หลังสิ้นคำสั่งกองทหารก็พากันถอยหนีอย่างเป็นระเบียบทว่าสิ่งที่มันกลัวก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
“อ๊าก!! ช่วยด้วย!” เสียงร้องโหยหวนดังระงมไม่ผิดจากที่แม่ทัพพยัคฆ์คาดการณ์ ดวงตาของมันลุกโชน!หากแต่ไม่ได้ลุกโชนเพราะความโกรธ มันคือภาพสะท้อนนัยน์ตา ภาพทหารที่ถูกไฟแผดเผากลางลานกว้างนับไม่ถ้วน!
“นี่! ถึงกับเผาจวนเลยเรอะ?!”แม่ทัพพยัคฆ์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
การสู้รบครั้งนี้สำหรับมันแล้วถือว่าสูญเสียอย่างหนักกองทหารเกราะหนักนั้นเป็นปัจจัยหลักในการนำชัยชนะให้แก่มันในแต่ละครั้งทว่าในครั้งนี้...
“วอดวาย..วอดวายเสียหมดแล้ว......”
แม่ทัพพยัคฆ์จ้องมองด้วยสายตาที่เจ็บปวด แม้ว่าจะเป็นทหารเพียงร้อยนายแต่นั่นคือทหารฝีมือดีในกองทัพเชียวมันเหลือบมองไปยังรองเจ้าสำนักที่ยืนนิ่งสงบอยู่ข้างองค์ชายในใจก็บังเกิดความโกรธแค้น! “เจ้าบ้านี่หาเรื่องให้ข้าบุกเข้าไป แต่ไม่ยอมยื่นมือช่วยเหลือช่างน่ารังเกียจนัก!ดูสิว่าหากข้าถอยออกมาหมดมันจะทำเช่นไรต่อ!”
ทหารออกมาด้านนอกจวนหมดแล้วที่ตายไปก็ไม่ใช่น้อย ทหารเกราะหนัก และกองธนูตายทั้งหมดเหลือรอดเพียงทหารเกราะเบาที่รอดตายออกมา แต่ก็นับว่าสูญเสียอย่างหนักทหารกว่าสามร้อยเศษตายเกลื่อนกลาดในสมรภูมินี้ จวนอ๋องลุกเป็นไฟแล้ว!
รองเจ้าสำนักเมื่อเห็นว่ากองทหารแตกพ่ายมาจึงแค่นเสียงอย่างดูแคลนคราหนึ่ง
“ขุนพลเจนศึกมีดีเท่านี้? ลู่หลิ่ง เจ้าออกไป!” ถูลู่หลิ่งทะยานร่างออกไปพร้อมกับผู้อาวุโสในสำนักอีกสองคนซึ่งทั้งสามล้วนอยู่ในระดับแก่นแท้พลังทั้งหมดแล้วจึงไม่เกรงกลัวกองเพลิงที่โหมไหม้อยู่ จุดมุ่งหมายของพวกมันก็คืออี้อ๋องและหนิงเฟยหลง
ชงเป่าเห็นว่าถูลู่หลิ่งและผู้อาวุโสอีกสองคนทะยานร่างเข้ามาสีหน้าก็ดำคล้ำขึ้น ในตอนมันอยู่ระดับกำเนิดพลังขั้นที่เจ็ดจะหาญสู้กับผู้อาวุโสเหล่านี้ได้อย่างไร?แต่หากไม่สู้นายน้อยของมันก็ต้องถูกจับตัว
“ปกป้องนายน้อย!”
กล่าวจบองครักษ์อีกหกคนก็เคลื่อนย้ายประจำทิศทั้งหกชงเป่าเป็นทิศที่เจ็ด
“ค่ายกลดวงดาวเจ็ดทิศ!”
คลื่นพลังของทั้งเจ็ดผสานเข้าด้วยกันก่อเกิดเป็นพลังไร้รูปเชื่อมต่อกันไปมาแสงนวลสีเหลืองไม่รู้ว่ามาจากที่ใด หมุนวนรอบตัวทั้งเจ็ดคนไว้แล้วเชื่อมต่อกันเป็นชั้นๆก่อรูปร่างคล้ายดวงดาว สร้างปราการไร้ลักษณ์ขึ้นห้อมล้อมทั้งเจ็ดคนไว้
ถูลู่หลิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้หยุดชะงักเท้า เมื่อมาใกล้ถึงจึงออกคำสั่ง
“ทำลายค่ายกล!”ผู้อาวุโสทั้งสองก็ทะยานร่างออกไปซ้ายขวา รวบรวมพลังฝ่ามือซัดเข้าไปที่องครักษ์
ปัง!!
“...!!!!” ผู้อาวุโสเบิกตากว้าง!“นี่มันอะไรกัน ค่ายกลนี่แข็งแกร่งมาก!” มันสัมผัสได้พลังฝ่ามือที่โจมตีไปนั้นถูกสลายออกอย่างรวดเร็วคล้ายถูกทำให้กระจายแยกไปในทิศทั้งเจ็ด
“หึ ค่ายกลนี่ดีไม่น้อย..” ถูลู่หลิ่งเอ่ยแผ่วเบากล่าวจบมันก็ฟาดฝ่ามือไปที่ชงเป่า ฝ่ามือที่ฟาดออกมาเป็นคลื่นพลังหยวนที่หนาแน่นชงเป่าเบิกตาโพลง! มันไม่แน่ใจว่าจะรับฝ่ามือของจอมยุทธ์แก่นแท้พลังผู้นี้ได้!
ชงเป่าโคจรพลังเร็วขึ้นจนเชี่ยวกรากหมุนเป็นวังวนไม่สิ้นสุด ร่างกายก็พลันร้อนผ่าว ๆ จ้องมองไปที่ฝ่ามือที่กำลังจะกดทับเข้ามาอย่างหวาดกลัว
ตู้ม!!
“ค่ายกลแข็งแกร่งมาก!!” ฝูงชนต่างตะลึงลาน ต้องรู้ฝ่ามือที่ฟาดไปนั้นเป็นฝ่ามือของแก่นแท้พลังที่มีพลังหยวนที่อัดแน่นราวภูเขาขนาดย่อม ทว่าค่ายกลนี้แข็งแกร่งนักยับยั้งได้แม้กระทั่งถูลู่หลิ่งที่อยู่ระดับแก่นแท้พลังขั้นที่สาม! หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกำเนิดพลังช่วงปลายมารับแทนค่ายกลนี้เห็นทีจะต้องดับสิ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
“หืม?” ถูลู่หลิ่งแปลกใจมากเมื่อเห็นว่าค่ายกลดาราเจ็ดทิศนี้ไม่เกิดรอยร้าวขึ้นทว่าเมื่อมองไปยังชงเป่าก็พอจะรู้สิ่งที่เกิดขึ้นสีหน้าของชงเป่าซีดขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งพลังหยวนที่หมุนวนก็ช้าลงเล็กน้อย
“หนิงเฟยหลงเจ้ายอมให้จับแต่โดยดี หาไม่แล้วข้าจะทะลวงเข้าไปเจ้าอย่าโทษว่าข้าโหดร้าย!” ถูลู่หลิ่งตวาด พร้อมกับรวบรวมพลังหยวนมาที่ฝ่ามืออีกครั้ง
หนิงเฟยหลงยิ้มบาง แล้วเอ่ยขึ้น“โอ้...ท่านถูลู่หลิ่งผู้นี้ช่างองอาจนัก สมคำร่ำลือช่างห้าวหาญไม่เกรงกลัวฟ้าไม่เกรงกลัวดิน แม้ว่าข้ายืนอยู่กับอี้อ๋องท่านก็หาญกล้าที่จะทะลวงเข้ามาท่านคงไม่คิดว่าท่านอ๋องไม่มีเลือดไม่มีเนื้อใช่หรือไม่? ข้าอยากรู้จริง ๆ คอที่ยึดติดศีรษะของท่านจะแข็งแกร่งปานใดกัน?ท่านก็ทำให้ข้าเลื่อมใสแล้ว...ฉะนั้นอย่าได้กังวล อย่าได้เกรงใจอีกเลยท่าน...ทะลวงมาเถิด เข้ามาได้ตราบเท่าที่ท่านจะลงมือ”
“เจ้า....!” ถูลู่หลิ่งมีสีหน้าดำคล้ำใบหน้าเหยเก ใครบ้างจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้นั้นหลอกด่ามันบ้างทำทีเหมือนชมเชยอันที่จริงกลับด่าทอ ทั้งด่าทอทั้งเยาะเย้ยทุกประโยคล้วนแล้วแต่แฝงความนัยไว้ ใบหน้ามันอัปลักษณ์ตั้งแต่ประโยคแล้ว โทสะครุกกรุ่นอยู่เนิ่นนานทว่ามันกลับไม่กล้าลงมือ มันรู้ดีว่า สิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวนั้นก็มีเหตุผลอ๋องอี้อยู่ในนั้นมันที่คิดจะทำการสิ่งใดล้วนต้องระวัง!
รองเจ้าสำนักคิ้วพลันขมวดเป็นปมคล้ายไม่พึงพอใจเป็นอย่างมากมันพลันก้าวเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าวแล้วก็ตบเท้าพื้นพสุธาพลันแตกร้าว! ฝูงชนต่างหันมามองอย่างตกตะลึง! ทว่าเมื่อหันมาร่างนั้นก็หายไปแล้ว...
“นั่น! เขาอยู่นั่น!”ทหารม้าผู้หนึ่งตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้นพลางชี้ไปยังรอเจ้าสำนักที่บัดนี้มาปรากฏตัวหน้าค่ายกลแล้ว
รองเจ้าสำนักใช้สีหน้าที่เย็นชามองถูลู่หลิ่งอย่างไม่พอใจ“ลู่หลิ่ง! ในเมื่ออี้อ๋องท่านท้าทายแล้วเหตุใดเจ้าไม่ลงมือกระทำหรือว่าเจ้าจะทำให้เสียชื่อสำนัก!!”นัยน์ตาของมันส่องประกายความเย็นเยียบออกมา สีหน้าถูลู่หลิ่งก็พลันซีดเผือดเพียงมันเคลื่อนสายตาเข้าไปใกล้ดวงตาคู่นั้นมันก็ยิ่งขนลุก หนาวสั่น ในใจเกิดความหวาดผวา!
“ท่าน..รองเจ้าสำนัก..”ถูลู่หลิ่งเอ่ยได้เท่านี้ก็ต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วเคลื่อนสายตาหลบคล้ายตัดสินใจจะลงมืออีกครั้งมันหันไปสบตาผู้อาวุโสอีกสองคนก็พบว่าทั้งสองมีอาการเดียวไม่ต่างจากตนเลยใครไม่รู้ว่ารองเจ้าสำนักผู้นี้เป็นคนเช่นไร? แต่พวกมันนั้นรู้ดีหากรองเจ้าสำนักโกรธขึ้นมา...
ทั้งสามคนพยักหน้าส่งให้กันแล้วต่างรวบรวมพลังหยวนใช้กระบวนท่าที่ตนเองถนัดซัดลงไปที่ค่ายกลอีกครั้ง!
ตู้ม!!
“...!!!!” ค่ายกลสั่นสะเทือน!!“ค่ายกลเกิดรอยร้าวแล้ว!!!”
“เฮ!!” ทหารต่างพากันฮึกเหิมร้องเฮดังลั่น! ทุกคนต่างยินดี ทว่าแม่ทัพพยัคฆ์กลับรู้สึกโกรธมากกว่าเดิม
“เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!!หากลงมือตั้งแต่แรกมีหรือที่ทหารข้าจะตายมากมายเช่นนี้!!”สายตาของแม่ทัพพยัคฆ์ลุกโชนขึ้นไปด้วยไฟแค้น!!
เย่หวงและหนิงเฟยหลงที่แต่เดิมมีสีหน้าที่สงบนิ่งแต่ในยามนี้เริ่มเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “เสี่ยวหลงดูเหมือนว่าเจ้าจะทายผิดนะ..”เยว่หวงยิ้มขื่น
“หึ ข้าไม่คิดว่าพวกเขาจะมีดี..”กล่าวจบหนิงเฟยหลงก็ถอนใจยาวหนึ่งคราแล้วกล่าวต่อ “ทว่าเวลานี้ก็.....สายไปแล้ว”หนิงเฟยหลงพลันแสยะยิ้มร่า ทำเอาผู้คนต่างมึนงง ในสถานการณ์เช่นนี้ใครเล่าจะยิ้มได้“หากว่ารองเจ้าสำนักไม่ลงมือนะ...” ชายหนุ่มเอ่ยแผ่วเบา
ถูลู่หลิ่งกับผู้อาวุโสทั้งสามต่างรวมกำลังกันโจมตีอีกสามครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ชงเป่าแม้ว่าจะมีสีหน้าย่ำแย่แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสมันยังยืนยงอยู่เช่นนี้ได้อีกนาน องครักษ์คนอื่นก็เช่นกัน
“ไสหัวไป!!!” เสียงตวาดนั้นดังมาก ฝูงชนต่างสะดุ้งโหยงไม่เพียงเท่านั้นถูลู่หลิ่งและผู้อาวุโสต่างมีสีหน้าที่ขาวซีดต่างรีบทะยานร่างหนีออกไป และแล้วสิ่งที่ชายหนุ่มเป็นกังวลก็เกิดขึ้น!
รองเจ้าสำนักจะลงมือแล้ว!
ไม่มีใครเคยเห็นฝีมือของมันมาก่อนรองเจ้าสำนักผู้นี้เป็นตัวตนที่ลึกลับยิ่ง รองลงมาจากเจ้าสำนักยุทธ์หลวงมีใครรู้ว่ามันเป็นผู้ใด? แต่วันนี้มันจะลงมือแล้ว ความลับย่อมต้องเปิดเผย!
สีหน้าของอี้อ๋องดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัดความรู้สึกของมันบ่งบอกว่า หากรองเจ้าสำนักลงมือค่ายกลนี้แตกแน่!
ฝ่ามือรองเจ้าสำนักยกขึ้นชูชันไปบนอากาศพลังหยวนมหาศาลก็พรั่งพรูมารวมกัน มวลอากาศบิดเบี้ยวทว่าพลังหยวนนั้นไม่ได้รวมเป็นฝ่ามือ รูปร่างก็ไม่ได้ก่อเป็นลักษณะไร้ลักษณ์ทว่าพลังที่แผ่ออกมากดทับนั้นหนักหน่วงพิสดารยากจะหยั่งรู้ได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้ที่พบเห็น
“ฝ่ามือ..ไร้ลักษณ์ กงซุนอู๋ฝ่ามือไร้ลักษณ์!!”
เหงื่อเย็นไหลอาบร่างผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ดคนที่พวกมันเผชิญคือสุดยอดฝีมือระดับแก่นแท้พลังในอดีตผู้เลื่องลือ! “เหตุใดชายผู้นี้ถึงมาอยู่นี่ได้และยังเป็นรองเจ้าสำนักยุทธ์หลวง?” ชงเป่าหน้ามืดคล้ำกว่าเดิมหลายเท่าคนที่มันต้องเผชิญไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ
“นั่นกงซุนอู๋แน่หรือ?” ฝูงชนต่างซุบซิบ“ต้องเป็นเขาแน่ หากไม่ใช่เพราะฝ่ามือที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ก็คงไม่อาจแน่ชัดได้”การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกของกงซุนอู๋เปลี่ยนไปมากจริง ๆในอดีตมันมีรูปร่างที่สง่างาม แม้ว่าจะไม่ถึงกับหล่อเหลา แต่ก็คงไม่ได้แปลกประหลาดถึงเช่นนี้ร่างกายก็ไม่ซูบผอมเช่นกัน ผู้คนจึงจำมันไม่ได้
“ไม่รู้ว่าเหตุใดราชสำนักถึงเชิญเขามาร่วมสำนักยุทธ์หลวง”
“คงเพราะเขามีฝีมือสูงล้ำกระมัง” ฝูงชนต่างโต้ตอบสนทนากันไปมาอย่างคึกครื้น
“อดีตเขาเคยบุกเดี่ยวสำนักฮุ่ยหลิน...ค่ายกลนี้คงต้านไม่อยู่แล้ว!!”
ยี่สิบปีที่แล้วชายผู้นี้สร้างชื่อระบือนามไว้ ใครเล่าจะไม่รู้ บุกเดี่ยว ‘สำนักฮุ่ยหลิน’สำนักอันดับสองของอาณาจักร!สำนักอันดับสองแม้เทียบไม่ได้กับสำนักยุทธ์หลวง ทว่าก็ยังมีรากฐานหยั่งลึกกว่าผู้คนก็ใช่สามัญมียอดฝีมือคุ้มกันมากมาย
แต่ชายผู้นี้กลับตะลุยฝ่ายอดฝีมือนับไม่ถ้วน เข้าไปเพื่อสังหารเจ้าสำนัก! เจ้าสำนักมีตัวตนเช่นใด? เข้าหาได้ง่ายเช่นนั้นหรือ?ระดับฝีมือย่อมสูงล้ำ แม้ว่าไปถึงแล้วไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้ ร่างกายได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังสามารถหลบหนีออกมาได้ นี่ย่อมสร้างชื่อไว้ไม่น้อยเลย
เมื่อฝ่ามือปรากฏขึ้นอีกครั้ง ย่อมสร้างความครั่นคร้ามให้กับฝูงชนผู้พิทักษ์ค่ายกลทั้งเจ็ดต่างเบิกตากว้าง! ไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงความเป็นตายอนาคตจะเป็นเช่นไรคงขึ้นอยู่กับฝ่ามือพิสดารนี้
“หากข้าไม่ลงมือพี่ชงเป่าต้องตายแน่!” หนิงเฟยหลงกลัดกลุ้มยิ่งนัก ความตรึงเครียดเผยให้เห็นอย่างเด่นชัดหากลงมือผู้คนล้วนต้องเห็น การปกปิดฝีมือย่อมทำไม่ได้อีกการเปิดเผยฝีมือย่อมอันตราย แต่หากไม่ลงมือชงเป่าและผู้พิทักษ์ค่ายกลต้องตายสิ้น!! ชายหนุ่มหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก จะทำสิ่งใดล้วนต้องสูญเสียแววตาของมันจับจ้องไปที่รองเจ้าสำนักอย่างไม่วางตา
กงซุนอู๋คล้ายรับรู้ถึงความกังวลนี้ จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หนิงเฟยหลงหากเจ้ายอมมอบตัวแต่โดยดี ข้าจะไม่ลงมือ!” สายตาที่เป็นประกายแหลมคมจดจ้องมายังชายหนุ่มหนิงเฟยหลงรู้สึกถึงความกดดันจากดวงตาคู่นั้นก็พลันหายใจติดขัด ส่งสายตาไปยังเยว่หวงคล้ายต้องการอะไรบางอย่างเยว่หวงพยักหน้ารับ สีหน้าของชายหนุ่มจึงผ่อนคลายขึ้น
“ขอบคุณท่านรองเจ้าสำนักที่หยิบยื่นโอกาสให้แก่ข้า ทว่าต่อจากนี้ท่านก็คง....ลงมือไม่ได้แล้ว!!”ชายหนุ่มพูดจาอย่างฉะฉานไม่รู้ว่านำความมั่นใจมาจากที่ใดเมื่อสักครู่มันยังคล้ายจะหวาดกลัวอยู่เลย แต่ในยามนี้กลับมีความมั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม!