หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 33 : วานรน้ำแข็งใจกล้า

    " ตึง " ก้อนน้ำแข็งที่มีหานลี่อยู่ภายใน กลิ้งลงด้วยความเร็วสูงกระแทกเข้ากับหินใหญ่ก้อนหนึ่ง 


    " แคร่ก " หินก้อนใหญ่ที่ว่าแข็งแกร่งกลับแตกร้าว เพราะก้อนน้ำแข็งแข็งกว่า


    หลังจากชนเข้ากับหินก้อนใหญ่แล้ว ก้อนน้ำแข็งกระดอนเปลี่ยนทิศทางบ่ายหน้าพุ่งไปยังป่าที่เต็มด้วยต้นไม้ไร้ใบ 


    " กึก " ก้อนน้ำแข็งหยุดนิ่งสนิทอยู่ในดงต้นไม้ไร้ใบ


    ร่างของชายหนุ่มในเวลานี้ ได้ความร้อนจากภาพมังกรหล่อเลี้ยงทั่วร่างไว้ จึงมิได้เป็นน้ำแข็งเขาจึงยังมีชวิตอยู่


    หานลี่เร่งกลั่นหลอมปราณเหมันต์พิสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะทะลวงขั้นพลัง แลใช้พลังที่ระเบิดออกจากร่างทำลายก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุัมตนไว้ 


    " รอบที่เก้า " หานลี่พึมพำ 


    " วู๊มมม " ตันเถียนของชายหนุ่มพลันเคลื่อนขยับ ยืดหดยุบพอง เป็นเช่นนั้นนานนับชั่วยาม


    " ตูมมม " ตันเถียนของชายหนุ่มระเบิดพลังออกอย่างบ้าคลั่ง 


    ปราณพลังที่ระเบิดออกกระแทกยังก้อนน้ำแข็งแลสะท้อนกลับ " อ่อค " ชายหนุ่มกระอักโลหิตออกมากองโต


    " ฮื่อห์ " หานลี่ร้องคำรามในลำคออย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง 


    " อือ " ชายหนุ่มกัดกรามแน่น พลางสะกดความเจ็บปวดลง 


    เขาเพ่งไปยังตันเถียน " ยังเหลือปราณเหมันต์พิสุทธิ์อีกมาก น่าที่จะทะลวงระดับแปดได้ " หานลี่พึมพำ


    " หากมิได้ ค่อยใช้เลือดของหมีขาว " หานลี่พึมพำ 


    เขาเร่งชักนำปราณพลังเหมันต์พิสุทธิ์หมุนวนทั่วร่างอีกครา อุณภูมิรอบร่างพลันพุ่งทะยานขึ้นสูงลิ่ว


    สูงกว่าทุกคราที่เคยเป็น น้ำแข็งที่อยู่รายรอบร่าง เริ่มละลายกลายเป็นน้ำเย็น 


    ภายในที่เคยบีบรัดทั่วร่างเริ่มคลายหลอม ร่างของชายหนุ่มเริ่มที่จะขยับกายได้บ้าง 


    เมื่อครบรอบที่เก้า " วู๊มมม " ตันเถียนของชายหนุ่มพลันยืดหดย่อขยาย เป็นเช่นนั้นนานนับวัน 


    " ตูมมม " ปราณพลังของชายหนุ่มระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง 


    " เพล้ง " น้ำแข็งที่เกาะกุมแตกกระจายออกในทันใด เมื่อถูกปราณพลังบ้าคลั่งกระแทกเข้า


    " ครืนน " ปราณพลังพุ่งพวยทะยานกวัดกวาดรายรอบร่างนับร้อยจ้าง 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ เมื่อพบว่าตนหลุดออกจากพันธนาการแล้ว 


    " ดอกบัวเหมันต์นี่เป็นเช่นใดกัน ในตำราบอกว่าหากกลั่นหลอมจนหมดสิ้น จะสามารถทะลวงพลังได้ครึ่งถึงหนึ่งขั้นใหญ่ " หานลี่พึมพำด้วยความงุนงง


    " ข้าทำได้เพียงสองขั้นย่อย " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ 


    " จริงสิ ยิ่งกายแกร่งก็ยิ่งสิ้นเปลือง " หานลี่พึมพำ


    " แต่ก็มิน่าสิ้นเปลืองมากขนาดนี้ " หานลี่พึมพำ


    " เร่งปรับสมดุลร่างกายก่อน เวลานี้อยู่ที่โล่งอันตรายยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มเร่งปรับสมดุลร่างกายอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ออกจากที่โล่ง


    สัตว์อสูรมากมายที่มองจ้องยังชายหนุ่ม ต่างแลบลิ้นเลียริมฝีปากตน พร้อมกับน้ำลายที่ไหลยืด


    พวกมันคิดว่าโลหิตของชายหนุ่มในยามนี้นั้น ช่างอุดมไปด้วยพลังเหมันต์พิสุทธิ์ หากพวกมันได้ดื่มกลิ่นแล้วล่ะก็ 


    สัตว์อสูรมากมายจากทั่วทุกทิศ ค่อยย่องเดินฝ่าหิมะเข้าหาร่างของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า 


    " วู๊มม " พลันกลิ่นอายมังกรสูงศักดิ์แผดออกในทันใด 


    " ครืน " กลิ่นอายสูงศักดิ์ล่องลอยออกอย่างเชื่องช้า ปกคลุมทั่วแดนดินรอบร้อยจ้าง 


    " หงิง " เสียงสัตว์อสูรมากมายร้องระงมทั่วแดน ร่างของพวกมันแนบลงยังพื้น ทั้งร่างยังสั่นเทา


    กลิ่นอายมังกรเจ้าแห่งสรรพสัตว์ ผู้ปกครองสรรพสัตว์ทั่วใต้หล้าหาใช่สิ่งที่สัตว์อสูรกระจอกงอกง่อยจะเทียมทัดได้ 


    วานรเหมันต์ที่กำลังวิ่งหน้าตั้งลงเขามาอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสูงศักดิ์ 


    ร่างของมันพลันแข็งทื่อ ล้มกลิ้งหมุนม้วนลงยังเบื้องล่าง 


    " กรร " มันส่งเสียงครางออกมาอย่างเงียบงัน สองตาแดงก่ำของมันมองจ้องยังชายหนุ่มที่อยู่มิไกล


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าพบเจอผู้เป็นนาย 


    สามชั่วยามผ่านไป 


    หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลางมองสำรวจทั่วร่าง เขาพยักหน้าช้าๆ 


    " ระดับแปดแล้ว ทั้งยังเป็นระดับแปดสูงสุด " หานลี่พึมพำ 


    " ฟุดฟิด " จมูกของชายหนุ่มสูดดมอากาศรายรอบร่างของตน สองตากวาดมองทั่ว 


    " ฮื่อห์ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อพบพานเข้ากับสัตว์อสูรมากมาย 


    " อะไรกันนี่ " หานลี่พึมพำ 


    " อึก " เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อมองยังวานรเหมันต์


    วานรเหมันต์ใจกล้า คลานสี่เท้าเข้ามาใกล้ พลางหงายฝ่ามือของมันให้ชายหนุ่ม 


    " หมายความว่าเช่นใด " หานลี่พึมพำ ในหัวสมองให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง 


    เขาสูดหายใจเข้าลึก พลางยื่นฝ่ามือแตะลงยังฝ่ามือของวานรเหมันต์


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาอย่างดัง ทั้งท่าทางของมันยังดีใจเป็นหนักหนา


    มันเลียบเคียงเข้าหาชายหนุ่มพลางยื่นสองฝ่ามือหงายขึ้น แลลดต่ำติดพื้น 


    หานลี่มองยังวานรเหมันต์ เขามองเข้าไปในดวงตาใสซื่อนั่น พลางพยักหน้า 


    เท้าของหานลี่เหยียนลงยังสองฝ่ามือนั่น พลันวานรเหมันต์ยกร่างของชายหนุ่มวางไว้บนไหล่ของมัน 


    " โฮกกกก " มันร้องคำรามลั่นแดน เสียงสะท้อนก้องดังสนั่น 


    " . . . " หานลี่พลันฉุกคิดบางอย่างได้ 


    ชายหนุ่มวาดอักษรลงยังกลางฝ่ามือ แลตบลงยังกลางอกของตน


    " ขุนเขาสะท้อนเสียงวานรก้อง พงไพรกู่ร้องขานรับ " 


    " สารทปกคลุมใบไม้ร่วงโรย เหมันต์เคลื่อนผ่านหิมะโปรยปราย "  


    " เย็นยะเยียบกลางลมหนาว ไหนเลยจะสู้อุ่นเปลวไฟ " 


    " กอดไหสุราพร่ำรำพัน ไร้ญาติมิตรคู่ชิดรู้ใจ " 


    พลันทั่วแคว้นฟู่แตกตื่นกันยกใหญ่ หมู่บัณฑิตยุทธต่างเร่งจดบันทึกบทกวีอย่างเร็วรี่ 


    " ช่างเป็นบทกวีที่เปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก " 


    " ใช่ นี่เป็นบทกวีที่สะท้อนในจิตใจของท่านผู้นั้น "


    " ยิ่งสูงก็ยิ่งเปลี่ยวเหงา "


    " แสดงว่าท่านผู้นั้นในเวลานี้ คงจะเปลี่ยวเหงาเพราะขาดคนรู้ใจ ไร้ซึ่งสหาย ไร้ซึ่งญาตมิตร แม้นกระทั่งคนรัก " 


    " ยิ่งขั้นฝึกสูง อายุก็ยิ่งมาก หากญาติมิตรสหายหรือคนรู้ใจ วิ่งไล่ตามมิทัน ก็คงหลือเพียงตัวคนเดียว " 


    บัณฑิตยุทธทั้งหลายต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส ทำให้ทั่วทุกตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย 


    " เฮาะ เฮา " วานรเหมันต์มันพยักหน้าช้าๆ พลางส่งเสียงออดอ้อน 


    " หึ " หานลี่ยกยิ้ม พลางวางมือบนหัวของมันแลลูบไปมา 


    วานรเหมันต์พลันเบิกตาโพลง ทั่วร่างของมันแข็งเกร็ง 


    " เจ้าเป็นสิ่งใด มิใช่ว่าจะพาข้าไปยังสถานที่ลึกลับมิใช่รึ " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เอาะ " มันสะดุ้งตกใจ พลางเหลียวมองยังชายหนุ่ม


    " เฮาะ เฮาะ " มันพยักหน้าอย่างช้าๆ แลพุ่งทะยานร่างเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว 


    " จริงสิยังมิได้ผนึกตนเองเลย " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มวาดอักษรลงบนฝ่ามือซ้าย แลตบลงกลางอกของตน 


    วานรเหมันต์ห้อตะบึงพุ่งทะยานขึ้นภูเขาหลายลูก แลมาหยุดอยู่ที่ยอดเขาลูกที่หก 


    มันยืนเด่นอยู่บนยอดเขา พลางยื่นเหยียดชี้นิ้วออกไป 


    " หมู่บ้านมนุษย์ " หานลี่พึมพำ 


    หมู่บ้านหินถูกปลูกสร้างอย่างดี แข็งแกร่งทนทาน ทั้งยังเก่าแก่


    " ไร้ผู้คน น่าจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว " หานลี่พึมพำ 


    " เหมือนกับบ้านพักที่กลางภูเขาลูกแรกเลย " หานลี่พึมพำ 


    " ไปดู " หานลี่เอ่ยออกมา


    " เฮาะ เฮาะ " มันส่ายหน้าไปมา พลางทำสีหน้าหวาดกลัว 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ แลกระโดดลงจากไหล่ของมัน 


    " เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมา พลางชี้นิ้วที่อกของมัน แลชี้ลงพื้น 


    " อืม " หานลี่พยักหน้า แลผินกายวิ่งลงไปยังหมู่บ้านมนุษย์อย่างรวดเร็ว


    เมื่อมาถึง ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่าง เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแผ่วเบา 


    " เสียงอะไร " หานลี่พึมพำ 


    สองตาของเข้ากวาดมองทั่วหมู่บ้าน ที่มีบ้านหินอยู่สิบสี่หลัง