เมืองเขตชายแดนที่ติดกับ สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล ในยามนี้มีค่ายกลเคลื่อนย้ายของกองทัพกำลังทำงาน เหล่าฝูงชนภายในเมืองต่างพากันจับจ้องไปดูที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เต็มไปด้วยแสงสีพร่างพราว ว่าใครที่ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมาในครั้งนี้กันแน่ มันเป็นการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมาโดยตรง จึงทำให้หลายๆ คนสนใจ ผู้ใดมาเยือนยังชายแดนแห่งนี้
ถึงแผ่นยันต์เคลื่อนย้ายนี้จะไม่ยุ่งยากในการใช้งาน แต่ราคาของมันไม่ได้ถูกเลยการจะสร้าง แผ่นยันต์พวกนี้ขึ้นมาใช้สักแผ่น ต้องเสียทรัพยากรไปมาก ไหนจะต้องใช้เหล่าจอมยุทธ์ด้านค่ายกลมา สลักอักขระลงไปภายในแผ่นยันต์เพื่อสร้างค่ายกลนั้นอีก จึงจะสามารถใช้งานมันได้ ราคาของมันจึงแพงระยับ ต้องเป็นคนระดับสูงเท่านั้นถึงจะใช้มันได้
ไม่นานภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏสู่สายตาของเหล่าผู้คน พวกเขาเห็นเพียงกลุ่มจอมยุทธ์ทั้ง 5มาเยือนยังชายแดนแห่งนี้ ภายในพวกเขาทั้ง5คนมีอยู่ถึง2 คนที่ปลดปล่อยปราณพลังออกมาไม่ธรรมดา จนฝูงชนจับจ้องไปที่พวกเขาสองคน อย่างไม่วางตา นั้นก็คือเยี่ยฉุน กับ เทียนซิน
แต่ หลายๆ คนดันไปสะดุดตากับหญิงสาวคนหนึ่งภายในกลุ่มนั้น อาภรณ์ที่นางสวมใส่ เหมือนกับเป็นชนชั้นสูง ของดินแดนจันทราทมิฬแห่งนี้ บางคนที่เคยเห็นใบหน้านั้น ต่างรู้ได้ในทันทีว่านางคือใคร เอ่ยพูดออกมาด้วยความตกใจ "นั้นมันองค์หญิงเมิ่งอี้ไม่ใช่หรือ"
ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาเองก็เคยเห็นองค์หญิงเมิ่งอี้มาก่อน
"ใช่นางจริงๆ ด้วยข้าเองก็เคยเห็นนางภายในเมืองหลวงเมื่อสองปีก่อน ข้าจำใบหน้าที่งดงามของนางได้ ไม่มีวันลืม"
ทันทีที่ เสียงพูดคุยดังออกไป ภายในเมืองเขตชายแดน เกิดจลาจลเล็กๆ ขึ้นมาในทันที หนุ่มๆ ต่างอยากเห็นใบหน้า ขององค์หญิง ว่ากันว่านางงดงามที่สุดในดินแดนแห่งนี้ หลายๆ คนเองก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของนาง จึงทำให้รอบๆ เกิดความวุ่นวาย
กลุ่มของพวกเขาทั้ง5คน ไม่ได้หยุดอยู่ที่นี่นานนัก ไม่เช่นนั้นคงได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเป็นแน่ พวกเขาต่างเร่งฝีเท้าออกไปภายนอกกำแพงเมืองที่สูงใหญ่ในทันที หมายไปสำรวจพื้นที่ ที่ได้รับมอบหมายมา ไหนจะไม่สามารถไว้ใจอี้เฉินได้อีก หากเด็กหนุ่มคิดหนีคงเกิดเรื่องวุ่นวายไม่ใช่น้อย
ทันทีที่พวกเขาออกมาจากภายในเมืองได้ ก็เร่งฝีเท้าออกเดินทางในทันที พวกเขาใช้เวลาข้ามผ่านทะเลทรายไปเกือบครึ่งวัน กว่าจะข้ามผ่านทะเลทรายไปได้ ยังดีที่พายุทะเลทรายที่ก่อตัวไม่ได้รุนแรงมากนัก ไม่เช่นนั้น พวกเขาคงติดอยู่ภายในทะเลทรายไปอีกหลายวันเป็นแน่
ไม่นานกลุ่มของพวกเขาก็ออกมาจากเขตทะเลทราย มาอยู่ภายในเขต สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล กลุ่มของพวกเขาไม่ได้หยุดการเดินทางแต่อย่างใด ตรงดิ่งไปในทิศทางที่ท้องฟ้าล่มสลายในทันที เส้นทางที่พวกเขาจะต้องเดินฝ่าเข้าไป เต็มไปด้วยหลุมดำอากาศ รอบๆ ทางเดินเต็มไปด้วย พื้นที่ ที่แตกสลาย เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวเป็นทางยาว คล้ายกลับโลกที่ล่มสลาย ท้องฟ้าด้านบนเองก็พังทลาย ไม่มีรอยสมานเข้าหากันอีกต่อไป ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก หากตกไปภายในรอยแตกร้าวเหล่านั้น พวกเขาได้ร่างแหลกเละจากแรงดึงดูดของฟ้าดินเป็นแน่
เยี่ยฉุนที่ไร้ทางเลือกเขาหยุดฝีเท้า แล้วเอ่ยขึ้นมาในทันใด "อี้เฉิน เจ้าต้องเป็นคนเดินนำทางให้พวกเรา อย่าถือโทษโกรธข้าเลย"
"เหตุใดเราไม่เดินไปพร้อมกัน ทำไมต้องให้สหายของข้าเดินนำทางด้วย" องค์หญิงเมิ่งอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ 'แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับส่งอี้เฉินไปควานหาทางเดินไม่ใช่หรือ'
เทียนซินเอ่ยด้วยน้ำเสียง เย็นชา "องค์หญิง ท่านอย่าได้ใส่ใจ เพียงเชลยศึกเพียงคนเดียว จะไปสนใจมันทำไม"
เมิ่งอี้ กับเยี่ยฉินที่ได้ยินถึงกับเดือดดาลแทนอี้เฉินในทันที มือทั้งสองข้างของพวกนางกำจนแน่น ก่อนอี้เฉินจะไปแตะที่ไหล่ของพวกนางทั้งสองคน แล้วส่ายหัวออกมาเบาๆ
"เมิ่งอี้ เยี่ยฉิน พวกเจ้าเดินตามข้ามานั่นแหละดีแล้ว ที่แห่งนี้อันตรายไม่ใช่เล่นๆ หากพลาด อาจตายตกเอาได้ง่ายๆ"
เยี่ยฉุนยกยิ้มเมื่อเห็น อี้เฉินเข้าใจ "ใช่แล้วองค์หญิง ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของท่าน กับน้องสาวของข้า"
อี้เฉิน เขาไม่ได้สนใจคำพูดของคนอื่นๆ อีกต่อไป ก้าวเดินออกไปในทิศทางด้านหน้าอย่างไม่หวาดกลัว ดวงตาของเขา กวาดตามองออกไปรอบทิศ เขาที่มีดวงตาที่มองสิ่งต่างๆ ได้ละเอียดกว่าคนทั่วไปเป็นอย่างมาก ทำให้เขามองทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าทางไหนที่เขาจะย่างเดินได้อย่างปลอดภัย
เหมือนพื้นที่แห่งนี้จะเป็นห้วงมิติ ที่ทั้งสองดินแดนบีบอัดเข้าหากัน จึงเกิดพื้นที่ ที่แตกสลายเช่นนี้ขึ้นมา หากพลาดท่าตกไปตามรอยแตกร้าวคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเป็นแน่
ถึงอี้เฉินจะมีดวงตาที่มองได้ละเอียดแต่ กว่าจะคิดวิเคราะห์ได้ก็ใช้เวลาไม่น้อย การเดินทางจึงล่าช้าไปอีกหลายเท่า พวกเขาต่างรู้ดีในยามนี้ไม่อาจประมาทได้ พวกเขาเดินทางมาอีก2ชั่วยามเต็มกว่า พวกเขาจะเห็น มิติขนาดใหญ่ด้านหน้าไกลๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ที่แห่งนั้นน่าจะเป็น เป้าหมายของกลุ่มพวกเขา
เหมือนว่ามิติ ลับ ต่างๆ จะถูกฟ้าดินของโลกใบนี้ขวางกั้นเอาไว้ เมื่อปราณพลังฟ้าดินของโลกใบนี้เสียสมดุล มิติหลบซ่อนต่างๆ จึงเกิดความไม่เสถียร ปรากฏออกมาสู่สายตาผู้คน
แต่ความอันตรายภายในมิติประเภทนี้ อันตรายเป็นอย่างมากเพราะมันเต็มไปด้วยความไม่เสถียรภาพ ดีไม่ดีการเข้าไปสำรวจอาจจะไม่มีทางออกก็เป็นได้
แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้าไปเยือนยังมิติแห่งนี้ นั่นหมายความว่าภายในต้องมีสมบัติล้ำค่าซ่อนตัวอยู่
.....ทันทีที่กลุ่มของพวกเขา มาถึงมิติที่เป็นเหมือนประตูเข้าไปยังอีกโลก ก็รู้สึกถึงปราณพลังบางอย่างที่แพร่กระจายออกมากดดันพวกเขา แม้แต่พวกเขาที่อยู่ขั้นพลังกษัตริย์ ยังรู้สึกถึงแรงกดดันนั้นได้อย่างชัดเจน แถมกลิ่นอายความตายยังรอยออกมาจากภายในมิตินั้นจนคละคลุ้งออกไปทั่วบริเวณ แม้แต่อี้เฉินยังใจสั่นสะท้าน ราวกับภายในนั้นเป็นสุสานขนาดใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
เยี่ยฉุน เทียนซิน ที่ดูสงบนิ่งในยามก่อน แต่บัดนี้พวกเขาเริ่มหวาดหวั่น มือทั้งสองข้างกำไว้จนแน่น ไม่คิดว่ามิติแห่งนี้จะน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้ วิญญาณในร่างของพวกเขาสองคนถึงกลับกรีดร้อง ว่าเส้นทางด้านหน้านั้นอันตราย
เมี่ยนจือที่อยู่ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน นางเองก็เอ่ยเตือนอี้เฉินในทันที "หากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าข้าไม่อาจช่วยอะไรเจ้าได้ อี้เฉินเป็นไปได้เจ้าควรเลี่ยงพื้นที่แห่งนี้เสีย"
อี้เฉินที่ได้ยินเสียงของเมี่ยนจือที่เอ่ยส่งปราณจิตออกมาเตือนเขา ตัวเขารู้ดีในยามนี้เมี่ยนจืออ่อนแอเป็นอย่างมาก ไม่สามารถใช้พลังของนางในยามนี้ได้อย่างแน่นอน อาการบาดเจ็บของนางยากที่จะรักษา เพียงนางลืมตาตื่นกลับมาได้ก็ถือว่าโชคดีไม่น้อย เหมือนว่าเขาต้องหาวิธีรักษาปราณจิตของนางไม่เช่นนั้น นางอาจจะแตกสลายลงไปในอีกไม่ช้า ตัวนางไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นฟูแม้แต่น้อย ทำให้ตัวอี้เฉินรู้สึกผิดต่อนางไม่น้อยเมื่อนึกถึงวันที่เขาบ้าคลั่งในวันนั้น ฝืนใช้พลังของนางไปอย่างมากมหาศาล ทำให้นางอ่อนแอลงอย่างหนัก
อี้เฉินเอ่ยเตือนออกไปที่กลุ่มของพวกเขาอีก4คนในทันที "หากคิดจะถอยก็มีแต่ตอนนี้ พวกเจ้าจะเอาเช่นไร"
เยี่ยฉินนางเริ่มรู้สึกลังเล แต่อีกใจก็ไม่กล้าเอ่ยพูดออกมา ขา ของนางสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ภายในนั้นต้องมีอันตรายที่รอพวกเขาอยู่อย่างแน่นอน
เมิ่งอี้ นางเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับ เยี่ยฉิน แต่นางไม่มีทางเลือกมากนัก "ข้าว่าพวกเรามาถึงยังที่แห่งนี้แล้ว เข้าไปสำรวจสักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร"
เยี่ยฉุนเขาเอ่ยขึ้นมาในทันที"ข้าเองก็เห็นด้วยกับองค์หญิง หากพวกเรายังหวาดกลัวเช่นนี้ต่อไป พวกต่างโลกคงได้ยึดครองดินแดนของพวกเราเป็นแน่ ในสักวันหนึ่ง"
เทียนซินยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ข้าเองก็เห็นด้วย"
ก่อนเขาจะสั่งการไปที่อี้เฉิน "เจ้า ไอ้เชลยศึก เจ้าเข้าไปสำรวจเป็นคนแรกเสีย ถือว่าข้าให้เกียรติเจ้า เข้าไปภายในเป็นคนแรกแล้วกัน"
อี้เฉินที่ได้ยินคำสั่งนั้น ทำให้เขาหน้ามืดทะมึนในทันที ตัวเขาไม่อยากเข้าไปภายในนั้นซักเท่าใดนัก มองไปที่เยี่ยฉุน ด้วยสายตาอ้อนวอน แต่ก็ไม่เป็นผล เยี่ยฉุนเขาเพียงโบกมือให้อี้เฉินเดินเข้าไปภายในมิติเท่านั้น ก่อนที่อี้เฉินจะถอนหายใจยาวออกมา แล้วเดินเข้าไปภายในมิตินั้นด้วยความจำยอม