บทที่40 มังกรหิมะบรรพกาล (ตอนต้น)
ตูมตูม ตูม ๆ ๆ
เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของลิงหิมะผสานสอดรับกับเสียงดังสนั่นอันเกิดจากการปะทะ ซึ่งมาจากทักษะ [พุ่งชน] ของปลาตีนตัวเขื่องทั้ง 12 ที่เข้าโจมตีร่างของเป้าหมายภายในวงเวทฯ ทำให้มีนที่ยืนมองอยู่อดรู้สึกสงสารเจ้าลิงหิมะพวกนี้ไม่ได้
สงสารก็ส่วนสงสารศัตรูก็คือศัตรู จะมีผู้ใดที่แข็งแกร่งได้...โดยไม่สังหารศัตรู
ในโลกใบนี้ ผู้อ่อนแอก็ย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแรงกว่า...มันเป็นเช่นนี้เสมอและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
การโจมตีด้วยการใช้ทักษะ[พุ่งชน] มีระยะคูลดาวน์ของทักษะเพียง 30 วินาที ซึ่งการเรียกใช้งานทักษะในแต่ละครั้งของปลาตีนน้อยกลุ่มนี้ จะต้องมีลิงหิมะจบชีวิตลงไปจำนวนไม่ต่ำกว่า5 ตัว
มีนเฝ้ามองดูผลงานของเด็กๆ ด้วยความพึงพอใจ ไม่นานพวกปลาตีนน้อยที่ถูกลดระดับจากการตาย ก็สามารถเก็บกู้ระดับกลับคืนมาได้เป็นที่เรียบร้อยแต่กระนั้นพวกมันก็หาได้แสดงอาการดีใจออกมาแต่อย่างใด เพราะถึงอย่างไรระดับของพวกมันในตอนนี้ก็ยังคงตามหลังพี่น้องของมันอีก 4 ตัว ซึ่งไม่ถูกลดระดับจากผลของการตายอยู่เกือบๆ 4 ระดับ
มีนเคยคิดว่าพวกปลาตีนทั้ง 8 ตัว ซึ่งถูกลดระดับลงไปนั้น พวกมันจะมุ่งมั่นตั้งใจสังหารศัตรูเป็นพิเศษไปเพื่ออะไร?ในเมื่อพวกมันทั้ง 12 ตัว ต่างก็ได้รับส่วนแบ่งค่าประสบการณ์จากการสังหารสัตว์อสูรในจำนวนที่เท่ากันอยู่แล้ว…
แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าการที่สัตว์อสูรในพันธสัญญาสังหารศัตรูฯ พวกมันจะได้รับ “โบนัสค่าประสบการณ์พิเศษ”นอกเหนือจากค่าประสบการณ์ปกติ ซึ่งถูกแบ่งมาจากผู้เล่นฯ โดยค่าประสบการณ์พิเศษเหล่านี้พวกมันจะได้รับในสัดส่วนที่สูงขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากเป้าหมายที่ตัวเองเป็นผู้สังหารฯ เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่เจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 8ตัว ต่างมุ่งมั่นตั้งใจสังหารศัตรูตรงหน้าเป็นพิเศษ เพื่อเก็บโบนัสค่าประสบการณ์ที่ว่าจนทำให้ความต่างของระดับของตัวเองกับเพื่อน ๆ หดกระชั้นสั้นเข้ามานั่นเอง
การโจมตีของเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง12ในขอบเขตวงเวททั้ง 15 วงนี้ จะเรียกว่า เป็น “การต่อสู้”ก็คงไม่ถูกนัก เพราะหากจะเรียกให้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า มันควรจะเรียกว่าเป็น “การโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว” เสียมากกว่า เนื่องจากฝูงลิงหิมะที่อยู่ในอาณาเขตการทำงานของวงเวทรอบกายของหญิงสาวนี้พวกมันจะติดสถานะอาการ “อัมพาต” และ “มึนงง” อันเป็นผลมาจากคุณสมบัติของธาตุสายฟ้าอยู่ด้วยแม้ว่าอัตราการแสดงผลของค่าสถานะอัมพาต/มึนงง จากเส้นสายฟ้าแต่ละเส้นจะค่อนข้างต่ำแต่เมื่อลิงหิมะฝูงนี้ถูกโจมตีด้วยเส้นสายฟ้าจำนวนนับร้อยนับพันที่วิ่งพล่านไปทั่วทั้งวงเวทฯมันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลิงหิมะเหล่านี้ได้แต่งอมืองอตีน ยืนนิ่งเป็นหุ่นให้ปลาตีนตัวเขื่องรุมโจมตีสังหารโดยไม่อาจต่อต้านขัดขืน
ในตำแหน่งใกล้กับบัลลังก์สีทองที่อยู่เบื้องหน้ามีนเห็นว่าเจ้าราชาลิงหิมะเริ่มขยับตัวแล้ว อีกฝ่ายคงไม่คิดรอให้ลูกน้องของตัวเองตายหมดเสียก่อนจึงจะเริ่มเคลื่อนไหวซึ่งมันก็เป็นไปตามที่ตัวเองได้คาดการณ์เอาไว้จริง ๆ
ราชาลิงหิมะได้ก้าวขาเยื้องย่างลงบันไดมาแล้ว...
1ขั้น…
2ขั้น…
3ขั้น…
ราชาลิงหิมะลงมาหยุดยืนอยู่บนพื้นถ้ำด้านหน้าบัลลังก์สีทองฯ ก่อนจะสาวเท้ามุ่งเข้าหากลุ่มของผู้บุกรุกอย่างช้า ๆทีละก้าว
1 ก้าว...
2 ก้าว...
มีนจับจ้องมองศัตรูคนสำคัญด้วยใจระทึก...จนแทบลืมหายใจราชาลิงตรงหน้าก็ยังเดินย่นระยะเข้ามาหาพวกตน...ด้วยความเร็วคงที่
5 ก้าว...
แล้วก็...
“โป๊ะเชะ!! ฉันเตรียมของเล่นไว้ให้แกแล้ว เจ้าลิงบ้า!” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเดินเข้ามาสู่ใจกลางวงเวทฯ ซึ่งตนได้เตรียมรอเอาไว้ต้อนรับอย่างไม่ระแวงสงสัยก่อนจะตะโกนเปิดใช้งานวงเวทในทันที “ปลดปล่อย!! กลไกวงเวทรูปแบบที่5 อาคมผนึก 9 วิถี [โซ่ตรวนพันธนาการจากนรก]”
“อาคมผนึก9 วิถี” คือกลไกวงเวท 1 ใน 2 รูปแบบของอาคมผนึกฯ ซ้ำยังเป็นรูปแบบวงเวทสำหรับผนึกความเคลื่อนไหวของเป้าหมายขั้นสูงสุดแล้ว โดยลักษณะของมันจะคล้ายผลมะเฟืองหั่นขวางเพียงแต่จำนวนแฉกของมันมีมากถึง 8 แฉก และมีจุดสำหรับลงอักขระไว้ตามรอยหยักของแต่ละแฉกจำนวน16 จุด และเมื่อรวมกับจุดลงอักขระในตำแหน่งใจกลางของวงเวทอีก 1 จุดก็ทำให้กลไกเวทวงนี้ จำเป็นต้องลงอักขระกำกับพลังทั้งสิ้นถึง 17 จุดด้วยกัน
และอาคมผนึก 9วิถีที่หญิงสาวเลือกใช้คราวนี้ เป็นวงเวทผนึกที่มีชื่อว่า [โซ่ตรวนพันธนาการจากนรก] โดยการทำงานมัน จะอาศัยพลังจากอักขระเวทธาตุความมืดแทบทั้งสิ้นอีกทั้งอัญมณีที่จ่ายพลังให้แก่วงเวทในคราวนี้ มีนยังคัดเอาแต่ {อัญมณีธาตุความมืด} มาเป็นตัวช่วยในการจ่ายพลังงานให้แก่วงเวทโดยเฉพาะสาเหตุที่มีนเลือกใช้เวทผนึกบทนี้ก็เพราะว่า “คุณสมบัติของธาตุแห่งความมืด” แฝงไว้ด้วยความสามารถในการรัดตรึง กัดกร่อนและดูดกลืนพลังต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ มาเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ตัวมันอีกแรงหนึ่งซึ่งส่วนสำคัญที่สุด หญิงสาวคิดว่าธาตุแห่งความมืดจะช่วยลดทอนและดูดกลืนพลังที่ศัตรูปลดปล่อยออกมา ในยามที่อีกฝ่ายเรียกใช้งานทักษะปีศาจทักษะนั้น...ได้เป็นอย่างดี
โซ่ตรวนสีดำขนาดใหญ่พุ่งออกจากด้านปลายแหลมของแต่ละแฉกจำนวน 8 เส้น รวมกับจุดกึ่งกลางของวงเวทอีก 1เส้น มุ่งตรงเข้าหาเป้าหมาย ก่อนจะมัดตรึงพันธนาการทุกส่วนบนร่างของเจ้าราชาลิงหิมะเอาไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นหนีไปไหนได้นอกจากนี้ ในตำแหน่งของอักขระชั้นในที่เหลืออีก 8 จุด ยังเกิดเป็นเสาแสงสีดำพุ่งจากฐานด้านล่างขึ้นมาบรรจบกันตรงจุดกึ่งกลางด้านบนเหนือวงเวทขึ้นไปประมาณ4 เมตร ก่อนที่ช่องว่างระหว่างเสาจะเกิดเป็นม่านพลังงานสีดำโปร่งใสเชื่อมต่อกันเป็นผืนทำหน้าที่คล้ายกับกรงขังขนาดใหญ่รูปกระโจม 8 เหลี่ยม คอยกักขังเป้าหมายให้อยู่แต่ภายในอีกชั้นหนึ่ง
ยิ่งราชาลิงหิมะดิ้นโซ่ตรวนจากนรกที่พันธนาการร่างอยู่ก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกที แม้มันจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้ตัวเองสลัดหลุดออกจากพันธนาการตรวนทมิฬทั้ง 9 แต่ดูคล้ายกับว่า โอกาสและความเป็นไปได้ที่ราชาลิงยักษ์จะหลุดรอดหลบหนี...ช่างดูริบหรี่เสียเหลือเกิน
“จอมอาคม” มีรูปแบบกลไกวงเวทฯสำหรับใช้ผนึกเป้าหมายอยู่เพียงแค่ 2 รูปแบบเท่านั้น นั่นก็คือ กลไกวงเวทผนึกขั้นต้น“อาคมผนึก 5 วิถี” และกลไกวงเวทผนึกขั้นสูง “อาคมผนึก 9 วิถี”
แม้จะมีกลไกวงเวทผนึกเพียง2 รูปแบบ แต่การลงอักขระในวงเวททั้งสองแบบนี้ กลับสามารถแสดงผลในลักษณะที่แตกต่างกันได้นับร้อยหมื่นพันแปลงซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า จอมอาคมผู้นั้นต้องการได้ผลลัพธ์จากวงเวทดังกล่าวในลักษณะใดเพราะ “การรู้จักพลิกแพลง และใช้ออกตามสถานการณ์ฯ” คือ จุดเด่นของ “จอมอาคม”
หากกล่าวว่า “จอมเวท”คือ สายพลังแล้วไซร้ฯ ส่วนสายเทคนิคก็คงจะหนีไม่พ้น “จอมอาคม” เป็นแน่…
เมื่อผู้เล่นฯ เลือกเดินบนเส้นทางสาย“นักเวท” กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ จะมุ่งเป้าไปที่อาชีพจอมเวท มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เลือกเดินบนเส้นทางสายจอมอาคม
และจากทั้งหมดของผู้อยู่บนเส้นทางสายจอมอาคมกลับมีจำนวนเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น ที่มีความสามารถมากพอไปถึงยังสุดสายปลายทางของสายอาชีพนี้ได้เพราะส่วนใหญ่แล้ว...ผู้คนก็มักจะติดอยู่ในกรอบและแนวความคิดที่ว่า “สิ่งใดทำได้สิ่งใดไม่ได้” จึงผู้คนเหล่านั้นก็มักจะยึดติดกับรูปแบบหรือวิถีเดิม ๆ ที่เคยมีมาแล้วในอดีตไม่คิดจะต่อยอดหรือพัฒนากลไกเวทที่มีอยู่เดิมนำมาพลิกแพลงประยุกต์ใช้ จนดึงเอาประสิทธิภาพของวงเวทฯออกมาใช้งานได้อย่างสูงสุดและเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ แม้แต่น้อย ดังนั้นผู้ที่เลือกเส้นทางสายจอมอาคมเกือบทั้งหมดจึงติดอยู่ที่ “คอขวดแห่งการพัฒนา” จนไม่สามารถผ่านทะลุไปถึงเส้นชัย กลายเป็นจอมอาคมที่แข็งแกร่งทรงพลังได้เลย...
แต่กับมีนนั้นไม่ใช่แม้หญิงสาวจะได้รับตำราเวทมนตร์ฯ ซึ่งถือว่า “ดีที่สุด” เท่าที่โลกใบนี้เคยมีมาแต่หญิงสาวกลับไม่ได้ยึดติดในบทเวทฯ หรือกลไกวงเวทที่มีอยู่ในตำรามากนักมีนพยายามสร้างวงเวทที่จะแสดงผลในรูปแบบต่าง ๆ จากความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกวงเวทฯ ผสานร่วมกับความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของอักขระเวทมนตร์ธาตุต่างๆ ตลอดจนนำมาทดลองทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสามารถดึงเอาประสิทธิภาพของกลไกเวทในรูปแบบต่างๆ ออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
แน่นอนว่า ตัวของมีนในเวลานี้สามารถอ่านตำราเวทมนตร์ของอเล็กซ์ฯ ได้เกือบจะทุกบทที่มีอยู่แล้ว แต่กว่าหญิงสาวจะทำความเข้าใจในตำราได้อย่างถ่องแท้เช่นทุกวันนี้กลับไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ในช่วงแรก ๆ ตัวหญิงสาวเต็มไปด้วยความมึนงงสงสัยว่าเหตุใด? บทร่ายบทนั้น จึงแสดงผลออกมาเช่นนี้ หรือบทร่ายที่คิดว่าจะแสดงผลออกมาในรูปแบบหนึ่งแต่กลับให้ผลลัพธ์ในอีกรูปแบบ แต่เมื่อมีนได้ทำการทดสอบและทดลองด้วยตัวเองอยู่นาน นักเวทสาวผู้นี้จึงเริ่มเข้าใจว่าเงื่อนไขทุกอย่างในบทร่ายหรือกลไกวงเวทฯ มันมีเหตุผลในตัวของมันเอง...ทุกอย่างไม่มีคำว่า“สมบูรณ์พร้อม” ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ๆ ก็มักจะมีช่องว่างให้ “สร้างสรรค์” “เติมแต่ง”และ “พัฒนา” อยู่เสมอ
การที่อเล็กซ์เริ่มต้นการสอนฯด้วยการให้มีนเข้าใจความหมายและการตีความอักขระแต่ละตัวนั้น กลับส่งผลให้หญิงสาวผู้นี้สามารถพัฒนาตัวละครของตนมาอยู่ในจุดที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำได้แค่เพียง “คิดฝัน” ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนในโลกแห่งความเป็นจริง(ก็เกินครึ่งปีอยู่นะ)
หญิงสาวศึกษา เรียนรู้จดจำรูปแบบการใช้งานฯ ตลอดจนผลลัพธ์ของวงเวทเกือบทุกบทในตำราของอเล็กซ์เท่าที่ตัวเองจะเข้าถึงได้จากนั้นจึงทำการตีความและแปลความหมายของอักขระฯ รวมไปถึงหาจุดเชื่อมโยงของชุดอักขระในวงเวทฯเพื่อให้สามารถเข้าถึงรายละเอียดเงื่อนไขฯ การแสดงผลของบทเวทชนิดนั้น ๆ
จากการทดสอบทดลองทำซ้ำๆ ก็ยิ่งทำให้ตัวหญิงสาวได้เห็นถึงข้อดีข้อด้อยในบทเวทบทนั้น ๆ อย่างชัดเจน และเมื่อได้นำมาปรับใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ที่หลากหลาย ก็จะทำให้ตัวหญิงสาวสามารถเลือกใช้บทเวทได้อย่างเหมาะสม เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการจนสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ให้แก่ตัวเองได้มากที่สุด
ในสถานการณ์ที่เกินขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้มีนรู้ว่า เจ้าราชาลิงหิมะตัวนี้น่าจะเป็น “สายจิต” ที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเจอมาก่อนและความอันตรายของมันอยู่ที่ทักษะดูดซับค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเอาไว้ ก่อนจะระเบิดเป็นพลังทำลายออกมาในคราวเดียวซึ่งการจะจัดการกับพวกที่มีทักษะประเภทนี้ หญิงสาวคิดว่า “มีอยู่สองทาง”อย่างแรกคือ เร่งปิดบัญชีและสังหารอีกฝ่ายโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุด ด้วยการกระหน่ำโจมตีอย่างหนักหน่วงจากทุกทิศทางจนทำให้เป้าหมายตายลง...ภายในการโจมตีเพียงชุดเดียว ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เรียกใช้ทักษะสุดอันตรายออกมาได้และอีกวิธีหนึ่งก็คือ เตรียมพร้อมรับมือกับทักษะของอีกฝ่ายให้ได้ ถึงแม้ทักษะนี้จะดูรุนแรงแต่หากหาวิธีรับมือหรือลดทอนพลังทำลายของทักษะลงได้...ชัยชนะก็จะอยู่เพียงแค่เอื้อม
การรับมือทักษะ [จิตระเบิดเทวะ] ฟังแล้วดูเหมือนง่ายแต่ความจริงไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เพราะทักษะนี้ เป็นทักษะที่สะท้อนความเสียหายสะสมซึ่งได้รับมาในช่วงระยะเวลาหนึ่งกลับคืนให้แก่ศัตรูฯ โดยไม่สนใจค่าพลังป้องกันใด ๆของเป้าหมาย จึงทำให้มันเป็นทักษะที่มีความน่ากลัวเป็นอันดับต้น ๆ ของทักษะสายจิต
ภายในระยะเวลา 5นาที ก่อนการเรียกใช้งานทักษะฯ ยิ่งผู้ใช้สามารถสะสมค่าความเสียหายเอาไว้เป็นจำนวนมากเท่าใดความรุนแรงหลังจากทักษะได้ปลดปล่อยพลังทำลายออกมา...ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
แต่สำหรับหญิงสาวและพวกซึ่งเคยถูกทักษะนี้เล่นงานมาแล้วรอบหนึ่ง กลับไม่คิดว่าทักษะดังกล่าว อันตรายและน่ากลัวเหมือนเช่นในครั้งแรกที่เจออีกเพราะเวลานี้...ตนได้หาวิธีแก้ทางทักษะนี้เอาไว้แล้ว
นั่นก็คือ การใช้ความสามารถของเวทมนตร์ธาตุความมืดซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับและบิดเบือนพลังฯ โดยอักขระเวทมนตร์ธาตุความมืดนี้ หากจะกล่าวไปแล้วมันก็มีความใกล้เคียงกับพลังของสายจิตมากที่สุด ดังนั้นการจะรับมือกับทักษะสุดโกงได้นั้นก็ต้องใช้สิ่งที่มีความสามารถใกล้เคียงกันมาต่อกร...
อาคมผนึก 9 วิถี[โซ่ตรวนพันธนาการจากนรก]นอกจากจะสามารถตรึงความเคลื่อนไหวของราชาลิงหิมะได้แล้วความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่หญิงสาวปรับแต่งเพิ่มเข้าไป นั่นก็คือ การดูดซับและกักเก็บพลังฯที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเป้าหมาย เพื่อมาเป็นพลังงานเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตัววงเวทอีกทางหนึ่ง
มีนค่อนข้างมั่นใจว่าอาคมวงเวทโซ่ตรวนพันธนาการจากนรก จะสามารถรับมือกับการระเบิดปลดปล่อยพลังของสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งได้ถึงระดับ500 เลยทีเดียว และสาเหตุที่มีนมั่นใจถึงเพียงนี้ก็เพราะว่า อักขระเวทแต่ละตัวที่ตนได้สลักลงไปในวงเวทนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอักขระธาตุความมืด ซึ่งมีระดับกลางถึงระดับสูงกันทั้งนั้น อีกทั้งมันยังเป็นการสลักอักขระเวทมนตร์ลงไปในกลไกวงเวทผนึกระดับสูงสุดของจอมอาคมอีกด้วย
นอกเสียจากศัตรูเป้าหมายจะสามารถระเบิดพลังโจมตีในคราวเดียวได้ถึง 5 ล้านหน่วย ไม่เช่นนั้น...อาคมผนึก 9วิถีที่ตนสร้างขึ้นมานี้ ก็จะไม่มีทางถูกอีกฝ่ายทำลายลงได้อย่างแน่นอน
“ช่วยอยู่นิ่ง ๆรอไปก่อนนะคุณราชาลิง” มีนกล่าวกับราชาลิงหิมะที่พยายามดิ้นรน พร้อมกับส่งสายตาอาฆาตมาทางตนอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นมีนจึงรีบหันไปสั่งการให้เจ้าปลาตีนน้อยเร่งมือสังหารฝูงลิงให้หมดอย่างรวดเร็วส่วนตัวเองก็ทำการวิ่งวนไปรอบ ๆ เพื่อหลอกล่อสมุนลิงหิมะรวมไปถึงมินิบอสตัวอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงเวทฯให้ตามติดตัวเองเข้ามา...
“[สัมผัสแห่งเวทมนตร์]” มีนเรียกใช้ทักษะฯ เพื่อเพิ่มพลังเวทของตัวเองให้กลับคืนมาร่วมกับดื่มน้ำยาเพิ่มพลังเวทมนตร์ระดับพิเศษที่สามารถฟื้นฟูพลังเวทได้ถึง 30เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนใช้แต้มนักล่าแลกมาจากร้านค้าของสมาคมฯ
เมื่อพลังเวทกลับมาจนใกล้จะเต็มหลอดอีกครั้งมีนจึงพยายามหาจังหวะร่ายเวททิ้งเอาไว้ พร้อมกับเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์บทต่าง ๆ ต้อนฝูงลิงหิมะตรงหน้าเข้ามาอยู่รวมกลุ่มกันให้มากที่สุด
และเมื่อได้จังหวะ...
“ปลดปล่อย!![ฝนดาวตก]”
ตูม ๆ ๆ ๆ
วงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของลิงหิมะกลุ่มนั้นจากนั้นไม่นานก้อนอุกกาบาตน้อยใหญ่จำนวนมาก ก็โผล่ออกมาจากห้วงมิติด้านบน โจมตีสร้างความเสียหายแก่ทุกสิ่งภายในขอบเขตการแสดงผลโดยไม่เลือกเป้าหมายฯ
สมุนลิงหิมะที่ถูกอุกกาบาตโจมตีเข้าใส่ด้วยความรุนแรงพวกมันต่างกู่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลิงหิมะตัวที่ถูกหินไฟยักษ์กระแทกเข้าใส่โดยตรงร่างของมันถึงกับแหลกเละจากแรงอัดกระแทกพร้อมด้วยแรงฉีกกระชากจนไม่เหลือเศษซากให้จำแนกได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของผู้ใด ก่อนจะกลายเป็นแสงสีเทาหายไปในที่สุดส่วนพวกที่ถูกสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อยกระเด็นเข้าใส่ ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันไปไม่มากก็น้อย
แต่ยังไม่จบแค่นั้นหญิงสาวเรียกปลดปล่อยบทเวทที่หน่วงเอาไว้อย่างต่อเนื่องทันที “ปลดปล่อย!![พายุอัสนี] [โซ่อัสนี]”
เวทมนตร์ธาตุสายฟ้าพุ่งกระหน่ำโจมตีเป้าหมายอย่างไม่รั้งรอและเพื่อให้แน่ใจว่าฝูงลิงหิมะกลุ่มนี้ จะตายลงทั้งหมด มีนจึงปลดปล่อยบทเวทที่เหลืออย่างไม่คิดเสียดายพลังเวทที่มีอยู่แม้แต่นิดเดียว
หากเป็นก่อนหน้านี้หญิงสาวคงไม่สามารถจะทำเช่นนี้ได้ เนื่องจากตัวเองต้องจ่ายพลังเวทส่วนหนึ่งไปกับการควบคุมวงเวทจำนวน15 วง ซึ่งใช้จัดการกับสมุนลิงหิมะกลุ่มใหญ่นั้น พร้อมกับจ่ายพลังให้แก่วงเวทผนึกที่กักขังราชาลิงหิมะเอาไว้ดังนั้นมีนจึงต้องใช้พลังเวทไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น 8 พันหน่วย ในการเรียกใช้งานวงเวทฯและยังต้องจ่ายพลังให้แก่วงเวทมากกว่า 1 พันหน่วยต่อวินาที ในการควบคุมและคงสภาพวงเวทเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง
แต่ด้วย “บัพ”จากหญิงสูงวัยที่ทำให้ค่าสถานะของตนในเวลานี้ เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า มันก็ทำให้มีนมีค่าพลังเวทสูงสุดถึงกว่า6 หมื่นหน่วยเข้าไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้จอมอาคมสาวมีพลังเวทเพียงพอที่จะคงสภาพของวงเวทหลายวงเอาไว้ได้พร้อม ๆ กับเรียกใช้งานทักษะเวทมนตร์บทต่าง ๆ โจมตีศัตรูเพิ่มเติมได้...อย่างไม่เหลือบ่ากว่าแรงมากนัก
ตูม ๆ ๆ ๆ
หลังจากที่มีนสั่งการให้เจ้าปลาตีนน้อยทั้ง12ผสานร่างกันแล้ว พลังการโจมตีของพวกมันทั้ง 6 ก็ดูจะรุนแรงมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการโจมตีธรรมดาด้วยกระสุนน้ำหรือการใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ฯ ทุกครั้งที่พวกมันโจมตีเป้าหมายฯจะต้องมีลิงหิมะลูกสมุนไม่น้อยกว่า 1 ตัว กลายเป็นแสงสีเทาอยู่เสมอ...
ไม่นาน ลิงหิมะน้อยใหญ่ที่อยู่ในวงเวทใจกลางโถงถ้ำทั้ง15วง ก็ถูกสังหารไปจนหมด ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการตายของกลุ่มสมุนลิงหิมะในส่วนที่หญิงสาวรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
“เอาล่ะ มาปิดบัญชีกันเสียทีนะเจ้าราชาลิงหิมะ” มีนกล่าวในขณะที่ยืนอยู่หน้าวงเวทฯ ซึ่งใช้ผนึกร่างของราชาลิงหิมะเอาไว้ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้แก่ปลาตีนน้อยทั้ง 6 ที่อยู่ล้อมรอบวงเวทผนึกฯ “เด็ก ๆ นับ3แล้วยิงลำแสงพร้อมกันนะ”
“รับซาบ!!” ปลาตีนน้อยทั้งหมดต่างขานรับอย่างพร้อมเพรียงด้วยเสียงดัง มันทุกตัวต่างกระตือรือร้นเป็นอย่างมากที่จะได้แก้แค้นพวกมันทั้ง 6 ต่างจับจ้องไปยังร่างที่ถูกพันธนาการของราชาลิงหิมะเอาไว้ไม่ให้คลาดสายตา
“สาม...”
“สอง...”
“หนึ่ง...”
ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
สิ้นเสียงสัญญาณฯที่ผ่านการซักซ้อมทำความเข้าใจมาเป็นอย่างดี ลำแสงสีแดงปนดำทั้ง 7เส้นต่างก็พุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่ถูกพันธนาการอยู่ในวงเวท...เป็นจุดเดียว
เมื่อลำแสงฯทั้งหมดปะทะเข้ากับร่างของราชาลิงหิมะพร้อม ๆ กัน พลังลำแสงจึงเริ่มบีบอัดและหมุนวนอย่างช้าๆ อยู่ภายในกรงขังรูปแปดเหลี่ยม ซึ่งมาจากการแสดงผลของกลไกผนึกธาตุความมืด เพื่อกัดกร่อนทำลายร่างของเจ้าราชาลิงหิมะที่ไร้หนทางต่อสู้ขัดขืนอยู่ในใจกลางของลำแสงฯโดยไม่มีแม้แต่เศษส่วนเกินของพลังทำลายหลุดทะลักออกมานอกวงเวทฯ
เพราะพลังทำลายส่วนเกินเหล่านั้นล้วนแต่ถูกวงเวทดูดซับเอาไว้ พร้อมกับแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานฯ คอยเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวของวงเวทเพื่อให้มันมีความทรงพลังมากขึ้นไปอีกขั้นฯ สาเหตุดังกล่าวก็เพราะว่าวงเวทวงนี้ มีนได้ใส่เงื่อนไขฯ“ล็อกเป้าหมายโจมตี” สำหรับใช้จัดการเจ้าราชาลิงหิมะตัวนี้โดยเฉพาะ
ยิ่งกำหนดเงื่อนไขฯให้วงเวทมีความ “เฉพาะเจาะจง” ต่อเป้าหมายมากขึ้นเท่าใด กลไกวงเวทก็จะยิ่งมีความทรงพลังต่อเป้าหมายที่อยู่ในเงื่อนไขมากขึ้นตามไปด้วยแต่ในทางกลับกันการแสดงผลของวงเวทฯ ก็จะเกิดขึ้นเฉพาะกับเป้าหมายที่ได้ระบุอยู่ในเงื่อนไขเท่านั้นศัตรูอื่นที่อยู่นอกเหนือจากเงื่อนไขที่ระบุไว้ เมื่อเข้ามาอยู่ในวงเวทนี้ พวกมันก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการทำงานของวงเวทที่ว่านี้เลย
แม้จะดูเสี่ยงไปบ้างเพราะหากบังเอิญว่าเจ้าราชาลิงหิมะตัวนี้ ไม่ได้เดินเข้ามาอยู่ในวงเวทดังกล่าวด้วยตัวเองถ้าเป็นเช่นนั้น...มีนคงต้องออกแรง และพยายามหาวิธีการหลอกล่อเพิ่มเติม เพื่อทำให้อีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในอาณาเขตการแสดงผลของวงเวทนี้ให้ได้เพราะถึงอย่างไรอาคมผนึกวงนี้ ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อมากำนัลให้แก่ราชาลิงหิมะโดยเฉพาะ
หลังจากที่ราชาลิงยักษ์ถูกลำแสงแอกโซโลตล์ทั้ง7โจมตี พลังชีวิตของมันก็กลายเป็นริบหรี่ร่อยหรอในทันที และก่อนที่มันจะได้ใช้ทักษะอันทรงพลังฯเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 6 ก็ได้พุ่งตัวเข้าโจมตีร่างของราชาลิงหิมะอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้มีนออกคำสั่งต่อพวกมันแม้แต่น้อย
ราชาลิงหิมะทำได้แค่เพียงส่งเสียงกู่ร้องอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนที่ร่างของมันจะกลายเป็นแสงสีเทาหายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ พร้อมกับเสียงกล่าวรายงานจากระบบ…
‘ใจร้อนจังแฮะเจ้าพวกนี้ยังไม่ได้เห็นอิทธิฤทธิ์ของวงเวทวงนี้เลย’
‘แต่ก็ช่างเถอะเราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่า วงเวทจะรับมือกับทักษะของมันได้อย่างสมบูรณ์’ มีนคิดในใจอย่างเสียดาย แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งอกในเวลาเดียวกัน
การกระทำของเจ้าปลาตีนน้อยทั้งหลายถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่ไม่เปิดโอกาสให้ราชาลิงหิมะได้เรียกใช้ทักษะ [จิตระเบิดเทวะ] เนื่องจากเจ้าบอส มีพลังชีวิตประมาณ 3แสนหน่วย ซึ่งหากมันเรียกใช้ทักษะออกมา ก็จะสามารถระเบิดพลังทำลายสร้างความเสียหายได้เป็นจำนวน2-10 เท่าจากที่ค่าความเสียหายที่ได้รับ หากทักษะของลิงยักษ์ตัวนี้เป็นการแสดงผลของทักษะขั้นสูงสุด...ก็จะเป็นพลังทำลายที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้ถึงเกือบ ๆ 3 ล้านหน่วยในทันที
แต่สำหรับสายจิตนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้...หากมีความมุ่งมั่นมากพอ
ถ้าหากมันไม่ชิงตายไปเสียก่อนบางทีทักษะที่ลิงยักษ์ระเบิดออกมาในครั้งนี้ อาจจะสามารถสร้างพลังทำลายได้สูงกว่า 10เท่า ทุกอย่างก็มีความเป็นไปได้…
“นี่ไง...ไอเทมดวงใจราชาลิงหิมะ”มีนกล่าวพร้อมกับเอาคีย์ไอเทมที่ได้รับจากราชาลิงหิมะออกมาดูอย่างละเอียด ก่อนจะเดินตรงไปที่บัลลังก์สีทองตัวนั้นเพื่อสำรวจว่า มีกลไกเวทมนตร์อันใดโผล่ขึ้นมาหรือไม่?
แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เริ่มการสำรวจฯเมื่อมีนถือดวงใจราชาลิงหิมะและเดินเข้าใกล้บัลลังก์เท่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากทักษะอาชีพนักสำรวจที่ไม่ได้ยินมานาน...ก็เด้งดังขึ้นมาในทันที
ติ้ง!!
“ทักษะค้นหาทำงานผู้เล่นมนตรา พบทางเข้าดันเจี้ยนลับ [สุสานมังกรหิมะบรรพกาล] ค่ะ”
............