………………………
หลังจากวันนั้น ศรีสมรก็ไปหาอาจารย์หนุ่มเป็นระยะ โดยเว้นช่วงห่างกันราวๆสองอาทิตย์ ซึ่งแต่ละครั้ง นางจะเสียทรัพย์ถึงหลักหมื่น เพื่อเติมของที่ทำให้รักษาความสัมพันธุ์กับผัวหนุ่มวัยเด็กกว่า แน่นอนว่าทุกครั้งที่ทำ คุณนายสาวต้องไปปฏิบัติภารกิจลับในห้องน้ำ ก่อนผลัดเปลี่ยนเป็นผ้าถุง แล้วออกมานอนให้หมอไสยศาสตร์ทำพิธีอีกที
ทว่าก็น่าแปลกที่คุณนายสาวไม่ได้เคลิบเคลิ้มเหมือนครั้งก่อน พออาจารย์หนุ่มบริกรรมสลับเอาบางสิ่งมาถูตามเนื้อตัวได้ไม่นาน มันก็จบ แต่เธอก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าหมอไสยศาสตร์ใช้สิ่งใดมาสัมผัสกาย เพราะถูกกำชับให้หลับตาทุกที
“ อืม……อยากรู้ชะมัดว่า…อาจารย์เอาอะไรมาถูเรา ถ้าให้เดา น่าจะเป็นท่อนไม้ เพราะมันดูยาวๆ สากๆยังไงชอบกล ”
และมีเรื่องน่าแปลกอย่างนึง ทุกครั้งที่ศรีสมรขับรถมาถึงตำหนัก เธอมักจะเจอซิ้มแทบทุกคราว และข้างๆนางก็จะปรากฏกายของหนุ่มน้อยผมทองที่โคตรหล่อ แถมร่างกายยังดูสูงเพรียว ท่วงท่าคล้ายโอปป้าที่หลุดจากวงเคป๊อป แต่เพื่อนสาวหน้าหมวยก็แค่แนะนำให้คุณนายสาวรู้จักเพียงผิวเผิน
“ หนุ่มน้อยรูปหล่อนี่ชื่อ…..คิด เป็นศิษย์ของอาจารย์ พอดีน้องเขาอยากไปเที่ยวบ้านชั้นน่ะ จะได้ไปดูงานศิลป์ของผัวเก่าที่เพิ่งตายไป ”
“ ฮ้า……โต้งเสียแล้วเหรอ เป็นไปได้ไง เมื่อสองเดือนก่อนยังดีๆอยู่เลย ” ศรีสมรตกใจ
“ ใช่แล้ว มันเพิ่งหัวใจวายตายเมื่ออาทิตย์ก่อน ชั้นก็มัวแต่ยุ่งกับงานศพ เลยไม่ได้บอกแกน่ะ ” ซิ้มตอบเนือยๆ ท่าทางไม่บ่งบอกว่าเสียใจเลยซักนิด
“ เอ่อ…..งั้นก็สะ…เสียใจด้วยนะ ” ศรีสมรไม่รู้จะตอบยังไง เลยแสดงความเห็นใจตามมารยาท
“ เฮ้อ…ไม่เป็นไรหรอก คนทุเรศ อุบาทว์แบบมัน ตายไปซะได้ก็ดี ” ซิ้มโบกมือไปมาเบาๆ ราวกับชีวิตผัวเก่าเป็นอดีตที่ไม่มีค่า จากนั้นก็หันไปกล่าวคำหวานกับหนุ่มรุ่นน้อง (แต่จะเรียกหลานก็พอไหว เพราะอายุห่างกันมาก)
“ คิด….เธอไปรอพี่ที่รถก่อนนะ ”
“ ครับ…ได้ครับ ” หนุ่มโอปป้ารับคำ แต่ยังปรายสายตาเจ้าชู้มาให้ศรีสมรเป็นระยะ ทว่าคุณนายสาวแสร้งทำเฉยๆ ทั้งที่ในใจแอบหวั่นไหว ด้วยไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนสนิท
“ ถึงจะน่าเสียดาย แต่ต้องห้ามใจไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวมองหน้าเพื่อนไม่ติด เพราะท่าทางนางน่าจะติดใจเด็กคนนี้พอสมควร ดูสิ ถึงขั้นชวนไปซั่มที่บ้านเลย อีกหน่อยคงยกฐานะขึ้นไปเป็นผัว ” ศรีสมรคาดการณ์ถึงอนาคตที่น่าจะเป็น ทว่าอีกใจกลับแอบสลด ด้วยสงสารนายโต้งอยู่หน่อยๆ
“ เฮ้อ…แต่คิดดูอีกที ถึงเราจะเกลียดไอ้คนวิปริตบ้ากามอย่างนายโต้ง แต่มันก็น่าสงสารอยู่นะ ดูซิ ผัวตายแค่ไม่กี่วัน เมียดันพาหนุ่มที่ไหนไม่รู้ขึ้นบ้าน ” และไม่ทันที่ศรีสมรจะได้เพ้อไปไกล ซิ้มก็ชิงลา อันบ่งบอกถึงความคันในใจแบบไม่คิดปิดบัง
“ เออ..ชั้นไปก่อนนะ นังหมอน เพราะกระสันอยากให้หนุ่มน้อยคนนี้เอาดุ้นมาตำจะแย่อยู่แล้ว เเล้วเจอกันนะ ”
“ เฮ้ย…เดี๋ยว แกเอาลูกศิษย์ของอาจารย์มาทำผัว ท่านไม่ว่าเหรอ…” ศรีสมรฉุดรั้งเอาไว้ พร้อมป้อนคำถามรัวเร็ว สีหน้าดูตกใจ ด้วยสิ่งที่เธอคาดเดาเล่นๆ กลับกลายเป็นจริงซะอย่างงั้น
“ โฮะ โฮะ โฮะ ไม่เห็นท่านว่าอะไรนี่ เพราะความรักความใคร่ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ” ซิ้มลอยหน้าลอยตา ก่อนจะหัวเราะเยาะเย้ยด้วยท่วงท่าที่น่าจัดหนัก (สำหรับความคิดของบุรุษ)
“ เหอ เหอ เหอ โอเค….งั้นขอ…ให้มีความสุขก็เเล้วกัน ” ศรีสมรไม่รู้จะพูดคำใด นอกเสียจากอวยพรให้เพื่อน แต่ซิ้มก็ยังคงความแสบสันอยู่เหมือนเดิม เพราะเจ้าหล่อนกลับเย้าตอบด้วยเรื่องราวที่น่าสะพรึงขั้นสุด
“ หึ หึ หึ ชั้นก็ขอให้แกมีความสุขเช่นกัน แต่ไม่ใช่กับณัฐ ผัวเด็กของแกนะ เพราะมันเบเกินไป อืม…เอาเป็นว่า ให้แกได้ลองกับไอ้ยอดแล้วกัน บางทีอาจจะฟินก็ได้ เพราะหมอนั่นดิบเถื่อนสุดๆ ”
“ ฮ๊าย…ไอ้บ้า แกพูดอะไรแบบนั้น ” ศรีสมรโวยดัง แต่สองแก้มกลับแดงซ่าน ซึ่งไม่ชัดว่าเป็นปฏิกิริยาจากอารมณ์ใดกันแน่ แต่ถ้าให้เดา คงทั้งเสียวซ่านและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
“ ฮะ ฮะ ฮะ เอาล่ะ เยิ่นเย้อกันมามากแล้ว ชั้นไปล่ะ เดี๋ยวตะวันจะตกดินซะก่อน ต้องรีบไปตักตวงความสุข ” ซิ้มพูดจบ ก็ร่ำลา แล้วรีบขึ้นรถส่วนตัวที่ขับมา
……………………….
ศรีสมรส่งเพื่อนสนิทด้วยสายตา สองหนุ่มสาวต่างวัยก็หายวับไปพร้อมกับรถเก๋งคันงามที่เพิ่งแล่นไป และพอคุณนายสาวอยู่ลำพัง เธอก็ถอนหายใจเบาๆ
“ เฮ้อ……”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงห้าวใหญ่ดังมาจากด้านหลัง อันเป็นกระแสที่ศรีสมรรู้สึกคุ้นหู
“ ถอนหายใจเรื่องอะไรหรือครับ คุณนาย มีอะไรหนักอกรึไง ให้ผมช่วยถอนได้นะ ”
คุณนายสาวสะดุ้งเฮือก เพราะรู้ทันทีว่า…เจ้าของกระเเสเสียงคือใคร ซึ่งก็หนีไม่พ้น….นายยอด ศิษย์สันดานเสีย ผู้เป็นอันธพาลบ้ากามประจำสำนัก และหลังจากศรีสมรสงบใจได้พักหนึ่ง เธอก็ตั้งสติไม่ยอมหันกลับไป พร้อมรีบเดินผ่านไป เป้าหมายคือขึ้นตำหนักให้เร็วที่สุด
“ ไม่…เราต้องไม่มองหน้ามัน เพราะถ้าสบตาเมื่อไหร่ ไอ้เวรตะไลนี่ต้องของขึ้นมาปลุกปล้ำเราอีกแน่ ”
ทว่าพอคุณนายสาวเดินก้มหน้าก้มตาผ่านนายยอดได้ก้าวเดียว อันธพาลร่างยักษ์ก็ยื่นมือมาคว้าข้อแขน
“ เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมอุตส่าห์พูดดีด้วย แต่คุณนายกลับไม่ยอมมองหน้า หยิ่งผยอง ไม่อยากคุยกับคนจนเหรอ ”
คุณนายสาวกัดฟันกรอดใหญ่ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น ใบหน้าก้มลงต่ำ ในใจพยายามนับหนึ่งถึงสิบ เพื่อครองสติ ก่อนจะตอบกลับแบบใจเย็นที่สุด
“ ชั้นไม่ได้หยิ่ง แค่จะรีบไปหาอาจารย์ให้ไวที่สุด เพราะท่านนัดชั้นไว้ ดังนั้นช่วยปล่อยมือด้วย ”
นายยอดดูเหมือนจะแอบสะดุ้ง เพราะคุณนายสาวยกท่านอาจารย์มาอ้าง อันเป็นคนที่เขาหวาดกลัวที่สุด แต่พอสายตาประสบกับเรือนร่างของศรีสมร ทุกความขลาดเขลาในใจก็แปรเปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย
“ โอ้ว…แม้เราจะกลัวท่านอาจารย์ แต่หุ่นของนังคุณนายนี่ก็ยังน่า….อยู่ดี ดูสิ แม่งใส่เสื้อยืดแดงที่รัดเข้ารูปจนทำให้หน้าอกตูมๆแทบจะล้นทะลัก แถมกระโปรงดำที่สวมใส่ก็สั้นเสมอหู เผยให้เห็นโคนขาขาวอวบที่น่าลูบไล้ ” ยอดมองคุณนายสาวด้วยท่าทีเหม่อลอยอยู่นานพอดู มือแกร่งยังคงจับข้อแขนอยู่ ศรีสมรจึงเริ่มอึดอัด และพยายามดึงมือออก
“ ปล่อยชั้นนะ ”
แต่แทนที่จะได้รับอิสระ ยอดกลับดันกายอวบอัดติดกำแพง พร้อมแนบร่างเข้ามาชิด ใบหน้าชะโงกจนแทบติดกัน จมูกสูดดมกลิ่นหอมจากกายสาว
“ ฮ้า….ปล่อยนะ นายยอด ” สีหน้าของศรีสมรออกอาการขยะแขยง ดวงตางามเริ่มจ้องมองอีกฝ่าย
“ อะ..ฮ้า มองหน้าคนอื่นได้แล้วนี่ เลิกหยิ่งแล้วสินะ คุณนายศรีสมร ” ยอดยิ้มกริ่ม ประกายตาฉายแววหื่น
“ บ้า ชั้นไม่ได้หยิ่งนะ ตะ…แต่แกมันโรคจิต ชะ..ชอบคิดว่าทุกคนที่มองหน้า จะอยาก….อ่า…เอ่อ…” คุณนายสาวแย้งเสียงแข็ง แต่พอถึงช่วงท้าย กลับพูดไม่ออก เพราะสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ มันเป็นคำต้องห้ามที่ไม่อยากจะพูด
“ ชอบคิดว่าทุกคนที่มองหน้า จะอยากทอดกายให้ผมตำ ใช่มั้ย ” ยอดต่อคำจนจบ ดวงตาหยาดเยิ้มสาดส่องไปทั่วเรือนร่างสุดเอ๊กส์ และไม่ต้องพล่ามมากให้เสียเวลา เขาก็ลดมือซ้ายลงไปรูดซิปกางเกง
“ ว้าย….ไอ้บ้า แกจะทำอะไร ” ศรีสมรกรีดร้อง พร้อมเบือนหน้าหนีจากบางสิ่งบางอย่างที่ดีดผึงออกมา
“ ไม่เห็นต้องถามเลย ก็มาสานต่อให้จบจากครั้งก่อนน่ะสิ ว่าแต่เราถึงไหนกันนะ ” นายยอดพูดจบ ก็ทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะทำตาโตเป็นไข่ห่าน (ของเดิม หมอนี่ก็ตาโตอยู่แล้ว) แล้วโวยเสียงดัง
“ โอ….ใช่แล้ว ถึงช่วงที่กำลังจะได้ทะลวงถ้ำสวาทของคุณนายไง ดังนั้นเรามาต่อตรงจุดนั้นดีกว่า ”
“ ว้าย….ไม่นะ ” สาวสวยร้องได้แค่นั้น ก็ถูกชายร่างสูงใหญ่อย่างนายยอดกดลงไปนอนบนพื้น ซึ่งก็ง่ายดาย เพราะทั้งสองมีสรีระและกำลังที่แตกต่างกัน จากนั้นอันธพาลวัยกลางคนก็แทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างขา และรีบถลกชายกระโปรงทรงเอที่ฟิตรัดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนมันตลบขึ้นไปกองที่เอวเว้าคอด
“ โอ้ว…….แม่เจ้าโว้ย ไม่เบาเลยนะเนี่ย เห็นแล้ว น่า……ชะมัด ” นายยอดหยุดชะงัก ปากก็อุทานดัง เพราะดวงตาดันประสบกับเนินเนื้อที่โอ่โถงสมตัว แถมยังรับกับโคนขาอ่อนที่ขาวผ่องประดุจหยวก สิ่งเดียวที่ปกปิดเนื้อแท้ของมันมีเพียง…..กางเกงในผ้าแพรผืนบาง
และในช่วงที่นายยอดเหม่อมองอยู่นั้นเอง ศรีสมรก็เค้นแรงเฮือกสุดท้าย หวดหน้าแข้งไปที่กลางระหว่างขา ทำให้ปะทะกับพวงสวรรค์ของชายร่างยักษ์แบบเต็มๆจนล้มกลิ้งลงไปนอนหงายในบัดดล
“ โอ้ก…,,…อั้ก…..”
ศรีสมรรีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดกระโปรงสั้นให้เข้าที่ สองเท้าเร่งก้าวขึ้นตำหนัก หวังจะหนีให้พ้นจากภัยพาล ทิ้งให้นายยอดนอนตัวงออยู่บนพื้น ดวงตาแลถมึงทึง ปากก็พ่นคำอาฆาตอยู่เนืองๆ
“ หน็อย…นังบ้านี่ บังอาจมาเตะน้องชายของกู คอยดูเถอะ กูต้องเอามึงทำเมียให้ได้ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
