ทำไมเธอถึงเขียนแบบนี้ล่ะ?”
เสียงของเกรซนิ่งกว่าปกติเมื่อเปิดกระดาษรายงานที่ลินส่งให้
แผ่นนั้นมีเพียงข้อความเดียว — “ยังไม่พอ”
ลินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองแววตาของเกรซที่ไม่แสดงความใแม้แต่น้อย
มีเพียงมุมปากที่ยกขึ้นนิดหนึ่ง…เหมือนรออยู่แล้ว
“ถ้าเธอคิดว่าไม่พอ งั้นก็ถึงเวลาขั้นต่อไป”
เกรซหยิบซองเอกสารขึ้นมาวางตรงหน้าเธอ
สีขาวเรียบ ไม่มีชื่อ ไม่มีตราใด ๆ
“…อะไร?”
“คำเชิญจากระบบเงียบ — กลุ่มทดลอง A”
—
คืนนั้น ลินเดินตามทางเดินชั้นใต้ดินของคณะดนตรี
แสงไฟกระพริบเป็จังหวะช้า ๆ
ไม่มีป้าย ไม่มีชื่อห้อง มีแค่ประตูเหล็กสีเทาเข้มบานหนึ่ง…เปิดอ้าเหมือนรออยู่
“มาคนเดียวเหรอ?”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นในห้องลึก
ภูยืนอยู่ตรงกระจก one-way mirror ด้านใน
ห้องฝั่งนี้ว่างเปล่ายกเว้นเก้าอี้หนึ่งตัว และ “คำสั่ง” บนกระดาษหน้าเก้าอี้
ลินอ่านมันแค่ไม่กี่วินาที ก่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด
เธอไม่ได้พูด…แม้แต่คำเดียว
—
เธอนั่งลงอย่างช้า ๆ
มองเห็นเงาตัวเองในกระจกฝั่งตรงข้าม — เหมือนอยู่คนเดียวในห้อง
แต่ในใจเธอรู้…ว่านั่นไม่ใช่กระจกธรรมดา
“ให้แสดงอาการหลังการกระตุ้น โดยไม่ใช้คำพูด”
คือคำสั่งที่เขียนไว้ชัดเจน
ลินหลับตาลง…แล้วลูบผ่านต้นขาของตัวเอง
เสียงเล็บขูดผิวเนื้อดังเบา ๆ ท่ามกลางห้องเก็บเสียง
เธอแอ่นตัวพิงพนักเก้าอี้ขณะมือซ้ายเลื่อนช้า ๆ ไปตามท้องน้อย
ตับ… ตับ… เสียงเบา ๆ ของสายน้ำลายที่เธอกัดริมฝีปากกลั้นไว้ไม่ให้หลุดเสียง
ภูในห้องอีกฝั่งลืมตาค้าง มือแน่นที่โต๊ะ
เขาไม่เคยเห็นลินในแบบนี้ — ไม่ใช่แค่ยอม…แต่กำลัง “เชิญชวน”
เธอถอดกระโปรงออกเองจนเห็นชั้นในที่เปียกชื้นอย่างชัดเจน
มุมกล้องฝังในเพดานค่อย ๆ หมุนเข้าโฟกัส
เธอรู้ แต่ไม่หลบ ทำต่อแบบไม่แคร์กล้องที่บันทึก
ในที่สุด เธอลุกจากเก้าอี้ เดินตรงไปที่กระจก
แปะมือลงบนบานนั้น…แล้วก้มลงช้า ๆ
ริมฝีปากของเธอแตะกับพื้นกระจก
เธอ…แลบลิ้นออกมา
เลียกระจกอย่างช้า ๆ จนเกิดเสียง แชะ…แชะ…แชะ…
เหมือนอยากให้คนที่ “อยู่หลังนั้น” เห็นว่ารสชาตินั้นเป็ยังไง
—
จากฝั่งห้องเฝ้าสังเกต ภูหายใจแรง
หลังเขา…มีอีกสองคนที่ไม่เอ่ยชื่อ
หนึ่งในนั้นคือ “พี่สิงห์” ที่ยืนกอดอกดูจอด้วยแววตาว่างเปล่า
อีกคนคือผู้หญิงร่างผอมสูงในชุดสูท…อาจารย์เบญจา
“เด็กคนนี้…น่าสนใจ”
เธอพูดเบา ๆ ขณะเดินออกจากห้อง พร้อมคำสั่งสุดท้าย
“ส่งเข้าทดลองรอบพิเศษ — ปฏิกิริยาแบบ ‘กลืนระบบ’ ขั้นต้น”
—
หลังจากจบทุกอย่าง ลินเปลี่ยนชุดกลับ
เดินกลับขึ้นมาที่หอพักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เมื่อเธอเปิดประตูห้องตัวเอง
กลับพบซองเอกสารอีกใบ…สอดอยู่ใต้ประตู
เธอเปิดออกด้วยนิ้วสั่นเล็กน้อย
ข้างในมีแค่รูปภาพภาพเดียว — ภาพที่เธอ “เลียกระจก”
เขียนด้วยลายมือว่า:
“นี่คือเธอในแบบที่แท้จริง…ยินดีต้อนรับเข้าสู่กลุ่มทดลอง A”
คืนนั้น
เสียงลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านระเบียงชั้นห้าของตึกเรียนเก่า
ราวกันตกเป็สนิมบางจุด แต่ก็ยังแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักของใครสักคนที่ยืนพิงมันอย่างเงียบงัน
ลินยืนอยู่ตรงนั้น
ปลายผมสะบัดเบา ๆ ตามแรงลม
เสื้อเชิ้ตสีขาวปลิวสะบัดติดสัดส่วนร่างกายที่ภายนอกยังดูเรียบร้อยเหมือนเดิม…แต่ข้างใน ไม่มีอะไรเหลือเหมือนเดิมอีกแล้ว
เธอมองลงไปด้านล่าง
ตรงสุดสายตา เป็เขตก่อสร้างหลังตึกวิจัยที่ปิดไว้
มีเพียงรั้วสังกะสีสูงกั้นไว้แบบไม่มิด
ผ่านรอยขาดของผ้าใบกันแดด เธอเห็นเต็นท์ผ้าใบเก่า ๆ ติดฝุ่น
มีคนเดินไปมาในนั้น—ชายรูปร่างใหญ่ ผิวคล้ำ บางคนหัวโล้น บางคนมีรอยสัก
มีเสียงหัวเราะ เสียงเหล็กกระทบกัน และเสียงอะไรบางอย่างที่ “ไม่ได้ฟัง…แต่กลับรู้สึก”
ลินมองนิ่งอยู่นาน
ริมฝีปากเม้มแน่น มือกำราวเหล็กไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ไม่ใช่เพราะกลัว
มันคือความรู้สึกบางอย่าง…ที่ค่อย ๆ ตื่นขึ้นจากจิตใต้สำนึก
…และค่อย ๆ ลามไปทั่วร่างกาย
เธอไม่ได้โดนสั่ง
ไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีหัวข้อ
ไม่มีแฟลชไดรฟ์ ไม่มีสคลิปแนบ
แต่จู่ ๆ เธอกลับอยาก…ลอง
ลินเงยหน้ามองท้องฟ้า
สีเทาจาง ๆ ของก้อนเมฆทำให้ใจเธอสงบ
…และนั่นคือครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่เธอรู้สึกแบบนี้
ความคิดที่เพิ่งผุดขึ้นในหัว—
“ถ้าเราเดินลงไปตอนนี้…จะมีใครห้ามมั้ยนะ?”
ไม่มี
ไม่มีใคร
เธอก้าวถอยออกจากระเบียง
เสื้อเชิ้ตถูกรูดปลดกระดุมเม็ดบนสุด
กระโปรงที่เคยเรียบร้อย ถูกปรับให้ขยับเดินง่ายขึ้น
ปลายสายตายังหันไปมอง “แคมป์คนงาน” ด้านล่างอีกครั้ง
ก่อนที่เธอจะหายเข้าไปในเงามืดของตึกเรียน…