หญิงสาวพยักหน้า ฉวยแท็บเล็ตคืนจากมือชายหนุ่มเธอเปิดหน้าต่างเบราเซอร์ใหม่ก่อนจะพิมพ์ข้อความค้นหาลงไป จากนั้นหน้าจอก็แสดงภาพของสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตในอีกไม่กี่วินาทีต่อมามันเป็รูปถ่ายเก่าแก่สีน้ำตาลแดงที่ทั้งมัวและซีดจาง คฤหาสน์หลังงามตั้งอยู่กลางเทือกเขารายล้อมด้วยธรรมชาติซึ่งแทนที่จะสงบร่มรื่นกลับให้ความรู้สึกชวนขนลุกมากกว่า ซากต้นไม้ยืนตายไม่ไกลจากตัวอาคารนักดูเผินๆ แล้วเหมือนกระดูกขัดรูปทรงบิดเบี้ยวจากความทุกข์ทรมานก็ไม่ปาน
ถ้าแค่นั้นยังไม่สยองพอ ใต้รูปภาพยังมีประโยคกำกับด้วยว่า“คฤหาสน์อาถรรพ์เมอร์สฟิลด์ วิปลาสฆาตกรรม รอยด่างในหน้าประวัติศาสตร์”
เมเม่ตั้งเครื่องแท็บเล็ตกับโต๊ะให้คาร์ลินสามารถมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน
เมเม่ แคลเรสซ่า: ถึงจะบอกว่าที่นี่มีคำตอบอยู่
เมเม่ แคลเรสซ่า: ทว่าตัวมันเองก็ดูจะเป็ปัญหายิ่งกว่าเ้าล้านอ้วนไม่รู้ที่มาที่ไปซะอีก
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฉันว่านายเองก็พอจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่อยู่แล้วใช่ไหม
อามายะ คาร์ลิน: ก็พอได้ยินอยู่
อามายะ คาร์ลิน: คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์ถูกจัดให้เป็1 ใน 10 บ้านผีสิงที่เฮี้ยนที่สุดในประเทศ
อามายะ คาร์ลิน: นับั้แ่ก่อสร้างมาเป็เวลา100 กว่าปีก็มีคนตายและหายสาบสูญไปกว่าร้อยคน
อามายะ คาร์ลิน: ลือกันว่าจริงๆแล้วมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
อามายะ คาร์ลิน: และถึงแม้ว่า่หลังๆมาคฤหาสน์จะเริ่มสงบลงเพราะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ที่นั่นอีก
อามายะ คาร์ลิน: ทว่าก็ยังมีรายงานการพบเห็นเหตุการณ์ประหลาดอยู่เนืองๆ
อามายะ คาร์ลิน: โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายตอบเหมือนอ่านมาจากหนังสือเลยแฮะ
อามายะ คาร์ลิน: ก็ใช่น่ะสิ
อามายะ คาร์ลิน: แต่ผมเอามาจากหนังน่ะ
อามายะ คาร์ลิน: มันมีหนังเกรดบีอยู่เื่หนึ่งสร้างเสร็จปุ๊บก็ลงแผ่นขายเลย
อามายะ คาร์ลิน: รู้สึกจะชื่อ“คฤหาสน์มายาพยาบาท” หรือไงนี่แหละ
อามายะ คาร์ลิน: ถ้าผมจำไม่ผิดนะ
อามายะ คาร์ลิน: เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมากหรอกก็มาตามสไตล์หนังผีทุนต่ำทั่วไป
อามายะ คาร์ลิน: กลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองเข้าไปลองดีในคฤหาสน์ผีสิงแล้วก็โดนดีไปจริงๆ
อามายะ คาร์ลิน: แต่จุดที่น่าสนใจก็คือมันเป็ที่พูดถึงกันในหมู่แฟนๆผู้กำกับ
อามายะ คาร์ลิน: ว่าหนังเื่นี้สร้างขึ้นโดยอ้างอิงคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์
อามายะ คาร์ลิน: จากหนังสือเื่“พิงก้าเพนตาเคิลอาถรรพ์แห่งคอตตอนเบย์ส”
อามายะ คาร์ลิน: หนังสือซึ่งทำให้ผู้เขียนถูกฆ่าตายสยดสยองในลานจอดรถด้วยสภาพศพราวกับเป็พิธีบูชาซาตานยังไงยังงั้นเลย
อามายะ คาร์ลิน: จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้
อามายะ คาร์ลิน: ส่วนฉบับภาพยนตร์“คฤหาสน์มายาพยาบาท” เองก็ไม่น้อยหน้ากัน
อามายะ คาร์ลิน: ทั้งทีมงานและนักแสดงต่างก็พบเจอกับอุบัติเหตุประหลาดไม่ก็เจ็บป่วยหลังจากหนังเริ่มวางจำหน่ายไปตามๆกัน
อามายะ คาร์ลิน: หนักที่สุดก็คือพระเอกของเื่ถูกฆาตกรรมตามฉากเดียวกับเหยื่อคนที่2 ในเื่ไม่ผิดเพี้ยนตอนปี 2003
เมเม่ แคลเรสซ่า: มนุษย์ก็แบบนี้แหละน้าไม่รู้จักเข็ดหลาบ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรยุ่งกับของต้องสาปกับสถานที่อาถรรพ์แท้ๆ
เมเม่ แคลเรสซ่า: แต่ก็ยังขยันยื่นคอเข้าไปท้าทายอยู่เรื่อยๆ
เมเม่ แคลเรสซ่า: สุดท้ายเป็ไงล่ะก็ตายอนาถกันน่ะสิ
อามายะ คาร์ลิน: เธอคิดว่าที่นี่เป็“ของจริง” ใช่ไหม
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฉันว่าตัวร้ายเลยละ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ดังนั้นฉันเห็นด้วยกับกลุ่มนักสืบของมหาวิทยาลัยเอ็มโพลาเฮย์สนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ที่ว่าผู้มีพลังพิเศษพวกนั้นตายไปแล้ว
เมเม่ แคลเรสซ่า: พวกเราเองก็เหมือนกัน
เมเม่ แคลเรสซ่า: ขืนสุ่มสี่สุ่มห้ารับงานไปละก็มีหวังได้เป็ผีตายโหงกันหมดแหง
สาวนักสืบนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วปิดหน้าจอด้วยท่าทีใจลอยเห็นได้ชัดคาร์ลินเข้าใจดีว่าเมื่อเมเม่มีท่าทางเช่นนี้ นั่นก็หมายความว่าเธอกำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่เป็เื่เง่าโง่ที่สุดหากไปขัดจังหวะเธอตอนนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าผู้ชายตัวโตๆกี่คนแล้วที่ต้องเสียอวัยวะไปกับการท้าทายขีดความอดทนของหญิงสาวตัวเล็กๆ บอบบางผู้นี้
แล้วเมเม่ก็พูดขึ้นในที่สุด
เมเม่ แคลเรสซ่า: ในเมื่อท้าทายกันขนาดนี้แล้ว
เมเม่ แคลเรสซ่า: เพราะงั้นเราก็จำเป็ต้องรู้จักมันให้มากกว่าแค่“เฮี้ยนจนถูกสร้างเป็หนัง”
เมเม่ แคลเรสซ่า: คาร์ลิน รบกวนด้วยนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ฝากนายช่วยหาข้อมูลของคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์ให้ที
เมเม่ แคลเรสซ่า: เอาให้ละเอียดที่สุดยิ่งมีข้อมูลมากแค่ไหนก็ยิ่งดี
คาร์ลินรับคำก่อนก้มตัวลงจดข้อความลงในสมุดบันทึกเล่มเล็ก“หาข้อมูลคฤหาสน์เมอร์สฟิลด์” เมเม่ชะโงกหน้ามองและทำจมูกย่น
เมเม่ แคลเรสซ่า: คนลายมือห่วยแตกแบบนี้มาเป็เลขาฉันได้ยังไงเนี่ย
อามายะ คาร์ลิน: ไม่ใช่เลขาสิ ผู้ช่วยต่างหาก
อามายะ คาร์ลิน: แล้วก็เธอเองไม่ใช่เรอะที่มาก้มหัวขอร้องให้ผมทำงานนี้ให้น่ะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: อ้อ งั้นเองหรือ
เมเม่ แคลเรสซ่า: บางทีนายน่าจะลองเขียนแบบกลัวหัวดูหรือไม่ก็เปลี่ยนไปเขียนด้วยมืออีกข้างแทนก็ได้
อามายะ คาร์ลิน: ได้ที่ไหนกัน
อามายะ คาร์ลิน: ผมถนัดแต่ขวานะขืนใช้มือซ้ายแทน เธอไม่ยิ่งดูถูกผมอีกเรอะ
อามายะ คาร์ลิน: แล้วเมื่อไหร่กันที่ลายมือผมไปรบกวนสติปัญญาอันเหนือล้ำสุดๆของเธอเข้าน่ะฮึ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ก็เป็ตอนที่นายเอามันมาทิ่มตาฉันนี่แหละ
คาร์ลินส่ายหน้าเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของเมเม่รอยยิ้มของเธองดงามประหนึ่งรัศมีจันทราบนผิวทะเลสาบกระจ่างอันเงียบงัน ต่อให้เธอจะฉลาดเฉลียวสักแค่ไหนทว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เมเม่ก็คือเมเม่คนเดิม หญิงสาวขี้เล่นที่ชอบทำตัวไร้สาระและไม่มีเหตุผลยิ่งเมื่อความปราดเปรื่องเหนือธรรมดาเป็สิ่งที่เธอได้รับมาด้วยนะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: ทำหน้ากรุ้มกริ่มอะไรของนายยะ
อามายะ คาร์ลิน: ผมแค่ดีใจที่เธอไม่เปลี่ยนไป
เมเม่ แคลเรสซ่า: คนแบบฉันน่ะเปลี่ยนกันไม่ได้ง่ายๆหรอก
อามายะ คาร์ลิน: ผมรู้
คาร์ลินสูดหายใจลึกๆ พลางปล่อยให้ความหวั่นไหวในใจลึกๆนั้นผ่านพ้นไป ใช่ว่าเอาแต่นั่งกังวลแล้วสิ่งต่างๆ มันจะดีขึ้นได้อย่างนั้นแหละ
ราวกับเมเม่ล่วงรู้ความคิดของเขา หญิงสาวเอื้อมมาแตะหลังมือคาร์ลินััเบาบางและฉับไว
ตอนที่เขารู้ตัว เธอก็ชักมือกลับไปเรียบร้อยแล้ว คาร์ลินกลืนน้ำลายลำคอแห้งผาก เขาปิดสมุดบันทึกแล้วเก็บลงกระเป๋าเสื้อ
อามายะ คาร์ลิน: หมายความว่าเธอจะรับทำคดีใช่ไหม
เมเม่ แคลเรสซ่า: ไม่ ฉันยังไม่รับอะไรทั้งนั้น
อามายะ คาร์ลิน: เข้าใจแล้ว
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่ความจริงแล้วเขาไม่เข้าใจความคิดเมเม่เอาเสียเลยคาร์ลินหมุนตัวผละจากไป เขาตั้งใจจะแวะห้องครัวดื่มชาสักแก้วแล้วค่อยเริ่มต้นที่ห้องสมุดของแหล่งข่าวของเขา
เมเม่ แคลเรสซ่า: นี่ คาร์ลิน
อามายะ คาร์ลิน: อะไรหรือ
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายรู้สึกไหมว่าอีตาอ้วนเหม่งแลร์รี่น่ะออกจะดูเทาหน่อยๆนะ
อามายะ คาร์ลิน: เทา?
เมเม่ แคลเรสซ่า: ิัน่ะเทาเหมือนกรวดแม่น้ำ
อามายะ คาร์ลิน: แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเื่ทั้งหมดนี่ด้วยหรือ
เมเม่ แคลเรสซ่า: อาจจะ
เมเม่ แคลเรสซ่า: หรืออาจไม่ก็ได้
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายรีบไปเถอะ
เมเม่โบกมือ คาร์ลินมองอีกฝ่ายอย่างสงสัยครู่หนึ่งก่อนเดินเลี้ยวซ้ายผ่านประตูที่เปิดอยู่ไปยังห้องครัวในระหว่างที่เขาเทน้ำจากเครื่องกรองลงในกาไฟฟ้า เขาก็ได้ยินทำนองแ่ๆ ของเพลงพิลึกพิลั่นที่หญิงสาวมั่วขึ้นมาเอง
เมเม่ แคลเรสซ่า: พายุกำลังจะมา
เมเม่ร้องเป็เพลง
เมเม่ แคลเรสซ่า: ...ฉันสังหรณ์ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา...
เมเม่ แคลเรสซ่า: ...ผู้คนทั้งหลายกำลังเป็บ้า...
เมเม่ แคลเรสซ่า: ...ท้องถนนเต็มไปด้วยเืไหลนอง...