วริษฐา...
“แม่ของคุณถูกทำร้ายมาอาการสาหัส กระดูกหลังร้าว ทั้งสมองบวมด้วยครับ”
คำพูดของหมอยังลอยวนเวียนอยู่ภายในหัวของวริษฐา ส่วนดวงตากลมโตคู่สวย ดุจดวงตากวาง แสดงแววตาออกมาด้วยความเป็ห่วง เป็กังวล และกลัวไปต่างๆ นานา
วริษฐามองจับจ้องอยู่ที่เรือนร่าง ที่นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู เธอไม่คาดคิดเลยว่าแม่ของเธอจะถูกทำร้ายร่างกาย จนถึงขึ้นสาหัสขนาดนี้ คนที่ทำกับแม่ของเธอช่างใจร้ายและโเี้มากจริงๆ
“แม่!... แม่ต้องไม่เป็อะไรนะ แม่ต้องดีขึ้น แม่ต้องหายนะ”
วริษฐาเปล่งเสียงพูดบอก คนที่นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู ถึงแม้เธอจะรู้ว่าแม่ของเธอไม่รับรู้คำพูดของเธอก็ตามที แต่เธอก็ยังอยากจะพูด เพื่อจะได้เป็การปลอบใจ และให้กำลังใจกับตัวเองด้วยอีกทาง
“คุณค่ะ อีกห้านาทีก็จะหมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ”
“ค่ะ โอเคค่ะ”
พยาบาลเดินเข้ามาบอกกล่าวให้วริษฐาได้รู้ ถึงเวลาที่กำลังจะหมดเวลาเยี่ยมคนป่วยแล้ว วริษฐาหันไปมองพยาบาล เธอยิ้มบางๆ และกล่าวอย่างเข้าใจตามนั้น ก่อนจะหันกลับไปมองร่างอันไร้สติ ที่นอนอยู่ในห้องไอซียูอีกครั้ง แล้วค่อยเดินออกจากตรงนั้น ไปยังลิฟต์เพื่อออกจากโรงพยาบาล เดินทางกลับบ้านของตัวเอง
วริษฐากลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำแต่งตัวเข้านอน แต่นอนพลิกไปพลิกมาหลายตลบอยู่เช่นนั้น อย่างนอนไม่หลับสักที เพราะความคิดของเธอมัวแต่พะวงแต่กับเื่วัฒนานันท์ แม่ที่นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู และคิดยังไงก็คิดไม่ตกว่าแม่ของเธอ ถูกทำร้ายด้วยเหตุผลกลใด แต่คิดไปคิดมา จนกระทั่งเธอเผลอหลับไปตอนตีสี่
ติงติ่งติ๊ง...... ติงติ่งติ๊ง...... ติงติ่งติ๊ง......
วริษฐาสะดุ้งตื่นนอนขึ้นมา เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ ที่เธอตั้งปลุกเอาไว้ ส่งเสียงดังสนั่นห้องนอน เธอตั้งนาฬิกาปลุกในเวลาหกโมงเช้า เพราะเธอจะต้องไปที่โรงพยาบาล ไปดูแม่ของเธอ และไปพูดคุยถึงอาการกับหมอ พร้อมกับสอบถามเื่ค่ารักษาด้วย ไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายมากน้อยเท่าไร
ถึงวริษฐาจะรู้สึกเพลีย นอนไม่พอ แต่เธอก็จำต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วสะพายกระเป๋าออกจากบ้าน พอเธอเปิดประตูหน้าบ้านออกไป ก็เห็นผู้ชายสามคนยืนอยู่นอกรั้วประตูหน้าบ้าน เธอสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะราวๆ ห้าสิบปี แต่ตัวดูดี น่าจะเป็เ้านายของผู้ชายอีกสองคน
“ขอโทษนะคะ มาหาใครหรือคะ?”
วริษฐาเดินตรงไปเปิดประตูรั้ว ก้าวออกไป ชายที่แต่งตัวดี มองเธอั้แ่หัวจรดปลายเท้า สายตาที่มอง เป็สายตาที่เธอไม่ชอบเอาเลยจริงๆ เพราะราวกับว่าจะเปลื้องเสื้อผ้าเธอออกเสียให้ได้ยังไงยังงั้น แต่เธอก็พยายามพูดจาดีๆ เพราะไม่รู้ว่าคนพวกนี้มายืนอยู่ที่หน้าบ้านของเธอทำไม
“หนูคงเป็ลูกสาวของวัฒนานันท์ละสินะ ใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ ฉันเป็ลูกสาวของแม่นันท์ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับฉัน หรือว่ากับแม่ฉันหรือคะ?”
เสี่ยอรงค์กูลไม่ได้ตอบคำถามของวริษฐา แต่ได้ถามกลับ แต่ขณะถามสายตาก็มองใบหน้าสวยหวานอย่างพึงพอใจไปด้วย ถึงแม้วริษฐาจะไม่ใคร่พอใจที่ถูกมองด้วยสายตาลามเลียอย่างนั้น แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้น และพูดจาดีๆ เพราะไม่รู้ว่าพวกเขามีธุระอะไรหรือเปล่า
“แม่ของหนูติดเงินฉันอยู่หนึ่งล้านบาท”
“แม่ติดเงินคุณ หนึ่งล้านบาทเลยเหรอ! แล้วทำไมแม่ถึงติดหนี้คุณได้ล่ะ?”
วริษฐาได้ยินเสี่ยอรงค์กูลบอก ก็เบิกตากว้างอย่างใ และคาดไม่ถึงไปกับสิ่งที่ได้ยิน เธอทวนจำนวนเงินที่แม่ของเธอไปติดหนี้เอาไว้ แล้วถามเสี่ยอรงค์กูลอย่างสงสัย เพราะแม่ของเธอไม่เคยบอกเธอมาก่อนเลย ว่าเป็หนี้มากมายขนาดนี้
“ก็แม่ของหนูยืมไปเล่นหวยเล่นการพนันนั้นยังไงล่ะ นี่ก็เลยกำหนดส่งดอกเบี้ยมาเป็อาทิตย์แล้ว แม่หนูไม่ยอมจ่ายฉัน ฉันจึงมาที่นี่ไง ไหนๆ ก็เห็นหนูแล้ว ก็จ่ายดอกเบี้ยให้แม่หนูมาซะดีๆ”
เสี่ยอรงค์กูลพูดบอกวริษฐาไปอย่างไม่ได้สนใจความรู้สึกใดๆ ก็มาวันนี้เสี่ยอรงค์กูลมาทวงหนี้ จะมามัวสนใจความรู้สึกใครทำไมอะนะ อีกอย่างวริษฐาก็ไม่ใช่ลูกของเสี่ยอรงค์กูลสักหน่อย แต่หากจะเป็ เสี่ยอรงค์กูลก็คงไม่ให้เป็หรอก จะเป็ได้ก็ผู้หญิงขัดดอกจะดีกว่า เพราะได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง
“จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเท่าไร?”
“หนึ่งแสนบาท และจะต้องจ่ายวันนี้และตอนนี้”
วริษฐาถามถึงดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย เสี่ยอรงค์กูลจึงพูดบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย โดยไม่สนใจว่าจะจ่ายได้ไม่ได้ แต่เงินจำนวนนี้ก็จะต้องจ่าย อย่างไม่ให้บิดพลิ้วอีกต่อไป
“หนึ่งแสนบาท!!!!!!......”
วริษฐาเบิกตากว้างอย่างใอีกคบรม กับจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ย แล้วเธอจะไปหามาจากไหนเป็แสนๆอย่างนี้ และในเวลาตอนนี้ ที่เธอมีอยู่ในบัญชียังไม่ถึงสองหมื่นบาทเลย แล้วอย่างนี้เธอจะทำยังไงดี จะต้องทำยังไงดี
๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐๓๐
เอาล่ะสิฐาเจองานหนักแล้ว แล้วอย่างนี้จะไปหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยจากไหนกันล่ะเนี้ย มาติดตามลุ้นๆ ช่วยกันในตอนต่อไปนะคะ......... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^