ฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 31 เสียโฉม

            ระหว่างที่กำลังสนทนากันก็ถึงตาของอี๋เหนียงสองพอดีคนจึงก้าวออกไปลงชื่อให้ทั้งฮวาเมิ่งซือและฮวาชีเยว่ ก่อนจะลงชื่อตนเองด้วยเช่นกัน

            บ่าวไพร่จากเรือนอื่นต่างก็มีเรื่องให้พูดคุยกันมากมายฮวาชีเยว่กวาดตามองปราดเข้าไปในฝูงชน

            ริมฝีปากนางโค้งขึ้นเล็กน้อยลู่ซินเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ ในที่สุดจิตใจใสซื่อของนางก็ตามทันแล้ว “คุณหนู...บ่าวว่าในที่สุดบ่าวก็เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ…”

            ฮวาชีเยว่มองอี๋เหนียงสองที่กำลังอารมณ์ดีอย่างขบขันสตรีผู้นี้ ราวกับเดินไปพบเงินทองก้อนโตจนกลายเป็นมหาเศรษฐีอย่างไรอย่างนั้น

            แน่นอนทั้งสองคิดว่านางกำลังจะตายแล้ว จะไม่ยินดีได้หรือ?

            “นั่นคือฮวาชีเยว่คุณหนูใหญ่สกุลฮวาหรือ? หน้าตาค่อนข้างงามทีเดียวน่าเสียดายที่นางเป็นคนไม่ได้ความ”

            “ใช่ไหมเล่า? ได้ยินว่าคนอ่อนแอไร้กำลังยังไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เหตุใดยังจะลงชื่ออีกเล่า? เหอะคงเบื่อชีวิตแล้วกระมัง?”

            “จุ๊ๆดวงตาไร้แววโดยแท้ ไม่รู้จักที่ทางของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะมาร่วมลงชื่อนางจบแล้วจริงๆ”

            คนในฝูงชนบางคนบังเอิญได้ยินบทสนทนาของอี๋เหนียงสองและฮวาเมิ่งซือทำให้เกิดเสียงหัวเราะเยาะและถ้อยคำเสียดสีตามมา

            “ใช่แล้วขยะที่โคจรลมปราณไม่ได้ยังกล้าลงแข่งขัน ดูเหมือนสกุลจี้จะต้องเตรียมโลงศพแล้ว!” เป็นเสียงสตรีผู้หนึ่งฮวาชีเยว่หันไปมองก็พบต้นเสียง สตรีผู้นั้นแต่งกายงดงาม เครื่องแต่งกายทั้งร่างสะท้อนให้เห็นสถานะไม่ธรรมดา

            ฮวาชีเยว่ไม่ทราบว่าสตรีผู้นี้คือใครอีกฝ่ายเห็นนางจ้องมองก็หัวเราะขึ้นอย่างทระนงตน “นางขยะเจ้ามองอะไรกัน? อ้อใช่ ข้ากำลังพูดถึงเจ้า! จำชื่อข้าไว้ให้ดี ข้าโอวหยางหลิวเอ๋อร์!คิดจะแก้แค้นข้าหรืออย่างไร?”

            โอวหยางหลิวเอ๋อร์?

            ฮวาชีเยว่เคยได้ยินชื่ออีกฝ่ายมาก่อนโอวหยางหลิวเอ๋อร์คือบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของเสนาบดีโอวหยางเด็กสาวผู้นี้ถูกตามใจจนเจ้ากี้เจ้าการใส่ผู้อื่นแต่เล็กแต่น้อยในเมืองหลวงนี้นางได้ชื่อว่าร้ายกาจไม่เห็นแก่หน้าใครที่สุด

            จำนวนคนที่โอวหยางหลิวเอ๋อร์ทำให้ไม่พอใจมีไม่น้อยทว่าบิดานางเป็นถึงเสนาบดี ผู้ที่ถูกนางรังแกจึงไม่มีทางเลือกได้แต่เงียบเอาไว้

            ฮวาชีเยว่ยิ้มให้โอวหยางหลิวเอ๋อร์ “อาที่แท้เป็นคุณหนูโอวหยางนี่เอง เคยได้ยินเรื่องท่านมามาก!”

            เห็นฮวาชีเยว่ทำท่ามากพิธีขึ้นมาทำให้ผู้คนแถวนั้นแอบมองหน้ากัน

            ตามที่ได้ยินข่าวลือฮวาชีเยว่ผู้นี้ไร้มารยาทยิ่งนักแต่ฮวาชีเยว่เบื้องหน้ากลับดูมีกิริยามารยาทงดงามทั้งยังตอบโต้ถ้อยคำว่าร้ายของโอวหยางหลิวเอ๋อร์อย่างสุภาพไม่มีท่าทางหวาดกลัวหรือตกใจแม้แต่น้อย!

            มีเพียงบุตรสาวสกุลใหญ่จึงจะมีท่าทีเช่นนี้ได้!

            ในทางกลับกันเมื่อเทียบกับท่าทีสุภาพเรียบร้อยของฮวาชีเยว่แล้วความผยองของโอวหยางหลิวเอ๋อร์ทำให้นางดูด้อยกว่ามาก

            สีหน้าโอวหยางหลิวเอ๋อร์สลับไปมาเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดนางหัวเราะไร้อารมณ์ “ฮวาชีเยว่ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะใจกล้าลงชื่อแข่งขัน ฮ่าๆๆ... วันเวลาเจ้าเหลือไม่มากแล้ว!”

            “โอหรือคุณหนูโอวหยางจะเก่งกาจกว่าไต้ซือเสวียนจีเจ้าคะ? กระทั่งทำนายวันเวลาที่ข้าเหลืออยู่ได้!น่าประทับใจจริงๆ!” ฮวาชีเยว่ยิ้มแย้มราวกับดอกไม้ไม่แสดงความโกรธเคืองที่โดนดูถูกแม้แต่น้อย

            คำของฮวาชีเยว่ทำให้ฝูงชนเริ่มมองโอวหยางหลิวเอ๋อร์ด้วยสายตาแปลกประหลาดนางทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างโอวหยางหลิวเอ๋อร์และไต้ซือเสวียนจีขึ้นมาทันที

            ทว่าสตรีหยาบคายไร้มารยาทผู้หนึ่งจะอยู่ในระดับเดียวกับไต้ซือรูปงามยากหยั่งถึงเช่นไต้ซือเสวียนจีได้อย่างไร?

            โอวหยางหลิวเอ๋อร์รู้สึกได้ถึงสายตาแปลกประหลาดจากผู้คนนางกระทืบเท้าอย่างโมโหทีแรกนางตั้งใจจะแสดงออกต่อหน้าผู้คนเพื่อชนะใจเหล่าคุณชายลูกหลานขุนนางทั้งหลาย

            มิคาดนางกลับถูกฮวาชีเยว่ทำให้อับอายเสียหน้าจนพูดไม่ออกหลายต่อหลายครั้ง

            ‘มิใช่ฮวาชีเยว่เป็นคนอ่อนแอไร้กำลังหรอกหรือ?’ โอวหยางหลิวเอ๋อร์คิด ‘เหตุใดจึงมีวาทศิลป์เช่นนี้ได้? หรือเรื่องเหล่านั้นจะเป็นเพียงคำร่ำลือเพื่อทำลายฮวาชีเยว่เท่านั้น?’

            โอวหยางหลิวเอ๋อร์มองฮวาชีเยว่ที่ยืนกับฮวาเมิ่งซือด้วยสายตาเฉียบขาดจนคล้ายจะสามารถปล่อยไฟออกมาได้นางคิดว่า “ฮวาชีเยว่ผู้นี้รอก่อนเถอะ...หากข้ายังอยู่ ชีวิตเจ้าอย่าหวังจะได้สุขสบาย!”

            กล่าวลากับอี๋เหนียงสองและฮวาเมิ่งซือแล้วฮวาชีเยว่ก็ขึ้นรถม้าไปพร้อมลู่ซินเพื่อกลับจวน

            ภายในรถม้าฮวาชีเยว่ยกม่านบังแสงขึ้นเล็กน้อยมองออกไปนอกหน้าต่างแสงอาทิตย์พาดผ่านเข้ามาทว่ากลับทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อผสานกับสายลมที่ช่วยพัดเอาความร้อนออกไปจากใจ

            เดือนกรกฎาคมใกล้เข้ามาแล้วอากาศก็เริ่มร้อนขึ้นทุกที

            นางเม้มปากเล็กน้อยในครรลองสายตาปรากฏภัตตาคารตงไห่ใกล้เข้ามา ทันใดนั้นในใจก็กระตุกขึ้นมา

            นางคิดว่าตนคงจะไร้ความรู้สึกไปแล้วทว่ายามนี้เมื่อพบกับสิ่งที่คุ้นเคยกลับยังรู้สึกอยู่

            ฮวาชีเยว่เคลื่อนสายตาไปยังชั้นสองของอาคารเห็นบุคคลที่คุ้นเคยอยู่ตรงนั้นในทันที

            ร่างกายของนางสั่นสะท้านมือกำแน่นเข้าจนเล็บจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัว

            ดวงตาของนางสบเข้ากับดวงตาสีดำที่ฉายแววตกตะลึงอันแสนคุ้นเคยบุคคลที่ยืนอยู่ตรงระเบียงย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโจวจื่อเฉิงที่แต่งตัวสีเขียวเขายังคงหล่อเหลาดึงดูดดังที่เคยเป็นโจวจื่อเฉิงเมื่อเห็นฮวาชีเยว่ก็ตะลึงกับความงามของนางไปเช่นกัน

            ความงามของฮวาชีเยว่ประหนึ่งดอกไป่เหอขาวในสระหรือดอกบ๊วยในหุบเขาหิมะ ทั่วทั้งร่างล้วนเปล่งประกายความหยิ่งทระนงและภาคภูมิ

            เมื่อก่อนฮวาชีเยว่เคยอ่อนแอขี้ขลาดทั้งยังไม่ค่อยได้ออกไปไหนจุดอ่อนของนางกลบบังความงดงาม ทำให้นางถูกผู้อื่นดูแคลนอยู่เสมอ

            ยามนี้นางมีความมั่นใจเป็นที่สะดุดตาโจวจื่อเฉิงขึ้นมาเขาคิดว่านางงดงามราวกับเทพธิดาที่ลงมาเยือนแดนมนุษย์โจวจื่อเฉิงยังคิดว่านางดูสงบสุขุมมากนัก!

            ทันใดนั้นริมฝีปากของฮวาชีเยว่ก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม นางปล่อยมือให้ม่านร่วงลงมาบดบังอีกครั้งเกิดเป็นแนวกั้นสายตาระหว่างคนทั้งสอง

            ฝ่ามือของฮวาชีเยว่ยามนี้เต็มไปด้วยเหงื่อความเกลียดชังในใจก่อตัวเป็นคลื่น นางต้องไม่ถูกใบหน้าหล่อๆ นั่นทำให้หวั่นไหวอีก

            บนระเบียงโจวจื่อเฉิงยังคงจ้องมองรถม้าที่จากไปไกลอย่างโง่งม

            “พ่อบ้านอู๋...รถม้านั่น” โจวจื่อเฉิงเปรยขึ้นสายตามองตามรถม้าไป “เป็นของจวนสกุลใดกัน?” ยามนี้เขามองพ่อบ้านอู๋ที่ยืนอยู่ข้างกาย

            คนในเมืองหลวงนี้มักจะมาภัตตาคารตงไห่อยู่บ่อยครั้งพ่อบ้านเองก็เป็นที่รู้จักของผู้คน

            พ่อบ้านอู๋มองรถม้าของฮวาชีเยว่นิ่งงันไปชั่วครู่ แม้มิเคยเห็นรถม้าคันนี้มาก่อนก็ยังจดจำสัญลักษณ์บนรถม้าได้ “เป็นรถม้าของสกุลฮวาขอรับ”

            โจวจื่อเฉิงย่อมเคยได้ยินชื่อฮวาเมิ่งซือและฮวาเสี่ยวอีอย่างไรสตรีเหล่านี้ก็เป็นลูกสาวขุนนางที่ล้วนแต่ไม่รู้เรื่องอะไร สนใจเพียงการกินจึงได้มาเยือนภัตตาคารตงไห่

            “เข้าใจแล้ว…” ความรู้สึกเศร้าปรากฏขึ้นในใจโจวจื่อเฉิงรถม้าคันนั้นน่าจะเป็นของฮวาชีเยว่ บุตรสาวภรรยาเอกจวนสกุลฮวาทว่าเขามีสัญญาใจกับองค์หญิงแล้ววันคืนของการมีสตรีมากหน้าหลายตาเป็นอันต้องถึงจุดจบ ‘เช่นนี้แย่จริงๆ…’ เขาคิด

            “คุณชายอีกสิบสองวันจะถึงวันเยือนสกุลฮวา จะเตรียมของขวัญอะไรดีขอรับ?” พ่อบ้านอู๋บังเอิญนึกเรื่องนี้ออกพอดี

            โจวจื่อเฉิงหรี่ตามองรถม้าที่หายลับไปความรู้สึกรักใคร่ก่อตัวขึ้นในใจของเขา เมื่อเห็นโจวจื่อเฉิงเป็นเช่นนั้นพ่อบ้านอู๋ก็เอ่ยเตือนเสียงต่ำ “คุณชายองค์หญิงฮุ่ยเจิน...เป็นสตรีขี้ริษยานักขอรับ…”

            โจวจื่อเฉิงรู้สึกตัวในทันทีพ่อบ้านอู๋พูดถูกแล้ว องค์หญิงฮุ่ยเจินเป็นสตรีที่ช่างหึงหวง เมื่อหรงชีเยว่ตายไปสาวใช้ในจวนล้วนแต่ถูกทรมาน บางคนถึงกับเสียโฉมหรือตาบอดไป

            โจวจื่อเฉิงทราบว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพียงแต่ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

            “เช่นนั้นของขวัญเป็นอะไรก็ได้เพียงแต่เพิ่มจำนวนจากปกติสองเท่า เช่นนี้ทั้งเราทั้งจวนสกุลฮวาต่างก็ดูดีขึ้น” โจวจื่อเฉิงตัดสินใจได้เมื่อครู่เขาเกือบจะสั่งให้พ่อบ้านอู๋ไปสืบหาของที่ฮวาชีเยว่ชอบเพื่อนำไปเป็นของฝากแต่กลับเปลี่ยนใจทันทีที่ได้รับคำเตือน

            พ่อบ้านอู๋พยักหน้าอย่างพอใจคุณชายมีความสามารถไต่เต้าขึ้นมาท่ามกลางผู้คนมากมายเป็นบ่าวของบุรุษเช่นนี้ย่อมมีแต่ข้อดี

             

            เมื่อฮวาชีเยว่กลับถึงจวนก็เห็นฮวาเสี่ยวอีอยู่ที่โถงทางเดินกำลังเล่นกับนกอยู่เมื่อฮวาเสี่ยวอีเห็นฮวาชีเยว่ ริมฝีปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นเย้ยหยัน

            “พี่หญิงใหญ่ได้ยินว่าท่านร่วมลงแข่งด้วย”

            สาวใช้ของฮวาเสี่ยวอีมองหน้ากันอย่างกังวลทว่ากลับไม่มีความกล้าจะห้ามผู้เป็นนาย

            อี๋เหนียงสามสั่งพวกนางให้จับตามองฮวาเสี่ยวอีไม่ให้ก่อเรื่องอะไรอีก

            ยามนี้พวกนางบังเอิญพบฮวาชีเยว่ย่อมรู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาทว่าอย่างไรก็มิกล้าขัดความสนุกของคุณหนูตนเอง

            “แน่นอนเจ้าเองก็ลงด้วยไม่ใช่หรือ?” ฮวาชีเยว่ยิ้มเอื่อยเฉื่อยทว่าคิ้วนางกลับปรากฏร่องรอยไม่สบายใจ

            ฮวาเสี่ยวอีหัวเราะเย้ยหยัน “ข้าย่อมต้องลงเป็นแน่ข้าสั่งให้สาวใช้ไปลงชื่อให้ หากคนอ่อนแอเช่นท่านอยากตายถึงเพียงนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะกล่าว จุ๊ๆ พี่หญิง ท่านช่างโง่นัก! เกิดมาไร้ค่าทว่ายังอยากร่วมลงแข่ง ฮ่าๆๆ…”

            ยิ่งพูดใกล้จบฮวาเสี่ยวอีก็ยิ่งทำตัวไม่เหมาะสม นางหัวเราะดังลั่นไม่เหมาะสมฐานะบุตรสาวตระกูลขุนนางแม้แต่น้อย

            ฮวาชีเยว่มองผู้อื่นอย่างสบายอารมณ์จากนั้นจึงเห็นน้ำชาที่สาวใช้ของฮวาเสี่ยวอีประคองไว้ในถาด น้ำชายังร้อนๆเหมือนเพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ

            สาวใช้ผู้นี้คือตั่วเอ๋อร์จากความทรงจำของนาง ฮวาชีเยว่ทราบว่าตั่วเอ๋อร์เป็นสาวใช้ที่เชื่อฟังมักทำตามคำสั่งของฮวาเสี่ยวอีในอดีตคนยังเคยทรมานฮวาชีเยว่ตามคำสั่งของฮวาเสี่ยวอีอีกด้วย

            เรื่องที่เลวร้ายที่สุดคือการที่ตั่วเอ๋อร์หลอกฮวาชีเยว่ไปที่บ่อน้ำเก่าหลังจวนแล้วผลักนางลงไปเมื่อฮวาชีเยว่ตกลงไปแล้ว ตั่วเอ๋อร์ยังถึงกับโยนหินก้อนโตลงมาด้วย

            โชคดีนักที่หินก้อนนั้นเพียงหล่นลงมาโดนเท้าของฮวาชีเยว่ตั่วเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นก็ไม่พอใจจึงได้กลับไปรายงานฮวาเสี่ยวอีฮวาเสี่ยวอีจึงสั่งการใหม่ คราวนี้ตั่วเอ๋อร์ถูกสั่งให้เทน้ำร้อนทั้งอ่างลงมาในบ่อ

            ตอนนั้นฮวาชีเยว่ยกมือขึ้นบังศีรษะเอาไว้จึงมีเพียงแผ่นหลังและมือที่โดนลวก

            ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์เพียงนี้ทว่าฮวาเสี่ยวอีล้วนสามารถสั่งการได้!

            ตอนนี้ถึงเวลาแก้แค้นแล้ว!

            ฮวาชีเยว่ยิ้มเรียบเย็นขยับนิ้วเล็กน้อย เส้นด้ายพลังปราณที่มองไม่เห็นก่อตัวจากปลายนิ้วพุ่งสู่ตั่วเอ๋อร์ร่างกายของอีกฝ่ายสั่นสะท้าน ดวงตาพลันเหม่อลอย ทันใดนั้นตั่วเอ๋อร์ก็สาดน้ำชาในมือใส่หน้าฮวาเสี่ยวอี!

            ทุกคนยกเว้นฮวาชีเยว่ต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอี๋เหนียงสามและสาวใช้หลายคนเร่งร้อนวิ่งเข้ามาทุกคนต่างก็หวาดกลัวจนแทบโง่งมไปแล้ว!

            “อ๊าก!”

            “อีเอ๋อร์!”

            เสียงกรีดร้องผสมปนเปเสียดหูฮวาเสี่ยวอีรู้สึกว่าน้ำชานั้นร้อนลวกใบหน้านางจนแทบไหม้!

            ตั่วเอ๋อร์ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างมึนงงทันใดนั้นนางก็หมุนกายวิ่งหนีไป อี๋เหนียงสามแยกเขี้ยวอย่างดุร้ายทันที “จับตั่วเอ๋อร์ไว้!” นางกรีดเสียงตะโกนลั่น “นางสารเลว...ถึงกับกล้าทำร้ายลูกข้า!”

            บ่าวไพร่ในจวนต่างก็รับคำสั่งจับตั่วเอ๋อร์เอาไว้ได้ในทันที

            ฮวาเสี่ยวอีคุกเข่าอยู่บนพื้นยกสองมือปิดหน้า ส่งเสียงคร่ำครวญ “อ๊า…หน้า หน้าข้า…”

            อี๋เหนียงสามตกใจเสียจนใบหน้าไร้สีเลือดนางเร่งร้อนเดินเข้าหาฮวาเสี่ยวอี กระชากสาวใช้เข้ามา “เร็วเร็วเข้า ไปตามหมอเดี๋ยวนี้…”

            ฮวาชีเยว่ไม่ใส่ใจจะอยู่ดูต่อนางเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจ ลู่ซินรู้สึกตัวขึ้นมา ฝ่ามือนางชุ่มเหงื่อไม่ทราบว่าเหตุใดอยู่ๆ ตั่วเอ๋อร์จึงได้เทน้ำชาร้อนๆ ใส่ฮวาเสี่ยวอีแต่อย่างไรก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้ทำให้ความเคียดแค้นในใจนางราวกับได้รับการเติมเต็ม

            ตั่วเอ๋อร์และพวกล้วนแต่เคยรังแกลู่ซินเอาไว้ไม่น้อย

            โถงทางเดินยาวยามนี้วุ่นวายนักทว่าทางเรือนกุ้ยฮวากลับเงียบเชียบ ‘เทียนซีคงงีบอยู่กระมัง’ฮวาชีเยว่คิด

            ฮวาชีเยว่เดินเข้าสู่ห้องรับรองทันใดนั้นนางก็ชะงักไป เบื้องหน้านางยามนี้มีบุรุษในชุดเขียวยืนอยู่ สายลมโชยพัดทำให้ชุดของเขาโบกปลิว

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตฟ้า ยอดชายาอัจฉริยะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592