เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 ประตูสวรรค์สามสิบหกบาน

            พื้นที่รกร้างหญ้าไม่งอกสักต้น สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์

            ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เกิดความรู้สึกหดหู่ ที่นี่คือที่ใดเหตุใดจึงมีทิวทัศน์เช่นนี้? มองซากปรักหักพังเกลื่อนพื้น หรือว่าที่นี่เคยเกิดการต่อสู้? หรือว่าเป็นร่องรอยการทำลายที่นี่ซึ่งผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์ทิ้งไว้หลังการต่อสู้?

            คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกตกใจ

            หากเป็นเช่นนี้จริง ก็แข็งแกร่งมาก!

            การต่อสู้ครั้งหนึ่งทำให้พื้นที่หมื่นหลี่พังทลายกลายเป็นสถานที่รกร้าง

            “สมกับเป็นสถานที่วายชนม์ของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์!” มีเสียงถอนหายใจความสามารถขั้นดาราสวรรค์ทำลายล้างพื้นที่หมื่นหลี่ได้แล้วขั้นเทพสวรรค์ในตำนานจะแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวเพียงใดเกรงว่าคงกลายเป็นเทพที่แท้จริง แต่การคงอยู่เช่นนั้นน่าจะไม่มีใครรู้...

            ทุกคนมองพื้นที่รกร้างตรงเบื้องหน้าแยกแยะทิศทางไม่ออกและยิ่งไม่รู้ว่าจะไปทางใด

            ในเวลานี้เอง มีเสียงเทพดังจากบนนภา

            “พวกเจ้าเป็นใคร ถึงกับเหยียบย่างสู่พื้นที่รกร้างแห่งนี้?”

            น้ำเสียงทรงอำนาจเปี่ยมพลัง ดุจเทพยดาที่จับต้องไม่ได้ ทำให้คนไม่กล้าต่อต้านแผ่อานุภาพกดดันลงมา

            ทุกคนต่างหวาดกลัว

            โม่เส้าชิงมีสีหน้าตึงเครียด จากนั้นรวบรวมความกล้าแล้วก้าวไปข้างหน้าเอ่ยอย่างเคารพนบนอบว่า “ผู้อาวุโส พวกเราคือคนของเขตวิญญาณมาจากกลุ่มอิทธิพลแต่ละกลุ่มเนื่องจากได้รู้ว่าที่นี่เป็นสถานที่วายชนม์ของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์บุคคลผู้ยิ่งใหญ่ของเขตวิญญาณเราจึงมาเซ่นไหว้โดยเฉพาะ”

            โม่เส้าชิงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง เสียงนั้นจึงพึมพำเบาๆ อีกครั้ง

            “เซ่นไหว้หรือ?”

            “ใช่ ผู้เข้มแข็งของเขตวิญญาณ พวกเราผู้เยาว์รุ่นหลังมาเซ่นไหว้”

            ทุกคนเห็นโม่เส้าชิงออกหน้าก็ไม่ยอมสยบอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น จึงพากันเอ่ยอย่างถูกต้อง

            ทุกคนพูดกันเจ้าทีข้าที พูดเสียชอบธรรม แต่กลับสุมหัวกันทำเรื่องชั่วร้ายโดยไม่ละอาย

            เสียงนั้นหัวร่อเย็นชาราวกับเย้ยหยัน

            “ในเมื่อมาเซ่นไหว้ เหตุใดในอดีตจึงไม่เคยมา พานมาเอาวันนี้ทั้งยังมากันมากมาย พวกเจ้าไม่เหมือนมาเซ่นไหว้ แต่เหมือนมาปล้นสุสาน”เสียงนั้นเย็นชาขึ้นมาก ในน้ำเสียงแฝงการซักไซ้ สะกดให้ทุกคนไม่กล้าระบายลมหายใจ

            แค่นเสียงดังฮึ มีอานุภาพน่ากลัว ทำเอาทุกคนตกใจจนตัวสั่นสะท้านไม่กล้าส่งเสียง

            ในเวลานี้เอง สายตาของเซียวเฉินเปล่งประกาย เขาก้าวเท้าออกมา

            “ผู้อาวุโส ท่านพูดผิดแล้ว”

            การส่งเสียงนี้ทำให้สายตาของทุกคนมองมายังเซียวเฉินที่ในเวลานี้แปลงโฉม

            “เจ้าถามข้าหรือ?”

            เสียงนั้นแปรเปลี่ยนทันควัน อานุภาพกดดันอันน่ากลัวขุมหนึ่งกดทับลงบนร่างของเซียวเฉินพลังกดดันมหาศาลกดเขาจนร่างงอ สีหน้าซีดขาว เขามีความสามารถแค่ขั้นเสวียนฟ้าจะต้านทานได้อย่างไรแต่เขากลับยังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างดื้อรั้น เงยหน้าขึ้นมองท้องนภาอย่างหยิ่งทะนง

            “ผู้เยาว์แค่พูดตรงๆ เท่านั้น ในเมื่อผู้อาวุโสขั้นดาราสวรรค์วายชนม์แล้วเหตุใดจึงไม่ส่งต่อโชควาสนาให้แก่ผู้มีวาสนา ให้คนสืบทอดสมบัติสานต่อปณิธานที่ยังไม่ลุล่วง? หรือว่าคิดจะฝังทุกอย่างลงใต้ดิน ไม่ยินยอมส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง?”

            เสียงของเซียวเฉินกังวานมีพลังต่อให้คนที่เผชิญหน้าด้วยอาจเป็นผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์ เขาก็ไม่ยอมสยบ

            เขามีความหยิ่งทะนงของเขา

            เสียงนั้นเอ่ยอย่างเย็นชา “ผู้เยาว์คงไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่พวกเจ้านึกว่าอาศัยความสามารถอันน้อยนิดแล้วจะได้รับสืบทอดโชควาสนาของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์หรือเพ้อฝันจริงๆ ไม่กลัวว่าจะละโมบมากไปจนต้องตายบ้างหรือ?”

            เซียวเฉินยิ้ม“ผู้อาวุโสรู้ได้อย่างไรว่าในบรรดาพวกเราไม่มีใครสามารถสืบทอดโชควาสนา?”

            “เดิมทีก็เป็นเช่นนี้”

            เสียงนั้นหยิ่งผยอง

            สายตาที่ทุกคนมองเซียวเฉินมีแววดูแคลนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะคนของเขตวิญญาณ

            เจ้าหมอนั่นไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?

            ถึงกล้าปะทะกับเสียงนั้นตรงๆ คงรังเกียจว่าชีวิตของตนเองจะยืนยาวเกินไปจริงๆ!

            ส่วนเสิ่นเล่ยก็แอบตึงเครียดแทนเซียวเฉิน เขาปะทะกับผู้อาวุโสท่านนั้นแล้วจะไม่เกิดเรื่องขึ้นจริงๆหรือ?

            ขณะที่คนกลุ่มนั้นนึกว่าเซียวเฉินต้องตายแน่ๆ เสียงนั้นพลันหัวเราะออกมา

            “ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจ หลายปีมานี้ เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าปะทะกับผู้อาวุโสอย่างข้าชั่วชีวิตนี้ ข้าชิงชังพวกคอยดูสีหน้าแล้วประจบประแจง หน้าไหว้หลังหลอกที่สุดข้าชอบนิสัยของเจ้า เอาเถอะ ข้าจะชี้ทางให้พวกเจ้าสักสาย จะได้มาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของพวกเจ้า”

            สิ้นเสียง พวกโม่เส้าชิงก็มีสีหน้าไม่น่ามอง

            ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า

            บรรดาคนที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่มองเซียวเฉินด้วยสายตาชิงชังรังเกียจ

            พวกเขาเป็นบุคคลผู้มีพรสวรรค์ของกลุ่มอิทธิพลสูงสุดในเขตวิญญาณ บัดนี้ เซียวเฉินถึงกับตัดหน้าพวกเขาที่โบราณสถานของผู้อาวุโสผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์ ทุกสิ่งที่พวกเขาทำเมื่อครู่มิเป็นการปูทางให้เซียวเฉินหรือ?

            จะให้พวกเขาทนได้อย่างไร?

            แต่ตอนนี้ผู้อาวุโสมีความรู้สึกที่ดีต่อเซียวเฉินหากพวกเขามุ่งเป้าไปที่เซียวเฉิน มิเป็นการขัดขวางผู้อาวุโสหรือคนที่มีสมองสักหน่อยคงไม่ทำแบบนั้นแน่ มิฉะนั้นจะเป็นการแส่หาที่ตาย

            หลังจากเห็นเซียวเฉินปลอดภัย ใบหน้าของเสิ่นเล่ยก็มีรอยยิ้ม

            เจ้าหมอนี่มักจะทำให้คนทั้งตกใจและยินดี

            อีกทั้งสร้างปาฏิหาริย์ แปรร้ายเป็นดีได้เสมอ

            “ผู้อาวุโสโปรดบ่งบอก” เซียวเฉินยิ้ม ไม่มีแรงกดดันแล้ว เขารู้สึกผ่อนคลายลงไปมาก

            ตูม!

            เห็นเบื้องหน้ามีรอยแยกห้วงอากาศปรากฏขึ้นเป็นสาย พริบตารอยแยกก็เปิดกว้างจากนั้นกลายเป็นมิติบิดเบี้ยวเหมือนรูหนอนที่ทะลุไปมิติอื่น ทอดสายตามองไปมีประตูมิติบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นทั้งหมดสามสิบหกบาน ประตูแต่ละบานแผ่กลิ่นอายแข็งแกร่ง

            “นี่คือประตูสวรรค์สามสิบหกบาน ในประตูแต่ละบานมีโชควาสนานับพันนับหมื่นสิ่งที่แต่ละคนจะได้ประสบก็แตกต่างกัน ต่างคนต่างมีโชควาสนาของตนแต่ก็อันตรายอย่างยิ่ง จะได้โชควาสนานั้นมาหรือไม่ต้องดูความโชคดีของพวกเจ้า แต่อย่าหาว่าข้าไม่เตือนพวกเจ้านะหากมีอันตรายจะไม่มีใครช่วยพวกเจ้าได้ เป็นหรือตายขึ้นอยู่กับโชคชะตา”

            “เข้าหรือไม่เข้า พวกเจ้าตัดสินใจเลือกเอาเอง”

            ประโยคเดียวทำเอาทุกคนสีหน้าแปรเปลี่ยน

            มีอันตรายถึงชีวิตหรือ...

            เซียวเฉินลังเล แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเข้าไปฝึกวิชาในนั้น ถึงอย่างไร นี่คือโชควาสนาของผู้เข้มแข็งขั้นดาราสวรรค์คู่ควรให้เขาลองเสี่ยงชีวิต ต่อให้มีอันตรายถึงชีวิต เขาก็ไม่กลัว

            เซียวเฉินถ่ายทอดเสียงไปหาเสิ่นเล่ย “เจ้าคิดอย่างไร...”

            “ถึงอย่างไรก็มีอันตรายถึงชีวิต ข้าเคารพการเลือกของเจ้า ข้าจะเข้าไปหากเจ้าไม่ไปก็รอข้า ไม่ช้าข้าจะออกมา”

            เสิ่นเล่ยอึ้งนิดๆ จากนั้นยิ้ม แล้วถ่ายทอดเสียงไปหาเซียวเฉินเช่นกัน

            “ข้าไม่กลัว ข้าจะเข้าไป แต่จะไม่เข้าไปกับเจ้า”

            เซียวเฉินยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ

            เขาผงกศีรษะบอกว่าแล้วเจอกันจากนั้นก้าวเท้าเดินเข้าประตูสวรรค์บิดเบี้ยวบานหนึ่งตรงเบื้องหน้า

            หลังเซียวเฉินเข้าไป พวกโม่เส้าชิงก็มีสีหน้าน่าเกลียดมีฐานะเป็นถึงบุคคลผู้มีพรสวรรค์ของกลุ่มอิทธิพลสูงสุดของเขตวิญญาณหากเวลานี้ยอมรับความพ่ายแพ้ กลับไปต้องกลายเป็นเรื่องขำขันของคนอื่นแน่ ดังนั้น ทุกคนจึงกัดฟันเดินเข้าไปเงาร่างหลายสิบสายเหินเข้าไปในประตูทันที เวลานี้ เสิ่ยเล่ยก็ก้าวเข้าประตูสวรรค์บิดเบี้ยวบานหนึ่งเช่นกัน

            วิ้งวิ้ง!

            เมื่อเซียวเฉินปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็ก้าวเข้าสู่พื้นที่รกร้างอีกแห่งหนึ่งยามนี้ พื้นที่รกร้างเป็นท้องฟ้าพร่างดาว ไร้ดวงตะวัน

            นี่คือโลกแห่งท้องนภาและดาราราย

            “ไม่รู้ว่าข้าจะเจออะไรที่นี่...” เซียวเฉินพึมพำ

            แต่ในเวลานี้เอง เซียวเฉินพลันรู้สึกถึงกลิ่นอายอันตราย

            เซียวเฉินอาศัยแสงดาวมองเห็นสัตว์ปิศาจตัวหนึ่งเดินออกมาจากเทือกเขาตรงเบื้องหน้า

            ยามนี้ วานรยักษ์เปล่งแสงวิญญาณทั่วร่าง ดวงตาสาดประกายดุร้าย เย็นเยียบและแหลมคม

            “วานรยักษ์ค้ำยันฟ้า...”

    คล้ายกับเรื่องเหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน