ตอนที่ 30 ขนมหม่าไลโกว
เย่ชิงหยูอุ้มโล่วชิเจี่ยมาที่ห้องนอนของเขา ภายในห้องนอนดูหรูหรา บนโต๊ะไม้จันทน์ มีเทียนเล่มหนึ่งจุดอยู่ และมีกระดาษสีเหลืองที่เขียนอักษรไปได้เพียงครึ่งเดียว คล้ายเจ้าของห้องจะเขียนไม่จบก็เดินออกไปก่อน
เย่ชิงหยูใช้เท้าเปิดประตูห้องนอน ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วโยนโล่วชิเจี่ยลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็นำขนมมาวางไว้ตรงหน้าโล่วชิเจี่ย
มันคือขนมหม่าไลโกวสีขาวนวล รูปทรงเหมือนก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นนมหอมฉุย
โล่วชิเจี่ยกลืนน้ำลาย เงยหน้าขึ้นมองเย่ชิงหยู เกิดความคิดขึ้นในใจ นี่มันอะไรกัน? ตบหัวแล้วลูบหลังเรอะ?
กระนั้น มีสุภาษิตกล่าวว่า "ความยากจนไม่อาจเปลี่ยนแปลงจิตใจ อำนาจไม่อาจทำให้ผู้คนยอมแพ้" โล่วชิเจี่ยผู้นี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ!
ในช่วงเวลาหนึ่งก้านธูป โล่วชิเจี่ยเพียงจ้องขนมหม่าไลโกว ตั้งใจเด็ดขาดไม่ยอมกินมัน ราวกับว่าศัตรูของนางไม่ใช่เย่ชิงหยู แต่เป็นขนม
เย่ชิงหยูวางม้วนหนังสือในมือลง แสดงสีหน้าไม่พอใจ เขายื่นมือเรียวออกมาหยิบขนมหม่าไลโกวชิ้นหนึ่ง ยื่นไปตรงหน้าโล่วชิเจี่ย แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “กินซะ”
กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยเข้าจมูกของโล่วชิเจี่ย นางสูดดมแล้วกล้ำกลืนฝืนทนอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้ว่าร่างกายของนางจะต้องการกินขนมชิ้นนี้ แต่โล่วชิเจี่ยยังคงท่องในใจว่า "ความยากจนไม่อาจเปลี่ยนแปลงจิตใจ อำนาจไม่อาจทำให้ผู้คนยอมแพ้"
นางเชิดหน้าขึ้นมองเย่ชิงหยูด้วยความกังวล “เย่ชิงหยู เจ้าคงไม่ได้ใส่อะไรแปลกๆลงในขนมใช่ไหม? เราสองคนมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ถึงต้องพยายามกำจัดข้าเช่นนี้”
เย่ชิงหยูรู้สึกปวดขมับ ความอดทนของเขาหมดลง! ทำสีหน้าประมาณว่าเจ้าไม่กินก็ช่าง! แล้วกำลังจะดึงมือกลับ
โล่วชิเจี่ยที่เห็นแบบนั้นก็ยืดคอออกไปแล้วงาบขนมหม่าไลโกวเข้าปากอย่างรวดเร็ว ลิ้นของนางตวัดโดนมือเขาโดยบังเอิญ
เย่ชิงหยูรีบกระตุกมือกลับ เขาเหมือนโดนไฟดูด จ้องมองโล่วชิเจี่ยด้วยดวงตาที่ลึกล้ำ
รสชาติของนม แผ่ซ่านไปทั่วปลายลิ้นของโล่วชิเจี่ย ไม่เพียงทำให้นางหายหิว แต่ยังอร่อยถูกปาก
เมื่อครู่นี้ โล่วชิเจี่ยเข้าใจแล้วว่า มีสองทางเลือกให้นางคือตายเพราะพิษ หรือตายเพราะหิว นางจะทรมานตัวเองไปทำไม? จึงยื่นมือออกไปหยิบขนมในจาน
ตอนแรกที่กินก็ไม่ได้สังเกต พอกินชิ้นที่สอง โล่วชิเจี่ยจึงรู้สึกถึงความผิดปกติ ขนมหม่าไลโกวนี่.... จะอร่อยเกินไปแล้ว!
มันมีกลิ่นหอมกำลังดี สัมผัสนุ่มลิ้น รสชาติของนมเข้มข้น ที่สำคัญคือ นางยังไม่ตาย! แสดงว่าไม่มียาพิษ!!
โล่วชิเจี่ยมองเย่ชิงหยูอีกครั้ง รู้สึกว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด!
สงสัยสายตาของโล่วชิเจี่ยจะสื่อความหมายตรงไปตรงมาเกินไปหน่อย ทำให้เย่ชิงหยูขมวดคิ้ว เขาวางม้วนหนังสือในมือลง เชิดหน้าขึ้นมองนางอย่างเย็นชา “เจ้าจ้องข้าทำไม?”
โล่วชิเจี่ยพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “เย่ชิงหยู ข้าเพิ่งรู้ว่าเจ้านี่ก็หล่อเหลาอยู่เหมือนกัน”
คำชมที่จริงใจ ทำให้เย่ชิงหยูอึ้งไป มือที่ถือพู่กันหยุดชะงัก หมึกหยดลงบนกระดาษสีเหลือง จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลง แล้วเงียบ แต่ริมฝีปากกลับเผยอขึ้น เด็กน้อย เจ้านี่ก็รู้จักปากหวานเป็นเหมือนกันนะ
หลังจากกินอิ่มแล้ว โล่วชิเจี่ยไม่มีข้ออ้างที่จะอยู่ต่อ นางจึงฉวยโอกาสตอนที่เย่ชิงหยูกำลังทำงาน ลุกขึ้นเตรียมจะออกไป
เย่ชิงหยูหันกลับมา มองนางด้วยสายตาเย็นชา “ทำไม? กินเสร็จแล้ว ก็อยากจะไปเลยรึ?”
โล่วชิเจี่ยใจหายวาบ รู้สึกว่ามีลางร้าย หรือนี่จะเป็นอาหารมื้อสุดท้าย? แบบในคุกที่เขาให้นักโทษกินของดีๆก่อนประหารใช่หรือไม่?
โล่วชิเจี่ยตื่นตระหนกและรีบหนีไป
แต่เย่ชิงหยูไม่ให้นางหนี เขายื่นแขนยาวออกไป คว้าตัวโล่วชิเจี่ยเข้ามาในอ้อมกอด แบกนางไว้บนบ่า เหมือนแบกกระสอบทราย
“นี่เจ้าคิดจะทำอะไร?” โล่วชิเจี่ยเบิกตากว้างเหมือนนกฮูก ตะโกนบนบ่าของเย่ชิงหยู
“ข้าจะนอน!” เย่ชิงหยูพูดสองคำ ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
โล่วชิเจี่ยถึงกับแข็งเป็นหิน!!
นอน?
อยากนอนเจ้าก็นอนไปสิ แล้วลากข้ามาทำไม?
แต่เมื่อเย่ชิงหยูโยนโล่วชิเจี่ยลงบนเตียง โล่วชิเจี่ยก็เข้าใจทันที! นี่เขาจะนอนกับนาง? แบบนี้ไม่ได้!
ถึงแม้ว่านางจะปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วนางยังบริสุทธิ์! จะนอนกับผู้ชายได้ยังไง!
โล่วชิเจี่ยอยากจะปิดหน้าแล้ววิ่งหนี แต่เย่ชิงหยูก็ถอดเสื้อผ้าออก เหลือแค่ชุดนอน และเขายังจะมาช่วยนางถอดเสื้อผ้าอีกด้วย
“กรี๊ดดด!!” โล่วชิเจี่ยกรีดร้อง แล้วเอามือปิดหน้า หันหลังมุดเข้าไปในผ้าห่ม ห่มผ้าห่มจนมิดหัว ทำตัวเหมือนกวางน้อยที่ตกใจกลัว
เย่ชิงหยูถอดรองเท้า ดึงผ้าห่มออก ร่างที่สูงใหญ่ของเขาเลื้อยเข้าไปในผ้าห่ม นอนลงข้างๆ โล่วชิเจี่ย แล้วกอดนางแน่น
“กรี๊ดดด!!” โล่วชิเจี่ยสะดุ้ง เหมือนกระต่ายที่ตกใจ ร่างกายแข็งทื่อเหมือนเสาไฟฟ้า ผ่านไปนาน นางจึงพูดด้วยเสียงสั่นๆ “เย่ชิงหยูข้าเป็นผู้ชายนะ!”
“ข้ารู้!”
ถึงตอนนี้โล่วชิเจี่ยจึงเข้าใจ เย่ชิงหยูมีรสนิยมชอบผู้ชายมานานแล้ว การที่นางพูดว่าตัวเองเป็นชายในตอนนี้ จึงเหมือนกับเสนอตัวให้เขา!
“เย่ชิงหยู อย่าเข้าใจผิด ข้าจะบอกความจริงให้ฟัง ที่ผ่านมาข้าหลอกเจ้ามาโดยตลอด จริงๆแล้วข้าเป็นผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย หากเจ้าอยากหาคนมานอนด้วย ประเดี๋ยวข้าไปตามลั่วจิ่วมาให้ หากไม่เอาลั่วจิ่วงั้นเอาเป็นแม่บ้านก็ได้ แต่ตอนนี้ช่วยปล่อยข้าไปก่อนเถิด นะ นะ?”
โล่วชิเจี่ยพูดอย่างจริงใจ
สีหน้าของเย่ชิงหยูมืดมน บรรยากาศที่แผ่จากตัวเขาเหมือนพายุฝนกำลังจะมา เขายื่นมือออกไป เคาะหัวโล่วชิเจี่ยอย่างแรง “หุบปากแล้วนอน”
โล่วชิเจี่ยดิ้นไปมาในอ้อมกอดของเขา “เจ้าอยากนอนก็นอนไปสิ มากอดข้าทำไม?”
เย่ชิงหยูสูดดมกลิ่นตัวของนาง “เพราะกลิ่นตัวของเจ้าหอมดี ข้าดมแล้วรู้สึกสบายใจ!”
โล่วชิเจี่ยขมวดคิ้ว กลิ่นตัวของนางเนี่ยนะหอม? ทำไมนางไม่ได้กลิ่นอะไรเลย! เย่ชิงหยูเจ้าเป็นหมาเรอะถึงจมูกดีนัก?
เย่ชิงหยูไม่ได้ตอบคำถามในใจของนาง ไม่นาน เขาก็หลับไป
โล่วชิเจี่ยรู้สึกอับอายมากที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา ในยุคปัจจุบัน นางทุ่มเทให้กับงาน ไม่มีเวลาหลับนอนกับผู้ชายคนไหน แต่ตอนนี้กลับต้องนอนร่วมเตียงกับผู้ชายแปลกหน้า นางรับไม่ได้จริงๆ
แต่โล่วชิเจี่ยไม่ใช่คนธรรมดา ความอับอายครั้งเดียวก็มากพอแล้ว จะให้อยู่นานกว่านี้คงทนไม่ไหว
ทว่าไม่ถึงชั่วหนึ่งก้านธูป คนที่รู้สึกอับอายเมื่อครู่ก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดเย่ชิงหยู……
เตียงของเย่ชิงหยูนอนสบายกว่าเตียงไหนๆที่นางเคยนอน ข้างในหมอนมีสมุนไพร ดูเหมือนว่าจะมีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับ!
เอ๊ะ? หรือว่าเย่ชิงหยูมักจะนอนไม่หลับถึงต้องทำแบบนี้?