"เซซิเลีย..ฉันมีเรื่องอยากไหว้วานเธอหน่อย….คือฉันมีเรื่องคาใจอยู่ประมาณ2เรื่องที่อยากจะตรวจสอบเกี่ยวกับเอลิเซ่สักหน่อยน่ะ"
“คะ?”
เซซิเลียทำหน้าสงสัยเล็กน้อย
“นี่เรเวลนายอย่าบอกนะว่า..นายจะชวนท่านเซซิเลียไปสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์น่ะ!?”
“จะบ้ารึไงรู้อัน…ฉันไม่ทำเรื่องบ้าๆแบบนั้นหรอกนะ..ฟังฉันพูดให้จบก่อนสิ!!”
เซเลน่ามีปฎิกิริยากับคำพูดนั้นทันที..แล้วเดินมากระชากคอเสื้อเรเวล
“ว่าไงนะ!…สู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ”
“ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อนครับ..ท่านเซเลน่า..ฟังผมพูดให้จบก่อนครับ”
“ป่าวหรอก..ที่ฉันจะบอกคือ..ถ้านายจะไปสู้..อย่าลืมชวนฉันไปด้วย..ไออัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่หน้าเหมือนถั่วลิสง…ครั้งนั้นทำฉันไว้แสบมากนะ!!…เจอกันครั้งหน้าจะต้องเอาคืนให้ได้เลย”
วะ..เหวอออ…อะไรกันฟะเนี่ยย…ก็บอกไม่ได้ไปสู้ไงล่ะ….ยัยนี่มันบ้าไปแล้ววว..อีกอย่าง
“เอ่อ..ท่านเซเลน่าครับ..คือว่าครั้งนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่าทาเลส..ไม่ได้มาครับ..แต่คืออีกคนหนึ่งต่างหากล่ะ…และผมก็ไม่ได้คิดจะไปสู้กับเขาด้วย..แค่อยากไปตรวจสอบในบางเรื่องเฉยๆ”
“ไม่สนเว้ยย..มันก็พวกเดียวกันไม่ใช่รึไง…ตอนนั้นเวทย์แรงโน้มถ่วงเล่นเอากระดูกฉันแหลกเกือบทั้งตัวเลยนะ..จะให้ยอมกันง่ายๆหรอ!!!!…”
เซเลน่ายกคอเสื้อเรเวลขึ้นแล้วผลักจนเขาติดกำแพง
“โอ้ย!..โถ่เอ้ยย..ช่วยฟังกันหน่อยได้มั้ย..เรื่องที่ฉันจะพูดมันสำคัญนะ”
“ใจเย็นๆก่อนนะเซเลน่า..ฉันว่าฟังที่เรเวลพูดให้จบก่อนเถอะนะ”
เซซิเลียเข้ามารั้งตัวแล้วห้ามปรามเซเลน่าเอาไว้
“สิ่งที่ฉันจะพูดคือ..ฉันเคยรู้จักกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6มาก่อนเมื่อนานมาแล้ว..และมันมีเรื่องแปลกอยู่สองเรื่อง”
“แปลกยังไงล่ะ?” เซเลน่าถาม
“เรื่องแรกเลยคือคนๆนั้นอายุเท่ากับพวกเรานั่นแหละ..ซึ่งก็คืออายุ15…ท่านคงเข้าใจความหมายใช่มั้ย”
“เรเวล!..อย่าบอกนะว่า.. " รูอันมีปฎิกิริยาทันที
“อืม..ใช่แล้วล่ะ…ตามที่นายคิดนั่นแหละ...คือถ้าอิงตามหลักการทั่วไปที่ว่าทุกคนในทวีปอัลเทียร์เมื่ออายุครบ15 จะต้องผ่านพิธีรับเลือกอาร์ติเฟกซ์จากหอคอยเทพธิดา..และถ้าหากเอลิเซ่อายุพอๆกับพวกเราและรับอาร์ติเฟกซ์ช่วงเวลาใกล้เคียงกับพวกเราแล้วละก็หมายความว่าเวลาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้มันผ่านมายังไม่ถึง6เดือนเลย..คำถามก็คือว่าตัวเอลิเซ่ใช้เวลาแค่6เดือน..ในการใต่เต้าขึ้นมาเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างงั้นหรอ..??"
ทุกคนเงียบกริบทันที
“นอกจากนี้..หลังฉันได้รับอาร์ติเฟกซ์..ถึงแม้จะไม่ได้รับในหอคอยอะไรนั่นก็เถอะ…แต่ว่าฉันกับรูอันก็ฝึกฝนกับอาจารย์อย่างหนักมาตลอด4เดือน แถมในช่วง2เดือนหลังจากนั้นก็ยังต่อสู้และฝึกฝนพลังเวทย์ของตัวเองมาตลอดอีก..ทั้งเลเวล..ทั้งความแข็งแกร่ง…ทั้งระดับพลังเวทย์…ก็ยังมาได้แค่นี้…ไม่อาจเทียบอัศวินศักดิ์สิทธ์ได้ด้วยซ้ำ...แต่กรณีของเอลิเซ่..มันไม่เร็วจนผิดหูผิดตาเกินไปหน่อยอย่างงั้นหรอ??”
“จริงด้วยนะคะ..ที่จริงทั้งฉันและเซเลน่าเองหลังได้รับอาร์ติเฟกซ์ก็ฝึกฝนมาตลอดเหมือนกันแถมก็ฝึกหนักมากๆด้วย..ถึงแม้ว่าพลังเวทย์ของฉันจะสูงกว่าคนส่วนใหญ่ในรุ่นเดียวกัน…แต่ถ้าเทียบกับพวกคุณแล้วก็ถือว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่…ฉะนั้น..จึงเป็นไปไม่ได้ที่ด้วยเวลาแค่นี้จะสามารถมีระดับพลังเวทย์พอๆกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้…ฉันว่าเรื่องนี้มันก็แปลกไปจริงๆค่ะ..สำหรับคุณเอลิเซ่…ไม่สิ..ต่อหน้าคงต้องเรียกว่าท่านเอลิเซ่สินะคะ”
“ถ้างั้น..นายจะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่ในเวลาแค่6เดือน..จะสามารถเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างงั้นสินะ”
“ตามนั้นเลยครับ..ท่านเซเลน่า”
“แต่ว่าเขาอาจจะแค่หน้าเด็กก็ได้ไม่ใช่รึไง..บางทีเขาอาจจะอายุมากกว่าพวกเราหลายปีเลยก็ได้นะ” ลูน่ากล่าว
“เอ๋.!!?…ลูน่า..เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย"
“ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะย่ะ..นายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลยอย่างงั้นสินะ…เจ้ากระต่ายเฮงซวย”
ลูน่าเดินเข้ามาหยิกแก้มเรเวลทันที
“ยัก..ยาววก..เลออวววก”
เรเวลดึงมือของลูน่าออก
“ฟังฉันพูดให้จบก่อนได้มั้ย…เรื่องของเอลิเซ่น่ะ..ฉันพูดจริงนะ..ไม่เชื่อให้เซซิเลียยืนยันเลยก็ได้”
“ค่ะ..ฉันไม่ได้กลิ่นไอความโกหก..ออกมาจากจิตใจของเรเวลแม้แต่น้อยเลยค่ะ”
“ฮึ..”
ลูน่าหันกลับไปเล็กน้อยราวกับไม่ค่อยพอใจเซซิเลีย…
"นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องนึง”
“เรื่องอะไรหรอคะ?” เซซิเลียถาม
“คือว่า..ตอนหลังแข่งรอบชิงจบน่ะ..เอลิเซ่พูดว่าไม่เคยรู้จักฉันมาก่อน..แถมยังยืนยันเรื่องนี้ต่อหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆด้วย..ตอนนั้นฉันคิดว่าเธออาจจะโกหกแน่…แต่ว่าตอนนี้ฉันเกิดคำถามในใจขึ้นว่า..ตอนนั้นเธอจะกล้าโกหกต่อหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆจริงๆน่ะหรอ”
เรเวลเงยหน้าขึ้นไปมองเซซิเลีย
“ขอโทษนะคะ..คือว่าความสามารถของฉัน..หากไม่อยู่ในระยะที่กำหนด..ก็ไม่สามารถได้กลิ่นไอจิตใจของคนๆนั้นได้หรอกค่ะ”
เซซิเลียทำหน้ารู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“ฉะนั้นเรื่องทั้งหมดนี้..คือสิ่งที่ฉันอยากจะขอให้เธอช่วยตรวจสอบในวันนี้ด้วยไงล่ะ..เกี่ยวกับตัวตนของอัศวินศักดิ์ลำดับที่6น่ะ”
“ดะ..ดะ.เดี๋ยวก่อน..เรเวล..การที่นายไปตรวจสอบแล้วนายจะได้อะไรล่ะ..ไม่ใช่เรื่องมันจะวุ่นวายมากกว่าเดิมหรอ..?” ชีน่าถามแบบนั้น
“ไม่หรอก..ถ้าไม่ตรวจสอบเกรงว่าเรื่องมันอาจจะวุ่นวายกว่าเดิมน่ะ…เพราะถ้าเกิดว่าเอลิเซ่ไม่รู้จักฉันจริงๆ..นั่นหมายความว่าเอลิเซ่คนนี้ไม่ใช่เอลิเซ่ที่ฉันเคยรู้จัก…ถ้างั้นก็หมายความว่าเป็นตัวปลอมน่ะสิ..แล้วการปลอมทั้งชื่อและหน้าตาได้เหมือนขนาดนี้..มันจะเป็นไปได้ยังไง…เรื่องนี้จะต้องมีอะไรแปลกๆแน่ๆ”
จริงๆไม่ใช่อะไรหรอก..ผมตอแหลไปงั้นแหละ..สุดท้ายแล้วเอลิเซ่ก็คงจะรู้จักผมเหมือนเดิม..แต่แค่แกล้งโกหกผมเฉยๆ..ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เดาได้อยู่แล้ว..แต่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของผมก็แค่อยากเผชิญหน้ากับเธออีกครั้งต่างหาก..ทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการจะจบความสัมพันธ์ในอดีตทั้งหมดกับเธอ…เพราะตัวผมน่ะ…ไม่อยากจะยึดติดอะไรกับเธออีกแล้วล่ะ
“เห้ออ..เอางั้นก็ได้..งั้นเดี๋ยวฉันขอตามนายไปดูด้วยละกัน”
“อืม..ขอบใจนะชีน่า” .…..………………………
“อา..นี่สินะ..โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ของอาณาจักรนี้”
“ฉันล่ะ..ไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆนะเอลิเซ่..ตัวเธอจะมาทำไมที่นี่กันล่ะ”
“ก็นะ…พอดีมีบางคนที่ฉันสนใจและอยากจะเจอเขาสักหน่อยน่ะ..นายรออยู่ข้างนอกนะ..ทาเลส”
“เอาเหอะ..โดยรวมแล้วอาณาจักรนี้สำหรับฉันก็ไม่ได้แย่อะไรล่ะนะ..อยากทำอะไรก็ทำแล้วกัน..หนูน้อยเอลิเซ่”
“ถ้านายเรียกฉันแบบนั้นอีก..ฉันฆ่านายทิ้งแน่”
เอลิเซ่กล่าวจบแล้วเดินเข้าไปทันที
“เด็กสมัยนี้นี่..ไม่มีสัมมาคาระวะจริงๆแหะ…เห้อออ"
……………………………
“นี่นายแน่ใจแล้วหรอว่า..มารอตรงนี้แล้วจะเจอน่ะ..?” ลูน่าถาม
“ก็นี่เป็นทางเข้าหลักของโรงเรียนนิ” เรเวลตอบกลับไปแบบนั้น
ทั้งเรเวล เซซิเลีย เซเลน่า รูอัน ลูน่า ชีน่า ทุกคนต่างมาดักซุ่มอยู่บนหลังคาของอาคารขนาดเล็กตรงริมทางเข้า
"ไอหน้าถั่วมันจะมามั้ยนะ..”
เซเลน่าบีบนิ้วมือตัวเองดัง ‘กร๊อบ’ ทันที
“ขอร้องล่ะนะ..เซเลน่า..คราวนี้อย่าก่อเรื่องเลยนะคะ"
“ไอคนที่จะก่อเรื่องคนแรกก็แฟนของเธอไม่ใช่รึไง!?”
“โยนผมให้เป็นแพะแบบนี้รู้สึกไม่ดีเลยนะครับท่านเซเลน่า”
.
.
.
หลังดักซุ่มไปสักพักนึง
“นั่นไงมาแล้วว…อัศวินศักดิ์สิทธิ์..คนนั้น”
ลูน่ากล่าวพร้อมกับมองไปข้างหน้า
ปรากฎเด็กสาวคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาตรงทางเข้าหลักโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์
ผมสีทองยาวสลวย…ดวงตาสีทองงดงามเปล่งประกาย..
เสื้อแขนสั้นสีเหลืองแบบเปิดหัวไหล่เข้าชุดกับกระโปรงสั้นสีแดง
เกราะอกสีเงินมีเครื่องหมายดาบและคฑาวางไขว้กันอยู่บนโล่…ส่วนเกราะมือ และเกราะขา ล้วนเป็นโลหะเปล่งประกายสีทองเหมือนเส้นผมของเธอ
เด็กสาวผู้มีหน้าตางดงามปานเทพธิดา..ตอนนี้กำลังเดินอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งหมดแล้ว
“ดะ..เดี๋ยว..ท่านเอลิเซ่จะมาตอนบ่ายสองไม่ใช่หรอ…นี่จะเพิ่งจะตอนเที่ยงเองนะ”
ชีน่ากล่าวพร้อมกับรู้สึกตกใจ
“มาก่อนก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ..ตอนนี้แหละ..นายลองเข้าไปคุยกับเธอดูสิเรเวล”
รูอันกล่าวพร้อมกับหันไปมองทางเรเวล
"เรเวล?”
เรเวลตาโตมองภาพเบื้องหน้า..พร้อมกับมือสั่นเล็กน้อย
“ระ..เรเวล!?”
“อะ..อืม..เข้าใจแล้ว”
เรเวลพยายามจะลุกออกไปทันที…ตอนนั้นเองเซซิเลียคว้าข้อมือของเขาไว้
“ไม่ต้องกังวลนะคะ..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ฉันจะอยู่ข้างคุณเสมอค่ะ ”
เซซิเลียกล่าวพร้อมกับยิ้มให้
“ขอบใจนะ…เซซิเลีย..ฝากหน้าที่ของเธอด้วยล่ะ”
หลังกล่าวจบแล้วเรเวล..กระโดดลงไปจากหลังคา..แล้วปรากฎตัวเบื้องหน้าเอลิเซ่ทันที
“?”
เอลิเซ่มองภาพเบื้องหน้า..โดยไม่ตกใจแม้แต่น้อย
“ออ..นายเองงั้นสินะ”
“ครับ”
“คราวนี้มีอะไรงั้นหรอ”
เด็กสาวผมทองตาทองจ้องไปที่ดวงตาสีแดงของเด็กหนุ่มผมขาว
“คือว่า..”
เมื่อมองไปที่ดวงตาของเอลิเซ่..ทำให้มือซ้ายของเรเวลสั่นเล็กน้อยและรู้สึกปวดร้าวลงไปที่หัวใจอย่างมาก
เรเวลพยายามเอามือขวาจับไปที่มือข้างซ้าย…ซึ่งเป็นข้างที่เคยยื่นดอกไม้ให้เธอ..และสารภาพรักเมื่อครั้งอดีต
‘วันนี้แหละ…เราจะจบเรื่องทั้งหมด..และทิ้งอดีตไปให้ได้’
ตัวเขาพยายามสูดหายใจลึกๆ..จนมือข้างนั้นเริ่มสงบลง
“คือว่า..ในงานประลองตอนสอบเข้าครั้งนั้น..กระผมต้องขออภัยต่อท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วยครับ..ที่ตอนนั้นได้เสียมารยาทกับท่านไป”
เรเวลกล่าวพร้อมกับโค้งตัวคำนับเอลิเซ่ทันที..เพื่อขอโทษเธอ
“ไม่เป็นไร..ฉันไม่ถือสาหรอก”
“ขอบคุณครับ”
เรเวลเงยหน้าขึ้นมา
“ฉันขอถามเธอหน่อยได้มั้ย..เธอคือคนที่สามารถแก้คำสาประดับสูงที่เขาร่ำลือนั่นได้งั้นหรอ..”
เอลิเซ่กล่าวพร้อมกับหยิบนิตยสารฉบับหนึ่งขึ้นมา..ที่มีภาพของเรเวลขึ้นปกหน้าแรกอยู่
“เอ๋!?”
เรเวลตกใจเล็กน้อยที่มีรูปตัวเองไปขึ้นปกหน้าแรกของนิตยสาร
“ว่าไงล่ะ?”
เอลิเซ่ยังคงถามเขาต่อเพื่อยืนยัน
“คะ..ครับ..แต่จริงๆก็ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะครับ”
“งั้นหรอ..ฉันก็กะว่าแล้วว่าชนชั้นล่างอย่างนายไม่น่าจะทำอะไรพวกนี้ได้”
เอลิเซ่กล่าววาจาดูถูกเรเวลเล็กน้อย
“ครับ..คงตามนั้นเลยครับ”
ตัวเขายอมรับโดยไม่ได้โต้เถียงอะไร…ท่ามกลางความเจ็บปวดเล็กน้อยในใจ
“ท่านเอลิเซ่ครับ..ผมมีเรื่องอยากสอบถามท่านเรื่องนึงได้มั้ยครับ..อยากขอให้ท่านยืนยันอีกครั้ง..เพื่อความสบายใจของผม”
"ลองถามมาสิ”
“คือว่าผมเคยมีเพื่อนสมัยเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายท่านมาก..เลยอยากทราบว่า..ตัวท่านไม่เคยรู้จักผมจริงๆหรอครับ”
เอลิเซ่มองหน้าเรเวล
“อา..คำตอบฉันยังคงเหมือนเดิม..ฉันไม่เคยรู้จักนายมาก่อน”
“งั้นหรอครับ”
โกหก..เหมือนเดิมงั้นสินะ
“ถ้างั้นผมมีคำพูดหนึ่งที่อยากให้ท่านช่วยรับฟังหน่อยได้มั้ยครับ…ฟังแบบไม่ต้องคิดอะไรก็ได้..เพราะนี่เป็นความในใจครั้งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกกับเด็กสาวคนนึงที่ไม่ใช่ท่านเอลิเซ่ที่อยู่ตรงนี้..แต่เป็นเอลิเซ่อีกคนที่ผมรู้จัก”
“อืม..ได้สิ”
เอลิเซ่กล่าวพร้อมกับรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
“สำหรับฉันแล้ว..ไม่ว่าช่วงเวลานั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือหลอกลวง..แต่ว่าการได้ใช้ชีวิตร่วมกับเธอในช่วงวัยเด็กตอนนั้นฉันมีความสุขมากๆเลยนะเอลิเซ่..ตัวเธอเคยเป็นทั้งความฝันและแสงสว่างสำหรับฉันเลยล่ะ...และสิ่งนั้นก็คือความจริงที่มิอาจเปลี่ยนแปลงได้”
เรเวลยิ้มให้เอลิเซ่พร้อมทั้งน้ำตา
"แล้วก็สำหรับคำตอบที่เธอเคยถามฉันในตอนนั้นน่ะ..ฉันจะตอบให้อีกครั้งนึงนะ"
เด็กหนุ่มนึกถึงความทรงจำหนึ่งในหัว..คำพูดของเด็กสาวผมทองตาทองคนนั้นเมื่อครั้งอดีตที่เคยบอกกับเขา
‘เรเวล..ฉันชอบนายนะ..ชอบที่สุดเลย..แล้วตัวนายน่ะ..ชอบฉันมั้ย?’
“สำหรับคำตอบในตอนนั้นน่ะ…ฉันชอบเธอนะ..เอลิเซ่”
เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับยิ้มให้ทั้งน้ำตา
สายลมโบกพัดผ่านระหว่างทั้งคู่
ผมสั้นสีขาวกับผมยาวสีทองลู่ไปตามสายลมเล็กน้อย..
สายลมอันฉ่ำเย็นได้พัดพาคราบน้ำตาให้ระเหยไป
“สำหรับตอนนี้คำพูดนั้นคืออดีตของฉันแล้ว…และวันนี้ฉันจะก้าวข้ามอดีตของตัวเอง…เพราะฉันมีคนสำคัญ..ที่เห็นคุณค่าในตัวฉันมากกว่า…และฉันอยากจะมอบหัวใจดวงนี้ให้คนๆนั้นแทน…ซึ่งไม่ใช่เธอ”
"งั้นหรอ.."
เอลิเซ่เริ่มขยับเท้าเข้ามาใกล้เรเวล
“ขอโทษด้วยนะเอลิเซ๋..ตัวเธอในตอนนี้น่ะ..คืออดีตของฉันแล้ว..สำหรับความทรงจำและความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างฉันกับเธอเมื่อครั้งอดีต…ฉันจะขอทิ้งทุกอย่างไว้ที่ตรงนี้”
เอลิเซ่เริ่มน้ำตาไหลออกมาแบบไม่มีสาเหตุ
“แต่ถึงอย่างงั้นฉันเองไม่เคยโกรธเธอเลยสักครั้งเลยนะ..และก็ขอบคุณนะเอลิเซ่..สำหรับทุกเรื่อง...ลาก่อนนะ..เธอผู้เคยเป็นรักแรกของฉัน”
หลังพูดจบเรเวลพยายามจะเดินจากไป..แต่เอลิเซ่ดึงเรเวลเข้ามากอดทันที
“ธะ..เธอ..จะทำอะไร..ปล่อยฉันนะ !!”
“โทษทีนะ..ร่างกายฉันมันขยับไปเอง”
เอลิเซ่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้..แล้วจูบไปที่ปากเรเวลทันที
“!?"
“นะ…นะ…นั่นมัน..!!”
กลุ่มของเรเวลหลายคนที่แอบดูอยู่บนหลังคามองภาพนั้นด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก..และคนที่มองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจสุดๆก็คือเซซิเลีย
“รีบออกไปจากเรเวลเดี๋ยวนี้เลยนะ!..”
ตัวเธอพยายามลุกออกไปทันที
“ดะ..เดี๋ยวก่อนเซซิเลีย”
เซเลน่าคว้าข้อมือเธอไว้
เรเวลพยายามออกแรงดันตัวเอลิเซ่ออกไป..แต่ต้านแรงของเธอไม่ไหว..เนื่องจากค่าสเตตัสและเลเวลที่แตกต่างกันเกินไป
เอลิเซ่จูบปากแล้วกัดลิ้นของเรเวลจนเลือดออก..แล้วผลักเขาออกไปทันที
เรเวลที่กระเด็นไป..พยายามตั้งหลัก
เอลิเซ่กลืนเลือดของเรเวลลงคอ..พร้อมกับเช็ดริมฝีปากของเธอที่มีคราบเลือดของเรเวลติดเล็กน้อย
“เอลิเซ่..ฉันขอถอนคำพูดนะ”
“จะถอนคำไหนล่ะ?”
เอลิเซ่ยิ้มให้เรเวลเล็กน้อย..พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
“ฉันไม่เคยโกรธเธอ…แต่จริงๆแล้วตัวฉันทั้งโกรธแล้วก็เกลียดเธอสุดๆเลยล่ะ..”
เรเวลถุยน้ำลายของตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา
“อา…ไม่ว่ายังไงฉันเองก็ไม่สนใจคำพูดของชนชั้นล่างอย่างนายอยู่แล้ว…”
เอลิเซ่กล่าวจบแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ทันที..ท่ามกลางเลือดจำนวนมากที่ไหลออกจากปากเรเวลลงพื้น
“เรเวลลล..!!”
เพื่อนของเรเวลที่ซ่อนอยู่บนหลังคารีบกระโดดลงมาทันที
คนที่วิ่งเข้ามาหาเรเวลคนแรกเลยคือเซซิเลีย
“เรเวล..คุณเจ็บมั้ยคะ!”
เซซิเลียหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอขึ้นมาเช็ดปากของเรเวลทันที..พร้อมกับกอดแล้วประคองเขาไว้
“อืม..เจ็บมากเหมือนกัน..คงต้องให้รูอันรักษาให้นั่นแหละ”
ปลายลิ้นของเรเวลถูกเอลิเซ่กัดจนแตก..ทำให้ตอนนี้มีเลือดไหลซึมออกมาจากปากไม่ยอมหยุด
“เหอะ..ยัยผู้หญิงนั่นมันโรคจิตรึไงกันนะ..กะไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์นี่ไม่มีใครเป็นคนดีสักคน”
เซเลน่ากอดอกพร้อมสบถด่าออกไปแบบนั้น
“ท่านเซซิเลียผมขอทางหน่อยครับ”
“ค่ะ”
‘อาร์ติเฟกซ์-คฑาเทพีแห่งการรักษา’
รูอันเอาคฑาตัวเองจ่อไปที่ปากของเรเวล
‘เวทย์ลม-ความเมตตาจากสายลม’
เกิดแสงสีเขียวห่อหุ้มที่บริเวณปาก..แทรกซึมเข้าไปในลิ้นแล้วกระจายไปทั่วตัวร่างกาย..จนบาดแผลทั้งหมดหายสนิท
“ขอบใจนะรูอัน..ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ”
“ครับ”
รูอันเก็บอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองเข้าไป
“แล้วสรุปเป็นยังไงบ้างล่ะ..เซซิเลีย..ข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น..เธอโกหกรึป่าวล่ะ?” เซเลน่าถาม
“ไม่เห็นต้องถามเลยนิ..โกหกอยู่แล้วแหละ..พอเถอะ..ฉันไม่อยากพูดถึงเอลิเซ่อีกแล้ว..” เรเวลตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ฉันไม่ได้ถามแกโว้ยยย..” เซเลน่าตะคอกใส่เรเวลกับไป
“แล้วสรุปเป็นยังไงบ้างคะ..ท่านเซซิเลีย” ชีน่าถามเซซิเลีย
“คือว่า..”
เซซิเลียก้มหน้าลง..แล้วหลบหน้าเรเวล
“คือว่าที่คุณเอลิเซ่พูด…เธอไม่ได้โกหกค่ะ…ตัวเธอไม่เคยรู้จักกับเรเวลจริงๆ”
“ห้ะ..ว่ายังไงนะ..!!?”
.
.
#ประกาศจากคนเขียน(ไรท์)#
-หลังจากนี้ขออัพวันเว้นวันละกันครับ ฉะนั้นวันพรุ่งนี้งด แล้วจะขออัพอีกทีมะรืนนี้(วันจันทร์)นะครับ
ปล.ขอโทษด้วยครับเนื่องจากไรท์ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ เอาไว้รู้สึกพร้อมกว่านี้เมื่อไหร่..เดี๋ยวจะกลับมาอัพทุกวันอีกครั้งครับ