"ฮัลวาวันนี้มาหาเจ๊หน่อยนะ..ไม่เจอหน้าเลยอีกสามสัปดาห์ก็รับมงกุฎแล้ว..มาให้เจ๊แต่งสวยนะลูก" เสียงฝากข้อความของเจ๊ตือ ดังขึ้นในห้องนอนของโรงแรม แสงสลัวจากโคมไฟในห้องมืด
เ้าของตำแหน่งนางงามระดับโลกคนนี้ กำลังหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต ร่างนวนเนียนในชุดนอนนอนคว่ำหน้าร้องห่มร้องไห้ไม่ท่าที่จะหยุด
ฮัลวากำลังอกหัก
มองจากถ่ายนอกหญิงสาว ผมหยักโศกนางนี้ ไม่ต่างจากหญิงงามที่เกิดในตระกูลร่ำรวยปกตินางมีแทบทุกอย่าง ทั้งบริษัทอสังหาฯ ตำแหน่งหน้าตา อนิจจัง..ใครหนอจะรับรู้ถึงความรู้สึกอันละเอียดอ่อนในใจนาง
เื่มันผ่านมาแล้วแต่คนที่จมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆยังคงเป็เธอเสมอ
ชวนหวนถึงวันวานที่มีแต่จะชวนเศร้าหมอง
'การเดินหน้าต่อไปจะทำให้อดีตค่อยๆ จางหายไปไหมนะ' ? จิตสำนึกของฮัลวากำลังตั้งคำถาม
“แม่คุณ..สิ้นแล้วมั้ง” เสียงประชดประชันมาพร้อมกับเสียงเปิดของประตูด้วยคีการ์ด ปลายฝนที่ยังอยู่ในเครื่องแบบพยาบาลทหารวางของที่อยู่ในมือบนชั้รใกล้ๆ แพยามหาตัวเพื่อนสนิทที่ฝังตัวเองในผ้าห่ม
หลังจากโดนปรายฝนตีน่องขาไปเบาๆ นางงามลูกผมหยักขี้เซาก็ยอมลุก
“ดูไม่ได้เลยฮัน...” ปรายฝนมองด้วยความสงสาร หย่อนกายลงบนเตียงเพื่อนสนิทจับมืออีกฝ่ายไว้แน่น ฮัลวาตอนนี้เหม็นกลิ่นเหล้า ผมยุ่งเหยิงปรกหน้า และยังดูซูบกว่าครั้งก่อนที่ทั้งสองเจอกัน
ปรายฝนเวทนากับเพื่อนทั้งสอง ทั้งสิงหาทั้งฮัลวาเื่มันเกิดขึ้นในวันที่ฮัลวาชนะในการกระประกวดเวทีระดับโลกราวๆเดือนก่อน สิงหาและ ฮัลวาเป็ดั่งคู่สร้างคู่สม ทั้งสองร้อนแรง เปี่ยมด้วยราคะ แต่ก็เปราะบางเป็ที่สุด ทั้งสองคบกันเป็เวลาสี่ปี และในสี่ปีนั้น
เป็สี่ปีที่ฮัลวาอยู่จุดสูงสุด
"แล้วสีนี้หล่ะจ๊ะ" ชายใจหญิงงามหยิบยาย้อมผมหลากสีให้ฮัลวาในเลือกสรรค์
ภายในสตูดิโอส์ขนาดโต แห่งนี้เป็ที่ที่ฮัลวาซ่อมเดินแบบ ลองชุด แต่งหน้า เตรียมตัว เจ๊คือเป็เ้าของแบรนด์เสื้อผ้าในประเทศ เ้าตัวเอ็นดูอัลวาเป็ที่สุด ถึงแม่อายุอานามจะไม่ได้วัยรุ่นแล้วก็ตาม
"อัลอยากกลับไปเป็สีดำโทนเดิมค่ะ" ใบหน้าสวยนั่งพริ้มอยู่หน้ากระจกบานโต ความโศกศัลย์ในแววตาดีดำสลายสิ้น รอยยิ้มแต้ม ใบหน้าอบชมพูด้วยเครื่องโฉม
"ใครอยากินไก่ทอดบ้าง" พี่มุซินในแจ็คเก็ตหนัง พลักประโตอย่างแรง หัวของเขายังคงอยู่ในหมวกกันน็อคสีดำสนิท
เหมือนคนส่งอาหาร
"วางไว้ตรงโซฟานะคะน้อง " ฮัลวาที่กำลังมำผมโดยเจ๊ตือ เหน็บแนมพี่ชายตัวเอง
"ว้าวซ่า ออกจากห้องได้แล้วหรอ" มุซินเห็นกระจกแถวนั้นก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่จะ เช็คทรงผมตัวเอง
"กว่าจะออกมา ได้ถ้าหนูไม่ได้ไปตามละก็.."ปรายฝนแย้ง
"ให้พี่ไปคุยกะสิงหาไหม" มุซินหันมามองหน้าน้องสาวของตัวเอง สาตาของฮัลวาเบิกตากว้าง พร้อมใจที่เต้นรัว เหมือนเห็นแสงสว่างหวังจะเริ่มใหม่
แต่ก็เพียงคิดในใจเท่านั้น
"โอ้ย อย่ามาขุดเื่ไม่เป็เื่มุซิน" เจ๊ตือละจากการรีดผมฮัลวามาพยามไล่มุซินจากสตูดิโอ ปรายฝนที่นั่งกินไก่ทอดอยู่มุมห้อง ยังคงมองสถานการณ์หน้ากระจก อย่างเอือมๆ
"เข้าบริษัทสะบ้าง ให้มันสมกับที่น้องสาวเขาอุส่าฝากไว้ให้พี่ชายสุดที่รัก" คำพูดชวนชวนโมโห
สำหรับมุซิน มันเป็ข้อเท็จจริง
พี่ชายดุจดั่งร่างชสีผู้รักอิสระสูงลิ่ว รับหน้าที่เป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน บอร์ดบริหารพวกท้ายด้วยเก้าอี้ประธานบริษัติมรดงชิ้นใหญ่ของคุณปู่ก่อนสิ้นใจ เพื่ออิสระของน้องสาว ได้อยู่บนเส้นทางอิสระ มุซินก็ขอรับไว้เอง
แต่ถ้าต้องเข้าบริษัท แล้วต้องไปนั่งเซ็นเอกสารทีละแผ่น เขาคงฝืนตัวเองไม่ได้
การที่ไร้การรบกวนของมุซินทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอกลับมาวุ่นวาย เพราะใครต่อใครก็มุงสนใจที่การตัดชุดที่ฮัลวาจะใส่ขึ้นรับมงกุฎพร้อมวามสำเร็จอย่างเต็มรูปแบบ ร่างสูงของฮัลวายืนอยูกลางดีไซเนอร์คุ้นหน้าหลายคนพวกเขา เริ่มจากการวัดทรวดทรง อก เอว ไหล่ สะโพก แต่เมื่อคนกลางวงส่งสายตาสงสัยไปที่ ดีไซเนอร์คนสนิทอย่าง สุนิสา ฮัลวาเลียริมฝีปากอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนเอ่ยถาม
"เค้าผอมลงมากเลยหรอสา" สีหน้าของฮัลวาซึดลง
ดีไซเนอร์ตัวเล็กส่ายหน้า สาไม่อยากให้เพื่อนคนเก่งของตัวเองกังวลอะไรไปมากว่านี้...
"ไม่เลย ๆ " มือเล็กของสุนิสา กุมมือฮัลวาแน่น น้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาเวทนาแลเห็นใจสหายรัก
ปัญหาใหญ่ของเหล่าดีไซด์เนอร์ตอนนี้ดูจะเป็เื่ของเวลาที่กระชั้นชิดเวลาเกือบ ๆ สองถึงสามสัปดาห์ก่อนการขึ้นรับมงกุฏอย่างเป็ทางการ ของฮัลวา มันเป็งานชิ้นใหญ่และต้องเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด
ภาพร่างการออกแบบชุดหลายสิบถูกร่างด้วยดินสอถูกแขวนไว้บนหนังห้อง แต่ชุดที่ทำให้สายตาของฮัลวาวาวด้วยประกาย คือ ชุดที่ปักด้วยลูกปัดคริสตัลทั้งชุดท่อนบนและล่าง เชื่อมกันบริเวณหน้าท้อง มันเป็เพียงภาพร่างแต่ดูเหมือนจะสะกดให้เธอเห็นในความงาม
ร่างสูงของฮัลวามองร่างกายตัวเองที่หน้ากระจก ภาพสะท้อนที่กระทบมันทำให้ดวงตาเธอเอ่อร้นด้วยพายุ
เธอผอมเกินไป
อะไรต่ออะไรมันดูแย่ไปหมด..
ไม่ว่จะหันมุมไหน จะตบตาด้วยชุดวิจัตจินดาเพียงใดหัวใจที่มองผ่านสายตาก็เห็นเพียง คำว่าไร้ความสมบูรณ์แบบเท่านั้น
' ลูกนกที่หลงทางในอิสระ '
"ไก่อร่อยจริงๆนะ โทรชวนที่เหลือมาดีไหม"
ปรายฝนผู้กินไก่ไปแล้วสามชิิ้นคิดจะชักชวนชาวแก๊งที่เหลือ ซึ่งบานคนก็ขากการติดต่อไปนาน แค่ชวนกินไก่ทอดใครจะไม่อยากมา
"เอาสิ" ฮัลวายิ้มรับ
"จะว่าไป..ก็ไม่ได้ออกไปดินเนอร์เท่าไหร่ คืนนี้ดีไหม" ฮัลวออกความคิด นั้นทำให้คนเพื่อนสาวทั้งสองะโดีใจ
สุนิสาถึงกับวางผ้าในมือแล้วเต้นสายก้น จนทำให้ฮัลวาหลุดหัวเราะ
รอยยิ้มของ นางงามป้ายแดงสวยหยด คมบาด แต่แย้มด้วยความสดใสและหวานย้อย
"ทำไมไม่มีใครกล้าถามชื่อเล่น บอส" และแล้วก็มีคนเปิดประเด็นที่พักของทีมASA
ไรเฟิล อังเดร และมาร์ตินเลือกที่จะยังไม่ ต่อเครื่องบินกลับประเทศบ้านเกิด พวกเขาอยากจะให้แน่ใจสะก่อนว่า บอส ของตัวเองจะไปพักร้อนยาวจริงอย่างข่าวลือ
ห้องพักทีมหน่วยรบพิเศษ ไม่ได้หรูหราหรือแตกต่างจากห้องพักนายทหารธรรมดานัก มีพื้นที่กว้าง พอให้ทำเป็มุม ห้องนอน หรือ ห้องประชุม ทั้งห้องดูเป็ระเบียบเรียบร้องเพราะกัปตันชนานินทร์ ตามเก็บความสะเพราของเหล่าลูกน้อง หลายครั้งเข้า...อาจจะเป็การเคยตัว กัปตันชนานินทร์จึงออกคำสั่งชัดเจน
"ทำไมไม่มีใครรู้ชื่อเล่น คุณชนานินทร์" ชายสวมแว่นหนาบุคลิกแปลกตา ยิงคำภามชวนเอาหัวโขกกำแพง
รพีภัทรเป็ทหารสัญชาติไทยคนเดียวที่อยู่ที่อเมริกาอยู่แล้ว เขาไม่ด้มาจากการก่อตั้งขอหน่วยรบ ASA เขามีป็นพลวิทยุเช่นเดียวกับเอังเดร ่หนึ่งรพีภัทรมีงานภาคสนามบ่อย ๆ เท่าเทียบกับอังเดรแต่ลัง ๆ มานี้ กับตันคิดว่าในตัวของ รพภัทรขาดบกพร่องในหน้าที่ เขาละเลย และตั้งแง่กับผู้บังคับปัญชาอย่างตาใส หนักสุดคือการไม่สามารณ์ควบคุมอารมณ์ของชายใส่แว่น
ครั้งหนึ่งชนานินทร์คิดอยากจะปลดประจำการตัวเขาเพื่อให้กลับบ้าน แต่เพราะชาติเดียวกัน ทำให้ชนานินทร์เลือกที่จะปิดตาข้างนึง
"เรียกบอสอะดีแล้ว" ไรเฟิลที่กำลังทำเตรียมตัวเอนหลังนอนเอ่ยนะนำ
"แต่มันก็น่าตั้งคำถาม ทำไมเขาได้มาเป็หัวหน้าเรา ่สี่ปีนี้เขาผ่านอะไรมาบ้าง" ชายสวมแว่นเพิ่มน้ำเสียงความหยาบโล้น
"บอสไม่ใช่พวก อยากล้างแค้น เลยมาเป็ทหารแบบในกาตูนสักหน่อย" นายแพย์ เพียร์ซ คุณหมอหทารสัญชาติออสเตเลียผู้มีน้ำเสียง อบอุ่น สำเนียสการพูดที่มีเสนห์ และ กรอบแว่นสี่เหลี่ยมประจำตัวพยามฉุดอารมณ์ของรพีภัทร มือเรียวดั่งสตรีของคุณหมอกำลังทำแผลให้กับ แจสเปอร์หนึ่งสมาชิกหน่วย ที่ซุ่มซ่ามถูก หิมะกัดที่เท้าจากภารกิจล่าสุุด
"ก็พอเล่าได้นะ "มาร์ติเสนอเป็ผู้เล่าเื่
"แต่ก็รู้ไม่มาก" ชายผิสียิ้มน้อย ๆ
ดูเหมืนเื่เล่าของมาร์ตินนั้นเป็ที่น่าสนใจเพราะทำให้นายหทารที่อยู่คนละมุมมาล้อมวงกันได้
"ผมเรียนกับบอสมาั้แ่อนุบาลเลย ไปสนิทกันอีกที่ก็มัถยมตอน..ตอนนั้นก็เจอไรเฟิล"
"เื่รูปลักตอนน้้นก็ต่างกันลิปลับนะ ตอนมัธยมผอมมาก ตัดผมสั้นตลอด ดูกล้า ๆ กลัว คุยแต่คนสนิทจริงๆ
"เอาง่ายๆ คือเนิร์ดมาก อาร์เดนน่ะ ดูเงียบ ๆ แต่ - "
"บอสชื่อ อาร์เดน หรอ" นายทหารในห้องอ้าปากค้าง เสียงโกนถามอย่างใจากหลายปาก
"กูรู้ก่อนชิลๆนะ" ไรเฟิลหยักไหล่
อังเดรกรอกตา ลำแขนหนาของอังเดรสะบัดใส่ไรเฟิลเป็สัญาญบอกว่าอีกฝ่ายหมั่นนไส้
"มีครั้งหนึ่งได้ยินมาว่านานมาแล้ว ตอนที่บอสยังอยู่ไทยไม่ได้มีตำแหน่งที่ต่างประเทศเหมือนตอนนี้ ไปเห็นคนตกยาก ลูกน้องตายหลายคนที่ชายแดน เลยเหมือนจะใช้หน้าที่ให้"
มาร์ตินสีหน้าสลด เช่นเดียวกับทหารนายอื่น ๆ ในห้อง แต่สำรับไรเฟิลนั้น..เขาพยามกลั้นน้ำตา จุดนี้มันเป็มากกว่าเื่เล่าสำหรับเขา
เขาอยู่ที่นั้นในเหตุหารนั้น
"ก็นั้นแหละเหตุผลที่กูว่า ยังไงบอสก็ไม่ไปพักร้อน บอสไม่กลับประเทศไทยแน่นอน " ไรเฟิลกล่าว
สายน้ำร้อน ๆ จากฝักบัวลอยเป็ไอชโลมล'บนร่างกายล้ำสัน สันกรามคมบดเกร็งจากรามเนื้อที่ได้รับการคายตัว สองมือหนา ค้ำกับพนังปล่อยร่างกายให้หยุกพักกับไอร้อนของสายน้ำ ชนานินทร์มองร่งกายขัองตนบนกระจกที่ตกกระทบ ร่างกายของเขามีแผลเพื่มเล็กน้อยที่ลำแขน เขาเปลี่ยนผ้าพันแผลและสังเกตุว่ามันจะหนักกว่าที่คิดเล็กน้อย ผ้าพันแผลถูกเปลี่ยนในสภาพที่เรียบร้อยอีกครั้งผ่านมือของเขา
เขาสังเกตปัตตาเลี่ยนที่หน้าอางล้างหน้า และไม่ลั
งเลที่คิดจะตัดผม
เขาชอบความเรียบร้อย ดูสะอาดตา...
ผมของชายดวงตาสีน้ำตาลกลับมาเป็ทรง บัสคัท ตามฉบับที่เขาตัดมาทั้งชีวิท ถึงจะไม่ดูเรียบร้อยแบบฝีมือช่างตัดแต่ก็ยังดูเป็ทรงไม่แปลกตา
ละแล้วก็มีสิ่งรบกวนเวลาเสริมหล่อของเขา
เสียงมือถือที่หัวเตียง
เขาออกมาจากห้องน้ำพร้อม้าเช็ดตัว พูกที่เอว อย่างลวก ๆ และเสียงปรายสายก็ทำให้ผิมฝีปากหนามีรอยยิ้ม
"ไอคุณอาร์เดนจะกลับไทยได้รึยังครับ"
เ้าหล่อนเป็ผู้ถือหุ้นอสังหาฯที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และความฝันการเป็นางงาม ที่โรยด้วยหยาดเหงื่อของเ้าหล่อนแทบเป็ตอนจบที่ลงตัวในชีวิตผู้หญิงคนนึง..
แต่เพื่อนคนนี้ของปรายฝนใจแตกเพราะเื่ผู้ชาย
ผู้ชายบอกเลิก...โชคยังดีที่ไม่ได้บอกก่อนที่นางจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าคนทั้งโลก
“เล่าหน่อยสิ ภารกิจสุดแสนจะอันตราน่ะ” เสียงใสของฮัลวาดูดีขึ้นหลังอาบน้ำ ไปหน้าสวยคมเริ่มสดใจอีกครั้ง
“ไม่ได้ไปสู้จับปืนอะแบบนั้นหรอก…แต่ทุกที่ที่ไป มีแต่คนใกล้ตาย ไม่ทหาร ก็ชาวบ้านตาสีตสาโดนลูกหลง" ปรายฝนเล่าภารกิจหน่วยแพทย์ของเธอตลอดสองเดือนในนานาประเทศด้วยสีหน้าหดหู่ใจ ใบหน้ากลมสายหน้าเบา ๆ หวังสลัด ภาพความโหดร้ายที่ตัวเองเจอ
“แต่คงได้พักยาว ๆ ละ กัปตันพักร้อน ไม่รู้จะลาออกเลยไหม” ปรายฝนทิ้งร่างตัวเองบน โซฟาในโรงแรมเพื่อนสนิทหลับตาลงและฉีกยิ้มอย่างสบายใจกับเวลาพักร้อนของเธอที่เหลือ
“จับได้ไหม คนร้าย” ฮัลวาตั้งใจถาม
“ไม่บอกจ๊ะ บอกไม่ได้ " ปรายฝนกล่าวความจริง
“ โอ๊ย ! ลืมเลย ” ปรายฝนดีดตัวจากโซฟา คว้ากุญแจรถบนโต๊ะ
“ฉันต้องพาแกน่ะไปหาเจ๊ตือ รีบมาก่อน”