หลังจากพานางหนูซานซานอายุห้าขวบไปส่งบ้านนางก็กลับมาหาคุณชายคนโปรดที่เซียงปิงโหลวอีกครั้ง
“หิวหรือไม่เมื่อครู่เหล่าจ้างโผล่หน้ามาบอกว่า พี่สาวของเ้าส่งจดหมายประจำเดือนเข้ามามีสูตรเกี่ยวกับการทำล่าจื่อจี (ไก่ผัดเผ็ดแบบเสฉวน คำค้นหา 辣子鸡 หรือ Laziji) เห็นพ่อครัวบอกว่าจานนี้มีรสชาติเผ็ดร้อน ที่สุดเท่าที่พี่สาวเ้าเคยสอนเขาทำอาหารมานอกจากนี้เ้าชอบอาหารรสเผ็ดมิใช่หรือ จะลองหรือไม่ พ่อครัวกำลังทำอยู่”
“แม้ข้าอยากจะกินตอนนี้ก็กินไม่ไหวหรอกเ้าค่ะ”เด็กสาวตัวน้อยนั่งอยู่บนตั่งที่อยู่ข้างหน้าต่าง บนต่างยังคงเป็โต๊ะตัวเล็กซึ่งเป็ที่ทำงานของนางั้แ่แรก ๆ ที่เข้ามาเป็ผู้ช่วยคุณชายคนโปรด
นางคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะแล้วมือลูบท้องไปมาอย่างไม่มีมาด ทั้งแสดงถึงความเป็กันเองที่นางมีต่อลู่จางเหว่ย“รถม้ารุ่นใหม่ที่พี่เตียไฉ ทำตามแบบที่พี่สาวของข้าบอก ช่างสะดวกสบาย ราวกับว่าอยู่ในบ้านไม่ได้กำลังเดินทางอยู่เลยเ้าค่ะ ทั้งอาหารระหว่างการเดินทางก็ยังเป็ข้าวกล่อง ที่ใช้ระบบครัวร้อนขนาดเล็ก ที่อยู่ใน รถม้าอุ่นอาหารได้อย่างรวดเร็ว ข้านั้นไม่อยากจะเชื่อจริงๆ”
พูดจบนางก็เหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดถึงปรัชญาชีวิตที่ไม่มีอยู่จริง ในหัวก็คิดถึงข้าวกล่อง ที่เพิ้งกินไปไม่เกินสองชั่วยามรายการอาหารข้าวกล่องของเซียงปิงโหล่วสาขาเมืองหลวง หรูหรากว่าอาหารกล่องเซียงปิงโหล่วสาขาเมืองสุยโจวอย่างเห็นได้ชัด และมันก็อร่อยมากด้วย กล่องของนางเป็ข้าวขาวหุงนุ่มมากไก่ผัดเม็ดมะม่วง น้ำแกงไข่ โรยงา และยังใส่สาหร่าย ที่อร่อยมากๆ ด้วย ส่วนกล้องของซานซานเป็ข้าวผัดเม็ดบัวที่มาคู่กับไก่ทอดคลุกซอสหวาน
ส่วนคุณชายคุณโปรดของนาง เป็บะหมี่ผัดปูเนื้อปูทั้งสดและฟูมากยิ่งนานวันเข้าการเก็บรักษาอาหารสดของระบบขนส่งทางเรือยิ่งดีขึ้นมากและร้านขายของสดที่ชื่อว่า “ร้านมีปลาสดไหม?” ของพี่ชายอาเล่อก็ขยายไปทั่วทั้งแคว้นแล้วตอนนี้ต่อให้อยู่ทางเหนือสุด ก็ยังหาปลาทะเลกินได้ แม้จะไม่สดใหม่ กินอร่อยเนื้อหวานเท่าเขตชายแดนก็ตาม
อาหารที่อยู่ในกล่องนั้น ถ้าไม่ใช่ประเภทน้ำแกงที่จะถูกใส่มาในถ้วยไม้เล็กๆ ที่ปิดฝาอย่างแ่า ก็จะถูกห่อด้วยใบบัวทั้งสิ้นทั้งนี้นอกจากใช้รักษาความร้อนในอาหารแล้ว ในกรณีอยากจะอุ่นอาหารกินในภายหลังก็สามารถยกอาหารที่อยู่ถูกห่อในใบตองนี้ใส่ในกระทะที่วางบนเตาเล็ก ๆปิดฝาอบไว้ราวครึ่งก้านธูป ก็จะได้กินข้าวกล่องร้อน ๆ แล้วด้วยการอุ่นที่สะดวกสบายเช่นนี้ จึงสามารถทำบนเตาเล็ก ๆ ในรถม้าได้เลย
ว่าไปเหมยฮวาเพิ่งคิดได้ว่าแม้จะอยู่ในเมืองเดียวกันแต่นางก็ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่จวนสกุลหย่งมาเกือบสองเดือนแล้ว พอนึกแบบนี้นางก็ชักจะคิดถึงเ้าซาลาเปาตัวน้อยสองก้อนลูกชาย ลูกสาวของพี่ชายอาเล่อ และพี่สาวไฉ่หง ท้องของพี่สาวไฉ่หงได้เื่นักหลังจากให้กำเนิดบุตรชายคนโตแล้ว พักท้องได้ไม่กี่เดือนก็ตั้งครรภ์บุตรสาวตัวน้อยอีกคน...
ถึงเหมยฮวาจะรู้ว่าเื่ในครัวเรือนของชาวบ้านไม่ควรไปละลาบละล้วงแต่ใครใช้ให้นางเป็เ้าของหอข่าวสารพื้นบ้านไหว ๆ กันเล่าเื่ประเภทที่ว่าพี่ไฉ่หงหวั่นกลัวการคลอดบุตรไปแล้วท้องสองนางคลอดยากและก็โมโหพี่ชายอาเล่อมากด้วยที่ทำให้นางตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเร็วเช่นนี้ ตอนนี้สองสามีภรรยากำลังอยู่ในระยะตกลงว่าจะไม่ตั้งครรภ์
ระยะตกลงว่าจะไม่ตั้งครรภ์ที่ว่านี้นับเป็การประนีประนอมของสามีที่อยากมีบุตรสืบสกุลสักห้าหกคนกับภรรยาที่คิดกลัวเจ็บและคิดว่าข้าก็ให้บุตรแก่ท่านตั้งสองคนแล้วจะเอาอะไรกันอีก หลังจากทุ่มเถียงกันอยู่นานพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะหลังจากบุตรสาวคนที่สองเติบโตได้ครบสามปีเต็มก็จะปล่อยให้มีบุตรอีกคน หากบุตรคนนี้เป็ชายก็จะปิดอู่เลยทันทีแต่หากบุตรคนที่สามเป็หญิง พี่ไฉ่หงจะต้องคลอดอีกคนให้กับสกุลหย่งเพียงแต่คนที่สี่นี้ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงพวกเขาก็จะหยุดเพียงแค่นั้น
ส่วนเื่ตั้งครรภ์ไม่ตั้งครรภ์นั้นเป็เื่ง่ายดายมาก ถึงอย่างไรหย่งเล่อก็เป็เทพสมุนไพรมีตำรับยาไหนในโลกนี้ที่เขาไม่เชี่ยวชาญบ้าง...
เสี่ยวฮวาฮวคิดว่านางน่าจะอิ่มเกินไปถึงได้คิดเลอะเทอะมากมายหลายเื่เช่นนี้ เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ได้กลิ่นหอมๆ ของอาหาร...
...พ่อครัวคงกำลังฝึกทำอาหารจานใหม่อยู่แน่ๆ ...
ทุก ๆ สามเดือนหลันหลันจะทำตามข้อตกลงของเซียงปิ่งโหล่วที่เคยทำกันไว้เื่ที่นางจะให้สูตรอาหารประจำแต่ละฤดูกาลแก่เซียงปิ่งโหล่วนางมักจะส่งสูตรมาไม่ได้ขาด และเพราะว่านางอยู่ไกลไม่สามารถจะมาสอนพ่อครัวของเซียงปิ่งโหลวทำตัวต่อตัวได้เพื่อป้องกันรสชาติอาหารที่ผิดเพี้ยนไปมาก
การส่งสูตรทุกสามเดือนนี้หลันหลันจะใช้ทหารในกองทัพฉิน ให้พวกเขาผลัดกันขี่ม้าเร็วจะเหนือสุดมายังเมืองหลวงจุดสำคัญก็คือทหารคนที่ส่งของนั้น จะต้องเป็คนชิมอาหารที่หลันหลันทำให้พวกเขากินและจดจำรสชาติเอาไว้ เมื่อทหารที่ส่งสารเดินทางมาถึงสุยโจวและมอบสูตรเด็ดให้กับเหล่าจ้าวแล้ว พวกเขาก็มีหน้าที่รอให้พ่อครัวลองปรุงอาหาร ตามสูตรที่หลันหลันเขียนมาโดยละเอียดพอพ่อครัวของเซียงปิ่งโหลวทำอาหารออกมาแล้ว ทหารที่ถูกส่งมาจะเป็คนชิมแล้วติชมจนกระทั่งได้รสชาติที่ใกล้เคียงกับในความทรงจำของเขาที่เคยกินอาหารจานเดียวกันที่หลันหลันทำ
อันที่จริงเื่รสชาติไม่มีวิธีการไหนดีไปกว่าการให้พ่อครัวลองชิมแล้วทำตามแต่เมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดต่าง ๆ หลันหลันก็คิดว่าวิธีการให้ทหารชิมอาหารมาก่อนแล้วนั้นดีที่สุดแล้วในตอนนี้
เหมยฮวาคิดว่าพี่สาวของนางน่าทึ่งมากเลยจริงๆ เป็นางคงคิดวิธีการนี้ไม่ได้แน่ ๆ หลังจากคิดเื่ร้อยแปดผ่านไปเด็กสาวก็ได้สติเมื่อลู่จางเหว่ยดีดนิ้วต่อหน้านางชายหนุ่มหล่อเหลาองอาจนั่งอยู่บนตั่งเดียวกับนางแล้วในตอนนี้
“คิดอันใดกัน ข้าเรียกหลายรอบแล้ว”เขาว่า
“คิดเรื่อยเปื่อยเ้าค่ะไก่ผัดเม็ดมะม่วงของร้านที่เมืองหลวงอร่อยจริง ๆ นะเ้าคะหากไม่ติดว่าวัตถุดิบราคาแพงไปสักหน่อย ไม่เหมาะจะนำมาขายในสุยโจวข้าก็อยากให้มาขายที่นี่ด้วย” นางคุยเล่นกับเขา
ในยุคนี้มะม่วงหิมพานต์แพงจริง ๆต้องนำเข้ามาจากพ่อค้าในต่างแดนเป็อาหารราคาแพงที่แม้กระทั่งคนเมืองสุยโจวที่ไม่ขาดแคลนเงินทองจะกินแต่ละครั้งก็ต้องเพราะเป็โอกาสพิเศษจริง ๆลู่จางเหว่ยไม่มีความคิดเห็นในเื่นี้ เขาเพียงแต่ทอดสายตามองนางอย่างเอ็นดูแล้วเอ่ยเื่เป็การเป็งานว่า
“ข้าไม่ไว้ใจคนพวกนั้น”
“ข้าส่งคนติดตามพวกเขาแล้วเ้าค่ะ ข้าคิดสงสัยอยู่เหมือนกันคณะพ่อค้ากลุ่มแรกของซยงหนูปรากฎตัว พร้อม ๆ กับการมาของคณะเชื่อมสัมพันธไมตรีดูประจวบเหมาะกันเกินไป” นางว่า
ลู่จางเหว่ยพยักหน้าเขาเองก็สงสัยเช่นนั้นเหมือนกัน นึกชื่นชมนางหนูของเขาที่นับวันจะสายตาเฉียบคมมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์เล็กน้อยที่ต้องสงสัย นางก็ไม่ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ
“ว่าแต่เื่กระดาษ” ชายหนุ่มพูดอีกปกติแล้วลู่จางเหว่ยจะพูดกับคนอื่นแต่ละครั้งนับคำได้ แต่กับเหมยฮวานั้นเขาจะกลายเป็คนช่างพูดทันที
พอได้ยินเื่กระดาษเหมยฮวาก็คอตกทันทีนางอยากได้กระดาษไจ๋หลุนนั่นจริง ๆ มีสิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่รู้แต่ลู่จางเหว่ยและหลันหลันพี่สาวคนดีของลูกวัวตัวน้อยรู้นั่นก็คือ “เหมยฮวาเป็ “โรคชอบัักระดาษ(สวยๆ)”