เมื่อเกวียนวัวมาถึงหน้าหมู่บ้าน ก็เจอหลี่ซื่อกับจางซื่อกำลังนั่งจับกลุ่มพูดเื่ชาวบ้านกันอย่างสนุกสนาน เมื่อมองเห็นเกวียนวัวเข้ามา หลี่ซื่อก็ตกตะลึง
“ไอ้หยา..น้องสาม เ้าหายแล้วหรือ ไหนหมอหลิวบอกว่าเ้าจะพิการไง นี่อะไรกัน สามีข้ายังไม่หายเลย เ้ากลับหายแล้ว ไหนจะซื้อเกวียนวัวอีก พวกเ้าต้องแอบขโมยเงินที่บ้านไปแน่ๆ”
“สะใภ้ใหญ่หยาง หากท่านมีน้ำเสียอยู่เต็มท้องก็เก็บเอาไว้ใช้กับคนในบ้านท่าน อย่าพ่นอะไรสกปรกออกมาให้ติดตัวคนอื่นเลย ข้าขโมยหรือไม่ พวกท่านย่อมรู้ดีแก่ใจ” พูดจบหยางเฉิงก็บังคับเกวียนวัวต่อไป โดยไม่สนใจหลี่ซื่อที่โกรธจนแทบกระอักเื
เมื่อถึงบ้านหยางเฉิงก็ถอดเกวียนที่เทียมวัวไว้ออก แล้วพาวัวไปกินหญ้าที่คอกหมูเก่า จากนั้นก็พากันเข้าไปในบ้าน
“ท่านแม่ พวกเรามีเกวียนวัวแล้วนะขอรับ” ลู่เสียนรีบเข้าไปบอกด้วยความยินดี
“ท่านพ่อ พาพวกเราไปสมัครเรียนด้วยขอรับ” ลู่คงวางของแล้วบอกให้แม่ทราบ
“จริงหรือ พวกเ้าจะได้เรียนหนังสือแล้ว แม่ดีใจมากเลย” เย่ซื่อมองเด็กๆ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า
“พ่อให้พวกเ้าเรียนก็เพื่อให้มีความรู้ติดตัว ส่วนอนาคตนั้นพวกเ้าต้องเลือกกันเอง”
“ข้าอยากเป็หมอรักษาคนขอรับ” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นมาก่อนใครเพื่อน
“ข้าอยากเป็เ้าของที่ดิน เปิดโรงเตี๊ยมเล็กๆ ขอรับ” ลู่เหวินไม่เคยชินกับระบบขุนนาง เขาอยากมีกิจการเล็กๆ และยังมีเวลาหาของเข้าระบบด้วย
ลู่คงนิ่งไปสักพัก ก่อนพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว “ท่านพ่อท่านแม่ หากน้องๆ อยากมีกิจการย่อมต้องมีคนคอยหนุนหลัง ข้าจะตั้งใจเรียนแล้วสอบเป็ขุนนางให้ได้ขอรับ”
หยางเฉิงมองลูกชายทั้งสามคน แล้วเอ่ยออกมา “ถึงการเป็ขุนนางจะหมายถึงอำนาจ และเป็สิ่งเชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล แต่พ่อ้าให้ลูกพ่อมีความสุขมากกว่า หากพวกเ้าอยากทำนาทำสวน พ่อก็สนับสนุน ตอนนี้ตั้งใจเรียนก็พอแล้ว”
ลู่เหวินประทับใจพ่อเขามาก ในยุคนี้ขุนนางคือที่สุดแห่งอำนาจ แต่พวกเขากลับปล่อยให้ลูกเลือกทางของตนเองได้ตามใจ ลู่คงก็เป็พี่ชายที่คิดถึงแต่เื่ของครอบครัว เขาต้องรีบหาเงินเยอะๆ จะได้สนับสนุนพี่ชายและพี่สาวในทุกๆ ทาง
“ท่านพ่อ ข้ายังมีเมล็ดผักจากเสี่ยวหยินอีกขอรับ อันนี้เสี่ยวหยินบอกว่าเมล็ดเหล่านี้แม้ไม่ดีเท่าที่เรากินกันตลอดฤดูหนาวแต่ก็ดีกว่าผักทั่วไป สามารถเอาออกมาขายได้ขอรับ” ลู่เหวินเอาเมล็ดพันธุ์ออกมา
“อา..อย่างนี้แปลว่าเราสามารถขายผักได้ก่อนฤดูเพาะปลูกเหรอ”
“ใช่ขอรับ กว่าคนอื่นจะเริ่มปลูก เราสามารถขายผักไปได้สามสี่รอบแล้ว”
ลู่เหวินและครอบครัว ช่วยกันยกร่องแปลงผักหลังบ้านเพิ่มจนเต็มพื้นที่ รอบแรกพวกเขาลงผักอย่างละ 200 ต้น กว่าจะยกแปลงผัก รดน้ำ ลงเมล็ดครบทุกหลุมปาเข้าไปสามสี่วันทีเดียว ลู่เหลียนและ ลู่เอิน สองฝาแฝดเฝ้ามองแปลงผักไม่ห่าง พวกเธอมักจะมองหาหนอนในทุกๆ วัน รีบตื่นเช้ามาคอยดูแลเป็อย่างดี หากลู่เสียนและลู่เหวินรดน้ำก็จะมาเป็คนคุมงานคอยควบคุมน้องชายให้ระมัดระวังและทำงานให้เรียบร้อย
“คงเอ๋อร์ ไปจัดการเทียมเกวียนให้เรียบร้อย เราจะเก็บผักรอบแรกไปขายในเมืองกัน” หยางเฉิงะโบอกลูกชายคนโต
ลู่คงในตอนนี้ขับเกวียนวัวเก่งขึ้น เขาสามารถบังคับเ้าเสี่ยวตงไปไหนคนเดียว โดยไม่ต้องมีหยางเฉิงนั่งไปด้วยได้แล้ว คนทั้งหมดในครอบครัวช่วยกันเก็บผักใส่ตะกร้าแล้วยกขึ้นเกวียนจนเต็ม หยางเฉิง ลู่คง และลู่เหวินก็พร้อมออกไปตลาด ส่วนลู่เสียนนั้นถือตะกร้าผักตรงไปบ้านหมอกู่แล้ว เย่ซื่อและลูกสาวฝาแฝดเอาผักไปฝากเหล่าผู้าุโและหัวหน้าหมู่บ้าน
หลังจากแบ่งงานกันเรียบร้อย เกวียนวัวที่เต็มไปด้วยผักสีเขียวก็เดินทางออกจากหมู่บ้าน เกวียนวัวออกเดินจากหมู่บ้านไปในเมือง เมื่อมาถึงก็ตรงไปยังประตูหลังของชางหย่งจิ่วโหลว คนเฝ้าประตูเมื่อเห็น หยางเฉิงก็ตรงเข้ามาต้อนรับ
“พี่ชาย ท่านหายแล้วหรือ ข้ายินดีด้วยนะ ของบนเกวียนที่คลุมผ้าอยู่คืออะไรหรือ”
ลู่เหวินยิ้มตาหยีแล้วเปิดผ้าออก ผักสีเขียวเต็มเกวียน ทำให้เสี่ยวเอ้ออ้าปากค้าง
“ผักในฤดูหนาวแบบนี้ ขะ..ข้า จะไปเรียกหลงจู๊มาก่อนนะขอรับ”
หายเข้าไปสักพัก ทั้งผู้ดูแลเฉินและพ่อครัวก็วิ่งออกมานอกร้าน
“พวกเ้า..มีผักใน่นี้ได้ยังไงกันนะ ชั่งน้ำหนักเลยข้ารับหมด ชั่งละ 40 อีแปะ”
“ท่านลุงเฉินให้ราคาสูงไปแล้วขอรับ” ลู่เหวินแย้ง
“ไม่สูงเลย ฤดูนี้ถึงมีเงินก็หาซื้อผักไม่ได้ เหลาอาหารถ้าขาดผักใบเขียวจะสมบูรณ์ได้อย่างไร” ผู้ดูแลเฉินให้เหตุผล
“ข้าชื่อพ่อครัวโม่ เห็นเสี่ยวเอ้อวิ่งเข้าไปบอกว่ามีมีคนนำผักมาขายเต็มเกวียน ตอนแรกนึกว่าจะเป็ผักเหี่ยวๆ ที่ทนหนาวมาได้ แต่นี่มันยิ่งกว่าผักในฤดูเพาะปลูกซะอีก พวกเ้าเก่งมากเลยนะที่ปลูกผักในฤดูหนาวและดูแลผักได้ขนาดนี้ ชั่งละ 40 อีแปะที่หลงจู๊เฉินคิดให้นั้นสมเหตุสมผลแล้ว”
“ทั้งหมด 120 ชั่ง เป็เงิน 4 ตำลึง 800 อีแปะ ที่บ้านพวกเ้ายังมีผักอีกไหม” หลงจู๊สอบถาม
“มีขอรับ แต่อีกเจ็ดวันถึงเก็บเกี่ยวได้ขอรับ” ลู่เหวินที่ตอนนี้มีผักอยู่เต็มช่องเก็บของ หากเขาเอามาอีกเกวียนเกรงว่าจะเป็ที่น่าสงสัยเกินไปเลยยืดเวลา
“นี่เงินรอบนี้ 5 ตำลึง ไม่ต้องทอน 200 อีแปะนั่นเป็ค่าขนส่ง อีกเจ็ดวันพวกเ้าเอามาเท่าเดิม ข้าจะให้ราคาและค่าขนส่งเหมือนเดิม”
“ขอบคุณขอรับ”
หยางเฉิงและลูกๆ รับเงินเสร็จก็ขับเกวียนตรงไปยังที่ลับตาคน
“ท่านพ่อ จอดรอตรงนี้ก่อนขอรับ ข้ากับพี่ใหญ่จะไปซื้อตะกร้าเพิ่ม” ลู่เหวินกับลู่คงหายไปสักพักก็กลับมาพร้ะกร้าใบใหญ่ 10 ใบ
“เจอท่านตาคนหนึ่งกำลังขายพอดีขอรับ เสียดายที่เหลือแค่ 10 ใบ ใบละ 3 อีแปะเองขอรับ” ลู่เหวินเอาผักทั้งสามชนิดแยกใส่ตะกร้าแล้วขับตรงไปยังโรงหมอเจี้ยนหย่ง
“พี่ชาย ท่านหมอหลิวอยู่ไหมขอรับ” ลู่เหวินลงไปสอบถาม
“อยู่ด้านใน เดี๋ยวข้าไปเรียนให้” สักครู่หนึ่งหมอหลิวก็เดินลูบเคราตามออกมา
“ข้าว่าแล้ว เด็กน้อยที่มาขอพบต้องเป็เ้า มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าขอรับ บ้านข้าปลูกผักไว้ วันนี้เลยเอามาฝากท่านหมอน่ะขอรับ มีทั้งกวางตุ้ง ผักกาด และคะน้าเลยนะขอรับ”
“ไอ้หยา..ผักเหรอ ดีดี ขอบใจเ้ามาก ข้าไม่ได้กินผักมาสามสี่เดือนแล้ว” หมอหลิวตอบรับด้วยความยินดี หากเป็อย่างอื่นเขาคงปฏิเสธไปแล้ว
“ข้าขอตัวก่อนนะขอรับท่านลุง ข้าจะเอาไปฝากท่านลุงเมิ่งด้วยน่ะขอรับ”
เมื่อนำผักไปฝากหมอหลิวและเมิ่งหนานเรียบร้อยแล้ว ลู่เหวินก็นำผักไปขายที่จวนตระกูลซุน และโรงเรียนหลิงหยู ได้เงินมา 2 ตำลึง พวกเขายังกำชับให้อีกเจ็ดวันนำมาส่งให้อีกรอบ
กลับมาถึงบ้านเย่ซื่อและลูกสาวทั้งสองทำกับข้าวเสร็จแล้ว เมื่อทานข้าวเสร็จทุกคนก็เข้าห้องนอนด้วยความเหน็ดเหนื่อย เช้าวันต่อมา หยางเสียนกำลังเริ่มลงสมุนไพรใหม่อีกรอบ ลู่เหวินและลู่คงลงเมล็ดผักกวางตุ้งและคะน้า อย่างละ 300 ต้น ผักกาดยังมีเหลืออยู่ในช่องเก็บของเกือบ 200 ชั่ง แต่กวางตุ้งและคะน้าขายออกไปหมดแล้ว
“เหวินเอ๋อร์ เราเพิ่งลงผักวันนี้คงไม่ทันส่งผัก 7 วันตามที่นัดไว้ พ่อจะเข้าเมืองไปแจ้งพวกเขาก่อน”
“ท่านพ่อ ผักกาดยังมีอยู่อีกเยอะเลยขอรับ เราเอาผักกาดให้พวกเขาก่อนได้ขอรับ”
“ใกล้ปีใหม่แล้ว เราขายผักอีกสักสองสามรอบ แล้วจะได้ซื้อของมาฉลองปีใหม่กัน” หยางเฉิงบอกลูกๆ
“ซื้อแค่ของตกแต่งก็พอขอรับ ของกินเรามีครบแล้วขอรับ”
ลู่เหวินที่นำของมาด้วย 12 ช่อง หลายเดือนมานี้เขาเอาของในระบบออกมาสะสมไว้ทุกวัน จนตอนนี้เขามีของมากพอที่จะนำไปขายเป็เงินได้บ้างแล้ว ตำบลหวงเจียง ในตอนนี้คึกคักอย่างมาก ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอย เพื่อฉลองในเทศกาลปีใหม่ และเซ่นไหว้บรรพบุรุษกัน อีกทั้งยังมีการไหว้เทพเ้าเตาไฟ เพื่อขอพรให้การเริ่มเพาะปลูกปีนี้ราบรื่น มีผลผลิตตามที่้า
ครอบครัวหยางลู่เหวินตอนนี้ ส่งผักได้ทุกๆ 7 วัน พวกเขามีเงินเก็บจำนวนหนึ่งแล้ว แม้จะมีคน้าผักมากขึ้น แต่ผักของพวกเขาก็มีไม่พอกับความ้า ทำให้เกิดการแข่งขันประมูลราคาผักตะกร้าเล็กๆ ที่เหลือจากการส่งให้ชางหย่งจิ่วโหลว โรงเรียนหลิงหยู และจวนตระกูลซุน ทำให้บ้านสามตระกูลหยางมีเงินเก็บมากขึ้นมากมายเลยทีเดียว
“ท่านพ่อเราส่งผักรอบสุดท้ายของปีนี้เสร็จแล้วขอรับ ซื้อของตกแต่งปีใหม่ครบแล้ว ตอนนี้เรามีเงินเก็บ 49 ตำลึงแล้วนะขอรับ” ลู่เหวินที่นั่งอยู่บนเกวียนบอกกล่าวทุกคนด้วยความปลื้มใจ จากวันที่พวกเขาเหลือเงินอยู่ 2 ตำลึง มาวันนี้ไม่ถึงสองเดือน เขามีเงิน 49 ตำลึงแล้ว นับเป็การเริ่มต้นที่ดีมากๆ เลยทีเดียว
วันนี้เป็วันส่งท้ายปีใหม่ เย่ซื่อและลูกๆ ช่วยกันทำเกี๊ยวใส้ต่างๆ ปีนี้เป็ปีแรกที่พวกเขาจะได้ฉลองกันเอง ทำให้เด็กๆ ตื่นเต้นมาก พูดคุยหัวเราะกันเสียงดังสนั่น บรรยากาศรอบโต๊ะเต็มไปด้วยความสุข ในตอนนี้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ล้อมรอบครอบครัวนี้เอาไว้หมดแล้ว
ลู่เหวินเห็นบรรยากาศเป็ใจ ก็หยิบเหล้าและน้ำอัดลมออกมาจากช่องเก็บของ จากขวดแก้วสวยงาม ตอนนี้มันกลายเป็ไหเล็กๆ มีของเหลวอยู่ด้านในเต็มปริ่ม ลู่เหวินเทเหล้าให้หยางเฉิง ส่วนคนอื่นนั้นดื่มน้ำอัดลมแทน หยางเฉิงหยิบเหล้าขึ้นมาดมดู แล้วก็กระดกทีเดียวหมดถ้วย
“อา เหล้าดี พ่อไม่เคยกินเหล้าที่รสชาติดีและแรงแบบนี้มาก่อนเลย” หยางเฉิงพูดจบก็เทเหล้าลงในถ้วยเหล้าดื่มอีกที
“น้องเล็ก น้ำนี่อร่อยมาก ข้าไม่รู้ว่าน้ำจะมีรสััแบบนี้ได้ เสี่ยวหยินใจดีจริงๆ นะ ที่ให้เรามา” ลู่เอินพูดพลางยกน้ำอัดลมดื่มต่อ
“มันไม่ได้มีมากมาย ข้าเลยไม่เคยเอาออกมา ท่านพ่อ หากข้าจะเปิดโรงงานกลั่นเหล้า หมักเหล้าผลไม้ขาย ท่านเห็นด้วยไหมขอรับ”
“หากอยากขายสุรา ย่อมต้องมีสูตร ของพวกนี้ตกทอดกันมาภายในตระกูลเท่านั้น เ้าจะหาวิธีทำจากไหน”
ลู่เหวินมองหน้าพ่อแล้วยิ้ม อยากจะบอกเหลือเกินว่าลูกชายท่านนั้น เมื่อก่อนผลิตเหล้าเบียร์เป็งานอดิเรก นอกจากนั้นยังนำอุปกรณ์ทำของพวกนี้ติดมาที่นี่ด้วย
“เสี่ยวหยินหาสูตรให้พวกเราได้แน่ขอรับ”
“หากเ้าอยากทำเราจะลองดู แต่เ้าต้องไปเรียนจะทำอย่างไร” หยางเฉิงถาม
“ข้าแค่คิดไว้ก่อนขอรับ ตอนนี้เรายังไม่มีเงินพอที่จะทำโรงงานได้ ยังต้องหาเงินอีกมากเลยขอรับ”
“อีกห้าวันพ่อจะขึ้นเขา พวกเ้าหากใครจะไปจงเตรียมตัวให้พร้อม” หยางเฉิงบอกลูกชาย
“ท่านพ่อ ธนูของท่านละขอรับ ข้าไม่เห็นเลยั้แ่บ้านเก่าแล้ว” ลู่คงหันไปถาม
“พ่อให้อาเล็ก เอาไปซ่อมให้ที่ร้านไม้ในเมือง หลังจากปีใหม่พ่อค่อยเข้าไปรับที่ร้าน”
“ข้าอยากเรียนยิงธนูขอรับ” ลู่เหวินบอกผู้เป็พ่อ
“ได้ พ้นหนาวนี้ไป พวกเ้าก็โตขึ้นอีกปีแล้ว พ่อจะให้ช่างไม้ทำธนูคันเล็กไว้ให้เสียนเอ๋อร์กับเหวินเอ๋อร์ ตอนนี้ให้ผลัดกันฝึกกับธนูของพี่ชายเ้าไปก่อน”
“ท่านพี่ หากเข้าเมืองวันไหน ซื้อเข็มกับด้าย และสะดึงหลายๆ ขนาดมาเผื่อข้าด้วยนะเ้าคะ ข้าจะให้เหลียนเอ๋อร์กับเอินเอ๋อร์เริ่มปักลายบนผ้า แล้วเอาไปขายร้านผ้าอีกทีเ้าค่ะ”
“งั้นก็ไปกันทั้งหมดนี่แหละ จะได้ถือโอกาสไปสมัครเรียน และพาเที่ยวเล่นปีใหม่ด้วย”
สิ้นเสียงบิดา เด็กๆ ก็จะร้องะโด้วยความดีใจลั่นบ้าน คืนนี้ทุกคนกินเกี๊ยวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างมีความสุข
เช้าวันแรกของปีใหม่ เด็กๆ ทุกบ้านต่างตื่นเต้นที่จะออกไปสวัสดีปีใหม่บ้านต่างๆ เพื่อขออั่งเปา เช่นเดียวกันกับบ้านสาม เมื่อหยางเฉิงและเย่ซื่อออกมาจากห้อง ก็โดนรุมล้อมไปด้วยเ้าตัวน้อยทั้งห้า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขภาพแข็งแรง สมปรารถนา ร่ำรวยเงินทอง ขออั่งเปาเยอะๆ นะขอรับ/เ้าค่ะ”
“ฮาๆๆ เ้าพวกนี้นี่ มาดักรอกันั้แ่เช้าตรู่เลยนะ” หยางเฉิงและเย่ซื่อหันมายิ้มให้กัน แล้วล้วงซองแดงที่เตรียมไว้ให้ลูกๆ คนละซอง เด็กๆ ที่ได้รับอั่งเปาสองซองแรกของปีก็ยิ้มหน้าบาน ชวนกันออกไปสวัสดีปีใหม่บ้านต่างๆ ภายในหมู่บ้าน
หยางลู่เหวิน เก็บซองอั่งเปาแรกของเขาไว้ในห้องนอน แล้ววิ่งออกไปกับพี่ๆ ถึงแม้ิญญาเขาจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ร่างกายเขาตอนนี้เพิ่ง 9 ขวบเองนะ อย่าทำตัวแปลกแยกนักเลย
“อาเป่า อาซูเจียว เ้าไม่ไปสวัสดีปีใหม่บ้านพี่สามพวกเ้าหรอกหรือ เอ๊ะ..ได้ข่าวว่า่นี้พวกเขามีเงินแล้ว หรือว่าพวกเขาไม่อยากนับญาติกับพวกเ้าแล้ว” หลี่ซื่อที่หมั่นไส้น้องสามีสองคนนี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พูดยุยงขึ้นมากลางโต๊ะอาหาร
“พวกอกตัญญู พวกเ้าทั้งให้ยืมเงิน ทั้งไปช่วยไม่รู้สักกี่รอบ แม้แต่เศษเนื้อสักชิ้น ข้ายังไม่เคยเห็นมันโยนมาให้” แม่เฒ่าหลี่พลันโกรธขึ้นมาทันที
“ท่านแม่ น้องสามขายผักได้เงินมามากเลยขอรับ หากว่าเราไปขอแบ่งปันผักมาได้ ข้าจะเอาไปขายในเมือง คงได้หลายตำลึงทีเดียว” หยางโปเคยเห็นตอนที่พวกคนรวยในเมืองประมูลผักตะกร้าเล็กๆ ของบ้านสามไปในราคา 2 ตำลึง ก็นึกอยากได้เป็ของตนเอง
แม่เฒ่าหลี่ได้ยินดังนั้น ก็นึกถึงเงินที่จะลอยเข้ากระเป๋าตัวเอง ก่อนปีใหม่ นางเสียเงินค่าเล่าเรียนของหยางหลิ่งไปถึง 70 ตำลึง ยังดีที่ได้เงินค่าชดเชยของหยางซานและค่าแยกบ้านของหยางเฉิงมาอุดรอยรั่วนี้ บ้านเ้าพวกนั้นปลูกผักได้ หากนางไปเอามาพวกมันต้องไม่กล้าหือแน่ แต่ครั้นจะไปเองก็กลัวเ้าพวกนั้นมาเกาะติดหาผลประโยชน์ตอนที่หยางหลิ่งสอบขุนนางได้ คิดได้ดังนั้นก็หันไปสั่งความกับคนในครอบครัว
“อาเป่า อาซูเจียว พวกเ้าไปสวัสดีปีใหม่พวกนั้นซะ แล้วขอผักกลับมาด้วย สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง พวกเ้าไปเอาตะกร้าที่ใหญ่ที่สุดในบ้านมาให้น้องชายน้องสาวเอาไปใส่ผัก”
“ข้าจะไปสวัสดีปีใหม่พี่สาม แต่พวกท่านลืมเื่ขอผักไปได้เลย” หยางเป่าพูดจบก็ลุกออกจากโต๊ะอาหาร
“ข้าไปด้วยน้องเล็ก ท่านแม่หากท่านอยากได้ผัก ก็พาพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองไปเถอะเ้าค่ะ อีกอย่างเผื่อพวกท่านลืมไปแล้วว่ารอบที่แล้วพี่สามจะแจ้งทางการ รอบนี้หากพวกท่านไปวุ่นวายอีก ข้าคงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะเ้าคะ” หยางซูเจียวพูดจบก็เดินตามหยางเป่าออกไป
หยางเป่าและหยางซูเจียว ชวนกันเดินออกไปบ้านพี่ชายสาม ท่ามกลางหิมะที่ตกลงมา ร้องเรียกหน้าบ้านอยู่สักครู่ หยางเฉิงก็ออกมาเปิดประตู
“หิมะตกอีกแล้ว พวกเ้าเข้ามาก่อน เด็กๆ ไปรู้ไปเล่นกันถึงไหนแล้ว”
“พี่สาม พี่สะใภ้สาม ขอให้สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทองนะขอรับ/เ้าค่ะ” หยางเป่าและหยางซูเจียวอวยพรปีใหม่แก่บุคคลอันเป็ที่รักของพวกเขา
หยางเฉิงและเย่ซื่อยื่นซองแดงออกไปให้ ทั้งคู่ก็ใรีบส่ายหน้า
“ไม่เอาหรอกเ้าค่ะ ข้ากับน้องเล็กโตแล้ว เราแค่อยากมาอวยพรปีใหม่พวกท่าน”
“หากพวกเข้ายังไม่ออกเรือน แสดงว่ายังเป็เด็กอยู่ รับไปเถอะ ข้ากับพี่สะใภ้เตรียมไว้ให้แล้ว”
“ไปที่โต๊ะอาหารเถอะ สักพักพวกเด็กๆ น่าจะกลับแล้ว พี่สะใภ้จะทำเกี๊ยวน้ำร้อนๆ ให้กิน” เย่ซื่อเดินเข้าไปในครัว ซูเจียวเห็นเช่นนั้นก็ตามเข้าไปด้วย
เมื่อทั้งสองกินเกี๊ยวน้ำเสร็จแล้ว หยางเป่าและหยางซูเจียวก็ไปช่วยหยางเฉิงจัดการแปลงผัก
“ผักพวกนี้โตไวๆ จริงเลยนะเ้าคะ” ซูเจียวมาเมื่อไม่กี่วันก่อนมันยังเป็ต้นอ่อนอยู่เลย ตอนนี้มันสูงขึ้นมากเลยทีเดียว
“สงสัยเป็เพราะดินที่นี่ไม่ได้เพาะปลูกมานาน ดินยังสมบูรณ์อยู่แน่ๆ ขอรับพี่ใหญ่” หยางเป่ากวาดหิมะออกจากแปลงผักอย่างเบามือ
“ตอนเย็นพวกเ้าอยู่กินข้าวที่นี่กันนะ” หยางเฉิงชักชวน
“ดีเลยขอรับ ่นี้บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวไม่ดีเอาเสียเลย ข้ากับพี่หญิงรองขอฝากท้องที่นี่สักมื้อนะขอรับ”
“มาทุกวันก็ได้นะ หากพวกเ้ามาพี่สะใภ้จะทำเผื่อทุกวันเลย” เย่ซื่อบอกน้องสามี
“อย่าเลยเ้าค่ะ แค่นี้ท่านแม่กับพี่รองก็จะให้พวกข้าเอาผักกลับไปให้พวกเขาขายแล้ว พี่สามท่านต้องดูแลผักดีดีนะเ้าคะ ข้ากลัวใครจะมาขโมย” ซูเจียวเตือน
“เฟยเฟย ไม่ปล่อยให้ใครแอบมาขโมยผักหรอก เสียงจอแจดังอยู่หน้าบ้าน เ้าพวกลูกลิงน่าจะกลับมาแล้ว พวกเ้าไปเตรียมอาหารกันเถอะ” หยางเฉิงนึกถึงอินทรีที่คอยเฝ้าระวังเหมือนเป็ยามเฝ้าประตู ก็ยิ้มออกมา
เด็กๆ กลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเจออาทั้งสองก็สวัสดีปีใหม่ ได้รับอั่งเป่าไปอีกคนละซองก็หน้าบานเป็กระด้ง
“พวกเ้านี่นะ ตนเองยังไม่ออกเรือนยังจะเตรียมอั่งเปาไว้ให้เด็กๆ อีก” เย่ซื่อบ่นน้องสามี
เมื่อช่วยกันยกอาหารมาจนครบแล้ว หยางเฉิงก็หันมาถามหยางซูเจียว
“น้องหญิงรอง ปีนี้เ้าต้องออกเรือนแล้วหรือไม่”
“ท่านแม่ เปรยๆ แล้วเ้าค่ะ แต่ข้ายังไม่อยากออกเรือนเลยเ้าค่ะพี่สาม ข้าอยากรับจ้างปักผ้าหาเงินก่อน อีกอย่างข้ากลัวไปเจอแม่สามีแบบท่านแม่น่ะเ้าค่ะ” ซูเจียวพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ไม่ได้หรอก เ้าเลยวัยปักปิ่นมาหลายปีแล้ว แม่เ้าถึงจะเข้มงวดกับลูกสะใภ้ แต่นางรักลูกสาวตนเองมาก นางต้องหาคนดีดีให้เ้าได้แน่” หยางเฉิงให้กำลังใจน้องสาว แล้วหยิบเหล้ามารินใส่แก้วส่งให้หยางเป่า
“ลองนี่ดู หลานชายเ้าบอกว่าเขาทำเหล้ารสชาติแบบนี้ได้”
หยางเป่ายกแก้วขึ้นจิบก็ตาโต “พี่ใหญ่ หากทำได้แม้พวกท่านจะอยู่บนเขาดึกดำบรรพ์ ก็ย่อมมีคนตามขึ้นไปซื้อแน่นอนขอรับ”
“น้องเล็กพูดขนาดนี้ พี่สามข้าขอชิมหน่อยเถอะ” ซูเจียวกำลังจะยื่นแก้วออกไป ลู่เหวินก็หยิบเหล้าผลไม้ที่นำมาด้วยแค่ขวดเดียวออกมา รินใส่แก้วของพ่อแม่ และอาทั้งสอง
“ลองอันนี้ดูหน่อยขอรับ ข้าว่าเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า”
เมื่อทุกคนดื่มเหล้าลงไป ก็ชมเชยกันยกใหญ่
“อร่อยมาก ข้าไม่รู้เลยว่าเหล้าจะมีรสชาติอร่อยได้ด้วย เ้าไปเอามากจากไหนเหวินเอ๋อร์” ซูเจียวหันมาหาลู่เหวิน
“ข้าลองทำเองขอรับ เหล้าผลไม้นี่ได้จากเอาผลไม้มาดองกับเหล้าขาวที่พวกท่านชิมตอนแรกขอรับ”
“อา..เหวินเอ๋อร์ หากเ้าทำได้ บ้านเ้าต้องกลายเป็ครอบครัวที่ร่ำรวยจนคิดไม่ถึงเลยทีเดียว” หยางเป่าไม่อยากจะคิดว่าหากนำไปขาย คนจะแย่งกันซื้อถึงขนาดไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งยินดี บ้านพี่สามจะได้สุขสบายเสียที
“ข้า อยากชิมเหล้าอร่อยๆ ด้วยขอรับ” ลู่เสียนแทรกขึ้นมา
“ฮาๆๆ เ้ายังเด็กอยู่เลย รอให้โตกว่านี้ก่อนนะ” หยางเฉิงขยี้ผมลูกชายอย่างเอ็นดู
______________________________________
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ และกำลังใจนะขอรับ