ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 87 นำจุดอ่อนมาปรับใช้

              คาซุโอะสบถคำหยาบออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกทำลายช่วงเวลาดีๆ


              ริงโกะซึ่งหลุดออกจากพันธนาการรีบซุกตัวเข้าไปข้างใต้โคนรากต้นไม้ใหญ่ ร้องไห้อย่างเสียขวัญ ตอนนี้สติของเธอแทบไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าได้อย่างชัดเจนอีกแล้ว


              “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกแกเป็นใครแต่ขอเตือนว่าอย่ามาแส่เรื่องนี้จะดีกว่า!”


              คาซุโอะพร้อมกับกำลังพินิจชายแปลกหน้าทั้งสองซึ่งยืนอยู่บริเวณตำแหน่งทางลาดใต้เนินหินมีหมอกบดบังอยู่เล็กน้อยทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ชายคนหนึ่งดูคุ้นตาส่วนชายอีกคนที่สวมหน้ากากสีทองไว้ครึ่งหน้าเขาไม่เคยเห็นมาก่อนหากเป็นยอดฝีมือที่สังกัดอยู่ในกิลด์ใหญ่ตนนั้นต้องคุ้นตาบ้าง


              “เหอะ! พวกแกนี่มันหยาบช้าได้ใจไม่เคยเปลี่ยนเลยจริง ๆ นะไม่คิดว่าการกระทำจะตกต่ำลงขนาดนี้ตั้งแต่ฉันไม่อยู่”


              “เสียงนั่น— คุณกาโต้เองงั้นเหรอ?”


              กาโต้เดินก้าวขึ้นหน้าจนพ้นระยะของหมอกแสดงให้เห็นใบหน้าบึ้งตึง ดูโกรธขึ้งกับการกระทำของเดนมนุษย์พวกนี้ ซึ่งดูจะไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไป


              เขาเห็นประจักษ์มาหมดแล้วก็จริงแต่ไม่คิดเลยว่าชายตรงหน้าที่ตนเคยสอนสั่ง จะถูกย้อมเป็นสีดำได้ขนาดนี้


              “อะไรกันที่ทำให้แกเปลี่ยนไปได้มากแบบนี้นะคาซุโอะพอมีตำแหน่งเข้าหน่อยก็เริ่มทำตัวแบบเจ้าพวกนั้นแล้วน่ะรึ?”


              กาโต้ยังจำได้ถึงวันที่อีกฝ่ายเข้ามาเป็นฮันเตอร์ฝึกหัดในทีมของตัวเองได้ดี


              “นี่ก็เกือบสองปีแล้วสินะคุณเองก็ยังน่ารำคาญไม่เคยเปลี่ยน... และฉันคิดว่าไม่ควรมีใครถูกตำหนิเพราะพรสวรรค์ของตัวเองหรอกจริงไหม?”


              คนในทีมที่เหลืออีกสองคนตามมาสมทบกับคาซุโอะอย่างเตรียมพร้อม


              “คนรู้จักคาซุโอะซังเหรอครับ”


              “ก็แค่อดีตเพื่อนร่วมกิลด์ของเราน่ะไม่ต้องไปใส่ใจหรอก”


              “แต่จัดการแท็งเกอร์ประจำทีมของเราจนล้มคว่ำแบบนั้นได้คงไม่ธรรมดาสินะครับ”


              “ผมฆ่าคนพวกนี้ได้ไหมครับคุณกาโต้”


              คาซุโอะหันความสนใจมาที่ชายภายใต้หน้ากากอีกครั้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงอันเย็นเยียบดังขึ้นแทรกบทสนทนาของตนกับพรรคพวก


              “ไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นปัญหาในภายหลังเอา แค่สั่งสอนพวกมันให้รู้สำนึกก็พอแล้วล่ะ”


              ผู้ที่กำลังจะถูกสอนให้รู้สำนึกส่งเสียงขึ้นจมูกออกมาเสียงดังเฮอะ


              “คุณเนี่ยนะจะสั่งสอนคนอย่างผม?บทเรียนนั้นมันจบไปนานแล้ว ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ระดับชั้นของเราไม่แตกต่างกันเหมือนแต่ก่อนและไม่ต้องห่วงนะ ถึงคุณไม่คิดจะลงมือฆ่าแต่รับรองได้เลยว่าพวกคุณจะต้องถูกฝังอยู่ที่นี่แน่ถ้าพ่ายแพ้ล่ะก็”


              คาซุโอะกล่าวอย่างเย้ยหยันแล้วจึงหันไปสั่งการกับลูกทีมที่เหลือทั้งสามคน


              “แกสองคนไปจัดการเจ้าหน้ากากนั่นอีกคนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง และเธอคอยยิ่งสนับสนุนทุกคนจากตำแหน่งนี้”


              ผู้นำอย่างคาซุโอะเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มแสดงให้อีกฝั่งเห็นว่าเขาต้องการแบ่งกำลังกันต่อสู้


              เมื่อยืนอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในท่าเตรียมพร้อมคาซุโอะพยักหน้าให้กับลูกทีมเป็นสัญญาณเริ่มได้


              นักธนูสาวง้างคันศรปล่อยลูกธนูเคลือบมวลพลังเปิดนำสิบสองดอกครอบคลุมตำแหน่งของศัตรูจากมุมสูงในวินาทีเดียวกับที่คาซุโอะและพรรคพวกของเขาอีกสองคนพุ่งเลียดลงเนินหินออกไปประกบเป้าหมายของตนเองตามคำสั่ง


              แท่งหินแทงพรวดขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าคาซุโอะแต่การโจมตีของแท่งหนามหินก็มีสัญญาณบอกล่วงหน้า ซึ่งคาซุโอะเฝ้าระวังเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วนับตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่ระยะร่ายเมื่อต้องเจอกับกาโต้


              คาซุโอะกระโดดม้วนหน้าอย่างไม่ต้องคิดคาดไม่ผิด หนามหินใต้ดินแทงพรวด แต่เขาลอยตัวอยู่บนอากาศไม่โดนคมหนามแม้แต่ขีดข่วน แต่ระยะระหว่างทั้งสองกลับถูกร่นจนใกล้กันยิ่งขึ้น


              กาโต้จนใจในขณะที่อีกฝ่ายรู้จักตนมากเกินไปแต่เขากลับไม่รู้เลยว่าคาซุโอะพัฒนาไปในทิศทางไหนแล้วบ้าง จนมายืนในฐานะฮันเตอร์ระดับซิลเวอร์


              กาโต้เรียกทรายจำนวนมากพุ่งทะลุออกมาจากชั้นดินก่อเกิดเป็นกำแพงทรายขวางกั้นระหว่างเขากับคาซุโอะและป้องกันฝนธนูให้ตนเองกับเรย์ไปพร้อมกัน


              “คิดว่าของแค่นี้จะหยุดฉันได้รึไง!”


              คาซุโอะกล่าวขณะใช้ดาบซึ่งครอบคลุมด้วยปราณอันเข้มข้นตัดกำแพงทรายจนแหวกออก


              กาโต้ใช้เรียกทรายขึ้นมาปกคลุมแขนข้างขวาก่อนจะปิดทับเคลือบด้วยชั้นหิน เกิดเป็นเกราะแขนธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งรับคมดาบของศัตรูที่เหวี่ยงฟาดลงมา


              “คุณกาโต้ไหวแน่นะครับ”


              เรย์เอ่ยถามขณะจดจ้องศัตรูสองคนที่กำลังมุ่งตรงมา


              “นายไปจัดการกับสองคนนั้นเถอะระวังการยิงสนับสนุนจากนักธนูหญิงนั่นด้วยล่ะ”


              กาโต้มองแผ่นหลังเด็กหนุ่มพุ่งแยกตัวออกไปอีกด้านก่อนจะหันกลับมาให้ความสนใจกับอดีตรุ่นน้องเบื้องหน้า


              ‘โลงศพหิน’


              กาโต้เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สายปฐพีธาตุเขาเรียกแท่งหินหลายแท่งขึ้นพุ่งขึ้นมาในมุมหกสิบองศาไขว้กันเป็นพีระมิดฐานสามเหลี่ยม กักขังเป้าหมายไว้ด้านใน


              การควบคุมหินเพื่อเปลี่ยนรูปทรงเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองมาโซกาโต้จึงมักใช้ทรายที่มีน้ำหนักเบาและควบคุมรูปทรงได้ง่ายกว่าสำหรับใช้งานเป็นหลักเสียส่วนมาก


              “ยังคิดดูถูกฉันอยู่อีกงั้นเหรอ...ฉันไม่ใช่คนเดิมที่แกรู้จักอีกต่อไปแล้ว ถ้าอยากจะชนะก็ต้องลงมือให้หนักกว่านี้!”


              สรรพนามที่ใช้เรียกเปลี่ยนไปน้ำเสียงที่ได้ยินออกมาจากด้านในแสดงให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราด


     

              เรย์วิ่งฉีกออกมาจากกาโต้คอยฟันลูกธนูทิ้งเป็นระยะ สายตาจดจ้องไปยังศัตรูสองคนที่กำลังบุกเข้ามาประชิดเขาไม่รีบร้อนผลักดันตัวเองเข้าไปหา แต่เลือกที่จะเลี้ยวหลบอ้อมอำพรางตัวไปยังแนวป่าทึบด้านล่างเนินหิน


              “ทำไมแกไม่โจมตีมันสักทีวะ!”


              ชายที่ถือเกรทซอร์ดเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะคิดว่าศัตรูน่าจะอยู่ในระยะทำการของพรรคพวกตัวเองได้แล้วไม่ใช่ปล่อยให้มันผลุบหายเข้าไปในแนวป่าแบบนั้น


              “ฉันสาบานว่าพริบตาที่เห็นหมอนั่นพุ่งออกมาฉันร่ายมนตร์โจมตีออกไปแล้วก่อนที่นายจะสั่งเสียอีก!...แต่ว่าพลังของฉันมันกลับไม่แสดงผล ฉันมั่นใจว่าตัวเองโจมตีใส่หมอนั่นแล้วจริง ๆนะ”


              ชายผู้ใช้เวทในกลุ่มพูดขณะแกว่งสายตาไปมาอย่างงุนงง


              “หมอนั่นคงมีความสามารถอะไรบางอย่างในการป้องกันหรือไม่ก็วัตถุสวมใส่ระดับพิเศษที่ช่วยหลีกเลี่ยงการตรวจจับเวทมนตร์บางอย่าง ทำให้เวทของฉันไม่ทำงานตามปกติ”


              เวทย์บางแขนงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายด้วยสายตา เพื่อสร้างปรากฏการณ์แบบเจาะจง


              “งั้นก็เปลี่ยนบทร่ายเป็นแบบควบคุมเองสิวะหรือเล็งไปที่พื้นใต้เท้าของมันแทนก็ได้ เวลานี้ไม่ต้องสนความแม่นยำแล้วเฟ้ย!”


              ทั้งสองแบ่งตำแหน่งเป็นหนึ่งหน้าหนึ่งหลังพุ่งเข้าป่าตามศัตรูไป



     

              คาซุโอะฟันใส่แท่งเสาหินที่กักขังเขาไว้เกือบสิบกว่ากระบวนท่าจนหินเริ่มปริแตกในท่วงท่าสุดท้ายเขากุมดาบไว้สองตวัดเป็นคลื่นปราณผ่าหินรอบด้านจนขาดเป็นเสี่ยงและไม่รอให้เศษหินฝุ่นควันคลายตัวก็พุ่งประชิดเข้าหากาโต้อย่างรวดเร็ว


              แต่กำแพงทรายก็ขึ้นมาสกัดกั้นหน่วงเหนี่ยวให้คาซุโอะชะลอการรุกคืบ


              ดาบในมือคาซุโอะลากใส่ทรายที่คอยกั้นระหว่างตนเองกับเป้าหมายก่อนจะพบว่ามีแท่งหินแหลมคมซุกซ่อนอยู่หลังม่านทรายพุ่งออกมาถึงสามแท่ง


              “ชิ! ลูกไม้ตื้น ๆ น่ารำคาญ!”


              คาซุโอะที่ถูกลูกไม้นี้เข้าไปจำต้องดึงดาบกลับมาตั้งฉากป้องกันช่วงอกและเอวส่วนแท่งสุดท้ายพุ่งใส่ต้นขาข้างขวาเขาจำต้องเกร็งลมปราณดึงออร่าไปรวมกันไว้ยังตำแหน่งนั้น


              แท่งหินพุ่งเข้าปะทะต้นขาแต่ก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกัน


              ก่อนที่กาโต้จะได้ลงมือโจมตีซ้ำลูกธนูก็พุ่งเข้ามาสกัดกั้นทำให้ต้องแบ่งทรายออกไปตั้งรับ


              “ทำดีมากยัยหมูตัวเมียของฉัน!”


              กาโต้ที่พยายามโจมตีและรักษาระยะห่างกลับถูกหน่วงเหนี่ยวไว้เสียเอง


              ระยะห่างระหว่างทั้งสองถูกร่นจนเหลือไม่ถึงสิบก้าวคาซุโอะฟันดาบลงพื้นด้านหน้าอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกพุ่งทะยานใส่เป้าหมาย


              กาโต้ไม่สามารถหลบได้ทันในระยะนี้ตัดสินใจเรียกแท่งหินสองอันขึ้นมาไขว้เป็นกากบาทโดยมีกำแพงทรายกั้นไว้อีกชั้นด้านหน้าสำหรับช่วยดูดซับแรงกระแทก


              ฟุ่ม!


              ละอองจากทรายฝุ้งแผ่กระจายทั่วบริเวณผสมกับม่านหมอกจาง ๆ ทำให้กาโต้ไม่สามารถจับตำแหน่งปัจจุบันอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน


              ทว่าทางฝั่งคาซุโอะคำนวณตำแหน่งยืนสุดท้ายของกาโต้ได้อย่างแม่นยำเขาพุ่งตัวไปทางด้านขวาของซากแท่งหินรูปกากบาทในขณะที่มือล้วงหยิบรูนชนิดหนึ่งออกมา


              กาโต้เองที่ร่ายเวทติดต่อกันเกิดอาการหน่วงเล็กน้อยกว่าจะรู้ตัวอีกทีศัตรูก็ปรากฏออกมาจากมุมอับด้านซ้ายพร้อมกับโยนบางสิ่งขึ้นไปด้านบน


              ‘สัญลักษณ์ᛉ นั่นเป็นรูนชนิดสร้างระเบิดแสงงั้นรึ’


              เขารับรู้ได้เพียงเสี้ยววิจากการที่คาซุโอะหลับตาพุ่งเข้ามา


              ฟุบ!วิ๊ง—


              รูนระเบิดแสงสว่างจ้าออกมาทำเอาสายตาของกาโต้พร่ามัวด้วยความมึนงงเขารีบปั้นทรายเป็นรูปหอกสามอันพุ่งสุ่มโจมตีไปด้านหน้า


              คาซุโอะเผยรอยยิ้มเหี้ยมเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย


              กว่าการมองเห็นของกาโต้จะกลับคืนจนใช้การได้คมดาบก็จวนเจียนแทงมาถึงตำแหน่งท้องน้อย กาโต้รีบใช้ท่าฝ่ามือประกบดาบรับไว้และดึงทรายที่ฟุ้งในอากาศมารวมกันด้านหน้าเพื่อดูดซับการโจมตีอีกชั้นทว่านั่นยังคงไม่หนาแน่นมากพอ


              กาโต้ถูกปราณดาบแทงจนร่างกระเด็นกลิ้งครูดไปด้านหลัง


              โชคดีที่เสื้อเกราะผ้าช่วยรับการโจมตีนี้ไว้ได้อีกชั้นแต่ก็แลกมาด้วยความเสียหายของมัน เสื้อผ้าบริเวณช่องท้องของกาโต้ฉีกขาดเป็นรูโหว่เกิดอาการจุกเสียดตามมา


              กาโต้ไม่มีเวลาให้สำรวจความเสียหายที่ได้รับเมื่อคมดาบเหวี่ยงฟาดมาอีกคราหนึ่ง เขาใช้ทรายห่อหุ้มไปทั่วแขนสองข้างปัดป้องกระบวนท่าของศัตรูซึ่งกำลังรัวมาเป็นชุดต่อเนื่องรวมถึงต้องคอยหลบลูกธนูไปด้วย


              “เป็นอะไรไป แกเริ่มเหนื่อยแล้วรึไง!”


              สิ้นคำพูดด้ามดาบก็กระทุ้งใส่หัวไหล่ของกาโต้จนตัวเอียง ร่างกายเสียสมดุลสายตามองเห็นอีกฝ่ายกำลังพลิกดาบในมือเพื่อปิดเกมกาโต้จำต้องใช้ท่าที่สิ้นเปลืองมาโซออกมา


              เขาประสานมือนิ้วมือทั้งห้าเข้าด้วยกันขณะร่างกายกำลังหงายล้มจากแรงกระแทก


              ‘พายุทรายคลื่นทรงกลด’


              กระแสทรายที่ห่อหุ้มร่างของกาโต้และรอบตัวหมุนวนเป็นพายุ ก่อนที่จะระเบิดออกอย่างรุนแรงผลักกระแทกศัตรูให้ลอยออกไปด้วยคลื่นทรายด้วยแรงแหวี่ยงอันมหาศาล


              แทบจะในวินาทีเดียวกันที่กาโต้เหนื่อยหอบไม่ทันได้คลายใจก็เห็นรูนกำลังส่องแสงสีแดงเข้มตกอยู่ใต้เท้า ไม่ทันได้สังเกตว่าศัตรูแอบหย่อนไว้ตอนไหน


              ‘อักษรᚦ ธอร์น... ไฟเออร์บลาส!?’


              ตู้ม!


              ระเบิดเพลิงรูปกางเขนส่องสว่างเจิดจ้า


              คาซุโอะถึงแม้จะถูกแรงอัดจากทรายไถลไหลไปกับพื้นเขาก็ยังหัวเราะร่าด้วยความสะใจเมื่อพลิกตัวยืนขึ้นได้


              “ที่หลังหัดใช้หัวบ้างสิไอ้—”


              ยังไม่ทันสิ้นคำพูดหอกรูปทรงหินก็พุ่งออกมาจากมุมป่าด้านข้างทำเอาคาซุโอะต้องพลิกตัวกระโดดหลบอย่างหวุดหวิด ทว่าขายังไม่ทันแตะถึงพื้นกาโต้ก็พุ่งออกมาจากแนวป่า


              ‘รูน ᚱ ไรโดงั้นรึ!?’


              คาซุโอะสันนิษฐานได้ทันทีว่าอีกฝ่ายใช้รูนไรโดประเภทสลับตำแหน่งพื้นที่ที่มาร์คจุดไว้กับตำแหน่งปัจจุบันของตัวเองแต่รูนนี้หลังจากมาร์คตำแหน่งแล้วนั้นจะทำงานในระยะเวลาเพียงไม่เกินสิบนาทีมีระยะสลับเปลี่ยนตำแหน่งที่ไม่ไกลกันมากนักจากจุดมาร์คและเมื่อครบเวลาหากไม่ใช้งานรูนก็จะสลายไป


              ‘แสดงให้เห็นว่าก่อนเปิดฉากต่อสู้ ศัตรูได้เตรียมการไว้อย่างรอบคอบ’


              คาซุโอะไม่แปลกใจมากนักเพราะนี่เป็นเทคนิคของพวกนักเวททั่วไปเมื่อต้องการทิ้งระยะห่างจากศัตรูหรือหลบหลีกอย่างฉับพลัน


              ระหว่างที่สมองกำลังครุ่นคิดดาบในมือก็ฟาดฟันใส่คลื่นทรายที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด


              ‘แรงหมุนเหวี่ยงกับน้ำหนักทรายกลายเป็นพลังทำลายที่เหนือคาดแต่ตอนที่เราโจมตีมันด้วยท่าเฉพาะมันจะสร้างกำแพงและเปิดช่องว่างเยื้องด้านซ้ายตัวเองตลอด’


              คาซุโอะคิดได้ดังนั้นก็แฉลบกายฉีกออกข้างฟาดปราณดาบนำการเคลื่อนไหว


              ‘นิสัยเสียนั่นจะต้องเผยออกมาแน่ขอแค่มีโอกาสได้หักมือสักข้าง มันก็จะไม่สามารถควบคุมทรายได้เต็มประสิทธิภาพอีก’


              กาโต้ะสร้างกำแพงทรายขึ้นป้องกัน ช่วงเวลาเดียวกับที่คาซุโอะพุ่งตัวเข้ามาประชิดด้วยก้าวพริบตา


              ‘เสร็จฉันล่ะ!’


              คาซุโอะยิ้มพยอง วนอ้อมฟันจากมุมอับด้านซ้ายของกำแพงส่วนกาโต้ใช้ทรายหุ้มแขนและยกขึ้นการ์ดขึ้นสูงเพื่อตั้งรับ


              ทว่านั่นเป็นเพียงแค่การหลอกฟันคาเสะยกหน้าแข้งหวดเข้าที่สะโพกของกาโต้ซึ่งกำลังเปิดโล่ง


              พลั่ก


              ร่างของกาโต้ถูกเตะใส่จนแตกระเบิดออกเป็นทราย


              ‘ร่างปลอมงั้นรึ!?’


              คาซุโอะรู้ว่าตนเองพลาดโดนซ้อนแผนเสียแล้วเมื่อหางตาเห็นกาโต้ซึ่งมุดหลบฝังตัวอยู่ในกำแพงทรายด้านหลังโผล่ออกมา


              กาโต้ใช้วิชากำปั้นทรายยักษ์ด้วยการห่อหุ้มหมัดด้วยทราย ชกเข้ากลางหลังคาซุโอะกระเด็นลอยหวืออัดกับต้นไม้บริเวณชายป่าจนหักโค่นดังครืน


              “ไม่ใช่แค่นายหรอกที่รู้จักฉันดีเกินไป...ตัวนายเองตอนเตะมักจะตั้งศอกข้างเดียวกันขึ้นสูงจนติดเป็นนิสัยเหมือนเดิมเลยนะมันเพิ่มมุมอับสายตาให้ตัวเองนา... จำที่ฉันสอนไม่ได้แล้วหรือไง”