ผ่านไปสามวัน หลินเย่เริ่มคุ้นเคยกับชีวิตบนยอดเขาชั้นในมากขึ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาฝึกปราณ จากนั้นจึงไปศึกษาตำราพื้นฐานในหอคัมภีร์ ก่อนกลับมาฝึกวิชากระบี่ที่ตนถนัดอย่างเงียบ ๆ
แม้จะกลายเป็นศิษย์ในแล้ว แต่เขากลับใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิมมากนัก
ไม่เข้าร่วมกลุ่มอิทธิพลใด
ไม่พยายามสร้างชื่อเสียง
และไม่เข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งภายในสำนัก
อย่างไรก็ตาม โลกแห่งผู้ฝึกตนไม่เคยปล่อยให้ใครอยู่อย่างสงบได้ตลอดไป
เช้าวันนั้น เสียงระฆังจากหอภารกิจดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นสัญญาณเรียกรวมศิษย์ในที่เพิ่งเข้ามาใหม่ทั้งหมด
เมื่อหลินเย่มาถึง ลานด้านหน้าหอภารกิจก็มีผู้คนยืนรออยู่แล้ว หลี่เฟิง หลิวหยวน และศิษย์ใหม่อีกหลายคนต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง
บนบันไดหิน ผู้อาวุโสเฉินยืนอยู่พร้อมม้วนคัมภีร์ในมือ
"หลังจากเข้าสู่เขตศิษย์ใน พวกเจ้าจะได้รับภารกิจประจำเดือนเป็นครั้งแรก" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ภารกิจเหล่านี้ไม่เพียงให้แต้มผลงานและทรัพยากร แต่ยังเป็นบททดสอบความสามารถในการเอาตัวรอดนอกสำนัก"
ศิษย์ใหม่หลายคนเริ่มมีสีหน้าตื่นเต้น
สำหรับคนส่วนใหญ่ นี่คือโอกาสครั้งแรกที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจในฐานะศิษย์ในอย่างเป็นทางการ
"ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจระดับต่ำ" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวต่อ "บริเวณชายแดนด้านตะวันออกของสำนัก มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้รับผลกระทบจากสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่เริ่มออกมารบกวนชาวบ้าน หน้าที่ของพวกเจ้าคือสำรวจสถานการณ์และกำจัดต้นตอของปัญหา"
ทันทีที่สิ้นเสียง ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ภารกิจระดับต่ำเช่นนี้ ไม่น่าจะมีอันตรายมากนัก
แต่หลินเย่กลับสังเกตเห็นบางอย่าง
สายตาของผู้อาวุโสเฉินดูเคร่งขรึมกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับกำลังกังวลเรื่องอื่นอยู่
"ผู้เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้แบ่งเป็นห้ากลุ่ม กลุ่มละสี่คน"
ไม่นาน รายชื่อก็ถูกประกาศออกมา
กลุ่มของหลินเย่ประกอบด้วย หลินเย่ หลี่เฟิง หลิวหยวน และศิษย์หญิงคนหนึ่งนามว่า มู่ชิงเสวี่ย
เมื่อชื่อถูกประกาศ หลายคนหันมามองทันที
หลี่เฟิงเป็นหนึ่งในตัวเต็งของศิษย์ใหม่ หลิวหยวนเองก็มีชื่อเสียงไม่น้อย ส่วนหลินเย่เป็นม้ามืดที่ถูกพูดถึงในช่วงหลัง
สำหรับมู่ชิงเสวี่ย แม้จะไม่โดดเด่นเรื่องพลัง แต่กลับมีความรู้ด้านสมุนไพรและการรักษาที่ดีเยี่ยม
"ดูเหมือนกลุ่มเราจะค่อนข้างสมดุล" หลี่เฟิงกล่าวพลางยิ้ม
หญิงสาวในชุดสีเขียวอ่อนประสานมือทักทาย "ข้าฝากเนื้อฝากตัวด้วย"
หลินเย่กับหลิวหยวนต่างตอบกลับอย่างสุภาพ
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสี่คนก็ได้รับรายละเอียดภารกิจเพิ่มเติม
หมู่บ้านที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากสำนักประมาณครึ่งวัน หากเดินทางตามปกติจะถึงก่อนพระอาทิตย์ตก
"มีข่าวลือว่าสัตว์อสูรที่ปรากฏตัวอาจไม่ใช่หมาป่าเขี้ยวเหล็กธรรมดา" หลิวหยวนกล่าวหลังอ่านเอกสาร "แต่เป็นสัตว์อสูรที่ถูกบางอย่างกระตุ้นจนคลุ้มคลั่ง"
หลี่เฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
"หากเป็นเช่นนั้นจริง คงต้องระวังมากขึ้น"
หลินเย่เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในใจ แม้จะเป็นเพียงภารกิจระดับต่ำ แต่เขาไม่คิดประมาท
หลายครั้ง ปัญหาที่ดูเล็กน้อยกลับซ่อนอันตรายเอาไว้มากกว่าที่คิด
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทั้งสี่คนออกเดินทางลงจากภูเขาเป็นครั้งแรกในฐานะศิษย์ใน
เส้นทางคดเคี้ยวผ่านป่าและหุบเขา อากาศสดชื่นกว่าภายในสำนัก แต่ก็แฝงความเงียบสงบที่ชวนให้ระวังตัว
ระหว่างทาง มู่ชิงเสวี่ยพูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดจนเกินไป
"จริงสิ" นางกล่าวขึ้น "พวกเจ้าคิดอย่างไรกับกลุ่มอิทธิพลบนยอดเขาชั้นใน?"
หลิวหยวนหัวเราะแห้ง ๆ
"ข้าคงยังไม่รีบเลือกข้าง"
หลี่เฟิงพยักหน้า
"เหมือนกัน"
จากนั้น ทั้งสามคนก็มองไปทางหลินเย่โดยพร้อมเพรียง
เด็กหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ
"หากพึ่งพาผู้อื่นมากเกินไป วันหนึ่งเมื่อไม่มีพวกเขาอยู่ เราอาจเดินต่อไม่ได้"
คำตอบนั้นทำให้ทั้งสามคนเงียบไปชั่วขณะ
แม้จะเป็นเพียงประโยคธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นอย่างประหลาด
หลี่เฟิงหัวเราะเบา ๆ
"ข้าชักเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายคนถึงสนใจเจ้า"
หลินเย่เพียงยิ้มและไม่ตอบอะไร
ยามเย็น ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงหมู่บ้านเป้าหมายในที่สุด
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตหมู่บ้าน ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
บ้านเรือนหลายหลังปิดประตูเงียบสนิท
แทบไม่มีผู้คนออกมาเดินบนถนน
และที่สำคัญ...
รอยกรงเล็บขนาดใหญ่จำนวนมากปรากฏอยู่บนกำแพงไม้ด้านนอกหมู่บ้าน
หลี่เฟิงก้มลงตรวจสอบ ก่อนขมวดคิ้ว
"นี่ไม่เหมือนรอยของหมาป่าเขี้ยวเหล็กทั่วไป..."
หลินเย่มองไปยังป่าด้านหลังหมู่บ้าน ความรู้สึกคุ้นเคยประหลาดจากภารกิจเก็บสมุนไพรครั้งก่อนผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ราวกับ...
มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด
และครั้งนี้ มันอยู่ใกล้กว่าที่เคย