" ตึง " ก้อนน้ำแข็งที่มีหานลี่อยู่ภายใน กลิ้งลงด้วยความเร็วสูงกระแทกเข้ากับหินใหญ่ก้อนหนึ่ง
" แคร่ก " หินก้อนใหญ่ที่ว่าแข็งแกร่งกลับแตกร้าว เพราะก้อนน้ำแข็งแข็งกว่า
หลังจากชนเข้ากับหินก้อนใหญ่แล้ว ก้อนน้ำแข็งกระดอนเปลี่ยนทิศทางบ่ายหน้าพุ่งไปยังป่าที่เต็มด้วยต้นไม้ไร้ใบ
" กึก " ก้อนน้ำแข็งหยุดนิ่งสนิทอยู่ในดงต้นไม้ไร้ใบ
ร่างของชายหนุ่มในเวลานี้ ได้ความร้อนจากภาพมังกรหล่อเลี้ยงทั่วร่างไว้ จึงมิได้เป็นน้ำแข็งเขาจึงยังมีชวิตอยู่
หานลี่เร่งกลั่นหลอมปราณเหมันต์พิสุทธิ์อย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะทะลวงขั้นพลัง แลใช้พลังที่ระเบิดออกจากร่างทำลายก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุัมตนไว้
" รอบที่เก้า " หานลี่พึมพำ
" วู๊มมม " ตันเถียนของชายหนุ่มพลันเคลื่อนขยับ ยืดหดยุบพอง เป็นเช่นนั้นนานนับชั่วยาม
" ตูมมม " ตันเถียนของชายหนุ่มระเบิดพลังออกอย่างบ้าคลั่ง
ปราณพลังที่ระเบิดออกกระแทกยังก้อนน้ำแข็งแลสะท้อนกลับ " อ่อค " ชายหนุ่มกระอักโลหิตออกมากองโต
" ฮื่อห์ " หานลี่ร้องคำรามในลำคออย่างบ้าคลั่ง ทั้งยังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
" อือ " ชายหนุ่มกัดกรามแน่น พลางสะกดความเจ็บปวดลง
เขาเพ่งไปยังตันเถียน " ยังเหลือปราณเหมันต์พิสุทธิ์อีกมาก น่าที่จะทะลวงระดับแปดได้ " หานลี่พึมพำ
" หากมิได้ ค่อยใช้เลือดของหมีขาว " หานลี่พึมพำ
เขาเร่งชักนำปราณพลังเหมันต์พิสุทธิ์หมุนวนทั่วร่างอีกครา อุณภูมิรอบร่างพลันพุ่งทะยานขึ้นสูงลิ่ว
สูงกว่าทุกคราที่เคยเป็น น้ำแข็งที่อยู่รายรอบร่าง เริ่มละลายกลายเป็นน้ำเย็น
ภายในที่เคยบีบรัดทั่วร่างเริ่มคลายหลอม ร่างของชายหนุ่มเริ่มที่จะขยับกายได้บ้าง
เมื่อครบรอบที่เก้า " วู๊มมม " ตันเถียนของชายหนุ่มพลันยืดหดย่อขยาย เป็นเช่นนั้นนานนับวัน
" ตูมมม " ปราณพลังของชายหนุ่มระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
" เพล้ง " น้ำแข็งที่เกาะกุมแตกกระจายออกในทันใด เมื่อถูกปราณพลังบ้าคลั่งกระแทกเข้า
" ครืนน " ปราณพลังพุ่งพวยทะยานกวัดกวาดรายรอบร่างนับร้อยจ้าง
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ เมื่อพบว่าตนหลุดออกจากพันธนาการแล้ว
" ดอกบัวเหมันต์นี่เป็นเช่นใดกัน ในตำราบอกว่าหากกลั่นหลอมจนหมดสิ้น จะสามารถทะลวงพลังได้ครึ่งถึงหนึ่งขั้นใหญ่ " หานลี่พึมพำด้วยความงุนงง
" ข้าทำได้เพียงสองขั้นย่อย " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ
" จริงสิ ยิ่งกายแกร่งก็ยิ่งสิ้นเปลือง " หานลี่พึมพำ
" แต่ก็มิน่าสิ้นเปลืองมากขนาดนี้ " หานลี่พึมพำ
" เร่งปรับสมดุลร่างกายก่อน เวลานี้อยู่ที่โล่งอันตรายยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งปรับสมดุลร่างกายอย่างรวดเร็ว เพื่อที่ออกจากที่โล่ง
สัตว์อสูรมากมายที่มองจ้องยังชายหนุ่ม ต่างแลบลิ้นเลียริมฝีปากตน พร้อมกับน้ำลายที่ไหลยืด
พวกมันคิดว่าโลหิตของชายหนุ่มในยามนี้นั้น ช่างอุดมไปด้วยพลังเหมันต์พิสุทธิ์ หากพวกมันได้ดื่มกลิ่นแล้วล่ะก็
สัตว์อสูรมากมายจากทั่วทุกทิศ ค่อยย่องเดินฝ่าหิมะเข้าหาร่างของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้า
" วู๊มม " พลันกลิ่นอายมังกรสูงศักดิ์แผดออกในทันใด
" ครืน " กลิ่นอายสูงศักดิ์ล่องลอยออกอย่างเชื่องช้า ปกคลุมทั่วแดนดินรอบร้อยจ้าง
" หงิง " เสียงสัตว์อสูรมากมายร้องระงมทั่วแดน ร่างของพวกมันแนบลงยังพื้น ทั้งร่างยังสั่นเทา
กลิ่นอายมังกรเจ้าแห่งสรรพสัตว์ ผู้ปกครองสรรพสัตว์ทั่วใต้หล้าหาใช่สิ่งที่สัตว์อสูรกระจอกงอกง่อยจะเทียมทัดได้
วานรเหมันต์ที่กำลังวิ่งหน้าตั้งลงเขามาอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสูงศักดิ์
ร่างของมันพลันแข็งทื่อ ล้มกลิ้งหมุนม้วนลงยังเบื้องล่าง
" กรร " มันส่งเสียงครางออกมาอย่างเงียบงัน สองตาแดงก่ำของมันมองจ้องยังชายหนุ่มที่อยู่มิไกล
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าพบเจอผู้เป็นนาย
สามชั่วยามผ่านไป
หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น พลางมองสำรวจทั่วร่าง เขาพยักหน้าช้าๆ
" ระดับแปดแล้ว ทั้งยังเป็นระดับแปดสูงสุด " หานลี่พึมพำ
" ฟุดฟิด " จมูกของชายหนุ่มสูดดมอากาศรายรอบร่างของตน สองตากวาดมองทั่ว
" ฮื่อห์ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง เมื่อพบพานเข้ากับสัตว์อสูรมากมาย
" อะไรกันนี่ " หานลี่พึมพำ
" อึก " เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อมองยังวานรเหมันต์
วานรเหมันต์ใจกล้า คลานสี่เท้าเข้ามาใกล้ พลางหงายฝ่ามือของมันให้ชายหนุ่ม
" หมายความว่าเช่นใด " หานลี่พึมพำ ในหัวสมองให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
เขาสูดหายใจเข้าลึก พลางยื่นฝ่ามือแตะลงยังฝ่ามือของวานรเหมันต์
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมาอย่างดัง ทั้งท่าทางของมันยังดีใจเป็นหนักหนา
มันเลียบเคียงเข้าหาชายหนุ่มพลางยื่นสองฝ่ามือหงายขึ้น แลลดต่ำติดพื้น
หานลี่มองยังวานรเหมันต์ เขามองเข้าไปในดวงตาใสซื่อนั่น พลางพยักหน้า
เท้าของหานลี่เหยียนลงยังสองฝ่ามือนั่น พลันวานรเหมันต์ยกร่างของชายหนุ่มวางไว้บนไหล่ของมัน
" โฮกกกก " มันร้องคำรามลั่นแดน เสียงสะท้อนก้องดังสนั่น
" . . . " หานลี่พลันฉุกคิดบางอย่างได้
ชายหนุ่มวาดอักษรลงยังกลางฝ่ามือ แลตบลงยังกลางอกของตน
" ขุนเขาสะท้อนเสียงวานรก้อง พงไพรกู่ร้องขานรับ "
" สารทปกคลุมใบไม้ร่วงโรย เหมันต์เคลื่อนผ่านหิมะโปรยปราย "
" เย็นยะเยียบกลางลมหนาว ไหนเลยจะสู้อุ่นเปลวไฟ "
" กอดไหสุราพร่ำรำพัน ไร้ญาติมิตรคู่ชิดรู้ใจ "
พลันทั่วแคว้นฟู่แตกตื่นกันยกใหญ่ หมู่บัณฑิตยุทธต่างเร่งจดบันทึกบทกวีอย่างเร็วรี่
" ช่างเป็นบทกวีที่เปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก "
" ใช่ นี่เป็นบทกวีที่สะท้อนในจิตใจของท่านผู้นั้น "
" ยิ่งสูงก็ยิ่งเปลี่ยวเหงา "
" แสดงว่าท่านผู้นั้นในเวลานี้ คงจะเปลี่ยวเหงาเพราะขาดคนรู้ใจ ไร้ซึ่งสหาย ไร้ซึ่งญาตมิตร แม้นกระทั่งคนรัก "
" ยิ่งขั้นฝึกสูง อายุก็ยิ่งมาก หากญาติมิตรสหายหรือคนรู้ใจ วิ่งไล่ตามมิทัน ก็คงหลือเพียงตัวคนเดียว "
บัณฑิตยุทธทั้งหลายต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส ทำให้ทั่วทุกตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย
" เฮาะ เฮา " วานรเหมันต์มันพยักหน้าช้าๆ พลางส่งเสียงออดอ้อน
" หึ " หานลี่ยกยิ้ม พลางวางมือบนหัวของมันแลลูบไปมา
วานรเหมันต์พลันเบิกตาโพลง ทั่วร่างของมันแข็งเกร็ง
" เจ้าเป็นสิ่งใด มิใช่ว่าจะพาข้าไปยังสถานที่ลึกลับมิใช่รึ " หานลี่เอ่ยออกมา
" เอาะ " มันสะดุ้งตกใจ พลางเหลียวมองยังชายหนุ่ม
" เฮาะ เฮาะ " มันพยักหน้าอย่างช้าๆ แลพุ่งทะยานร่างเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว
" จริงสิยังมิได้ผนึกตนเองเลย " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มวาดอักษรลงบนฝ่ามือซ้าย แลตบลงกลางอกของตน
วานรเหมันต์ห้อตะบึงพุ่งทะยานขึ้นภูเขาหลายลูก แลมาหยุดอยู่ที่ยอดเขาลูกที่หก
มันยืนเด่นอยู่บนยอดเขา พลางยื่นเหยียดชี้นิ้วออกไป
" หมู่บ้านมนุษย์ " หานลี่พึมพำ
หมู่บ้านหินถูกปลูกสร้างอย่างดี แข็งแกร่งทนทาน ทั้งยังเก่าแก่
" ไร้ผู้คน น่าจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว " หานลี่พึมพำ
" เหมือนกับบ้านพักที่กลางภูเขาลูกแรกเลย " หานลี่พึมพำ
" ไปดู " หานลี่เอ่ยออกมา
" เฮาะ เฮาะ " มันส่ายหน้าไปมา พลางทำสีหน้าหวาดกลัว
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ แลกระโดดลงจากไหล่ของมัน
" เฮาะ เฮาะ " มันร้องออกมา พลางชี้นิ้วที่อกของมัน แลชี้ลงพื้น
" อืม " หานลี่พยักหน้า แลผินกายวิ่งลงไปยังหมู่บ้านมนุษย์อย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึง ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่าง เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องแผ่วเบา
" เสียงอะไร " หานลี่พึมพำ
สองตาของเข้ากวาดมองทั่วหมู่บ้าน ที่มีบ้านหินอยู่สิบสี่หลัง