“ถ้างั้นก็มีเวลาพาเขามาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างก็พอแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงาน พ่อแม่แล้วแต่ลูกติดสินใจ “พ่อเหอเอ่ยบอก เขาไม่คาดหวังอะไรมากเพราะถึงยังไงลูกสาวคนนี้ของเขาก็เป็นแม่ม่าย เขาจึงไม่คิดว่าเธอจะได้แต่งงานใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะฝ่ายชายเขาไม่รังเกียจฐานะแม่ม่ายของลูกสาวของเขา เขาก็ยินดีที่จะรับมาเป็นลูกเขยละนะ
“กินอะไรกันมาหรือยัง แม่จะไปทำมาให้”
“ฉันกินมาแล้วค่ะ พ่อกับแม่ละนะ”
“เรากินแล้วล่ะลูก อีกเดี๋ยวจะไปดูที่นาสักหน่อย พวกลูกก็พักผ่อนกันไปก่อนนะ”
“ค่ะ งั้นมื้อกลางวันฉันจะทำอาหารไว้รอนะคะ”
“จ้ะ ฝากลูกด้วยนะเสี่ยวลู่”
“ค่ะแม่”
เมื่อถึงช่วงพักกลางวันเป่ยลู่เข้าครัวทำอาหารง่ายๆ 2-3อย่างเอาไว้รอพ่อแม่ของเธอกลับมาจากที่นา มากินด้วยกัน สองพี่น้องอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่จนถึงช่วงบ่ายก่อนจะพากันกลับบ้านในเมือง
และเมื่อมาถึงก็พบว่ามีรถจอดขว้างหน้าประตูรั้วบ้านอยู่พอดี เป่ยซานจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นซ่งหลิวหยางที่นอนหลับอยู่ในรถ
“พี่ใหญ่ พี่เขาหลับอยู่ในรถครับ”
” หลิวหยางหรอ”
”
เป่ยลู่เดินเข้าไปเคาะกระจกรถยนต์เพื่อปลุกให้เขาตื่นและให้เข้าไปนอนในบ้าน เผื่อที่จะได้นอนได้สบายกว่านี้ดูท่าแล้วคงเหนื่อยล้าจากการขับรถกลับมาไม่น้อยเลย แต่เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะขับรถกลับมาเองนี่สิ
“คุณคะ หลิวหยาง ตื่นเถอะค่ะ เข้าไปนอนในบ้านนะคะ”
“อื้อ เสี่ยวลู่คุณกลับมาแล้วหรอ “ซ่งหลิวหยางเอ่ยถามอย่างัวเงีย เขาเพลียมากจริงๆ จนเผลอนอนหลับไป
“เข้าในนอนในบ้านเถอะค่ะ “เธอเปิดประตูรถให้เขาก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน เป่ยลู่บอกให้น้องชายเข้าไปหยิบหมอนในห้องของเธออกมาให้เขาใช้หนุนนอนก่อน
“นี่หมอนค่ะ “เธอส่งหมอนให้เขา จากนั้นก็ปล่อยให้เขาได้นอนพักผ่อนสักตื่น ส่วนตนเองก็เข้าครัวไปทำอาหารเอาไว้รอเขาตื่นขึ้นมากิน
ซ่งหลิวหยางนอนเต็มอิ่มเขาตื่นขึ้นมาตอน 5โมงเย็นแล้ว ก็รีบไปล้างหน้าล้างตาเพื่อมากินอาหาร เพราะตอนนี้เขารู้สึกหิวอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเขากินอาหารไม่ลงมาสองวันแล้วก็ได้ พอได้กลิ่นอาหารที่คุ้นเคยก็ทำเอาท้องร้องไม่หยุดหย่อน
“อร่อยที่สุดครับ “เขาคีบผัดผักกินอย่างเอร็ดอร่อย เป่ยซานถึงกับเอ่ยถามเขาอย่างสงสัย แต่คำตอบของเขากลับทำให้ใครบางคนใจฟูไม่น้อย
“พี่ไม่ได้อดอาหารใช่ไหมครับ หรือว่าไม่ได้กินอะไรมาเลย สองวันนี้”
“อืม พี่กินอาหารที่อื่นไม่ลงจริงๆ คงกินได้แค่อาหารของพี่สาวนาย”
“อ้อ “เป่ยซานตอบรับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป เขาเองก็คิดเหมือนกัน เพราะตอนที่เขาไปโรงเรียนนั้นเขาแทบจะกินอาหารที่นั่นไม่ลง ต้องหิ้วท้องรอกลับมากินฝีมือของพี่ใหญ่ที่บ้านแทน
หลังกินอิ่มแล้วเขาก็ขอตัวกลับไปที่ห้องพักส่วนตัวเพราะยังมีงานที่ค้างอยู่อีกหลายอย่างที่เขาจะต้องจัดการให้แล้วเสร็จ เป่ยลู่เดินมาส่งเขาที่รถแล้วยืนมองเขาขับรถจากไป จากนั้นเธอจึงเข้าบ้านไปจัดการงานอื่นๆ ของตนเองต่อไป
เช้านี้เป็นวันแรกที่มาเปิดที่ร้านค้าที่เธอเช่ากับทางสถานีรถไฟเอาไว้ ซึ่งก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นกว่าเดิม ข้าวราดเปิดขายในร้านที่สะอาดสะอ้าน มีโต๊ะและเก้าอี้มากถึงสิบชุดให้ลูกค้าได้เข้ามานั่งกินในร้าน
ส่วนไก่ย่างนั้นก็ขยับเข้าไปเปิดที่ในร้านที่อยู่ติดกัน ด้านหน้ามีรถเข็นขายลูกชิ้นจอดขายอยู่ตรงมุมของหน้าร้านด้วย ซึ่งไม่ได้จอดระเกะระกะเหมือนที่ผ่านมา
“เสี่ยวถิงพี่ฝากร้านเดี๋ยวนะ”
” ค่ะ”
เป่ยลู่ตักข้าวราดและไก่ย่างเข้ามาให้ชายหนุ่มที่ในห้องทำงานของเขา เพราะเห็นว่าสายแล้วเขายังไม่ออกไปสั่งข้าวเช้ากิน แต่เมื่อเข้ามาในห้องก็เจอแต่ความว่างเปล่า เพราะเขากำลังประชุมกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อยู่อีกห้อง ซึ่งเธอบังเอิญเจอกับเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเวลานี้พอดี เธอจึงวางจานข้าวเอาไว้และฝากบอกกับเจ้าหน้าที่คนเมื่อครู่นี้เอาไว้แทน