ภาพชายโฉดหญิงชั่วกำลังนัวเนียกันอยู่กลางห้องโถง ทำให้ร่างกายของสาวใหญ่ถึงกับสั่นเทาไปด้วยความโกรธ คนที่รักทั้งสองคน บัดนี้กำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม โดยมิได้สนใจเลยว่าผู้ใดจะมาพบเห็น
“พวกมันบังอาจนัก!” ฮูหยินอันหมายจะก้าวเข้าไปในห้องโถง แต่กลับถูกลี่มี่รั้งเอาไว้
“อย่าเ้าค่ะ ข้ามิอยากให้เื่ราวเป็ดังเช่นในนิมิตของข้า”
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำอย่างไร” ลี่มี่หันไปหยิบเอากาน้ำชาที่บ่าวรับใช้ในเรือนกำลังนำมาให้ฮูหยิน
“จะแยกสุนัขก็ต้องใช้น้ำร้อนนะเ้าคะ อีกอย่าง…ในเมื่อสุนัขมันไม่เชื่องก็ต้องเลี้ยงตัวใหม่เ้าค่ะ” รอยยิ้มร้ายที่ปรากฏบนใบหน้าของร่างบาง ทำให้ฮูหยินอันถึงกับชะงัก มิคิดว่าเด็กสาวจะมีวาจาคมคายถึงเพียงนี้
“หึ”
ปัง! ซ่า! กรี๊ดดดดดด!
เสียงกรีดร้องของทั้งหญิงและชาย ทำให้ฮูหยินอันสาแก่ใจไม่น้อย เสียงแหลมตะเบ็งไล่ทั้งสองออกจากเรือน สั่งให้บ่าวนำน้ำมาล้างเสนียดออกจากเรือน ลี่มี่ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจได้ทันที ว่าสามีของฮูหยินอันเป็เขยแต่งเข้า ทั้งดูเหมือนว่าฮูหยินอันจะเป็หัวเรือใหญ่ของเรือนแห่งนี้
“ขอบใจเ้ามาก นี่รางวัลเ้า”
“ข้ามิปฏิเสธนะเ้าคะ ข้าเองก็ลงแรงไปกับเื่นี้เช่นกัน” ลี่มี่เอ่ยพร้อมกับหยิบถุงเงินมาเก็บไว้ในสาบเสื้อ เดิมทีนางคิดว่าแค่เตือนจึงมิคิดจะเก็บเงินทอง แต่นี่นางลงแรงเดินมาเสียไกล ย่อมต้องมีสิ่งตอบแทน
“อืม รับไปเถิด ข้าเต็มใจให้” ลี่มี่อยู่พูดคุยกับฮูหยินอันไม่นานก็ขอตัวกลับ เพราะท่านยายและน้องชายรออยู่ แม้ฮูหยินอันจะเสียดาย แต่ก็ยอมปล่อยลี่มี่ไป ทั้งยังกำชับว่าครั้งต่อไปต้องแวะมาที่เรือนสกุลอันอีก
ลี่มี่เดินออกจากสกุลอันอย่างอารมณ์ดี วันนี้นางได้ทั้งเงินทองและสหายคนใหม่ แม้ฮูหยินอันจะมีอายุมากกว่านางถึงหนึ่งรอบ แต่ก็พูดคุยกันถูกคอ
“มาหลอกเอาเงินผู้คนอีกแล้วหรือ”
“ว๊าย! ท่านมาได้อย่างไร” ลี่มี่ใที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็โผล่ออกมาจากพุ่มไม้หน้าเรือนสกุลอัน แต่เมื่อรู้ว่าเป็ผู้ใดก็รีบนำห่อผ้าที่ซื้อมากอดแน่น เพราะในหัวเล็กยังเอาแต่คิดถึงเื่ดีงามที่เกิดขึ้นในนิมิตอยู่
“ข้าก็มาดูว่าเ้ามาหลอกเอาเงินผู้ใดอีก หึ ได้ไปมากเลยสิท่า”
“เห้อออ ท่านเป็เ้าเมืองแน่หรือ ทำตนลับๆ ล่อๆ เช่นพวกถ่ำมอง” มือบางกระชับผ้าคลุมหน้าเข้าหากัน
“มิต้องเปลี่ยนเื่ คราวนี้เ้าทำผิดกฎแคว้นฉางข้อ…” มือหนายกตำราที่มิรู้ว่าพกเก็บไว้ที่ใด ออกมากางให้ลี่มี่ดู
แปลกคนจริง พกตำราไปด้วยทุกที่เลยหรือ
“ข้าเพียงช่วยเหลือฮูหยินอัน และนางก็ให้ค่าตอบแทนมาเท่านั้น มิได้หลอกลวงผู้ใด” ลี่มี่ว่าแล้วก็เดินเลี่ยงออกมา แต่ชายหนุ่มกลับมิยอมปล่อยนางไปง่ายๆ อี้หานยังคงเดินตามลี่มี่มาติดๆ หญิงสาวที่ตื่นกลัวอี้หานเป็ทุนเดิมอยู่แล้วก็รีบสาวเท้ากลับเข้าตลาด ยังดีว่าสกุลอันมิได้ไกลจากตลาดมากนัก
“ปากเอ่ยว่ามิได้หลอกลวงผู้ใด แต่กลับกลัวข้าถึงขั้นเร่งฝีเท้าหนี”
“ข้ากลัวเื่อื่นต่างหาก ฟ้ากลั่นแกล้งหรืออย่างไรกัน มิอยากเจอยังได้เจอกันอีก” ลี่มี่บ่นออกมาเสียงเบา แต่ชายหนุ่มกลับได้ยินคำพูดเ่าั้อย่างชัดเจน จนชายหนุ่มนึกสงสัยว่าตนเองไปทำอันใดให้หญิงสาวตรงหน้าหวาดกลัวถึงเพียงนี้
มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้หมายจะถามให้กระจ่าง
“ย๊ากกกกก ปล่อยข้านะ ข้าไม่ไหวหรอก” แต่ดูเหมือนว่าการกระทำนั้นกลับทำให้ลี่มี่สติแตกถึงขั้นพูดจาชวนสับสน ทั้งยังสับขาวิ่งหนีไปทางตลาด ปล่อยให้อี้หานยืนเกาหัวอย่างมึนงง
“เป็อันใดของนางกัน”
กว่าห้าวันที่ในตัวเมืองซูโจวมีทหารเดินตรวจตรากันขวักไขว่ โดยเฉพาะตามตรอกร้างที่มิค่อยมีผู้คน อี้หานออกคำสั่งให้ชาวเมืองระมัดระวังตนเอง มิให้ออกไปที่เปลี่ยวตามลำพัง โดยเฉพาะหญิงสาวในหอนางโลมหนี่ชิ่ง
“หึ เห็นทีเ้าคงต้องถูกข้าจับเข้าคุกเสียแล้ว แม่หมอตัวน้อย” อี้หานกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาจ้องมองไปที่ผ้าปิดหน้าของหญิงสาวที่ตนเองถือติดมือมาด้วย หลังจากอ่านรายงานทั้งห้าวันที่ผ่านมาก็ยังมิมีวี่แววว่าเื่จะเกิด และวันนี้ก็เข้าวันที่หกแล้ว หากว่าครบเจ็ดวันแล้วยังมิมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น เขาจะกลับไปที่สำนักแม่หมอเสียหน่อย
อยากรู้เหลือเกินว่าจะทำสีหน้าเช่นใด
“ท่านเ้าเมือง! ท่านเ้าเมืองขอรับ!”
“มีอันใดหรือฉือกง” ท่าทางเหนื่อยหอบ ประกอบกับสีหน้าตกตะลึงของหัวหน้ามือปราบ ทำให้อี้หานลุกพรวดขึ้น
“มีทหารมาแจ้งว่าพบสตรีถูกทำร้ายาเ็สาหัสขอรับ” ได้ยินเพียงเท่านั้นร่างสูงก็รีบออกไปสำรวจที่จุดเกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงก็พบว่าสถานที่เกิดเหตุเป็ตรอกเล็กๆ ข้างร้านขายสุรา โดยรอบมีไหสุราถูกทิ้งอยู่ในตรอกเกลื่อนกลาด
“ทั้งสถานที่และสีอาภรณ์ของสตรีที่ถูกทำร้าย เป็ไปตามที่แม่หมอเอ่ยทั้งหมดขอรับ” หรงจีถึงกับขนลุก เมื่อเขามาถึงที่เกิดเหตุและพบว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่แม่หมอว่า
“แต่สตรีที่ถูกทำร้าย ยังมิตายนะขอรับท่านผู้ช่วย” ฉือกงเอ่ยถึงจุดที่ต่างออกไป
“นั้นเพราะเรารู้เหตุการณ์ก่อน ท่านเ้าเมืองจึงได้ให้ทหารออกลาดตระเวน สตรีผู้นี้รอดมาได้ ก็เพราะทหารของเรามาพบเข้าเสียก่อน มิเช่นนั้นนางก็คงจบชีวิตไปแล้ว” แต่ถึงแม้จะรอดมาได้ อาการก็สาหัสนัก ไม่แน่ว่าหมอในเมืองซูโจวอาจจะรักษามิได้
“เห็นทีข้าคงต้องกลับไปสำนักแม่หมออีกครา” ชายหนุ่มเห็นด้วยกับสิ่งที่หรงจีเอ่ยไปเมื่อครู่ หากว่ามิมีทหารคอยลาดตระเวนอย่างเข้มงวด หญิงผู้นั้นคงถูกพบเป็ศพไปแล้ว
การลาดตระเวนที่ว่า อี้หานได้ทำเช่นนี้มาโดยตลอด แต่ทว่าครั้งนี้เขารู้จุดที่คาดว่าจะเกิดเหตุแน่ชัด จึงจัดเวรยามทหารได้รัดกุมยิ่งขึ้น
“หรงจี เ้าไปบอกกับฟ่งอู๋ให้รักษานางให้ได้ หากว่านางรอดชีวิต เราย่อมรู้ตัวคนร้าย ส่วนฉือกงไปกับข้า”
“ขอรับท่านเ้าเมือง” ทั้งผู้ช่วยท่านเ้าเมืองและหัวหน้ามือปราบต่างเอ่ยตอบรับ แล้วรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที
“ท่านยาย ข้ามาหาแม่หมอ นางอยู่หรือไม่” อี้หานและฉือกงเข้าไปทักทายท่านยายที่กำลังเก็บกวาดอยู่หน้าเรือน เขาเลือกที่จะมาหาแม่หมอใน่เย็น เพราะเกรงว่าหากมา่เวลาอื่น อาจจะพบกับชาวบ้านที่มารอตรวจชะตาชีวิต
“ทะ ท่านเ้าเมือง คะ คือลี่มี่ คือ…” อี้หานเห็นท่าทีตะกุกตะกักของหญิงชราก็ตีความว่า นางคงจะกลัวว่าเขาจะมาจับหลานสาวไปเข้าคุก
“ข้ามิได้มาจับนาง ข้าเพียงอยากจะพูดคุยกับนางเท่านั้น”
“เอ่อ” เหมาไป่กำลังลังเลว่าจะให้ท่านเ้าเมืองเข้าไปพบหลานสาวในเรือนดีหรือไม่
ในขณะเดียวกัน เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของชายหนุ่ม ลี่มี่ก็แอบดูอยู่ในเรือน ท่าทีอ่ำๆ อึ้งๆ ของผู้เป็ยาย ทำให้ลี่มี่ต้องเอ่ยปากขอกับน้องชาย
“อาิ ไปบอกท่านเ้าเมืองผู้นั้นที ว่าพี่มิอยู่ที่นี่แล้ว เอ่อ พี่เดินทางไป ไปอยู่เมืองอื่นแล้ว” ขอให้ท่านเ้าเมืองเชื่อคำโป้ปดที่แสนโง่เขลาของนางด้วยเถิด
“ได้ขอยับ” ร่างน้อยเดินออกไปนอกเรือน และเข้าไปหาท่านเ้าเมืองอย่างนอบน้อม
“ท่านเ้าเมืองขอยับ ท่านพี่มี่เอ๋อร์ฝากมาบอกว่า พี่มี่เอ๋อร์มิได้อยู่ที่นี่แย้ว เดินทางไปอยู่เมืองอื่นแย้วขอยับ” ว่าแล้วเด็กชายก็ยิ้มแป้น เขาเอ่ยทุกคำที่พี่มี่เอ๋อร์บอก เช่นนี้เขาจะต้องได้รับรางวัลอย่างงามเป็แน่
ป๊าบ!
ลี่มี่ที่แอบฟังอยู่ในเรือนถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผาก เ้าจะพูดทุกคำเลยหรือน้องพี่ เห้อออ~
“หึ เช่นนั้นหรือ ขอบใจเ้ามากเด็กน้อย” อี้หานกระตุกยิ้มอย่างขำขัน หยิบยื่นขนมให้เด็กน้อยตรงหน้าเป็ของรางวัลที่นำข่าวมาบอก
“เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน ท่านยาย” ชายหนุ่มคำนับหญิงชราตรงหน้าแล้วจึงเดินออกไป ฉือกงเห็นเช่นนั้นก็รีบตามออกไปเช่นกัน
เหมาไป่และลี่มี่ที่เห็นว่าชายหนุ่มเดินจากไปก็โล่งใจไม่น้อย ยังดีที่ท่านเ้าเมืองเชื่อคำโป้ปดของนาง จึงยอมกลับไป…
สักเมื่อใดกันเล่า!!!หลังจากที่สามยายหลานพากันเข้านอน ลี่มี่ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากในครัว นางจึงออกไปดู เพราะกลัวว่าตนเองจะลืมปิดประตูแล้วมีสัตว์ป่าแอบเข้ามาในเรือน แต่กลับมิใช่สัตว์ที่เข้ามา
ใบหน้าถมึงทึงของชายหนุ่มตรงหน้า ทำเอาลี่มี่ใจนเกือบจะกรีดร้องออกมา
“ท่านเข้ามาได้อย่างไร! แอบงัดแงะเข้าเรือนผู้อื่นเช่นนี้มิผิดกฎบ้านเมืองหรือ เอาตำรากฎบ้านเมืองของท่านออกมากางดูเลยนะ” หนก่อนยังเอ่ยว่านางทำผิดกฎบ้านเมืองอยู่เลย เป็เ้าเมืองได้อย่างไรกัน!
“หึ! มิใช่ว่าเ้าไปอยู่เมืองอื่นแล้วหรือ”
“ขะ ข้าไปแล้ว กลับมาแล้ว” สายตาเลิกลักของหญิงสาวน่าขัน จนอี้หานแทบกลั้นขำไม่อยู่
“เ้าจะหลบหลีกข้าด้วยเหตุใด”
“แล้วท่านอยากจะพบข้าด้วยเหตุใดเล่า!” ลี่มี่เอ่ยถามด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก เพราะกลัวว่าจะทำให้ท่านยาและน้องชายตื่น ท่าทีกล้าๆ กลัวๆ ของหญิงสาวนั้น ขัดใจอี้หานไม่น้อย นางทำอย่างกับว่าเขาเป็โจรป่าเถื่อนไปได้ ร่างสูงนึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ จนลืมคิดไปว่าการงัดแงะเข้าเรือนผู้อื่นเช่นนี้ มิต่างจากวิถีของโจรเถื่อนเลยแม้แต่น้อย
“ข้ามิได้จะมาจับเ้า”
“มิมาจับแล้วมาด้วยเหตุใดอีกเล่า” ยิ่งอี้หานเอ่ยว่ามิได้มาจับ ยิ่งทำให้ลี่มี่นึกระแวง ภาพที่ชายหนุ่มกำลังทำเื่ดีงามกับนาง ยังฉายชัดอยู่ในหัว ร่างบางจึงก้าวถอยหลังช้าๆ มิให้ชายตรงหน้ารู้ตัว
“เห้อ~ ข้าเองก็มิอยากจะเอ่ยเช่นนี้ แต่เื่ที่เ้าเห็นในภาพนิมิตเป็จริงทั้งหมด” อี้หานเริ่มเอ่ยเข้าประเด็นทันที เขามิอยากมาเสียเวลาเปล่า เพราะทุกชีวิตในเมืองซูโจวกำลังตกอยู่ในอันตราย
“ระ เื่ใดเ้าคะ” ใบหน้าน่ารักเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ เื่ที่นางเห็นครานั้น เป็ภาพที่เขากระทำการอุกอาจ รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่สงวนของนาง นึกถึงเื่นั้นแล้ว นางก็อดที่จะเลื่อนตาไปที่กลางกายของชายหนุ่มมิได้
จะใหญ่โตถึงเพียงนั้นเลยหรือ
“เื่คนตายอย่างไรเล่า เ้าคิดว่าเื่ใดอีก…อ่อ ข้าก็ลืมไปว่าเ้าต้องดูนิมิตให้กับหลายคน คงจะหลงลืมไปบ้าง”
“เอ่อ แหะๆ เ้าค่ะ แล้วอย่างไรหรือเ้าคะ” ลี่มี่ถึงกับประดักประเดิดที่ตนเองมุ่งแต่จะคิดเื่น่าอาย
“ข้ายังหาตัวคนร้ายมิพบ ข้าอยากให้เ้าช่วย”
“มิช่วยเ้าค่ะ” หากว่าอยู่ใกล้ชิดกัน เื่ราวต้องเป็ไปตามนิมิตที่นางเห็นเป็แน่ อยู่ห่างๆ ไว้จะดีกว่า
“แต่นี่เป็เื่เดือดร้อนของบ้านเมือง อีกอย่าง…เ้าปฏิเสธได้อย่างนั้นหรือ งานที่เ้าทำ ข้าจะจับเ้าเข้าคุกบัดนี้เลยก็ทำได้”
“เหอะ! ข้าจะตัดสินใจในเื่นี้อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับตัวข้ามิใช่หรือ ท่านจะบังคับข้ามิได้” ลี่มี่เอ่ยออกมาเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าบึ้งตึงอย่างมิพอใจ นางรู้สึกเช่นเดียวกับตอนที่อยู่เรือนสกุลชุนอีกแล้ว
มิพอใจ แต่กระทำสิ่งใดมิได้เลย
“เห้อ เช่นนั้นข้ามีข้อเสนอให้เ้า”