญาณสวรรค์ เข้าสู่เตาหลอมภายในเรือเหาะ อาเจียไม่ได้นั่งดูอยู่เฉยๆ ชายหนุ่มสะบัด 'พู่กันนิรันดร์' กรีดวาดอักขระสูญตาผสานกับปราณเซียนแท้ บังคับให้โลหะวิญญาณของศัตรูที่หยิ่งยโส ต้องสยบยอมและหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับเหล็กกล้าดาราทมิฬ
พริบตานั้น มหานาวาปราณแห่งสูญตาพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
ตัวเรือที่เคยเป็นสีดำสนิท บัดนี้ปรากฏลวดลายเส้นสายสีเงินยวงและสีทองคำขาวไขว้สลับกันประหนึ่งดาราจักร อักขระเทพที่ช่วงชิงมาถูก 'ลบ' กฎเกณฑ์เดิมออกแล้วแทนที่ด้วยเจตจำนงแห่งการกลืนกินของอาเจีย หัวกะโหลกอสูรที่ทอดตัวอยู่ด้านหน้าสุด บัดนี้มีดวงตา 3 ดวงที่เปล่งประกายสีดำมืดมิด ทรงพลานุภาพกดข่มมิติ!
วิหคอสูร 9 เศียรปีกทมิฬที่รับหน้าที่ขับเคลื่อน ก็ได้รับการอัดฉีดด้วยแก่นโลหิตวิญญาณสวรรค์จนร่างกายขยายใหญ่โตขึ้นเท่าขุนเขา ปีกทั้ง 4 คู่สลักทับด้วยอักขระสูญตาขั้นสูง ทำให้มันสามารถบินแทรกมิติได้โดยปราศจากแรงเสียดทาน
"พร้อมแล้ว..." อาเจียลูบไล้ไปตามตัวเรือที่เย็นเยียบ "มิตรสหายของข้า... บรรพชนแห่งสำนักหมื่นอักขระ... และจิตวิญญาณพู่กัน... บัดนี้ถึงเวลาที่เราจะไปชำระหนี้แค้นนับหมื่นปีกันเสียที!"
กลุ่มสหายพุ่งทะยานขึ้นสู่มหานาวาด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ หลินชิงเสวี่ยกระชับกระบี่เหมันต์ นัยน์ตาของนางสื่อความหมายถึงการปกป้องบุรุษเบื้องหน้าด้วยชีวิต เฟิงหลิงเอ๋อร์เบิกเนตรดาราเตรียมมองหาจุดอ่อนของค่ายกลวิหารเทพ ส่วนเย่ปิงอวิ๋นและเฟิงอี้หรานก็เตรียมพร้อมทั้งพฤกษาและอัคคีเพื่อเปิดสมรภูมิ
อาเจียก้าวขึ้นสู่แท่นบัญชาการสูงสุด ยืนเคียงข้างมู่เฉินและองค์หญิงน้อยที่บัดนี้ดูเคร่งขรึมขึ้น
"บุกทะลวง!"
"ก๊าซซซซซซซซซซซซ!!!"
วิหคอสูร 9 เศียรคำรามลั่น ปีกมหึมากระพือเพียงครั้งเดียว มหานาวาปราณแห่งสูญตาก็ฉีกกระชากมิติอากาศ พุ่งทะยานแหวกผ่านหมู่เมฆสีโลหิต มุ่งหน้าตรงสู่ 'ภูเขาศักดิ์สิทธิ์อนันตกาล' ทิศทางที่ดวงตาโลหิตกำลังจ้องเขม็งลงมา
ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์กลางทวีป แรงกดดันมิติก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นประหนึ่งพยายามจะบดขยี้ผู้บุกรุกให้แหลกสลาย ทว่ามหานาวาที่ได้รับการหลอมรวมกฎเกณฑ์ที่เหนือกว่า กลับพุ่งฝ่าความหนาแน่นนั้นไปได้อย่างง่ายดายประหนึ่งคมมีดกรีดผ่านแผ่นกระดาษ
ในที่สุด เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการและน่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ผู้แสวงมรรคจะจารึกไว้
มหาวิหารสีทองอร่ามที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่านครทั้งนคร ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงเทียมฟ้า ตัววิหารสลักเสลาด้วยอักขระเทพที่ส่องแสงเจิดจ้าเสียจนมองไม่เห็นเงามืดใดๆ รอบบริเวณวิหารมีเกาะลอยฟ้านับพันแห่งที่ทำหน้าที่เป็นป้อมปราการ กองทัพพยนต์เทวะและขุนพลชุดเกราะทองคำนับแสนชีวิต ตั้งกระบวนทัพรบประหนึ่งกำแพงปราการที่ไร้รอยโหว่
และเหนือยอดวิหารขึ้นไป... 'ดวงตาโลหิต' ขนาดยักษ์กำลังหมุนวน ก่อเกิดเป็นวังวนสีเลือดที่ดูดกลืนวิญญาณของผู้ที่จ้องมอง
"นั่นคือ 'มหาค่ายกลพิพากษาสวรรค์'..." มู่เฉินชี้ไปยังม่านพลังสีทองจางๆ ที่ครอบคลุมวิหารเอาไว้ "มันคือของเลียนแบบวิถีแห่งการปกป้องของอักขระสูญตา ทว่ามันกลับใช้การสังเวยเลือดจากเหมืองที่เจ้าเพิ่งทลายมาเป็นพลังงานหลัก เมื่อเจ้าตัดเส้นทางลำเลียงทรัพยากร พลังของมันย่อมลดถอยลงเหลือเพียง 7 ใน 10 ส่วน"
"7 ใน 10 ส่วนงั้นหรือ? ยังถือว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงเกินไปหากบุกเข้าไปโดยตรง"
อาเจียแสยะยิ้ม ชายหนุ่มล้วงเอา 'ป้ายหยกทะลวงอนันตกาล' ออกมา ปราณเซียนแท้สีเงินยวงถูกอัดฉีดเข้าไปในป้ายหยกจนมันสั่นระริก
"องค์หญิงน้อย! เตรียมมิติเอกเทศโลกใบเล็กให้พร้อม! เมื่อข้าส่งสัญญาณ ให้เจ้าดึงเอา 'กฎเกณฑ์แห่งความว่างเปล่า' ออกไปทับซ้อนกับมหาค่ายกลของพวกมันในพริบตา! ข้าต้องการให้กำแพงที่พวกมันภาคภูมิใจ กลายเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ค่า!"
"รู้แล้วน่า! สั่งการข้าอยู่ได้!" องค์หญิงน้อยสะบัดหน้าอย่างหยิ่งยโส ทว่ามือน้อยๆ ของนางกลับร่ายรำอักขระเพื่อเตรียมผสานพลังกับพู่กันนิรันดร์อย่างเคร่งเครียด
มหานาวาปราณพุ่งเข้าใกล้รัศมีการโจมตีของวิหารเทพในระยะ 1,000 จั้ง!
"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
เสียงกลองศึกดังกัมปนาทสะเทือนโสตประสาท! เกาะลอยฟ้าที่เป็นป้อมปราการ พลันระเบิดลำแสงพิพากษาสีทองนับพันสาย พุ่งเข้าใส่เรือเหาะประหนึ่งห่าฝนอุกกาบาต! ลำแสงแต่ละสายอัดแน่นด้วยอำนาจที่สามารถสังหารผู้ฝึกตนวิญญาณแรกเริ่มได้ในพริบตา!
"เปิดม่านพลังกลืนกิน!" อาเจียสั่งการ
พริบตาที่ลำแสงพิพากษาประทะกับตัวเรือ อักขระสูญตาที่สลักทับบนเกราะมารพลันทำงาน! แทนที่มันจะระเบิดทำลายล้าง ทว่าแสงสีทองเหล่านั้นกลับถูก 'ดูดซับ' และถูก 'ย่อยสลาย' เข้าไปเป็นพลังงานสำรองให้แก่เตาหลอมวิญญาณของเรือเหาะ!
ยิ่งศัตรูระดมยิงเข้าใส่ อาเจียก็ยิ่งยิ้มกว้าง เพราะนั่นเท่ากับพวกมันกำลังช่วยมอบแหล่งพลังงานให้เขาทะลวงได้ลึกขึ้น!
"ใครว่าการปะทะกันต้องสูญเสียเสมอไป! หากเจ้ารู้จักพลิกแพลงกฎเกณฑ์ การโจมตีของศัตรูก็คือขุมพลังชั้นดีนี่เอง!" อาเจียประกาศกร้าวกลางสนามรบ
มหานาวาพุ่งทะลวงฝ่าห่าฝนลำแสงเข้าไปประชิดม่านพลังของมหาค่ายกลพิพากษา!
เบื้องบนน่านฟ้า ปรากฏร่างของชายชรา 9 คนในชุดคลุมสีขาวทองเปล่งประกาย พวกมันคือ '9 สภาผู้อาวุโสสูงสุด' แห่งวิหารเทพ ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ที่ก้าวล่วงสู่ขอบเขตตัดวิญญาณเพียงครึ่งก้าว!
"เดรัจฉานวิปริต! เจ้าทำลายมหาเทพคุมกฎ และยังกล้าเหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์!" ผู้อาวุโสอันดับหนึ่งตวาดก้อง รังสีสังหารของยอดเซียนทั้ง 9 กดทับจนมิติอากาศกลายเป็นสีทองข้นหนืด "จงคุกเข่ายอมรับความตายซะ! นี่คือบัญชาจากดวงตาโลหิต!"
อาเจียแหงนหน้ามองผู้อาวุโสทั้ง 9 นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาไร้ซึ่งความหวั่นไหว ชายหนุ่มยกป้ายหยกสีเลือดขึ้นเหนือศีรษะ
"บัญชาจากดวงตาโลหิตงั้นหรือ? ช่างเป็นถ้อยคำที่ไร้รสนิยมเสียจริง..."
อาเจียแค่นเสียงหัวเราะอย่างเด็ดขาด "พวกเจ้าอ้างตัวเป็นเบื้องบน บังคับให้โลกหล้าต้องกราบไหว้... ทว่าในสายตาของข้า พวกเจ้าก็เป็นแค่ผู้กดขี่ที่กำลังจะถูกกวาดล้าง!"
ชายหนุ่มตวัดพู่กันนิรันดร์ จิ้มลงบนกึ่งกลางป้ายหยกหยกสุสานเทพ!
"เนตรสูญตา... ขั้นที่ 3... กลืนกินกฎเกณฑ์ รังสรรค์มิติ!"
"องค์หญิงน้อย! ทับซ้อนมิติ ณ บัดนี้!!!"
"วูบบบบบบบบบบบบ!!!"
พริบตานั้นเอง! โลกทั้งใบพลันเงียบสงัด!
จากปลายพู่กันนิรันดร์ แสงสีเงินยวงที่ลึกล้ำประหนึ่งจุดกำเนิดของเอกภพ ระเบิดออกเป็นวงกว้าง! มิติโลกใบเล็กที่ซ่อนเร้นอยู่ในพู่กัน พลันถูกดึงกฎเกณฑ์ออกมาทาบทับกับมหาค่ายกลพิพากษาอย่างรุนแรง!
ภาพของยอดเขาน้ำแข็ง ทุ่งดารา และป่าพฤกษา ปรากฏขึ้นซ้อนทับกับมหาวิหารสีทอง! กฎเกณฑ์ 2 ชนิดที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ปะทะกันกลางอากาศธาตุจนเกิดสายฟ้ามิติสีดำสนิทแลบแปลบปลาบ!
ทว่า ด้วยอำนาจของ 'ป้ายหยกทะลวงอนันตกาล' ที่เป็นกุญแจดั้งเดิม อำนาจแห่งวิหารเทพจึงเกิดรอยร้าว!
"เป็นไปไม่ได้! มหาค่ายกล... กำลังถูกแทรกแซง!" 9 สภาผู้อาวุโสเบิกตากว้างจนเลือดไหล
กำแพงพลังสีทองที่เคยอวดอ้างว่าไร้เทียมทาน บัดนี้เริ่ม 'บิดเบี้ยว' และ 'จางหาย' ไปประหนึ่งน้ำหมึกที่ถูกความว่างเปล่าลบเลือน! กฎเกณฑ์ที่ครอบงำทวีปต้องห้ามมานับหมื่นปี พังพลายลงต่อหน้าต่อตา!
"ความสูญเสียต้องได้รับการชำระ... และขุมลับที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง จะต้องถูกเปิดเผย!"
อาเจียชี้ปลายพู่กันนิรันดร์ไปที่ยอดวิหารสูงสุด!
"บุกทะลวงเข้าไป! ใครขวางหน้า... บดขยี้มันซะ!"
สงครามโค่นล้มผู้แอบอ้างสวรรค์ ได้ก้าวเข้าสู่หัวใจของศัตรูแล้ว! มหานาวาปราณแห่งสูญตาพุ่งชนประตูวิหารทองคำดังกัมปนาท เปิดฉากมหกรรมการทวงคืนความยุติธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมรรคาเซียน!