" ครืนน " ห้วงนภาพลันมืดมัว คล้ายดั่งจักรวาลกว้างใหญ่ที่มืดมิด
จันทรานวลเหลืองสุกสกาวสว่างไสว สาดแสงอ่อนโยนขับไล่ความมืดมิด
ดวงดาราน้อยใหญ่เปล่งแสงพร่างพราวระยับประดับรัตติกาล
" อือ " ร่างของเถียนจ้านพลันสะท้านเมื่อพบเห็นปรากฎการณ์นภา
" นี่มันอะไรกัน " เหล่าผู้ติดตามของเถียนจ้านร้องออกมา
ดวงตาหลายคู่ต่างเบิกโพลง สองตาของพวกเขามองจ้องยังห้วงจักรวาลอันมืดมิด
ราวกับรับรู้ได้ถึงแสงอ่อนโยน ทั่วร่างของพวกเขานั้นพลันเบาสบาย
" วิ้ง " สองตาของเถียนจ้านพลันเปล่งแสงวับวาบ พลันชายหนุ่มเข้าสู่การหยั่งรู้ในทันใด
ราวสองชั่วยาม
" อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลางสำรวจทั่วร่าง
" ขั้นหลอมรวมวิญญาณระดับหนึ่ง " หานลี่พึมพำ เขาพยักหน้าอย่าช้าๆ
" เอ๋ " หานลี่ได้แต่งุนงง เมื่อเห็นเถียนจ้านนั่งเคียงข้าง
" เถียนจ้านมาได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ พลางครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะทำการหยั่งรู้ เขาจำได้ว่ามีเพียงตัวเขาแลวานรเหมันต์
" ไว้ตื่นค่อยสอบถาม " หานลี่พึมพำ
" เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ส่งเสียงร้องแผ่วเบา
" เจ้าตื่นแล้วรึ " หานลี่เอ่ยถาม พลางยื่นมือลูบหัวของวานรเหมันต์
" ทั้งยังทะลวงระดับสี่ได้อีก ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ร่างสูงเอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางชี้นิ้วไปด้านหลัง
ชายหนุ่มผินกายมองด้านหลัง พบพานเหล่ายอดยุทธหลายคน
ยอดยุทธเหล่านั้นมองยังชายหนุ่ม พลางโค้งคำนับให้
" คุณชาย พวกข้าเป็นผู้ติตามของนายน้อยเถียนขอรับ " ยอดยุทธผู้หนึ่งเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางมองขัางวานรเหมันต์
" มิเป็นไร มิต้องกลัว พวกเขามิทำอันใดเจ้า " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " มันพยักหน้าช้าๆ
หานลี่เก็บเอาบทกวีของตนใส่เข้าไปในแหวนมิติ พลางครุ่นคิด
" หากจะสอบเข้าสำนักบัณฑิตอย่างแรกต้องมีผู้แนะนำ อย่างสองต้องอยู่ขั้นหลอมรวมวิญญาณ " หานลี่พึมพำ
" เวลานี้ได้หนึ่งอย่างแล้ว ผู้แนะนำคงต้องให้คุณชายเถียน " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดว่าคุณชายเถียนผู้นี้ เหตุใดจึงดั้นด้นมาถึงที่นี่ ที่นี่มิใช่สถานที่ดีสักเท่าใด หากจะทำการหยั่งรู้
" รึว่าจะมาหาข้าที่นี่ " หานลี่พึมพำ
" หากว่ามาหาข้าที่นี่ เช่นนั้นแล้วสายข่าวของตระกูลเถียนเก่งกาจยิ่งนัก " ชายหนุ่มพึมพำ
" เมื่อครู่มันคือปรากฎการณ์นภาอันใดกัน " หานลี่พึมพำ
ในห้วงจิตของชายหนุ่มนั้น เป็นภาพรัตติกาลที่มีดวงจันทราแลดวงดารามากมาย ต่างเปล่งแสงสุกสกาวสว่างไสว
" มันคือภาพรัตติกาล " ชายหนุ่มพึมพำ พลางพยักหน้าช้าๆ
" หากวาดภาพนี้ออกมาได้ เห็นทีจะสามารถหยั่งรู้ได้หลายอย่างยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดถึงองค์ประกอบของภาพรัตติกาล ทั้งการจัดวางองค์ประกอบ จุดเด่นของภาพ แลเรื่องราวที่ต้องการสื่อ
" ไว้ค่อยหาสถานที่ปลดผนึกกายแลค่อยวาดมันออกมา มันต้องเป็นสุดยอดภาพวาดเป็นแน่ " ร่างสูงพยักหน้าช้าๆ
ราวหนึ่งชั่วยาม
" อือ " เถียนจ้านเปิดเปลือกตาขึ้น เขายกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
เถียนจ้านพลันลุกยืน พลางประสานสองมือแลโค้งหัวให้ " ขอบคุณคุณชายที่ชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" คุณชายเถียน ข้ายังมิได้ชี้แนะท่านเลย ใยขอบคุณข้ากันเล่า " หานลี่เอ่ยออกมาพลางโบกมือไปมา
" มิได้ มิได้ เวลานั้นคุณชายกำลังทำการหยั่งรู้ พลันปรากฎปรากฎการณ์นภา ทำให้ข้าได้รับโชควาสนา แลยังมีเสียงลึกลับดังขึ้นในหัวสมองของข้า " เถียนจ้านเอ่ย
" เสียงลึกลับนั้น ชี้แนะแก่ข้ามากมายยิ่งนัก ราวกับเป็นอาจารย์ของข้าก็มิปาน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่แม้นจะงุนงงสงสัย แต่ก็ต้องทำทีตีหน้านิ่งเข้าไว้
" เอ่อ " เถียนจ้านมองยังวานรเหมันต์
" มิเป็นไร มันพาข้ามาที่นี่ แต่มันกลับหยั่งรู้บางอย่างได้ ข้าจึงนั่งรอ " หานลี่เอ่ยออกมา
" คุณชายเถียน ท่านมาที่นี่เพื่อสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" สายข่าวของข้าบอกว่า คุณชายเดินทางมายังหุบเขาเหมันต์ ข้าจึงตามมาเพื่อจะช่วยเหลือสิ่งใดได้บ้าง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" เป็นเช่นนี้ " หานลี่พยักหน้า
" ข้าว่าเรียกคุณชายฟังดูห่างเหินยิ่ง " หานลี่เอ่ยออกมา
" หากคุณชายมิรังเกียจบัณฑิตโง่งมผู้นี้ เช่นนั้นเราก็มาเป็นสหายกัน " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
เถียนจ้านนั้นแสดงเจตจำนงของตนออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะการที่ได้คบหากับยอดบัณฑิตนั้น มันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมยิ่ง ทั้งชายหนุ่มผู้นี้ในวันหน้าจะก้าวเดินไปบนหนทางไร้เทียนทาน
หากถึงเวลานั้นการที่จะเข้าเป็นสหายถือเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เช่นนั้นแล้วควรต้องเป็นมันเสียตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มยังมิโด่งดัง
" ได้ " หานลี่พยักหน้า
" ข้าหานลี่ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
" พี่หาน ปีนี้ท่านอายุเท่าใด " เถียนจ้านเอ่ยถาม
" ข้าบอกตามตรง ข้าจดจำเรื่องราวในอดีตมิได้ ข้าจดจำเรื่องราวได้เพียงสิบปีที่ผ่านมา " หานลี่เอ่ยออกมา
" เกิดสิ่งใดขึ้น " เถียนต้านเอ่ยออกมา
" ข้าก็มิรู้ เวลานั้นข้าเดินออกจากป่าแห่งหนึ่ง เดินไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย " หานลี่เอ่ยออกมาพลางส่ายหน้า
" เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางชี้นิ้วไปไกลลิบ
" นั่นมันอะไร " หานลี่พึมพำ สองตาของเจ้าจ้องมองยังมวลอากาศที่พร่าเลือนบนยอดเขาลูกหนึ่ง
" จะไปรึไม่ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ไปดู " เถียนจ้านชักนึกสนุก เพราะตัวเขาเองนั้นนอกจากศึกษาตำราแล้วก็ฝึกยุทธ นอกเหนือสองอย่างนี้เขามิเคยได้กระทำสิ่งใด
" ไปกัน " หานลี่เอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " วานรเหมันต์ร้องออกมา พลางนำร่างของชายหนุ่มขึ้นนั่งบนไหล่ของมัน
" นี่ " เถียนจ้านพลันแข็งค้าง สองตาของเขาเบิกกว้างมองยังสหายอย่างโง่งม
" ไป " หานลี่ร้องตะโกน
" โฮกกก " วานรเหมันต์ร้องคำรามลั่น พลางพุ่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
" อย่าได้ช้า " เถียนจ้านร้องออกสุดเสียง พลางทะยานร่างตามติดอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งชั่วยามกว่าที่จะขึ้นมาถึงยอดเขา
" วู๊มม " มวลอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอก ระลอกมวลอากาศพุ่งทะยานออก
นี่มันเหมือนกับห้วงมิติ " ชายแก่คนหนึ่งเอ่ยออกมา
" ห้วงมิติ " หานลี่พึมพำ
" เป็นเช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" คุณชายหาน ห้วงมิติพูดยากอธิบายมิถูก มันเสมือนห้องๆหนึ่ง เป็นห้องที่กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด หรืออาจเป็นห้องที่เล็กคับแคบ " ชายแก่เอ่ย
" อืม " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
" เกิดขึ้นเองรึสร้างขึ้น " หานลี่เอ่ยออกมา
" เกิดขึ้นเองก็มี สร้างขึ้นก็มาก " ชายแก่เอ่ยออกมา
หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางเหลือบไปเห็นแหวนมิติของเถียนจ้าน
" เช่นนั้นแล้ว ก็เหมือนกับแหวนมิติสินะ " หานลี่เอ่ยออกมา
" ถูกต้องขอรับ " ชายแก่พยักหน้า
" แล้วจะเปิดเช่นใด " หานลี่พึมพำ สองตาของเขากวาดมองทั่วรอบห้วงมิติที่พริ้วไหว
" คาดว่าข้างในน่าจะเป็นสมุนไพร ทั้งยังเป็นสมุนไพรระดับสูง " ชายแก่เอ่ยออกมา
" เช่นนั้นแล้วอย่ารอช้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" เจ้าลองเปิดดู " หานลี่เอ่ยกับวานรเหมันต์
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาพลางใช้สองมือตีอกตนเอง
วานรเหมันต์เงื้อฝ่ามือขึ้นสูง พลางฟาดลงมาสุดแรง " เปรี้ยงง " ฝ่ามือวานรฟาดเข้าใส่ห้วงมิติอย่างเร็วรี่
" ตูมมม " ห้วงมิติพลันระเบิดออกในทันใด
" ครืนนน " ปราณพลังมากมายมหาศาลพุ่งทะยานออกอย่างบ้าคลั่ง
" อือ " ร่างของหานลี่พลันสะท้านเมื่อปราณพลังเหนือระดับพุ่งพวยเข้าโลมเลียทั่วร่าง