“จื่อหลิง! เ้าโง่!!!”
เยว่ชิงะโเรียกสหายที่กำลังเดินจากไป จื่อหลิงคล้ายคนที่ตกอยู่ในภวังค์ ทุกอย่างรอบตัวกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง แว่วเสียงของศิษย์ในวิหารระฟ้าที่กำลังอ่านตำรา
ทุกอย่างเป็เพียงฝันลวงจากมนต์ดำของซื่ออิง!
ไป๋เยว่ชิงยันกายลุกยืนแหงนหน้ามองแผ่นฟ้า ก่อนหน้านี้เขาขอร้องอ้อนวอนให้์เร่งลงทัณฑ์ ให้พุทธองค์นั้นรับผลกรรมโดยเร็วพลัน ทว่าภาพที่ซื่ออิงสร้างขึ้นเมื่อครู่นั้น มันกลับไม่ใช่อย่างที่เยว่ชิง้า การที่เห็นพุทธองค์จากไปนั้นกลายเป็ความหวาดกลัว เขาก็เพียงแค่อยากฟังคำอธิบายจากปากของหลี่จิ้งหยางสักครั้ง แม้ว่ามันเป็เื่หลอกลวงก็ตาม
เื่วุ่นวายต่อจากนี้คือจื่อหลิงที่ตกอยู่ใต้การควบคุมของซื่ออิง
ซื่ออิงแข็งแกร่งขึ้นมาอีกเป็เท่าตัว สามารถสร้างภาพสะกดจิตได้ตามใจสั่ง ฝันลวงโลกพวกนั้นเสมือนจริงจนแยกไม่ออก หนำซ้ำยังใช้มนต์ดำในวิหารระฟ้าแห่งนี้ได้
หรือซื่ออิงจะรับรู้ถึงการมาของชายผู้นั้นที่เป็คนรัก...
ความคิดของเยว่ชิงในตอนนี้คือหาทางช่วยจื่อหลิงออกมาเสียก่อน พลังของซื่ออิงในตอนนี้เยว่ชิงคิดว่าตนเองอาจต่อกรไม่ไหว เขาไม่ปล่อยให้ความโสมมพวกนั้นกลืนกินจิตใจ ต่างกับซื่ออิงที่ยอมให้มนต์ดำเป็นายคอยควบคุมจิตและความคิด
ไกลจากโรงเตี๊ยมไม่มากนัก ร่างของหลงเย่านอนกระอักโลหิตอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเฉียนซือ ชายท่าทางประหลาดที่เสวี่ยฉินสั่งให้เขาสะกดรอยตาม แต่กลายเป็ว่าชายผู้นี้นั้นล่วงรู้ทุกอย่าง และทรมานหลงเย่าให้นอนคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นจนหมดสภาพ
แค่กกก! อั๊ก...
“หากไม่พูดก็อย่าอยู่เลยบนโลกใบนี้!” อีกครั้งที่ฝ่าเท้าของเฉียนซือกำลังจะกระทืบลงไปบนหน้า พลันก็มีพลังสะท้อนบางอย่างสาดเข้ามา จนเฉียนซือต้องถอยร่นออกจากตัวหลงเย่า
“อ...อึก! เสวี่ยฉิน! ย...อย่า!”
“...”
เฉียนซือพินิจใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ประเมินจากภายนอกแล้ว นับว่าเป็ยอดฝีมือในใต้หล้า แววตาเรียบนิ่งของเสวี่ยฉินนั้นไร้ความหวั่นเกรง เขาเดินเข้ามาประคองหลงเย่าให้ลุกยืน
“อย่าขยับจะดีกว่านะเ้าหนุ่ม!”
เฉียนซือเอ่ยเตือนเสียงชั่วร้าย เมื่อเห็นว่าเสวี่ยฉินกำลังจะพาหลงเย่าออกไป สองขานั้นหยุดนิ่ง หลงเย่าส่ายหน้าให้กับเสวี่ยฉิน
“มีอะไร?”
“คนของเ้าแอบตามข้าเป็เห็บหมัดเช่นนี้ เขาย่อมมีความผิด และข้ายังสะสางไม่เสร็จ”
รอยยิ้มของเสวี่ยฉินผุดขึ้น เ้าคนประหลาดที่ร่างกายเต็มไปด้วยมนต์ดำนี้ กำลังคิดข่มเหงรังแกสหายรักของเขา มีหรือที่เ้าสำนักเทียนฉีอย่างเสวี่ยฉินจะปล่อยผ่าน หลงเย่าคว้ามือของเสวี่ยฉินเอาไว้ พลางส่ายหน้าส่งสายตาว่าไม่อยากให้เกิดการต่อสู้ที่นี่
“เขาเป็คนของข้า อยากสะสางอะไรก็มาที่ข้าได้เลย”
“หึหึ!” เฉียนซือส่งเสียงอยู่ในลำคอ “ในยุทธภพแห่งนี้ข้าผ่านมามากมาย ยังไม่เคยเจอผู้ใดที่ยังเยาว์วัยแต่ใจกลับกล้าเกินตัวนัก”
“ท่านก็เจอแล้วนี่”
“เ้าคงมีพลังยุทธ์ที่กล้าแกร่งพอควรเลยสินะ ถึงได้จ้องใบหน้าของข้าไม่กลัวตายเลยสักนิด” เฉียนซือขยับสองขามายืนอยู่ตรงหน้าของเสวี่ยฉิน เป็การกระทำที่ไวจนตามองไม่ทัน
“ยุทธภพนี้มีผู้ครองมนต์ดำปรากฏตัวขึ้น ข้าจำเป็ที่ต้องตรวจสอบ”
คำพูดของเสวี่ยฉินก็แค่ลมปากผ่านหู เฉียนซือนั้นไม่สนใจเหตุผลพวกนั้น เขามาที่นี่ก็เพื่อความเป็ใหญ่ในโลกหล้า เฉียนซือเปิดเนตรพรายปีศาจขึ้น พลังของมันสะท้อนเข้ากับเนตรจักรดาราของเสวี่ยฉิน จนทั้งสองต่างก็ถอยร่นออกจากกัน
“ไม่เลวนี่! เ้ามีพลังของ์”
“โสโครก!!”
เสวี่ยฉินคว้ากระบี่คู่กายออกจากลำตัว ฟาดฟันด้วยเพลงกระบี่ชั้นสูงที่ได้ศึกษามา น่าแปลกไม่น้อยที่เฉียนซือนั้นรับเพลงกระบี่ได้ทุกท่วงท่า มนต์ดำของเขายังแข็งแกร่งสูสีกับพุทธองค์หลี่จิ้งหยางได้เลย แต่เมื่อเขาเป็หนึ่งในใต้หล้า ก็ไม่มีวันให้ผู้ใดคิดมาแทนที่อย่างแน่นอน
การต่อสู้ของทั้งสองไม่มีท่าทีจะรู้แพ้ชนะ เสวี่ยฉินเองก็ปัดป้องได้หมด ในขณะเดียวกันเฉียนซือนั้นเข้าถึงตัวของเสวี่ยฉินไม่ได้เลย เนตรจักรดาราเปิดพร้อมกับมองตัวตนของอีกฝ่าย เรียกได้ว่าเป็ขุมพลังแห่งความมืดบอด ลมปราณของเขาเต็มไปด้วยแก่นของเงาปีศาจ
บ่อโคลนสกปรกอยู่เต็มกาย ถือเป็เ้ามนต์ดำในสายของปีศาจเลยก็ว่าได้
เสียงโครมครามดังมาจากอีกทาง ทั้งสองหยุดสู้กันและหันไปมองที่มาของเสียง เมื่อเสวี่ยฉินหันกลับมาก็พบว่ากลุ่มคนพวกนั้นหายตัวไปแล้ว เสียงโครมครามนั้นก็เงียบไปด้วยเช่นกัน
“ส...เสวี่ยฉิน!” น้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้น
“หลงเย่า!”
เสวี่ยฉินถ่ายพลังบางส่วนเพื่อบรรเทาอาการช้ำใน ใบหน้าเปรอะเปื้อนทั้งฝุ่นมั้งคราบเื ปูดบวมมีรอยช้ำอยู่ทั่วทั้งร่างกาย จากการที่ปะทะกันของชายผู้นั้นในวันนี้ เสวี่ยฉินคิดว่าเขามีประสบการณ์สูงมากและฝึกมาเป็อย่างดี ไม่ง่ายเลยที่จะควบคุมเนตรพรายปีศาจให้พวกมันเชื่อฟังเยี่ยงทาส เคล็ดวิชานี้ยากยิ่งที่จะฝึกสำเร็จ
“คนพวกนั้น...”
“ข้าเข้าใจแล้วหลงเย่า ขอโทษที่ทำให้เ้าเจ็บตัวแบบนี้”
หลงเย่าส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง ริมฝีปากแตกแห้งเอ่ยเสียงเบา “น่ากลัวเกินไป พวกเขารู้ความคิดของข้า รู้ทุกอย่างราวกับนักทำนาย”
“หะ?”
ฝ่ามือของหลงเย่าจับชายอาภรณ์ของเสวี่ยฉินกระตุกอยู่สองสามที “พวกมันบอกข้าว่าจะพังทุกอย่างในยุทธภพ มันจะล้างบางทุกสิ่งอย่างเพื่อกำเนิดใหม่”
หลังจากที่พูดจบหลงเย่าก็หมดสติไปในทันที
“หลงเย่า! หลงเย่า!!”
เสวี่ยฉินพยายามตบหน้าเรียกสติทว่าก็ไร้ผล เขาจึงแบกหลงเย่ากลับไปที่โรงเตี๊ยมอย่างทุลักทุเล อย่างที่สังหรณ์ใจเอาไว้ว่าพวกนี้คงมาไม่ดี และหากมันตั้งตัวเป็ศัตรูกับยุทธภพนี้ ก็ต้องหยุดยั้งมันเสียก่อนที่จะเกิดเื่จนสายเกินแก้
ดวงตาสีอำพันลืมขึ้นเมื่อออกจากสมาธิ เยว่ชิงไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ในฌานสมาธิเมื่อครู่พุทธองค์ได้เห็นบางสิ่งบางอย่าง มันเกี่ยวพันกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนเป็ชะตาลิขิตอย่างที่องค์ยูไลมักบอกเขาอยู่เสมอ หลี่จิ้งหยางกับภาระหน้าที่พันผูกพวกนี้ควรจบสิ้นได้ตั้งนานแล้ว ท้ายที่สุดแล้วพวกมันล้วนไม่มีความหมายใด นอกจากสนองจิตและความคิดของเขาที่ยังเชื่อมั่น ยังยึดติดไม่ยอมปล่อยวางดังวาจาเอื้อนเอ่ย
เนตรพรายปีศาจ!
ไป๋ซื่ออิงผุดลุกขึ้นหลังจากที่บำเพ็ญเพียรสั่งสมพลัง ััได้ถึงพลังของเฉียนซือที่อยู่ไม่ไกล แววตาวาวโรจน์แสดงถึงความตื่นเต้นดีใจ นานมากแล้วที่ซื่ออิงไม่ได้รู้สึกถึงการมีชีวิตชีวา
‘ข้าคิดถึงเขาเหลือเกิน...’
ในใจของซื่ออิงรำพันถึงบุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็ต้นตอของมนต์ดำ เพื่อสนับสนุนแผนการพลิกชีวิตของโลกใบนี้ ซื่ออิงยอมที่จะทำตัวเป็ภาชนะใส่มนต์ดำ หลังจากที่เคยเป็จอมยุทธ์แห่งยุคทอง ความรักมันช่างหอมหวานและน่าอดสูในบางครั้ง!
และความเลวร้ายพวกนี้ก็มาจากหลี่จิ้งหยาง อดีตเทพาที่กลับตนเป็สมณะผู้สูงส่ง สองมือที่ทำแผ่นป้ายหน้าหลุมให้กับเขา เป็สองมือที่สังหารเฉียนซือต่อหน้าต่อตา
ผู้ใดจะรู้ความหลังอันยาวนานที่ถูกเก็บซ่อน โลกทั้งใบต่างสรรเสริญถึงความดีของหลี่จิ้งหยาง ในขณะที่ซื่ออิงนั้นมีเพียงการจองเวร เขาอยากให้พุทธองค์หลี่จิ้งหยางรู้จักการพลัดพราก ความเ็ปที่มิอาจบรรเทาลงได้
ทว่าโชคชะตาลิขิตก็ทำให้ซื่ออิงพบบางอย่างเข้าโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน
นั่นก็คือการมีอยู่ของไป๋เยว่ชิง
เด็กหนุ่มหน้าตาใสซื่อที่หลี่จิ้งหยางไม่ปล่อยให้อยู่ห่างกาย จิตใจนั้นสะอาดราวกับแก้วบริสุทธิ์ เยว่ชิงไม่เคยรับรู้อดีตของตนเอง และเป็เพียงร่างจำแลงมนุษย์ที่หลี่จิ้งหยางสร้างขึ้นมา
ถึงตอนนี้เ้าเด็กนั่นก็ยังคิดว่าตัวเองเป็มนุษย์ ยังถามหาศพของตนอยู่ทุกเมื่อที่มีโอกาส
ไป๋ซื่ออิงยกยิ้มพลางนึกสมเพชในโชคชะตาของเยว่ชิง!
ประเดี๋ยวเยว่ชิงก็จะได้รับรู้ความจริงทุกอย่าง รวมถึงเื่ที่ตัวเองกลายเป็แบบนี้ด้วย หลี่จิ้งหยางถนัดเื่การชะล้างความสกปรก นั่นหมายรวมถึงเื่การล้างความทรงจำก่อนหน้า ความทรงจำที่เยว่ชิงหลงลืมมันไป ที่อยู่ในสมองตอนนี้คงเป็ความทรงจำปลอมเปลือก
วันที่ละครฉากนี้จะได้กลับมาเล่นซ้ำนั้น ซื่ออิงควรมองหาที่นั่งให้พอดีกับสายตา
“ข้าไม่อยากใจร้อนเลย แต่ข้าอยากได้ของคืน ข้าอยากออกไปหาเฉียนซือ”
น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่อยู่ในใจนั้น ไม่อาจมีผู้ใดได้รับฟัง ซื่ออิงมองร่างที่นอนหลับอยู่ในทุ่งดอกไม้ก็นึกสังเวชขึ้นมา จื่อหลิงห่วงเยว่ชิงจนตัวเองเสียรู้ให้กับซื่ออิง
โง่เหมือนหลี่จิ้งหยางไม่มีผิด!
สดับเพียรหมื่นภพชาติ