สำหรับเธอนั้น เพียงแค่ยินยอมเรื่องการหมั้นเพื่อจะช่วยชาวเมืองของเธอเท่านั้น เธอคิดว่าการหมั้นจะทำให้สถานะของเธอสูงขึ้นและจะทำให้เธอมีอำนาจมากขึ้นจนเพียงพอในการต่อสู้กับเหล่าขุนนางชั่วที่รังแกประชาชนได้ เธอคิดว่าเขาที่เป็นคนดีครั้งยังเด็กที่เธอรู้จักจะมีอุดมการณ์เหมือนกันจึงทำให้เธอยอมรับเรื่องการหมั้น
แต่หลังจาก 4 ปีหลังการหมั้นนั้น เธอก็ได้เข้าใจว่าในความเป็นจริงเจ้าชายคนเดิมที่เธอรู้จักได้หายไปนานแล้ว ในช่วงสองปีแรกเป็นช่วงที่เธอทรมานที่สุดเพราะเธอต้องทนนิสัยที่เอาแต่ใจของเขาและพยายามคุยกับเขาเพื่อให้เขาเปลี่ยนมุมมองของตนที่มีต่อประชาชน เธอพยายามหลายต่อหลายครั้งและพยายามใช้วิธีสารพัดเพื่อเปลี่ยนใจเขา แต่คำตอบที่ได้ทุกครั้งก็มีเพียงแค่คำพูดปฏิเสธที่เย็นชา หลังจากความพยายามสองปีเต็มที่ล้มเหลวนั้น มันก็ทำให้เธอเลิกหวังและกลับใช้ชีวิตของตัวเองที่เหลืออย่างปกติธรรมดา เธอคิดว่าอาโนอิทอสในตอนนั้นเป็นผู้นำที่น่าขยะแขยง เธอคิดว่าจะไม่มีทางยอมแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นแก่ตัวแบบนี้เป็นอันขาด
แต่ว่าหลังจากวันนั้น หลายสิ่งหลายอย่างก็ได้เปลี่ยนไปในตัวเขา จนราวกับเป็นคนละคน จากคนที่ไม่เคยห่วงใยความรู้สึกข้ารับใช้ก็ช่วยหาทางรักษาแม่นางที่ป่วยหนัก จากคนที่ไม่สนใจชีวิตของคนรอบตัวก็ช่วยแก้ต่างให้ที่ปรึกษาจนหลุดพ้นจากคดีที่ตนเองไม่ได้ก่อ จากคนที่ไม่เคยแยแสชีวิตของประชาชนตนเองก็เสี่ยงชีวิตหลายต่อหลายครั้งช่วยพวกเขาจากเผ่าใต้พิภพ ยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขามากขึ้นๆ มันทำให้เธอที่คิดว่าจากคนที่จะไม่มีวันรักกลับรู้สึกเสียใจที่ถอนหมั้นเองในวันนั้น
เลวี่เฝ้ามองอาโนอิทอสมาตลอดตั้งแต่วันที่เขาไปช่วยชาวเมืองอาฟีโน จากนั้นหัวใจเธอมันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเวลาที่อยู่กับเขา
เลวี่ตื่นขึ้นจากความฝัน ลุกขึ้นจากเตียงแล้วมองไปที่นิ้วนางตนเอง ตอนนี้มันไม่มีแหวนวงนั้นอีกแล้ว
********
ภายในห้องของเด็กสาวคนหนึ่ง
เด็กสาวค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง แล้วภาพเจ้าชายที่กำลังยิ้มให้เธอในความฝันเมื่อครู่ก็ค่อยๆหายไป บนหน้าที่ยังไม่ตื่นดีของเธอราวกับตกอยู่ภายใต้ห่วงมนต์แห่งความลุ่มหลง
เวลาที่นึกถึงใบหน้าเขาที่กำลังยิ้มให้เธออีกครั้ง หัวใจของเด็กสาวก็เต้นรัวขึ้นและใบหน้าเธอก็แดงขึ้น
"ฝ่าบาท.." พาเน่ยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มราวกับจะระเบิดออกมา
บนหน้ายังเต็มไปด้วยความลุ่มหลง
ในใจของเธอร้อนรุ่มเวลาที่นึกถึงเจ้าชายแล้วนึกถึงช่วงเวลาหลายเดือนมานี้ที่เขาช่วยเหลือประชาชนของตนเอง
ไม่ว่าจะตอนที่ช่วยฟีโรโซฟอสต่อสู้กับกลุ่มกองปฏิวัติที่คิดจะป้ายสีเขา อาโนอิทอสก็ยืนหยัดต่อหน้าคนทั้งเมืองแล้วไขคดีนั้นอย่างน่าหลงใหล
หรือจะเป็นตอนที่สหายของตนเองถูกจับไป เจ้าชายก็ไม่สนดินน้ำลมไฟ บุกปราสาทบิดาตนเองแล้วลุกขึ้นต่อต้านกับคนทั้งอาณาจักรเพื่อความถูกต้อง สู้กับคนทั้งอาณาจักรแม้ตนเองอาจจะต้องตาย หรือว่าจะเป็นตอนที่ 'สเกได' 1 แสนตัวบุกหน้าประตูเมือง ทุกคนในตอนนั้นคิดว่าสิ้นหวังแล้ว แต่อาโนอิทอสก็ยังผลิกสถานการณ์แล้วช่วยทุกคนขับไล่มันไปได้ด้วยตัวคนเดียว ในตอนนั้นเธอรู้สึกหลงใหลเขามากขึ้นทุกทีๆ ตั้งแต่ตอนนั้นหัวใจของเธอก็ตกเป็นเขาแล้ว
ที่จริง ตั้งแต่ที่อาโนอิทอสนั่งปลอบใจเธอและช่วยแม่เธอในวันนั้นเธอก็มีความรู้สึกต่ออาโนอิทอสมานานแล้วแต่เธอเพียงแค่ไม่รู้ตัวเท่านั้น
เพราะว่าเธอไม่คิดว่าชนชั้นล่างอย่างเธอจะสามารถมีความรู้สึกแบบนั้นกับเจ้าชายที่สูงส่งได้
แต่ว่ายิ่งเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้มันก็รุนแรงมากขึ้นๆ จนในที่สุดเธอก็รู้สึกตัว ว่าเธอไม่สามารถเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจได้อีกต่อไปแล้ว
ในเช้าวันนั้นพาเน่ลุกขึ้นไปทำงาน ทำความสะอาดห้องเขาเหมือนทุกวันแล้วคอยมองดูเขาเหมือนที่ผ่านมา
เธอมองอาโนอิทอสแล้วมองลอดกระจกออกไปที่เมือง ตอนนี้เมืองนี้เต็มไปด้วยสีสันและผู้คนก็มีความสุขหลังจากพวกใต้พิภพทั้งหมดถูกกำจัด ทุกคนต่างรู้สึกขอบคุณอาโนอิทอส
พาเน่มองเขาด้วยรอยยิ้ม มองใบหน้าที่อ่อนโยนนั้นและคิดว่าวันนี้เขาดูมีเสน่ห์กว่าทุกวันที่ผ่านมา
"ฝ่าบาทเจ้าคะ..." ตอนั้นเอง พาเน่ก็กำลังจะสารภาพความรู้สึกออกไป