ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 35 สภาแห่งโลกใหม่

            ภายในห้องประชุมใหญ่ของพระราชวังลังกาแสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างกระจกสูงลงมาสู่โต๊ะประชุมวงยาวที่ตั้งอยู่กลางห้องผนังหินสีทองของห้องประชุมถูกประดับด้วยสัญลักษณ์โบราณของอาณาจักรลังกาแต่วันนี้บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ต่างออกไปจากอดีต เพราะเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนของลังกาและรัฐบาลโลกกำลังนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันเพื่อกำหนดอนาคตของโลกในฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ทศกัณฐ์นั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะ ด้านข้างของเขาคือสีดา รามมณโท และอัสตรา ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือลักษณ์พร้อมกับคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลโลกหนุมาน เมขลา สุครีพ และไกรศรยืนอยู่ด้านหลังเหมือนเป็นผู้คุ้มกันและผู้สังเกตการณ์บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดบางอย่างที่เกิดจากประวัติศาสตร์ของทั้งสองฝ่ายที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน

            ลักษณ์เป็นคนแรกที่เริ่มพูด“ขอบคุณที่ให้การต้อนรับพวกเราครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพทศกัณฐ์ตอบเพียงสั้นๆ “ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เราเองก็ต้องเปลี่ยนตาม” ลักษณ์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเปิดแผนที่โฮโลกราฟิกขนาดใหญ่ที่ลอยขึ้นเหนือโต๊ะแผนที่นั้นแสดงตำแหน่งของเมืองสำคัญทั่วโลกรวมถึงเครือข่ายดาวเทียมและสถานีตรวจจับพลังงานที่รัฐบาลโลกใช้อยู่“หลังจากการปฏิรูป เราได้ลดกำลังทหารลงกว่าครึ่ง” ลักษณ์กล่าว“กองทัพที่เหลือจะถูกเปลี่ยนเป็นกองกำลังป้องกันโลก” มณโทพยักหน้าเบาๆ“เมืองใต้ดินของเราสามารถช่วยสร้างเครือข่ายหลบภัยและศูนย์บัญชาการสำรองได้”อัสตราเสริมทันที“และลังกายังมีเทคโนโลยีตรวจจับพลังงานจากมิติอื่นที่พัฒนาขึ้นระหว่างสงครามครั้งก่อน”ลักษณ์มองข้อมูลนั้นอย่างสนใจ“ถ้าเรารวมระบบของลังกาเข้ากับเครือข่ายดาวเทียมของรัฐบาลโลกเราจะสามารถตรวจจับการเปิดประตูมิติได้ทันที” รามที่นั่งฟังอยู่เงียบๆจึงพูดขึ้น

            “นั่นจะทำให้โลกมีเวลาเตรียมตัวก่อนที่ศัตรูจะบุกเข้ามา”สุครีพที่ยืนอยู่ด้านหลังพึมพำเบาๆ “ฟังดูดีกว่ารอให้พวกมันโผล่มาแล้วค่อยสู้”หนุมานหัวเราะเบาๆ “ใช่ เพราะครั้งก่อนเราต้องวิ่งไปเลยทีเดียว”เมขลายืนกอดอกอยู่ข้างเขาแล้วพูดขึ้น “แต่สิ่งสำคัญกว่าระบบป้องกัน…คือความร่วมมือของพวกเรา”ทุกคนในห้องหันมามองเธอ เมขลากล่าวต่อ“ครั้งก่อนโลกเกือบพังเพราะแต่ละฝ่ายต่างทำงานแยกกัน” ลักษณ์พยักหน้าเห็นด้วย“นั่นคือเหตุผลที่ผมมาที่นี่” เขาหันไปมองทศกัณฐ์“ผมต้องการสร้างสภาร่วมระหว่างรัฐบาลโลกและลังกา” คำพูดนั้นทำให้ห้องประชุมเงียบลงเล็กน้อยทศกัณฐ์จึงถาม “สภาร่วม?” ลักษณ์อธิบาย

            “องค์กรที่รวมตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเพื่อวางแผนป้องกันโลกจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” สีดาที่นั่งเงียบอยู่นานจึงพูดขึ้นเป็นครั้งแรก“ถ้าอย่างนั้น…มันจะไม่ใช่แค่พันธมิตรทางทหาร” ลักษณ์ยิ้มเล็กน้อย “ถูกต้องมันจะเป็นพันธมิตรของทั้งโลก”รามมองภาพแผนที่โฮโลกราฟิกที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะแล้วกล่าวช้าๆ “ถ้าเราทำแบบนี้จริงโลกจะไม่ต้องกลับไปสู่ยุคสงครามอีก”ทศกัณฐ์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “น่าสนใจ” เขากล่าว“ผมไม่เคยคิดว่าราชาแห่งลังกาจะต้องมานั่งประชุมกับรัฐบาลโลกแบบนี้”หนุมานหัวเราะเบาๆ “โลกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” ไกรศรพยักหน้าเห็นด้วย“แต่ถ้ามันช่วยให้โลกสงบขึ้น ก็ถือว่าคุ้ม” ลักษณ์จึงยืนขึ้นจากเก้าอี้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ถ้าอย่างนั้น…ตั้งแต่วินาทีนี้ลังกาและรัฐบาลโลกจะร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อปกป้องโลกและดวงดาวใกล้เคียงให้พ้นจากภัยคุกคามใดก็ตามที่จะมาถึงในอนาคต”ทศกัณฐ์ลุกขึ้นยืนเช่นกัน เขามองไปรอบห้องประชุมก่อนจะกล่าว“ลังกายอมรับข้อเสนอของคุณ” เขายื่นมือออกไป ลักษณ์มองมือของเขาเพียงครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาทศกัณฐ์และจับมันไว้แน่นเสียงพลังงานของแผนที่โฮโลกราฟิกยังคงดังเบาๆเหนือโต๊ะประชุมและในห้องประชุมแห่งพระราชวังลังกาพันธมิตรครั้งใหม่ของโลกก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการพร้อมกับความหวังว่าจะสามารถรับมือกับสิ่งที่กำลังรออยู่ในอนาคตได้

            สามเดือนหลังจากการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ในพระราชวังลังกาความร่วมมือระหว่างอาณาจักรลังกาและรัฐบาลโลกเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสองฝ่ายที่เคยเป็นศัตรูกันกำลังค่อยๆกลายเป็นความจริง

            บนท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรที่ล้อมรอบลังกายานสำรวจของรัฐบาลโลกและยานลาดตระเวนของลังกาบินร่วมกันเป็นครั้งแรกระบบสื่อสารและเครือข่ายดาวเทียมถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยทีมวิศวกรจากทั้งสองฝ่ายเครือข่ายตรวจจับพลังงานจากมิติอื่นที่อัสตราและนักวิทยาศาสตร์ของลังกาพัฒนาขึ้นถูกเชื่อมเข้ากับระบบดาวเทียมของรัฐบาลโลกทำให้โลกทั้งใบมีระบบเตือนภัยที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

            ในปีแรก ความร่วมมือด้านการทหารเป็นสิ่งที่ได้รับการพัฒนาเร็วที่สุดหน่วยฝึกผสมระหว่างนักรบลังกาและทหารของรัฐบาลโลกถูกจัดตั้งขึ้นที่เกาะฝึกทางตอนใต้ของลังกาที่นั่น หนุมาน เมขลา สุครีพและไกรศรผลัดกันทำหน้าที่ฝึกทหารของรัฐบาลโลกให้เข้าใจการต่อสู้กับพลังเหนือมนุษย์พร้อมกับพัฒนาพลังและฝีมือของตนเองไปพร้อมๆกันขณะที่ผู้บัญชาการของรัฐบาลโลกก็สอนเทคโนโลยีการรบสมัยใหม่ให้กับนักรบลังกาเช่นกัน

            หลายคนในช่วงแรกยังคงระแวงกันอยู่บ้างแต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเคารพระหว่างกันก็เริ่มก่อตัวขึ้น ในเวลาเดียวกันการพัฒนาอาณาเขตก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วรัฐบาลโลกช่วยสนับสนุนโครงการท่าเรือขนาดใหญ่แห่งใหม่ของลังกาทำให้เกาะที่เคยเป็นเพียงฐานกำลังทางทหารเริ่มกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางทะเลของภูมิภาคขณะที่ลังกาเองก็เปิดพื้นที่บางส่วนของเกาะให้เป็นเขตความร่วมมือพิเศษซึ่งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกสามารถเข้ามาทำงานร่วมกันได้

            มณโทในฐานะผู้นำเมืองใต้ดินยังมีบทบาทสำคัญเมืองใต้ดินที่เคยเป็นเพียงฐานลับของลังกาถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยพลังงานขั้นสูงนักวิทยาศาสตร์จากรัฐบาลโลกเริ่มเข้ามาศึกษาพลังของผู้สืบสายอวตารและเทคโนโลยีโบราณที่ลังกาเก็บรักษาเอาไว้ขณะเดียวกัน ด้านการค้าก็เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วเส้นทางการค้าทางทะเลใหม่ถูกเปิดขึ้นรอบมหาสมุทรลังกาพ่อค้าจากหลายประเทศเริ่มเดินทางมายังเกาะแห่งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า เทคโนโลยีและทรัพยากร เมืองท่าของลังกาที่เคยเงียบสงบเริ่มเต็มไปด้วยเรือสินค้าจากทั่วโลก

            สีดามีบทบาทสำคัญในการดูแลการพัฒนาภายในเมืองเธอทำงานร่วมกับสภาการปกครองของลังกาเพื่อให้การเติบโตของเมืองไม่ทำลายสมดุลของเกาะผู้คนในลังกาที่เคยใช้ชีวิตภายใต้เงาของสงครามเริ่มเห็นอนาคตที่แตกต่างออกไปเด็กๆเริ่มกลับไปโรงเรียน ตลาดเริ่มคึกคัก และผู้คนจากต่างแดนเริ่มเข้ามาเยือนเกาะแห่งนี้มากขึ้น

            บนระเบียงของพระราชวังในค่ำคืนหนึ่งทศกัณฐ์ยืนมองแสงไฟของเมืองที่ส่องสว่างไปทั่วชายฝั่ง รามเดินเข้ามายืนข้างเขา“โลกเปลี่ยนไปเร็วจริงๆ” รามกล่าว ทศกัณฐ์มองเมืองของเขาเงียบๆก่อนจะตอบ“สามปีก่อน ที่นี่มีแต่สนามฝึกกับกองทัพ” รามยิ้มเล็กน้อย“ตอนนี้มันเหมือนเมืองศูนย์กลางของโลกไปแล้ว” ลมทะเลพัดผ่านระเบียงอีกครั้งทศกัณฐ์มองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวเทียมใหม่ที่กำลังโคจรรอบโลก ระบบป้องกันโลกกำลังค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง“นี่เป็นแค่สามปีแรกเท่านั้น” เขากล่าว “ถ้าเรายังเดินต่อไปแบบนี้อีกไม่กี่ปีโลกอาจเปลี่ยนไปมากกว่านี้อีก” รามพยักหน้าเบาๆ“และหวังว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี” ท้องฟ้ายามค่ำของลังกายังคงสงบดาวเทียมของเครือข่ายป้องกันโลกค่อยๆเคลื่อนผ่านเหนือมหาสมุทรอย่างเงียบงัน และในสามปีแรกของพันธมิตรครั้งใหม่โลกก็เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความร่วมมือที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน