หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 35 : ภาพรัตติกาล

    " ครืนน " ห้วงนภาพลันมืดมัว คล้ายดั่งจักรวาลกว้างใหญ่ที่มืดมิด


    จันทรานวลเหลืองสุกสกาวสว่างไสว สาดแสงอ่อนโยนขับไล่ความมืดมิด


    ดวงดาราน้อยใหญ่เปล่งแสงพร่างพราวระยับประดับรัตติกาล


    " อือ " ร่างของเถียนจ้านพลันสะท้านเมื่อพบเห็นปรากฎการณ์นภา 


    " นี่มันอะไรกัน " เหล่าผู้ติดตามของเถียนจ้านร้องออกมา 


    ดวงตาหลายคู่ต่างเบิกโพลง สองตาของพวกเขามองจ้องยังห้วงจักรวาลอันมืดมิด 


    ราวกับรับรู้ได้ถึงแสงอ่อนโยน ทั่วร่างของพวกเขานั้นพลันเบาสบาย


    " วิ้ง " สองตาของเถียนจ้านพลันเปล่งแสงวับวาบ พลันชายหนุ่มเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด


    ราวสองชั่วยาม 


    " อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลางสำรวจทั่วร่าง 


    " ขั้นหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่ง " หานลี่พึมพำ เขาพยักหน้าอย่าช้าๆ


    " เอ๋ " หานลี่ได้แต่งุนงง เมื่อเห็นเถียนจ้านนั่งเคียงข้าง 


    " เถียนจ้านมาได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ พลางครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะทำการหยั่งรู้ เขาจำได้ว่ามีเพียงตัวเขาแลวานรเหมันต์ 


    " ไว้ตื่นค่อยสอบถาม " หานลี่พึมพำ 


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ส่งเสียงร้องแผ่วเบา 


    " เจ้าตื่นแล้วรึ " หานลี่เอ่ยถาม พลางยื่นมือลูบหัวของวานรเหมันต์ 


    " ทั้งยังทะลวงระดับสี่ได้อีก ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ร่างสูงเอ่ยออกมา


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางชี้นิ้วไปด้านหลัง 


    ชายหนุ่มผินกายมองด้านหลัง พบพานเหล่ายอดยุทธหลายคน 


    ยอดยุทธเหล่านั้นมองยังชายหนุ่ม พลางโค้งคำนับให้


    " คุณชาย พวกข้าเป็นผู้ติตามของนายน้อยเถียนขอรับ " ยอดยุทธผู้หนึ่งเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางมองขัางวานรเหมันต์


    " มิเป็นไร มิต้องกลัว พวกเขามิทำอันใดเจ้า " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา 


    " เฮาะ เฮาะ " มันพยักหน้าช้าๆ 


    หานลี่เก็บเอาบทกวีของตนใส่เข้าไปในแหวนมิติ พลางครุ่นคิด 


    " หากจะสอบเข้าสำนักบัณฑิตอย่างแรกต้องมีผู้แนะนำ อย่างสองต้องอยู่ขั้นหลอมรวมวิญญาณ " หานลี่พึมพำ


    " เวลานี้ได้หนึ่งอย่างแล้ว ผู้แนะนำคงต้องให้คุณชายเถียน " หานลี่พึมพำ 


    เขาครุ่นคิดว่าคุณชายเถียนผู้นี้ เหตุใดจึงดั้นด้นมาถึงที่นี่ ที่นี่มิใช่สถานที่ดีสักเท่าใด หากจะทำการหยั่งรู้ 


    " รึว่าจะมาหาข้าที่นี่ " หานลี่พึมพำ 


    " หากว่ามาหาข้าที่นี่ เช่นนั้นแล้วสายข่าวของตระกูลเถียนเก่งกาจยิ่งนัก " ชายหนุ่มพึมพำ 


    " เมื่อครู่มันคือปรากฎการณ์นภาอันใดกัน " หานลี่พึมพำ 


    ในห้วงจิตของชายหนุ่มนั้น เป็นภาพรัตติกาลที่มีดวงจันทราแลดวงดารามากมาย ต่างเปล่งแสงสุกสกาวสว่างไสว


    " มันคือภาพรัตติกาล " ชายหนุ่มพึมพำ พลางพยักหน้าช้าๆ 


    " หากวาดภาพนี้ออกมาได้ เห็นทีจะสามารถหยั่งรู้ได้หลายอย่างยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ 


    เขาครุ่นคิดถึงองค์ประกอบของภาพรัตติกาล ทั้งการจัดวางองค์ประกอบ จุดเด่นของภาพ แลเรื่องราวที่ต้องการสื่อ


    " ไว้ค่อยหาสถานที่ปลดผนึกกายแลค่อยวาดมันออกมา มันต้องเป็นสุดยอดภาพวาดเป็นแน่ " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ


    ราวหนึ่งชั่วยาม


    " อือ " เถียนจ้านเปิดเปลือกตาขึ้น เขายกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ 


    เถียนจ้านพลันลุกยืน พลางประสานสองมือแลโค้งหัวให้ " ขอบคุณคุณชายที่ชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " คุณชายเถียน ข้ายังมิได้ชี้แนะท่านเลย ใยขอบคุณข้ากันเล่า " หานลี่เอ่ยออกมาพลางโบกมือไปมา 


    " มิได้ มิได้ เวลานั้นคุณชายกำลังทำการหยั่งรู้ พลันปรากฎปรากฎการณ์นภา ทำให้ข้าได้รับโชควาสนา แลยังมีเสียงลึกลับดังขึ้นในหัวสมองของข้า " เถียนจ้านเอ่ย


    " เสียงลึกลับนั้น ชี้แนะแก่ข้ามากมายยิ่งนัก ราวกับเป็นอาจารย์ของข้าก็มิปาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่แม้นจะงุนงงสงสัย แต่ก็ต้องทำทีตีหน้านิ่งเข้าไว้ 


    " เอ่อ " เถียนจ้านมองยังวานรเหมันต์ 


    " มิเป็นไร มันพาข้ามาที่นี่ แต่มันกลับหยั่งรู้บางอย่างได้ ข้าจึงนั่งรอ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " คุณชายเถียน ท่านมาที่นี่เพื่อสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " สายข่าวของข้าบอกว่า คุณชายเดินทางมายังหุบเขาเหมันต์ ข้าจึงตามมาเพื่อจะช่วยเหลือสิ่งใดได้บ้าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " เป็นเช่นนี้ " หานลี่พยักหน้า 


    " ข้าว่าเรียกคุณชายฟังดูห่างเหินยิ่ง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " หากคุณชายมิรังเกียจบัณฑิตโง่งมผู้นี้ เช่นนั้นเราก็มาเป็นสหายกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    เถียนจ้านนั้นแสดงเจตจำนงของตนออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะการที่ได้คบหากับยอดบัณฑิตนั้น มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมยิ่ง ทั้งชายหนุ่มผู้นี้ในวันหน้าจะก้าวเดินไปบนหนทางไร้เทียนทาน 


    หากถึงเวลานั้นการที่จะเข้าเป็นสหายถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เช่นนั้นแล้วควรต้องเป็นมันเสียตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มยังมิโด่งดัง 


    " ได้ " หานลี่พยักหน้า


    " ข้าหานลี่ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " พี่หาน ปีนี้ท่านอายุเท่าใด " เถียนจ้านเอ่ยถาม


    " ข้าบอกตามตรง ข้าจดจำเรื่องราวในอดีตมิได้ ข้าจดจำเรื่องราวได้เพียงสิบปีที่ผ่านมา " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เกิดสิ่งใดขึ้น " เถียนต้านเอ่ยออกมา 


    " ข้าก็มิรู้ เวลานั้นข้าเดินออกจากป่าแห่งหนึ่ง เดินไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย " หานลี่เอ่ยออกมาพลางส่ายหน้า


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางชี้นิ้วไปไกลลิบ 


    " นั่นมันอะไร " หานลี่พึมพำ สองตาของเจ้าจ้องมองยังมวลอากาศที่พร่าเลือนบนยอดเขาลูกหนึ่ง


    " จะไปรึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " ไปดู " เถียนจ้านชักนึกสนุก เพราะตัวเขาเองนั้นนอกจากศึกษาตำราแล้วก็ฝึกยุทธ นอกเหนือสองอย่างนี้เขามิเคยได้กระทำสิ่งใด 


    " ไปกัน " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางนำร่างของชายหนุ่มขึ้นนั่งบนไหล่ของมัน


    " นี่ " เถียนจ้านพลันแข็งค้าง สองตาของเขาเบิกกว้างมองยังสหายอย่างโง่งม


    " ไป " หานลี่ร้องตะโกน 


    " โฮกกก " วานรเหมันต์ร้องคำรามลั่น พลางพุ่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว


    " อย่าได้ช้า " เถียนจ้านร้องออกสุดเสียง พลางทะยานร่างตามติดอย่างรวดเร็ว


    ราวหนึ่งชั่วยามกว่าที่จะขึ้นมาถึงยอดเขา 


    " วู๊มม " มวลอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอก ระลอกมวลอากาศพุ่งทะยานออก 


    นี่มันเหมือนกับห้วงมิติ " ชายแก่คนหนึ่งเอ่ยออกมา 


    " ห้วงมิติ " หานลี่พึมพำ 


    " เป็นเช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม 


    " คุณชายหาน ห้วงมิติพูดยากอธิบายมิถูก มันเสมือนห้องๆหนึ่ง เป็นห้องที่กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด หรืออาจเป็นห้องที่เล็กคับแคบ " ชายแก่เอ่ย


    " อืม " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    " เกิดขึ้นเองรึสร้างขึ้น " หานลี่เอ่ยออกมา 


    " เกิดขึ้นเองก็มี สร้างขึ้นก็มาก " ชายแก่เอ่ยออกมา


    หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางเหลือบไปเห็นแหวนมิติของเถียนจ้าน 


    " เช่นนั้นแล้ว ก็เหมือนกับแหวนมิติสินะ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " ถูกต้องขอรับ " ชายแก่พยักหน้า 


    " แล้วจะเปิดเช่นใด " หานลี่พึมพำ สองตาของเขากวาดมองทั่วรอบห้วงมิติที่พริ้วไหว 


    " คาดว่าข้างในน่าจะเป็นสมุนไพร ทั้งยังเป็นสมุนไพรระดับสูง " ชายแก่เอ่ยออกมา


    " เช่นนั้นแล้วอย่ารอช้า " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เจ้าลองเปิดดู " หานลี่เอ่ยกับวานรเหมันต์ 


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางใช้สองมือตีอกตนเอง 


    วานรเหมันต์เงื้อฝ่ามือขึ้นสูง พลางฟาดลงมาสุดแรง " เปรี้ยงง " ฝ่ามือวานรฟาดเข้าใส่ห้วงมิติอย่างเร็วรี่


    " ตูมมม " ห้วงมิติพลันระเบิดออกในทันใด 


    " ครืนนน " ปราณพลังมากมายมหาศาลพุ่งทะยานออกอย่างบ้าคลั่ง 


    " อือ " ร่างของหานลี่พลันสะท้านเมื่อปราณพลังเหนือระดับพุ่งพวยเข้าโลมเลียทั่วร่าง 


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน