“แฮ๊กๆๆ” เสียงหอบของเด็กอันธพาลกำลังวิ่งอย่างเหนื่อยล้าดังมาตามถนน มันวิ่งมาที่หน้าคฤหาสน์ของเ้าเมืองแวแก้น บริเวณโดยรอบมีทหารเฝ้ายามสวมชุดเกราะอยู่เป็จำนวนมาก
หนึ่งในทหารถามยามถามเด็กอันธพาล “มีเื่อะไรงั้นรึ เ้าวิ่งมาอย่างกะเจอผี”
“ยิ่งกว่าเจอผีอีกอะดิท่าน! มีตะแก่ ตาแก่มันฆ่าพี่น้องของข้า” เด็กอันธพาลรีบแจ้งต่อทหารเฝ้ายามอย่างตะกุกตะกัก “มันมีตาแก่ ฆ่าคนของข้าไปถึง 3 คน ม..มันฆ่าพวกเขาด้วยดาบเดียว”
“เ้าอย่ามาล้อเล่นน่า ใครมันจะฆ่าคนได้ 3 คนภายในดาบเดียว ถ้าไม่ใช่บัลดัมจอมเชือด ฮ่าๆๆ อย่ามาพูดให้ข้าขำหน่อยเลย” เหล่าทหารยามที่ฟังเื่จากปากของเด็กอันธพาลหัวเราะชอบใจ
เ้าเด็กอันธพาลพยายามเล่าเหตุการณ์ให้ทหารยามฟังแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ
“เอะอะโวยวายอะไรกันยามค่ำเ้าพวกโง่” เสียงดังมาจากด้านหลังของทหารยาม เสียงฝีเท้าของเขาดังเขามาใกล้เรื่อยๆ ปรากฎเป็าชายในชุดขุนนางร่างอ้วนท้วม มีหน้าตาที่เ้าเล่ห์ เขาคือเ้าเมืองของแวแก้น
“มีเื่อะไรกัน ข้าขอใส่ใจหน่อยสิ” เมืองเอ่ยปากถาม เสียงของเขาที่พูดฟังไม่ชัดถ้อยชัดคำเพราะร่างกายที่อ้วนเกินไปของเขาไปกดทับหลอดลม
เด็กอันธพาลและทหารยามเริ่มเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เ้าเมืองฟัง
“นี่มันเื่น่าขำอะไรกัน พวกมอเฟียสไม่มีปัญญาแม้กระทั่งจัดการกับเด็กคนเดียวงั้นรึ” “แล้วไอ้แก่ที่โผล่มา มันเป็ใครกันบังอาจมาก่อความวุ่นวายในเมืองของข้าได้อย่างไร”
เ้าเมืองกล่าวด้วยถ้อยคำที่ฉุนและปักใจเชื่อในเื่ที่เกิดขึ้นเพราะเขาคิดว่าตัวเองนั้นมีอำนาจกว่าผู้ใด เรียกได้ว่าเป็โรคหลงตัวเองระดับสูงสุด
“ไปสืบมาว่าไอ้พวกเวรนั่นเป็ใคร แล้วนำข้อมูลมารายงานข้า” “พวกที่กล้ามาหยามข้าต้องโดนสั่งสอนให้เหี้ยน” เ้าเมืองออกคำสั่งให้คนไปสืบเื่ชายแก่ปริศนาและเด็กที่ได้รับฉายาจอมเชือด
ภาพตัดไปที่หน้าบ้านของตระกูลไลก้อน เสียงเปิดประตูดัง มอร์คีนวางร่างของดู๊คลงบนโต๊ะหน้าเตาผิง
“ไอ้หนูนี่มันโดนมาหนักน่ะ แต่ยังไม่ตายหรอก อึดสมกับเป็หลานข้าจริงๆ” มอร์คีนกล่าว
มีอาร์และโจเอลต่างใที่เห็นดู๊คหมดสภาพ
“มีอาร์ ไปเอาสมุนไพรและผ้าพันแผลมาเร็ว” โจเอลกล่าวพร้อมทำหน้าเคร่งขรึม
มีอาร์รีบนำสมุนไพรและผ้าพันแผลมาทำแผลให้เ้าหนูดู๊ค โจเอลเดินมานั่งลงข้างมอร์คีนและถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“เ้าหนูนั่น มันฆ่าไปแล้วศพนึงนะ” มอร์คีนกระซิบข้างหูโจเอลเบาๆ
โจเอลทำหน้าเครียด “มันยังไม่ถึงเวลาด้วยซ้ำ แต่ลูกข้ากลับผ่านบททดสอบแรกแล้วงั้นรึ!” โจเอลกล่าวพร้อมทำหน้าตื่นใ
“เ้าลืมไปรึยัง เมื่อสัตว์ร้ายในตัวเ้านั่นได้ลิ้มรสชาติของเืมันจะกระหายเือยู่ตลอดเวลา” มอร์คีนกล่าวพร้อมมองไปที่ดู๊ค
“ข้ารู้ ข้าจำไม่เคยลืมเลยหล่ะ ตลอด 1 ปีที่ราวกับนรก” โจเอลตอบ
มีอาร์ทำแผลเสร็จ และร่ายคาถาฟื้นฟูให้กับดู๊คแต่ดู๊คก็ยังคงหลับตานอนนิ่ง
“เรียบร้อยหมดแล้วค่ะ กระดูกแขนหักน่ะ ถ้าได้พักผ่อนสักพักคงหายดี” มีอาร์กล่าว พร้อมเดินมานั่งข้างๆ โจเอล
“มันยังไม่ถึงเวลาของเขาด้วยซ้ำ แต่ทำไมกัน ทำไมถึง…” มีอาร์ร้องไห้พร้อมซบลงที่ไหล่ของโจเอล
เื่ที่คนในตระกูลไลก้อนหวาดกลัวนั้นคือ “พิธีเืแรก” เป็พิธีกรรมเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาร่นสู่รุ่น เป็การมอบบททดสอบให้แก่เด็กในตระกูลที่ อายุครบ 7 ปี บริบูรณ์ เด็กๆ เ่าั้จะต้องผ่านบททดสอบเพื่อที่จะปลุกพลังของสายเืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
การที่จะปลุกพลังได้นั้น เ้าตัวต้องลงมือสังหารหนึ่งชีวิต เมื่อสัญญาณของหนึ่งชีวิตดับลง พลังของ “ัทมิฬ” และ “ราชสีห์เหล็ก” จะตื่นขึ้น เื่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือเมื่อพลังนั้นตื่นขึ้น เ้าของร่างจะรู้สึกกระหายเืเป็อย่างมาก ร่างกายจะอยากรู้สึกฆ่าฟัน แย่งชิง และแข็งแกร่ง
ดังนั้น เด็กที่เกิดในตระกูลไลก้อนที่ทำการทดสอบ เมื่อปลุกพลังแล้วจะต้องถูกส่งไปฝึกฝนใน “หุบเขาสีชาด” ที่อยู่ใกล้กับปราสาทของตระกูลไลก้อน เป็เวลา 1 ปี โดยทำการล่าไม่ว่าจะเป็สัตว์หรืุ์ เพื่อให้ความกระหายเืในตัวนั้นเบาบางลง
แต่ปัญหาคือตระกูลไลก้อนไม่สามารถกลับไปยังปราสาทได้ ทุกคนในครอบครัวจึงเป็กังวลเื่ดู๊คเป็อย่างมาก
“เราต้องกลับไปปราสาทจริงๆ หรอท่านพ่อ” โจเอลถามมอร์คีน
“บางทีเราก็ไม่จำเป็ต้องไปถึง หุบเขาสีชาดก็ได้ มันมีสถานที่ที่เร้าใจกว่านั้นเยอะ” มอร์คีนตอบพร้อมยิ้มอย่างน่าสงสัย
“มันคือที่ไหนละท่านพ่อ” โจเอลถามมอร์คีนโดยเร็ว
“ป่าแห่งหมอก ป่าที่ข้าเข้าไปล่าสัตว์อยู่ทุกวันยังไงละ ฮ่าๆๆ มันไม่ใช่แค่ป่าธรรมดา แต่มันยังเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย และสภาพแวดล้อมในป่านั้นแย่กว่าหุบเขาสีชาดมากเลยหล่ะ” มอร์คีนตอบพร้อมหัวเราะ
มีอาร์นั่งเงียบและไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าสิ่งที่ดู๊คจะต้องเจอนั้นมันเป็การฝึกฝนที่โหดร้ายมาก เด็กที่เข้ารับการทดสอบ ต้องไปเพียงลำพัง และต้องเอาตัวรอดด้วยตนเอง เธอจึงได้แต่ยอมรับเื่ที่จะเกิดขึ้น
“อย่าเครียดไปหน่อยน่าทุกคน บางทีไอ้หนูนี่อาจจะเป็ความหวังของตระกูลเราก็ได้” มอร์คีนกล่าว
“ก็ได้ท่านพ่องั้นเอาตามนั้น ตอนนี้ก็เฝ้าดูอาการของดู๊คไปก่อน ไว้รอลูกข้าฟื้นเราค่อยมาหารือกันอีกรอบ” โจเอลตอบด้วยสีหน้านิ่ง
ทุกคนนำร่างของดู๊คไปส่งที่ห้อง พร้อมแยกย้ายกันไปพักผ่อน
ไม่นานหลังจากนั้นได้ปรากฎเงาประหลาดสีดำ 2 ร่างยืนอยู่ข้างเตียงของดู๊ค
“เ้านี่งั้นหรือที่ท่าน “เลโอ” ส่งเ้ามาเพื่อมอบพรน่ะ” ร่างของชายปริศนาหุ่นผอมเพรียวอีกทั้งมีเกร็ดสีดำทมิฬอยู่ทั่วร่างกาย กล่าว
“ข้าก็แปลกใจที่ท่าน “เฟรโก้” ส่งเ้ามาเหมือนกัน” ร่างของชายปริศนาที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไปแต่มีขนคล้ายแผงคอของสิงโตปกคลุมอยู่รอบหัว กล่าว
แสงประหลาดสว่างขึ้นในห้องของดู๊คและวันคืนอันยาวนานก็ได้ผ่านพ้นไป