เสียงกรีดร้องของสตรีวัยแรกแย้มผู้หนึ่งดังขึ้นมาผู้คนภายในห้องต่างปิดหูของตัวเองด้วยสีหน้าที่เหยเก
เช่นเดียวกับสตรีวัยแรกแย้มทั้งสองคนที่นั่งแอบฟังอยู่ด้านนอกหน้าต่างห้องรับรอง ยามนี้หลิวจื่อหรงและเสิ่นเยว่อายุเข้าสู่สิบหกปีเต็มแล้วหลิวจื่อหรงนึกหัวเราะขึ้นมาด้วยความสะใจ ก่อนที่จะชะโงกหน้าขึ้นมองผ่านหน้าต่างเพื่อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องรับรองเสิ่นเยว่เมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงดึงตัวหลิวจื่อหรงลงมาทันทีพลางตีแขนของหลิวจื่อหรงอย่างเบามือเพื่อตักเตือน
“เสี่ยวหรง ท่านไม่ควรทำเช่นนี้กับเติ้งอวี้ซีเลยนะตอนนี้นางกรีดร้องเสียงดังลั่นห้องเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหวแล้ว”เสิ่นเยว่เอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เหยเกพลางปิดหูของตัวเองเอาไว้แน่น
“การที่นางกรีดร้องจนเสียงดังลั่นซะขนาดนี้เป็ความ้าของข้าั้แ่แรกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่านางจะเป็น้องสาวของไท่จื่อเฟย[9] แต่นางกล้าดีอย่างไรมารังแกคนของข้าข้าจะไม่ยอมให้นางรังแกเ้าแล้วปล่อยผ่านไปเช่นนี้ง่ายๆหรอก”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสพลางหันไปสบตาเสิ่นเยว่ที่มองนางอย่างตำหนิ
“แล้วตอนนี้ท่านเอาคืนให้ข้าจนสาสมใจแล้วหรือยังถ้าสามสมใจแล้วเราก็ควรจะรีบกลับไป ก่อนที่จะมีใครจับได้ว่าเราสองแอบอยู่ที่นี่”เมื่อได้ยินคำถามของเสิ่นเยว่หลิวจื่อหรงจึงพยักหน้าตอบรับทันทีก่อนที่ทั้งสองคนจะจับมือกันแล้วหนีออกไปด้านนอกจวนสกุลเติ้ง
“แมลงสาบที่อยู่ในกาน้ำชาของเติ้งอวี้ซีเป็ฝีมือของเ้าใช่หรือไม่ หรงเอ๋อร์”เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นมาจนทำให้ทุกสายตาต้องหันไปมองเ้าของเสียงยกเว้นเ้าของชื่อที่ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวถึง
“หลิวจื่อหรง อย่ามาทำเป็หูทวนลมข้ารู้นะว่าเ้าได้ยินที่ข้าพูด”หลิวจื่อหรงถอนหายใจขึ้นมาทันทีราวกับว่าความอดทนของนางได้หมดสิ้นลง เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวก่อนที่นางจะปิดหนังสือลงแล้วหันไปมองเ้าของเสียงที่ยืนอยู่ด้านหน้าศาลา
“อย่าคิดว่าเ้าเป็หลานชายคนเล็กของเหยียนฟูเหรินสกุลเจียงแล้วจะมาขึ้นเสียงใส่ข้าแบบนี้ได้นะ เจียงสือหาน”น้ำเสียงอันเย็นะเืของหลิวจื่อหรงทำให้ผู้คนภายในศาลาสะดุ้งขึ้นมาทันที เจียงสือหานผู้เป็ญาติผู้น้องเองก็เช่นกันเมื่อได้เห็นแวววตาอันแข็งกร้าวของหลิวจื่อหรง
“เมื่อครู่เป็ข้าเองที่วู่ววามใจร้อนมากเกินไปหวังว่าเ้าจะให้อภัยญาติผู้น้องเช่นข้าด้วย”เจียงสือหานเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนยวบเมื่อเห็นกิริยาท่าทางของหลิวจื่อหรงในตอนนี้
“เห็นแก่ท่านย่าของเ้าครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสาเอาความเ้ามาหาเื่ข้าถึงที่นี่้าอะไรจากข้า”เจียงสือหานเมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวจื่อหรงกล่าวเขาจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆหลิวจื่อหรงทันที
“เ้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน หรงเอ๋อร์สือหานผู้นี้เป็พี่ชายของเ้า จะกล้าหาเื่น้องสาวอย่างเ้าได้อย่างไรกันและที่สำคัญข้ามาที่นี่ไม่ได้้ามาต่อว่าเ้า แต่ข้ามาเพราะเป็ห่วงเ้าต่างหากล่ะเติ้งอวี้ซีเป็น้องสาวของไท่จื่อเฟย เ้าไม่ควรกระทำกับนางเช่นนี้"
“แล้วเ้าจะเป็ห่วงข้าไปเพื่ออะไร”
“หลิวจื่อหรงเ้าและข้ามีอายุห่างกันแค่เพียงสามเดือนพวกเราทั้งสองคนถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาด้วยกันแม้กระทั่งท่านย่าของข้ายังดูเ้าออก แล้วเหตุใดคนอย่างข้าจะดูเ้าไม่ออกกัน”
“แล้วเ้าดูข้าออกด้วยเื่อะไรกัน”
“เื่แมลงสาบ…”
“แล้วเ้ามีหลักฐานอะไร ที่บ่งบอกว่าข้าเกี่ยวข้องกับเื่แมลงสาบหรือเปล่า”คำพูดของหลิวจื่อหรงทำให้เจียงสือหานชะงักขึ้นมาทันทีหลิวจื่อหรงยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงสือหานในตอนนี้
“เื่นี้ข้าขอยอมแพ้และขอยอมใจทีเดียวพร้อมกันเอาเป็ว่าจะเป็ฝีมือของเ้าหรือไม่ก็ตามข้าหวังว่าเ้าจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวหรือสร้างเื่กับเติ้งอวี้ซีเห็นแก่ไท่จื่อผู้เป็พี่ชายของเ้า”
“เจียงสือหาน เ้าเองก็น่าจะรู้ดีว่าคนอย่างข้าเป็คนเช่นไรหากไม่มีใครมาเหยียบชายกระโปรงของข้า คนอย่างข้าก็ไม่มีทางลงมือทำอะไร แต่ถ้ามีใครกล้ามาเหยียบชายกระโปรงของข้าจนเปื้อนแม้แต่นิดเดียวหลิวจื่อหรงผู้นี้ไม่มีทางปล่อยเอาไว้แน่”
“เื่นี้ข้ารู้ดีว่าไม่มีใครกล้าต่อกรกับคนอย่างเ้าและข้าก็รู้ดีว่าคนอย่างเติ้งอวี้ซีไม่กล้าด้วยนางขี้ขลาดตาขาวเกินไปไม่มีทางทำเื่เช่นนั้น แล้วเหตุถึงได้เกิดเื่เช่นนี้เป็เพราะ…”
“เื่นี้ข้าขอแนะนำให้เ้าควรก้มมองดูตัวเองและไตร่ตรองว่าเหตุใดเติ้งอวี้ซีถึงได้เจอเหตุการณ์เช่นนั้น”
“เป็เพราะว่านางเผลอทำอะไรบางอย่างที่เ้าไม่พอใจนางประจบสอพลอไท่จื่ออย่างนั้นหรือ”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับไท่จื่อเลยสักนิดเดียวแต่เกี่ยวข้องกับญาติผู้น้องของข้าคนหนึ่ง”
“ญาติผู้น้องของเ้าอย่างนั้นหรือหรงเอ๋อร์ญาติผู้น้องของเ้ามีเยอะแยะมากมาย รวมไปถึง…หรือว่าเื่นี้จะเกี่ยวข้องกับข้า”
“ถึงแม้ว่าเติ้งอวี้ซีจะเป็น้องสาวของไท่จื่อเฟยแต่นางไม่มีสิทธิ์มารังแกคนภายใต้อาณัติของข้าเพราะเ้าเป็ฝ่ายที่สนใจและชอบพอเสิ่นเยว่อยู่ฝ่ายเดียวเสิ่นเยว่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วยเลย”
“นี่เ้ากำลัง…”
“เื่นี้เ้าเองก็ทราบดีไม่ใช่หรือว่าสิ่งใดที่เป็ของข้า ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาแตะต้อง เจียงสือหานถ้าหากเติ้งอวี้ซีแตะต้องเสิ่นเยว่แม้เพียงปลายผมทั้งเ้าและเติ้งอวี้ซีเตรียมพบกับความโชคร้ายได้เลย”
“เื่นี้ข้าจะจำเอาไว้ใส่ใจหรงเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล”น้ำเสียงของเจียงสือหานสั่นเครือขึ้นมาเล็กน้อยพลางกลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆลงคอ ก่อนที่จะหันไปมองเสิ่นเยว่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เื่ที่เกิดขึ้นกับเ้าข้าต้องขออภัยเ้าด้วยนะเสิ่นเยว่ และข้ารับรองได้ว่าจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับเ้าอีก”เจียงสือหานเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพลางส่งสายตาและรอยยิ้มหวานให้แก่เสิ่นเยว่ก่อนที่จะััได้ถึงสายตาอำมหิตคู่หนึ่ง ที่กำลังมองเขาจากด้านข้าง
“อย่าลืมส่งสายตาและรอยยิ้มหวานๆเช่นนี้มอบให้เติ้งอวี้ผู้แสนหวานของเ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวนางจะกลายร่างเป็ปีศาจร้ายมาอาละวาดในตำหนักคุนหนิงของข้าอีก”
“หรงเอ๋อร์ เติ้งอวี้ซีผู้แสนหวานอะไรของเ้ากันและที่สำคัญนางไม่ใช่สตรีของข้าเสียหน่อย จะว่าไปแล้วข้าต้องขอบคุณเ้าเสียด้วยซ้ำตัวข้าเองก็รำคาญนางอยู่เหมือนกันและเสิ่นเยว่เองก็คงจะรำคาญนางอยู่ไม่น้อย”เจียงสือหานเอ่ยขึ้นมาพลางส่งสายตาให้เสิ่นเยว่
“ใบหูของเ้าวันนี้ข้ารู้สึกว่ามันไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยสือหาน ให้ข้าช่วยดึงหูของเ้าให้ดีหรือไม่ มันจะได้เข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิม”
“เื่หูของข้าไม่จำเป็ต้องลำบากเ้าหรอกหรงเอ๋อร์ เดี๋ยวข้าจะเป็คนจัดการเอง ขอบคุณเ้าที่เป็ห่วงถ้าอย่างนั้นข้าต้องขอตัวกลับก่อน”เจียงสือหานเอ่ยขึ้นมาอย่างรวดเร็วพลางส่งยิ้มเจื่อนๆแก่หลิวจื่อหรงและเสิ่นเยว่ ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากศาลา
“คุณชายเจียงสือหานผู้นี้กลัวท่านเสียยิ่งกว่าอะไรแต่ก็อุตส่าห์ใจกล้าเข้ามาพูดเื่นี้กับท่านเป็เพราะเขาเป็ห่วงท่านมากเลยนะ”เสิ่นเยว่เอ่ยขึ้นมาหลังจากเจียงสือหานเดินออกไปจากตำหนักคุนหนิง
“เจียงสือหานเติบโตมาพร้อมกับข้า เขาเป็คนอย่างไรข้าเองก็ทราบดีถึงแม้ว่าเขาจะเป็คนจิตใจดีมากเพียงใดแต่เขาก็อ่อนแอมากเกินกว่าที่จะยืนอยู่เคียงข้างเ้าและที่สำคัญเ้าไม่ได้มีใจให้เขาเลย”
“เื่นี้ท่านโกรธเคืองข้าหรือไม่เสี่ยวหรง”เมื่อได้ยินสิ่งที่เสิ่นเยว่กล่าว หลิวจื่อหรงจึงหันไปมองเสิ่นเยว่พลางส่งยิ้มให้แก่นางอย่างอ่อนโยน