Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 121 วิกฤติถู่มู่ (土木之變)

    ฝ่ายหวังเจิ้งเมื่อเห็นกองทัพมองโกลถอยกลับไปแล้วก็รู้สึกฮึกเหิมใจเป็นอันมาก

    แต่เมื่อมีทหารมาแจ้งว่าน้ำดื่มเริ่มจะขาดแคลนหนัก หนำซ้ำแม้จะขุดบ่อน้ำไปตลอดทั้งคืนก็ยังไม่เห็นน้ำซึมขึ้นมาเลยสักหยดเดียว ซึ่งหลายคนต่างวิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะป้อมถู่มู่แห่งนี้เป็นที่สูงย่อมขาดแคลนน้ำ และน่าจะเป็นสาเหตุที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเอาไว้เช่นนี้ก็เป็นได้

     

    แต่ฝ่ายมหาขันทีหวังเจิ้งย่อมไม่ยอมรับข้อผิดพลาดนี้โดยนิสัย แล้วสั่งการไปว่า

    “จงขุดลงไปให้ลึกยิ่งกว่านี้อีก และจงสั่งให้ทหารขุดบ่อน้ำใหม่อีกอย่างน้อย 5 บ่อด้วยทหารเรามีจำนวนมาก!!”

     

    มนุษย์สามารถขาดอาหารได้นานนับเดือน แต่ขาดน้ำได้มากที่สุดคือ 3 วัน ดังนั้นไม่ว่าผู้ใดจะโง่เขลาสักเพียงใด ย่อมจะต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำไว้สำหรับการบริโภคในกองทัพหลวง 

    ..แต่เมื่อผ่านไปอีกวันบ่อดินทั้งเก่าและใหม่จำนวนกว่า 7 บ่อ ก็ยังแห้งผากและไร้วี่แววของน้ำแม้เพียงหยด

     

    ฝ่ายราชครูราชครูเหย่เซียนก็เคลื่อนทัพใหญ่อีก 4 หมื่นมาสมทบ พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัย 

    แต่ก็น่าเสียดายด้วยชัยภูมิของทหารหมิงซึ่งอยู่บนเนินดินสูงกว่านั้นได้เปรียบกว่าเป็นอันมาก แม้จะสั่งให้ตั้งปืนใหญ่ยิงสวนขึ้นไปเช่นเดียวกัน แต่ระยะยิงนั้นสั้นกว่าจนปืนใหญ่ของฝ่ายมองโกลก็ถูกทำลายด้วยกระสุนเพลิงทำลายไปหลายสิบคัน ซึ่งในระหว่างนั้นก็ยังได้ส่งทหารม้าเข้าตีประชิดจากหลายทิศทาง แต่พบก็พบอุปสรรคใหญ่เมื่อจะลุยขึ้นเนินเขาไปอยู่ดี จนในที่สุดจึงทำได้เพียงการก่อกวนเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ จนเอเซนข่านก็เริ่มจะถอดใจกลับออกไปนอกกำแพงใหญ่ ด้วยเกรงจะมีทัพหนุนของฝ่ายศัตรูตีกระหนาบเข้ามาในสักวัน

     

    ส่วนฝ่ายต้าหมิงซึ่งมีงานหลักคือการรบและมีงานที่สำคัญกว่าคือการหาน้ำดื่มกลับทุกข์ทนทรมานมากยิ่งกว่า จึงต้องเริ่มจำกัดการใช้น้ำอย่างเข้มงวด จนไม่ทราบว่าความลำบากนี้จะยืนยาวไปอีกสักเท่าใด ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็จนกว่าพวกเขาจะขุดพบตาน้ำสักแห่งกระมัง ? แต่ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น เมื่อบ่อเก่าที่ทหารช่วยกันขุดลึกลงไปเป็นอย่างมาก จนก้นบ่อก็ปราศจากอากาศใช้หายใจ จึงเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นไปอีก

    ทหารทุกหน่วยจึงเริ่มขาดแคลนน้ำดื่มประทังชีวิต และหากมนุษย์ไม่ได้ดื่มน้ำ เหล่าสัตว์ที่น่าสงสารไม่ว่าจะเป็นวัวควายหรือแม้แต่ม้าอันเป็นสัตว์สำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างสงครามก็เริ่มล้มตายลงเรื่อย ๆ และเหล่าทหารเมื่อเห็นสัตว์ตายก็ต้องเชือดเอาเลือดสด ๆ ออกมาดื่มกินกันตาย

     

    ซึ่งแน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ย่อมตกอยู่ภายใต้การสังเกตของหน่วยเงา !!

    ครั้นเอเซนข่านทราบข่าวแล้วก็ยินดีนัก จึงคิดจะรอคอยสัก 2-3 วัน เพื่อให้กองทัพหมิงอดน้ำแล้วล้มตายกันไปเอง แต่ราชครูเหย่เซียนกลับไม่คิดเช่นนั้น พร้อมตักเตือนไปว่า

    “หากแม้นทหารหมิงอดน้ำถึงขีดสุดย่อมจะตีฝ่าออกมาอย่างไม่คำนึงชีวิต แม้ในที่สุดฝ่ายเราจะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็ต้องพบความสูญเสียอยู่ไม่น้อยเลย เอาไว้พรุ่งนี้ขอให้ท่านข่านเปิดการเจรจาเถิด ข้าพเจ้าจะมิให้ทหารมองโกลต้องล้มตายเลยแม้แต่เพียงผู้เดียว”

     

    พอรุ่งเช้าก็มีทหารมองโกลถือสาสน์เพื่อขอเจรจาสงบศึก โดยเสนอให้ต้าหมิงส่งเครื่องบรรณาการเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง ได้แก่ทองคำ 1,000 ตำลึง และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ อีก 20 เกวียน เพื่อแลกกับการถอยทัพกลับออกไปนอกกำแพง

     

    ฝ่ายอิงจงฮ่องเต้เมื่อทราบเงื่อนไขเช่นนั้นก็ทรงดีพระทัยนัก โดยเฉพาะหวังเจิ้งที่อดน้ำเช่นเดียวกันและยอมจะจ่าย 100 ตำลึงเพื่อน้ำสะอาดเพียงแก้วเดียวก็พอ ย่อมต้องตอบรับไมตรีนี้อย่างไร้เงื่อนไข

    ครั้นเห็นทหารมองโกลเปิดทางอันเป็นแหล่งน้ำใกล้ ๆ นั้น หวังเจิ้งก็ร้องตะโกนขึ้นมาว่า

    “อ้ายพวกโง่ จงเร่งไปตักน้ำมาถวายจักรพรรดิ(และเรา)เสียสิ พวกเจ้าจะรอคอยไปอีกเมื่อไรกันเล่า!!”

     

    เมื่อเห็นคน 5 คน 10 คน รีบวิ่งไปยังแหล่งน้ำนั้น ทหารที่เหลืออีกนับหมื่นนับแสนก็ไม่อาจทนต่อความกระหายน้ำได้อีก จึงรีบวิ่งกรูออกไปจากป้อมถู่มู่เช่นเดียวกัน 

    ..หลังจากทหารคนแรกวิ่งผ่านเนินลาดชันลงไปก็เป็นป่ารก ถัดลงไปอีกสัก 50 เส้น (2 กิโลเมตร) ก็เป็นที่ราบลุ่ม อันเป็นแหล่งน้ำซึ่งเคยถูกทหารมองโกลปิดทางเอาไว้

    แต่พอเจอน้ำแล้วตักขึ้นมาดื่มได้เพียงคำเดียว ก็ไม่ทราบว่ามีลูกเกาทัณฑ์ลอยมาจากทิศใดปักเข้าที่ต้นคอของนายทหารผู้นั้นเข้าอย่างจัง!!

     

    ฆ่าให้เรียบ!!

     

    ทหารหมิงซึ่ง ณ ตอนนี้ไร้ระเบียบวินัยอย่างที่สุด ทั้งไม่มีจิตใจในการรบพุ่งเพราะคิดไปเองว่าสงครามจบลงแล้ว จึงพลอยลดการระมัดระวังตัวลงไปจนถึงขีดสุด ..ดังนั้นทุกคนก็ต่างถอดเกราะเพื่อความคล่องตัวในการวิ่งหาน้ำดื่ม และไม่มีแม้สักคนเดียวที่ถือศัสตราวุธออกมาด้วย !!

    มันจึงเป็นการฆ่าเพียงฝ่ายเดียวจากทหารมองโกล และปรากฏเพียงเสียงทหารหมิงราวแสนนายที่ร้องระงมไปทั่วบริเวณป้อมถู่มู่ โลหิตนั้นเจิ่งนองแดงฉานดุจดังแม่น้ำซึ่งถูกย้อมไปด้วยน้ำเลือด

     

    ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและเสียงกรีดร้องแห่งความตายนี้ ย่อมมีเพียงรถม้าหรูหราประจำพระองค์เท่านั้นที่ยังเงียบสงบอยู่ก็ด้วยความตกใจของทุกชีวิตที่คอยฟังข่าวอยู่ในนั้น

     

    ฝ่ายหวังเจิ้งเมื่อเห็นสถานการณ์เลวร้ายอย่างที่สุดแล้วก็เกิดความรักตัวกลัวตาย จึงถือกระบี่แล้ววิ่งเข้าไปในรถพระที่นั่ง เพื่อจะถวายรายงานและหวังจะหลบภัยได้สักครู่หนึ่ง

    แต่พอเข้าไปแล้วก็เห็นอิงจงฮ่องเต้กำลังกอดนางสนมทั้งสองคนอยู่ หวังเจิ้งจึงยังมิได้ถวายรายงานแต่ประการใด

    แต่ฝ่าย ‘พานจง’ ผู้เป็นแม่ทัพรักษาพระองค์ก็เดินเข้ามาข้างใน แล้วตั้งข้อหาแก่มหาขันทีว่า

     

    “ถือกระบี่บุกรุกรถพระที่นั่งมีโทษตาย!!”

     

    กล่าวจบก็ใช้ลูกตุ้มในมือเหวี่ยงใส่ศีรษะหวังเจิ้งที่กำลังถวายบังคมอยู่นั้น จนกะโหลกแตกมันสมองสาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณด้วยแค้นใจที่หวังเจิ้งนำความพินาศฉิบหายมาสู่กองทัพของต้าหมิง

    จากนั้นหยิบกระบี่ของหวังเจิ้งขึ้นมาแล้วยื่นส่งให้นางสนม พร้อมกับกล่าวว่า

    “บัดนี้ข้าพเจ้าสามารถคุ้มครองจักรพรรดิได้เพียงพระองค์เดียว หากพวกท่านต้องพบเจอกับทหารมองโกลย่อมไม่ต่างกับการตายทั้งเป็น จงรีบตัดสินใจด้วยตนเองเถิด”

     

    นางสนมผู้หนึ่งก็รับเอากระบี่มาถือในมือไว้ ส่วนนางสนมอีกคนก็กล่าวขึ้นว่า

    “หลายวันมานี้พวกเราทั้งสองรักใคร่กันดังพี่น้อง บัดนี้ขอวอนท่านลงมือให้กับข้าพเจ้าเสียก่อนเถิด”

     

    นางสนมที่ถือกระบี่ก็พยักหน้าแล้วแทงกระบี่ข้อที่หน้าอกของนาง แล้วจึงเชือดที่คอของตนแล้วล้มลงไปนอนด้วยรอยยิ้ม

     

    ฝ่ายอิงจงฮ่องเต้เห็นความภักดีของพวกนางก็หลั่งน้ำพระเนตรแล้วเข้าไปจุมพิตที่หน้าผากของพวกนางอย่างรักใคร่ซาบซึ้ง แต่ขณะนั้นหยางเหมยซึ่งผลัดผ้าเป็นชุดสีเข้มทะมัดทะแมงทั้งรวบผมยาวเอาไว้ มองดูโดยรวมทั้งคล้ายดังเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก็ไม่ปาน ทั้งยังสะพายเอายามผ้าคาดไหล่เอาไว้ ในมือยังมีเสื้อผ้าหยาบอีกชุด แล้วเดินออกมาทูลขึ้นว่า

    “พระองค์ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์ใหม่เถิดเพคะ เพื่อมิให้เป็นการสะดุดตา”

     

    เมื่อส่งชุดนั้นให้กับอิงจงฮ่องเต้แล้ว ก็ก้มลงไปหยิบกระบี่แล้วเก็บเข้าในฝักไว้ ด้วยสายตาที่มิได้หวั่นเกรงต่อสามศพที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

     

    จากนั้นไปส่องที่หน้าต่างรถม้าอีกรอบหนึ่ง แล้วจึงกล่าวกับแม่ทัพพานจงว่า

    “ด้านทิศเหนือนั้นทหารมองโกลเบาบางที่สุด ทั้งยังมีแนวเขาพอจะหลบซ่อนพระองค์ได้ ข้าพเจ้าคิดจะบุกฝ่าไปทางด้านนั้น ขอให้ท่านแม่ทัพช่วยแหวกทางให้กับเราด้วยเถิด”

     

    พานจงซึ่งมีความประหลาดใจในกิริยาอาการของนางสนมผู้นี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายกล่าวมาก็ยังมิได้รับคำ แต่เมื่อเห็นจักรพรรดิอิงจงเมื่อฉลองพระองค์ใหม่ก็เสด็จออกมาแล้วตรัสว่า

    “สนมหยางเช่นนี้แล้วใช้ได้หรือไม่ ?”

     

    จึงได้ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นคนของตระกูลหยาง ก็คิดจะฝากความหวังสุดท้ายของแผ่นดินต้าหมิงเอาให้กับนางสนมผู้นี้ในที่สุด

    เมื่อแม่ทัพพานจงพยักหน้ารับคำแล้วก็ได้ถือลูกตุ้มแล้ววิ่งออกไปประจันหน้าเข้ากับทหารมองโกลหลายสิบคน จากนั้นสังหารไปได้ราว 7-8 คนก็ล้มลงไปตายด้วยพิษบาดแผลที่ถูกลุมแทงนั้นสาหัสนัก แต่นั่นก็มากพอที่หยางเหมยจะใช้กระบี่ในมือตัดเชือกที่ผูกม้าเข้ากับรถ แล้วควบม้าพาอิงจงฮ่องเต้วิ่งม้าฝ่าทัพมองโกลที่ถูกแหวกจนสามารถผ่านออกไปได้

    หยางเหมยนั้นโคจรพลังลมปราณกิเลนที่ถูกยกระดับขึ้นจากเคล็ดวิชาทานตะวัน จนสามารถป้องกันคนและม้าจากอันตรายต่าง ๆ ได้อย่างมากมายนัก โดยเฉพาะลูกธนูที่ระดมยิงเข้ามาหลายร้อยลูก แต่เมื่อพลังหยางที่หลายวันนี้ได้กักเก็บมาใช้จนหมดแล้วพลังลมปราณของนางอ่อนกำลังลง จนเกาทัณฑ์ดอกสุดท้ายจึงสามารถเจาะทะลุม่านพลังเข้ามาปักที่ขาหลังของม้าที่ขี่ได้สำเร็จม้าจึงล้มลง

    แต่หญิงสาวกลับไม่ยอมแพ้แต่โดยง่าย จึงอุ้มเอาร่างอิงจงฮ่องเต้แล้ววิ่งเข้าป่าตีนเขาซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดได้สำเร็จ..  

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458