วันรุ่งขึ้นตัวเขามาที่บริษัทด้วยสภาพอันปกติ
เขาสัญญากับตนเองอย่างจริงจังว่าจะไม่ใส่ของปลอมอีกแล้วคิดไปแล้วก็น่าเจ็บใจ เขาอุตส่าห์เอาเงินเดือนอันแสนมีค่าไปซื้อของก๊อปเกรด AAA จากอินเทอร์เน็ต
...นี่ยังดีนะที่มันชิ้นละไม่เกินหนึ่งพันกับไม่เกินสองพันไม่อย่างนั้นล่ะก็...
แต่นี่ก็คือของที่แพงสุด ๆ ที่เขาเคยซื้อมาแล้ว !
ว่าแล้วก็กลับมาใส่เสื้อผ้าถูก ๆ กับสะพายกระเป๋าผ้าใบเก่งตามเดิมนี่แหละนายอานุภาพตัวจริงล่ะ
หลังจากที่มีปากเสียงกันอะไร ๆ ก็ดูจะลำบากมากขึ้น
วันนี้ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ประชุมกันถึงเื่ซอฟต์แวร์สื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กตัวใหม่ซึ่งได้รับแจ้งมาจากทางฝ่ายอื่นให้พวกเขาออกแบบแพคเกจของมัน
พนักงานทั้งหมดของฝ่ายไปรวมตัวกันที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของบริษัทเพื่อประชุมวางแผนดำเนินงานซึ่งเื่นี้อิทธิพงษ์ผู้เป็ผู้จัดการฝ่ายได้เป็คนแจ้งเอาไว้ที่บอร์ดในตอนเช้า
อานุภาพเดินมาพร้อมกับเขมนิจ
ที่จริงเขาค่อนข้างชอบศูนย์คอมพิวเตอร์มากทีเดียว เพราะแอร์เย็นกว่าที่ออฟฟิศชั้นหกของเขาอยู่หลายขุมเดิมทีเขาแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมไม่ใช้ห้องประชุมเล็ก แต่คิดไปคิดมาก็คงเพราะว่าจะต้องใช้คอมพิวเตอร์รายบุคคลนั่นเอง
“เหมือนเด็กนักเรียนมาเรียนคอม ฯ ที่ห้องคอม ฯ เลย” เขมนิจหัวเราะ“นึกถึงสมัยเด็กจัง”
“นั่นสินะครับ”
“เมื่อวานเห็นอุ้มทะเลาะกับพี่ดรีมแล้วใแทบแย่ ตอนนี้โอเคใช่ไหม ?”
“โอเค”
อานุภาพทำมือเป็ตัว O ประกอบให้หญิงสาวดูเพื่อความแน่ใจ
เมื่อทุกคนเข้ามาพร้อมกันแล้วอิทธิพงษ์จึงเข้ามาเป็คนสุดท้ายพลางปิดประตูห้อง
พนักงานฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกคนอยู่พร้อมกัน ณ ที่นี้แม้กระทั่งปรารถนาเองซึ่งมักจะต้องออกไปติดต่องานด้านนอกอยู่บ่อยๆ ก็ด้วย
อานุภาพมองไปเห็นพิชิตหยิบแฟลชไดร์ฟส่วนตัวออกมาเตรียมไว้หมอนี่ดูเป็คนตั้งใจทำงานจริง ๆ
แม้กระทั่งหัวหน้าฝ่ายศุภกิจ... นั่นก็เหมือนกันถึงแม้เวลาอื่นจะดูมึงมาพาโวยเฮฮา แต่เวลาทำงานอย่างเอาจริงเอาจังเขาก็เป็หัวหน้าที่พึ่งพาได้มากทีเดียว
อานุภาพเลือกนั่งข้างหลัง ๆ เพื่อจะได้ไม่เป็จุดสนใจนัก
ปล่อยให้พวกผู้หญิงซึ่งเอาแต่ตามกรี๊ด ‘พี่ดรีม ๆ’ นั่งเสนอหน้ากันไปเถอะ
อานุภาพนั่งอยู่หลังสุด ถัดจากพิชิตและเขมนิจเสียอีก ศุภกิจซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนั่งอยู่ด้านหน้าติดกับพนักงานหญิงเ่าั้
ส่วนปรารถนานั่งอยู่ตรงกลาง ๆ ก่อนเขาไปประมาณสามถึงสี่ที่
ชายหนุ่มมองอิทธิพงษ์ซึ่งเดินไปรูดหน้าจอโปรเจคเตอร์ลงผู้จัดการฝ่ายดูเป็คนคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงและทำงานเก่งอย่างมาก ซึ่งนั่นเป็ข้อดี...ยกเว้นนิสัยไลฟ์สไตล์ส่วนตัว
ชายหนุ่มรุ่นพี่ซึ่งอายุมากกว่าเขาหกปี เป็ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง่ขายาว ๆ ภายใต้กางเกงสแล็คยี่ห้อดังนั่นเป็ที่ดึงดูดพนักงานหญิงหลาย ๆ คนใบหน้าสวยในแบบผู้ชาย เป็ใบหน้าที่ขาวและไม่มีร่องรอยของสิวฝ้าใด ๆ ดวงตาสีดำสนิทภายใต้แว่นตากรอบดำนั่นอีกเล่าที่ใคร ๆ ต่างก็ลงความเห็นว่ามันเป็ดวงตาที่สวยงาม ต่างจากตัวเขาซึ่งมีดวงตาสีน้ำตาลเข้ม
“ผมอยากให้พวกคุณลองออกแบบแพคเกจใหม่ที่จะใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราเดิมทีกล่องใส่ดีวีดีธรรมดาก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ผู้ใหญ่ระดับบนบอกว่ามันยังดูไม่น่าสนใจพอ...”
พนักงานหลายคนมองหน้ากัน ในขณะที่มือของศุภกิจลอยสูงในอากาศ
“แล้วหัวหน้าอยากได้แบบไหนล่ะครับ ?”
“...อืม” อิทธิพงษ์ครุ่นคิด “ไม่รู้สิไว้คุณหัวหน้าฝ่ายลองให้ลูกน้องออกแบบมาก่อนแล้วกัน”
อานุภาพมองไปที่นาฬิกาแขวนผนัง
อา... บ่ายสองโมงครึ่งแล้ว
อีกสองชั่วโมงก็จะถึงเวลาเลิกงานแบบนี้เห็นทีคงไม่ต้องกลับเข้าออฟฟิศอีกแล้วกระมังเพราะงานนี้อาจจะกินเวลามากกว่าที่คิด
แต่ละคนต่างตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง อานุภาพมองเห็นใครหลาย ๆคนต่างเปิดโปรแกรม Illustrator ขึ้นมาบนหน้าจอในขณะที่ตัวเขาเลือกเปิดโปรแกรม Photoshop
“เดี๋ยวก่อนสิอุ้ม ผู้จัดการบอกให้ออกแบบแพคเกจไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงเปิดPhotoshop ล่ะ”
เขมนิจท้วง
“ก็ใช่ไง ผมคิดว่าควรจะเริ่มต้นจากหน้าปกก่อนแล้วอีกอย่างขอบอกตามตรงว่าผมชำนาญ Photoshop มากกว่าด้วย”
“เฮ้ย ได้ไง ? ตอนสัมภาษณ์น่ะบริษัทเขา้าคนที่ชำนาญทั้งสองเลยไม่ใช่เหรออุ้ม”
พิชิตถามขึ้นอีกคน
“ไม่รู้สิ แต่ฉันพูดความจริงไปแล้ว”
“อ้าว...”
เขมนิจและพิชิตมองหน้ากัน อานุภาพไม่สนใจเขาคิดจะทำงานในแบบของเขาต่อไป จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อิทธิพงษ์ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมาดูงานของน้องๆ แต่ละคน
“เก่งจัง ดูดีมากเลยล่ะ”
ชายหนุ่มชมผลงานการออกแบบของรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเ้าหล่อนหน้าแดงเถือกเลยทีเดียว
“คุณหนานี่มือโปรเหมือนเดิมเลยนะครับ คนจริงไม่ต้องพูดมากเลย”
อิทธิพงษ์เอ่ยเมื่อมาดูงานของปรารถนา เขาเรียกปรารถนาว่า ‘คุณหนา’ ก็เพราะอันที่จริงแล้วเ้าหล่อนอายุมากกว่าเขา มีความาุโมากกว่า
มาถึงเขมนิจก็ได้รับคำชม อานุภาพรู้สึกหมั่นไส้เล็ก ๆที่ผู้จัดการฝ่ายดูเหมือนจะชมเอาใจแต่ผู้หญิงเพราะงานของพิชิตซึ่งเขาเองมองว่าดูดี กลับไม่ได้รับความสนใจชมเชยเท่าที่ควร
...แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นแล้วเมื่อผู้เป็ผู้จัดการฝ่ายเดินมาหยุดอยู่ตรงเขา...
คิ้วได้รูปขมวดขึ้นนิด ๆ เมื่อมองเห็นโปรแกรมที่เขาเปิด
“ทำไมไม่ใช้ Illustrator ?”
เสียงนุ่มถาม
“ครับ ?”
อานุภาพเลิกคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าคนในฝ่ายตั้งกี่คนไม่มีใครใช้โปรแกรมเดียวกับเขาเลยหรือไง
“เธอก็รู้ว่างานที่ออกแบบกราฟิก เวกเตอร์หนัก ๆ แบบนี้ควรจะใช้โปรแกรมไหนนะ”
อิทธิพงษ์ว่า ใช้นิ้วเรียวดันแว่นตากรอบดำให้เข้าที่ทั้ง ๆที่มันไม่ได้เบี้ยวเลยสักนิด
“แต่ไม่ได้มีข้อห้ามนี่ครับ”
อานุภาพยังคงเถียงดัน
“ก็จริง... แต่คนทำงานออกแบบอย่างเรา ๆ ก็น่าจะรู้ มันเป็สามัญสำนึกไม่ใช่เหรอ”
เอาแล้ว คำพูดหนัก ๆ เริ่มมากระทบโสตของเขาอีกครั้งทำไมมันจะต้องเป็เขาคนเดียวที่ถูกต่อว่าด้วยนะ ?!
“เอ่อ พี่ดรีมคะ” เขมนิจซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างเรียก“หนูเพิ่งรู้ว่าอุ้มเขาไม่ชำนาญ Illustrator”
“...”
“คือ...” อานุภาพเอ่ย “ผมคิดว่าผมจะออกแบบปกก่อน เพราะฉะนั้น...”
จะว่าแก้ตัวหรืออะไรก็ช่าง แต่เขาคิดว่าเขาต้องพูดอะไรสักอย่างก่อนจะถูกตำหนิไปมากกว่านี้
“แล้วถ้าไม่ชำนาญการใช้โปรแกรมทั้งสองโปรแกรมทำไมถึงเข้ามาทำงานที่นี่ได้นะ” อิทธิพงษ์พูดเสียงต่ำ “ฝ่ายของฉัน้าคนมีคุณภาพแต่อย่างเธอดูเหมือนจะห่างไกลจากคำนั้นอยู่เยอะ”
“!!!”
อานุภาพหน้าเสีย ทั้งเื่รูปลักษณ์ภายนอก ทั้งเื่งานดูเหมือนอะไรเลวร้ายเหล่านี้จะมาสุมทับที่เขาเพียงคนเดียว
ชายหนุ่มผู้เป็ลูกน้องกัดฟันกรอด เขาเงียบสนิทไม่พูดโต้ตอบอะไรกลับไป
เขมนิจมองหน้าของอิทธิพงษ์อย่างเกรง ๆเหมือนหล่อนอยากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อแก้สถานการณ์ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้...เพราะกลัวจะถูกหางเลขด้วยอีกคน
หลังจากถึงเวลาเลิกงานพนักงานแต่ละคนต่างก็ทยอยออกจากห้องศูนย์คอมพิวเตอร์ไปหลายคนเซฟงานลงแฟลชไดร์ฟส่วนตัวเพื่อเอากลับไปทำต่อ
ทุกคนลุกออกไปเกือบหมด อานุภาพกำลังจะออกจากห้องดังกล่าวแต่กลับได้ยินเสียงของอิทธิพงษ์เรียกเขามาจากด้านหลัง
“น้องอุ้ม อย่าเพิ่งไป”
ฟู่ !
ชายหนุ่มเ้าของชื่อพ่นลมหายใจออกมาดูท่าความซวยจะยังไม่จบสิ้นเพียงค่นี้ เขาหันหลังกลับไปแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายซึ่งขณะนี้มีแต่พวกเขาสองคนเท่านั้น
“ฉันไม่สนว่าทางบริษัทรับเธอเข้ามาทำงานได้อย่างไรแต่ต่อไปนี้เห็นทีฉันจะต้องเข้มงวดกับเธอหน่อยแล้วหัวหน้าศุภกิจสนิทสนมกับเธอเลยไม่ใส่ใจตรงจุดนี้ก็ไม่เป็ไรเพราะฉันจะเป็คนสอนเธอเอง”
“!!!”
อานุภาพอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนร่างกายถูกฟาดด้วยสายฟ้าเมื่อฟังประโยคนี้เขาแย่มากจนถึงขนาดผู้จัดการฝ่ายต้องออกโรงเอง มีอะไรจะซวยไปกว่านี้
“ฉันทนไม่ได้ที่ในฝ่ายของฉันจะมีคนที่ดูด้อยกว่าคนอื่นแบบเธออยู่นะเพราะฉะนั้นเธอต้องพยายามให้มากกว่านี้ถ้าหากไม่อยากถูกย้าย...”
ใยิ่งกว่ากับคำว่า ‘ถูกย้าย’ !
อานุภาพกะไว้แล้วว่าเขาคงจะเจออะไรแบบนี้แต่ไม่นึกว่าจะได้ยินอะไรเร็วขนาดนี้เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานได้ปีกว่าเท่านั้นเอง
ไม่ได้ ๆ เขาจะยอมให้เป็แบบนั้นไม่ได้ !
เขาไม่สะดวกจะย้ายที่ทำงาน ไม่สะดวกจะถูกย้ายไปประจำสาขาอื่นไหนจะเื่ค่าใช้จ่าย เื่ที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิตทุกวันนี้มันก็ลำบากมากพอแล้ว
“...”
ร่างสูงเงียบ เขาก้มหน้าลงมองที่พื้น ก่อนจะตอบสั้น ๆ ว่า
“ครับ”