“ เสี่ยวเทียนเจ้าบอกมาซิ ว่าเจ้าเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียนได้ยังไง ทั้งที่มันยังไม่ปรากฏตัวออกมาเลย” ศิษย์พี่สามเดินทางกลับมาจากที่พัก แล้วสั่งให้ ลูกศิษย์ของสำนักสะท้านฟ้าทยอยกลับสำนักอย่าให้คนสงสัย หลังจากที่เสี่ยวเทียนบอกว่าได้ ปราสาทเทพเซียนมาครอบครองแล้ว
“ ข้ามีเทพเซียนองค์หนึ่งคุ้มครองอยู่ ท่านเป็นคนพาขึ้นไป”
“ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็สามารถเรียกปราสาทออกมาได้ตลอดเวลาเลยใช่ไหม”
“ ใช่แล้ว ศิษย์พี่อยากเห็นข้าจะนำออกมาให้ดูตอนนี้เลยก็ได้”
“ ไม่ต้อง..ไม่ต้องรอให้ไปถึงสำนักก่อน คนนับหมื่นหากรู้ว่าเจ้าได้ปราสาทเทพเซียนไป ไม่รู้ว่าพวกมันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร” ศิษย์พี่สามคาดว่า หากมีคนรู้ว่าเสี่ยวเทียนได้ไปแล้ว คงต้องวุ่นวายแน่ เช่นนี้กลับไปที่สำนักก่อนดีที่สุด
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนลอยข้ามไปดักข้างหน้าทั้งสองคนเอาไว้ เป็น นักพรตสองคนกับองครักษ์ อีก สี่คน ดักหน้า และดักหลังเอาไว้
“ พวกท่านเป็นใคร... ต้องการอะไร” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยความตื่นตกใจ
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่เกี่ยว ถ้าไม่อยากตาย รีบหนีไปซะ ข้าต้องการเด็กน้อยนั่นคนเดียว”
“ นี่ ...นี่ เจ้าพวกเจ้ารู้ด้วยรึ?” ศิษย์พี่สามเอ่ยถาม นึกว่าคนพวกนี้มาตามปราสาทเทพเซียน
“ รู้อะไร ถอยไปซะ” คุรุเทพขาวเอ่ยอีกครั้งด้วยเสียงอันแข็งกร้าว
“ ไม่ นี่คือศิษย์น้องของข้า ใครก็ห้ามแตะต้องเขาทั้งนั้น”
“ รนหาที่ตาย” คุรุเทพดำใช้คทาไม้สีดำ ปล่อยแสงสีดำพุ่งเข้าใส่ศิษย์พี่สามกับเสี่ยวเทียนทันที ศิษย์พี่สามชักดาบใหญ่ออกมาจากกำไลมิติออกมาต้านรับ แต่ด้วยพลังที่ต่างกันมาก ร่างของศิษย์พี่สามถูกกระแทกถอยหลังไป แต่เสี่ยวเทียนรับตัวศิษย์พี่สามเอาไว้ได้ แล้วยันต์เกราะเพชร ก็ทำงาน สะท้อนแสงสีดำจากคทาไม้ออกไป โดนต้นไม้ข้างทาง ตูม !!
“ อืมไม่เลว มีเกราะวิญญาณระดับสูงคอยป้องกันด้วย” คุรุเทพขาว ยกฝ่ามือแล้วดูดร่างของเสี่ยวเทียนเข้ามาหาตัว เพราะเห็นว่าเสี่ยวเทียนมีพลังปราณเทพแค่ ระดับ15 เท่านั้น เขาเองมีพลังปราณพรหมเทพระดับ 20 ห่างกันตั้งมากมาย คิดว่าแค่นี้สามารถดึงร่างของเสี่ยวเทียนเข้ามาได้โดยง่าย เสี่ยวเทียนก็ทำเหมือนว่าถูกดูด แล้วยกฝ่ามืออกไป พอถึงระยะใกล้พอสมควร ก็มีเข็มสังหารสามเข็มออกจากชายเสื้อ พุ่งเข้าเจาะหน้าผากของ คุรุเทพขาวทันที
ฉึก ๆ ๆ !! เข็มสังหารเจาะกลางหน้าผากอย่างแม่นยำ คุรุเทพขาวกระเด็นหงายหลัง ถอยหลัง ลงไปนอนแน่นิ่งตายในทันที คุรุเทพดำเห็นเช่นนั้นก็ตกใจไม่คิดว่าเด็กน้อยจะมีอาวุธลับร้ายกาจเช่นนี้ จึงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแล้วใช้คทาสีดำกระแทกเข้าใส่กลางหลังเสี่ยวเทียน โดยคิดว่าเสี่ยวเทียนคงไม่ระวังตัว คงไม่รอดแน่คราวนี แต่เหมือนเสี่ยวเทียนมีตาข้างหลัง กลับหมุนตัวกลับมาพร้อมกระบี่อัสนีสวรรค์ ชี้กระบี่ใส่ ทองฟ้าที่ใสสว่าง ก็เกิดมีสายฟ้า พุ่งออกมาจากท้องฟ้าและจากกระบี่พร้อมกัน พุ่งเข้าใส่ร่างของคุรุเทพดำ เปรี้ยง ๆ ร่างคุรุเทพดำ ต้านพลังอัสนีจากกระบี่ แต่ไม่ได้ต้านพลังอัสนีจากท้องฟ้า ทำให้ถูกประกายสายฟ้าผ่าลงมาใสศรีษะเต็มๆ ตัวดำเป็นตอตะโกไปเลย ส่วนองครักษ์ทั้งสี่เวลานี้จับตัวศิษย์พี่สามไว้ได้
“ หยุดนะวางกระบี่ลง ไม่งั้น ศิษย์พี่ของเจ้าตาย”
เสี่ยวเทียนโยนกระบี่อัสนีสายฟ้า ไปให้องครักษ์ทั้งสี่ แล้วอีกสามคนก็เข้ามาจะจับตัวเสี่ยวเทียนเอาไว้ แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็เจอฝ่ามืออัสนี ปล่อยออกมา ทั้งสามคนก็กลายเป็นซากศพที่ถูกเผาไหม้ไปในทันที
“ แก” องครักษ์ที่เหลือคนเดียวแค้นเสี่ยวเทียนนัก จึงเตรียมปาดคอศิษย์พี่สามแต่ว่า มือที่จับดาบกลับไม่สามารถขยับได้ ถูกเสี่ยวเทียนใช้พลังจิตควบคุมเอาไว้ แล้วปล่อยเข็มสังหารเข้าเจาะหน้าผาก ร่างขององครักษ์กระเด็นไปตายสนิท
“ พวกเราไปกันเถอะศิษย์น้อง พวกมันคงรู้แล้ว ว่าเจ้าได้ปราสาทเทพเซียนมา” ศิษย์พี่สามยังเข้าใจผิดว่า พวกมันคงมาตามแย่งปราสาทเทพเซียนกลับไป เสี่ยวเทียนก็ไม่ได้อธิบาย จึงรีบกลับสำนักไป ระหว่างทางผ่านหุบเขาแห่งหนึ่ง เสี่ยวเทียนรู้สึกว่าบริเวณหุบเขานี้ กลับไม่มีลมพัดผ่านมาแม้แต่น้อย
“ นี่คือหุบเขาอะไร ทำไมข้าไม่เห็นมีลมพัดผ่านเข้ามาแถวนี้เลย”
“ หุบเขาวานรเทพสถิต”
“ คืออะไร?”
“ ว่ากันว่าใต้หุบเขาลูกนี้มี วานรเทพตนหนึ่งมาจากดินแดนชั้นฟ้า คือพิภพที่เก้า
เมื่อแปดร้อยปีก่อนวานรเทพลงมาเที่ยวที่ดินแดนนี้ พบว่า จักรพรรดิหยางหยุนเทียนได้ชื่อว่า เป็นเทพแห่งสายลม จึง เกิดความไม่พอใจเพราะตนเองนั้นก็เป็นบุตรแห่งเทพสายลม เช่นนี้แสดงว่า วานรเทพก็ต้องเป็นบุตรของจักรพรรดิหยางหยุนเทียนด้วยนะซิ จึงได้ทำการขอท้าประลอง แต่ จักรพรรดิหยางหยุนเทียนไม่อยากสู้ด้วย จึงเมินเฉย จนกระทั่ง
วานรเทพไม่พอใจ ได้เข่นฆ่า ทำร้ายชาวเมืองไปมากมาย เพื่อให้ท่านจักรพรรดิหยางหยุนเทียนท้าประลองด้วย จนในที่สุดจักรพรรดิหยางหยุนเทียนทนไม่ไหวเลยต้องออกมาประลองด้วย สุดท้าย จักรพรรดิหยางหยุนเทียนสามารถเอาชนะวานพเทพตนนี้ได้ แต่ว่า พอร่างของมันกระทบกับสายลม ร่างของมันก็กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง และยิ่งมีพลังเพิ่มมากขึ้นด้วย กฏธรรมชาติที่ระงับพลังคนทั่วไปก็ใช้กับ
วานรเทพตนนี้ไม่ได้ เพราะบิดาของมันคือเทพสายลม เป็นหนึ่งในปฐมเทพผู้สร้างโลกเช่นกัน ดังนั้น ท่านจักรพรรดิหยางหยุนเทียนจึงใช้พลังแห่งสายลมของท่านหยุดเคลื่อนไหว ในบริเวณรอบๆ นี้ แล้วจัดการฝังร่างของวานรเทพตนนี้ลงไม่ลึกกว่าร้อยเมตร จึงจะกำจัดมันได้ ดังนั้นบริเวณแถบนี้ จึงไม่มีลดพัด แต่ผ่านเขาลูกนี้ไปก็กลับมาเป็นปกติ”
“ โอ้ มีเรื่องแบบนี้ด้วย ข้านึกว่าผู้สร้างโลกนี้มีเพียงแค่ ท่านมหาเทพหลี่เทียนเท่านั้นซะอีก”
“ ท่านเป็นคนสร้างคนเดียว แต่ผู้สร้างโลกเทพสายลมนั้น เป็นผู้สร้างโลกเก่า แต่ว่าพลังของท่านยังคงมีอยู่มากมายมหาศาล จึงถ่ายทอดมาสู่บุตรหลานของท่านเช่นนี้” ศิษย์พี่สามเอ่ยอธิบาย
แล้วทั้งสองก็เดินทางกลับมาถึงสำนักสะท้านฟ้า แต่พอไปถึง ก็มีคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าสำนักกันมากมาย ศิษย์พี่สามไปถึง ก็เข้าไปสอบถามรายละเอียดทันที
ศิษย์พี่สามเดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ มีหลวงจีน จากสำนักเทียนเฉิง มาแจ้งข่าวว่า ถ้ำที่ใช้กักขังจอมมารกระบี่โลกานั้น เกิดแผ่นดินไหว โซ่ที่ตรึง จอมมารกระบี่โลกาเอาไว้ขาดออกจากกัน จอมมารกระบี่โลกาหลบหนีไปได้ คราวนี้คงต้องมีผู้คนล้มตายกันอีกมากแน่ๆ เลย”
“ มันร้ายกาจขนาดนั้นเลยรึ”
“ สมัยเก้าร้อยปีก่อน จักรพรรดิหยางหยุนเทียนต้องร่วมมือกับราชินีน้ำแข็งเสี่ยวชิง ร่วมมือกันจึงกำราบมันเอาไว้ได้ แล้วจึงกักขังมันด้วยโซ่อาคม ไว้ในถ้ำของสำนักเทียนเฉิง ไม่รู้ครั้งนี้ จะใช้วิธีอะไรกำกจัดมันได้นะ”
“ ราชินีน้ำแข็งเสี่ยวชิง คือใคร?” เสี่ยวเทียนถามด้วยความสงสัย
“ อ้อ ว่ากันว่า ราชินีน้ำแข็งก่อนเคยเป็นสาวใช้ของจักรพรรดิหยางหยุนเทียนมาก่อน ต่อมาท่านก็ได้เป็นศิษย์มหาเทพหลี่เทียนพร้อมกัน แล้วสุดท้ายท่านทั้งสองก็อภิเษกสมรสกัน มีโอรสเพียง หนึ่งคน ซึ่งเป็นพ่อ ของจักรพรรดิหยางไค จักรพรรดิองค์ปัจจุบันนี่ไง”
“ เช่นนั้น จักรพรรดิหยางไค คงมีวิธีจัดการ พวกเราไม่ต้องห่วงหรอก” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปตามความคิดของตน แล้วพอหลวงจีนจากสำนัก เทียนเฉิงจากไป
อาจารย์เจ้าสำนักก็เรียกให้ทั้งสองไปพบ
“ เจ้าเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียนแล้วหรือนี่”
เสี่ยวเทียนเรียกปราสาทเทพเซียนที่ใหญ่โตออกมาทันที พรึบ !!
“ โอ้โฮ ของจริงแน่ ท่านอาจารย์” ศิษย์พี่สามสัมผัสตัวปราสาทอันใหญ่โตด้วยความตื่นเต้น
“ พวกเราเข้าไปดูด้วยกันก็ได้นะขอรับ” เสี่ยวเทียนพาท่านอาจารย์ กับ ศิษย์พี่สามเข้าไปด้านใน ฟงอี้ก็ปรากฏร่างขึ้นทันที
“ นายน้อย” ฟงอี้ทำความเคารพเสี่ยวเทียนทันที
“ นี่คืออาจารย์กับศิษย์ของข้า จะขอเช้าชมปราสาทหน่อย”
“ ได้เลย ข้าจะพาไปชมเอง ในตัวปราสาท จะแบ่งออกเป็น ห้าส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่เป็นด่านทดสอบ ที่นายน้อยผ่านมาหมดแล้ว ส่วนที่สองนั้นจะเป็น สถานที่ฝึกฝน ส่วนที่สามจะเป็นห้องสมบัติและทรัพยากรทั้งหมด ส่วนที่สี่ จะเป็นส่วนที่พักของนายน้อย ส่วนที่ห้า จะเป็นสถานที่บรรพบุรุษผู้สร้างปราสาทเทพเซียนแห่งนี้ ไม่ทราบจะให้ข้าพาไปเที่ยวชมที่ใดก่อนดี”
“ ท่านอาจารย์ ท่านอยากชมที่ใดก่อนดี” เสี่ยวเทียนเอ่ยถามท่านอาจารย์
“ ไม่ต้อง ของวิเศษเหล่านี้เป็นของเจ้าแล้ว เจ้าก็ดูแลมันให้ดี หมั่นฝึกฝน แค่นี้อาจารย์ก็ปลื้มใจแล้ว เจ้าสามพวกเราออกไปกันได้แล้ว”
“ ขอรับอาจารย์” ศิษย์พี่สามกำลังตื่นตาตื่นใจ ในห้องโถงที่มีของใช้ และอาวุธประดับประดาเอาไว้มากมาย
พอออกมาจากปราสาทเทพเซียน เสี่ยวเทียนก็เก็บเอาไว้ในแขนเช่นเดิม
“วันนี้ เจ้าสำนักเทียนเฉิง ส่งข่าวมาว่า จอมมารกระบี่โลกานั้นได้หลบหนีจากที่กักขังแล้ว ขอให้ทุกสำนักช่วยส่งศิษย์ ลงเขาออกไปช่วยกันสืบ ตามหาจอมมารกระบี่โลกา หากว่าเจอให้รีบแจ้งมาที่สำนักเราทันที จะได้ช่วยกันจับจอมมารกระบี่โลกา ดังนั้น อาจารย์คิดว่า พวกเจ้าก็ควรไปช่วยพวกเขาสืบหาจอมมารกระบี่โลกาในวันพรุ่งนี้เลย หากพบเบาะแส ก็ติดต่อกลับสำนัก ห้ามเคลื่อนไหวเด็ดขาด พวกเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน งานนี้รัชทายาทหยางซู่ ได้มีคำสั่งให้สี่สำนันกใหญ่ช่วยกันล่าจอมมารเอาไว้เรียบร้อย พวกเขาจะเป็นคนจัดการกับจอมมารกระบี่โลกาเอง”
“ แล้วพวกเราจะไปสืบหาจอมมารกระบี่โลกาที่ไหนดีขอรับ” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยความสงสัย
“ พวกเราถูกกำหนดให้ดูแลเขตตะวันออกของเมืองลั่วอัน พวกเจ้าสองคนไปคอยสืบดูอยู่บริเวณนั้น หาก สิบห้าวันแล้วไม่มีข่าวอะไร ก็กลับสำนัก”
“ ขอรับ” เสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่สาม รับคำสั่งทันที
คืนนั้นเสี่ยวเทียนเข้าไปในปราสาทอีกครั้ง จุดแรกที่เข้าไปดู คือ ส่วนที่สามของปราสาท ที่เก็บสมบัติและทรัพยากร
“ ชั้นที่สามนี้ เป็นชั้นที่มีอาวุธ แทบทุกชนิด ที่เป็นอาวุธระดับเซียน อาวุธวิเศษมากมาย เก็บเอาไว้
แล้วยังมี สมุนไพรจักรพรรดิ หมื่นปีอีกหลายชนิด แล้วยังมีหินพลังงาน หินผลึกเซียนให้นายน้อยใช้อย่างเหลือเฟือ ไม่ต้องไปหาซื้ออีก นายน้อยสามารถนำไปดูดซับพลัง ในเวลานี้ได้เลย “
“ แล้วไม่มีเงินทองเลยหรือไงเนี่ย” เสี่ยวเทียนรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยนึกว่ามีทองคำมากมายเสียอีก
“ ไม่มีหรอก เพราะว่าสมบัติที่นี่ มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง นายน้อยสามารถนำไปขายนำเงินมาใช้ก็ได้” ฟงอี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ เสี่ยวเทียน เจ้าเอาหินพลังงานไป ห้าพันก้อน คืนนี้เจ้าจะได้ดูดซับพวกมัน” อาจารย์ลู่เอินกล่าว เสี่ยวเทียนกวาดไปประมาณ ห้าพันก้อน แล้วเดินเข้าไปในห้องฝึกฝน
“ ด้านในห้องฝึกฝน นั้น นายน้อยสามารถเข้าไปในห้องฝึกฝนระดับต้นนี้ก่อน พอมีพลังเพิ่ม ก็ค่อยเปลี่ยนห้องสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ที่นี่มีห้องฝึกสูงสุดถึงขั้นเซียนสวรรค์เลย” ฟงอี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ วันนี้ข้าจะใช้หินพลังงาน ที่ห้องฝึกชั้นต้นก่อน” เสี่ยวเทียนพอเข้าไปในห้องฝึกฝน ก็ดูดซับหินพลังงาน ห้าพันก้อนทันที พลังงานจากหินหลังงานไหลเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว จนจุดเก็บพลังทั้งสามเต็ม พอเสี่ยวเทียนระเบิดพลังออกมา คราวนี้ เสี่ยวเทียนมีพลังปราณเทพระดับที่ 20 แล้ว
ตอนเช้า ศิษย์พี่สามมาร้องเรียกเสี่ยวเทียนแต่เช้า
“ เสี่ยวเทียนตื่นหรือยัง”
“ ไปกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเคลื่อนไหว มายืนอยู่ด้านหน้า ศิษย์พี่สามทำเอาศิษย์พี่สามตกใจ แล้วสองคนก็เดินทางออกจากสำนักไปมุ่งสู่เขตตะวันออกของเมืองลั่วอัน ในเขตนี้ อยู่ในความดูแลของสำนักภูผาสวรรค์ ซึ่งสำนักนี้มีเพลงหมัดภูผาไร้เงา เลื่องชื่อที่สุด ทั้งสองได้โรงเตี๊ยมกลางเมือง สำหรับค้างคืน 15 วัน
“ ศิษย์พี่ ถ้าเมืองนี้เป็นเขตของสำนักภูผาสวรค์ แล้วทำไมเราต้องมาอีกล่ะ”
“ พวกเราแค่มาช่วยกันสืบแบบนี้ ดีกว่าใช้เพียงสำนักเดียว เรื่องนี้เราแค่พบเบาะแส ก็แจ้งสำนักแล้วก็กลับ งานง่ายๆแค่นี้” ศิษย์พี่สามเหมือนเป็นเรื่องง่าย
“ แล้วเราจะไปไหนก่อนดี”
“ ไปที่ตลาดการค้ากันก่อน ที่นั่นคนเยอะ ถือโอกาสเดินเที่ยวไปด้วย” ศิษย์พี่สามพาเทียนไปที่ชุมชนก่อน
ในขณะที่ องค์ชายแปด กับ คุรุเทพฝ่าหลุน รอจนแล้วจนเล่า ปราสาทเทพเซียนก็ไม่ปรากฏว่าสักที องครักษ์ทั้งสี่คน กับ ท่านคุรุเทพจากจงหนันซาน ก็ยังไม่กลับ
จึงออกไปตรวจสอบพบทุกคนตายจนหมด
“ อีกแล้วหรือนี่ ถูกมันฆ่าตายจนหมด เทพเซียนผู้นี้คงยากต่อกร เรื่องนี้พวกเรากลับไปแจ้งองค์ชายสี่กันก่อน ส่วนสำนักจงหนันซาน คงต้องแจ้งให้พวกเขารับทราบ พวกเขามาที่ดินแดนนี้ถูกจำกัดพลัง ทำให้ยากที่จะต่อสู้เต็มฝีมือ”
คุรุเทพฝ่าหลุนเป็นคนระมัดระวังตัว ไม่ลุยหากว่าไม่มั่นใจจริงๆ
“ ทำตามที่ท่านว่าเถอะ” องค์ชายแปดเห็นแล้วก็ไม่กล้าที่จะจัดการด้วยตนเองแล้ว
ท้องฟ้าดินแดนพิภพชั้นสอง คืนนั้นมีคนสองคนฉีกมิติออกมา แล้วลอยตัวอยู่บนท้องฟ้า เป็น ชายหนุ่มแต่งกายคล้ายผู้สูงศักดิ์ กับ ชายชราแต่งกายคล้ายนักพรตยืนอยู่ข้างกัน
“ ลุงฟาง นี่คือเมืองลั่วอันพิภพชั้นสอง แน่นอนแล้วใช่ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยกับ ชายชรา
ชายชราดูแผ่นโลหะกลมๆ คล้ายเข็มทิศ
“ ไม่ผิด เมืองลั่วอันพิภพชั้นสองอย่างแน่นอน” ชายชราที่ถูกเรียกลุงฟางเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม
“ อย่าช้าเลย ไปที่หุบเขาวานรเทพสถิตกันก่อน ข้าไม่อยากอยู่ดินแดนที่ถูกจำกัดพลังเช่นนี้” ชายหนุ่มกับชายชรา เรียกเรือเหาะออกมาแล้ว เคลื่อนไหวออกไปด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าพุ่งแว๊ปออกไป
เสี่ยวเทียนกำลังนั่งกินไก่ทอดกับศิษย์พี่สามที่ในตลาดการค้า พอมองไปบนท้องฟ้าก็เห็น ท้องฟ้ามีสีแดง คล้ายเลือด ก็ตกใจรีบเอ่ยกับศิษย์พี่สามทันที
“ ท้องฟ้าเกิดอะไรขึ้นทำไมกลายเป็นสีเลือดแบบนี้”
“ เจ้าตาฝาดแล้ว ข้าไม่เห็นมีอะไรเลย” ศิษย์สามกลับไม่เห็นอะไรเลย
“ อาจารย์นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าเห็นท้องฟ้าสีแดงคนเดียว” เสี่ยวเทียนเลยถามอาจารย์ลู่เอิน
“ นี่เรียกว่านิมิต แสดงว่าพิภพแห่งนี้กำลังจะเกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ เจ้าเตรียมตัวเอาไว้เถิด เรื่องนี้เจ้าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกไป เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
“ นี่อาจารย์ทำนายเรื่องอนาคตได้ด้วยหรือนี่?” ......