จารึกที่ 149 : กระบวนท่าสังหาร : การเต้นรำของหุ่นและแมงมุม
ฝุ่นควันที่เกิดจากการปะทะยังคงลอยคละคลุ้งอยู่เหนือลานประลองศิลาแลง บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฮือฮาอื้ออึงจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ลอยฟ้า
ภาพของหุ่นเชิดหยกทมิฬที่ยืนตระหง่านรับการโจมตีรุมกินโต๊ะได้โดยไร้รอยขีดข่วน สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าศิษย์ในสำนักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ จางเหว่ย ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางเวที ดวงตาเบิกโพลงไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
"เป็นไปไม่ได้..." จางเหว่ยพึมพำเสียงสั่น "หุ่นเชิดขยะนั่น... ทำไมมันถึงแข็งแกร่งขนาดนี้? กระบี่วิญญาณของข้าเจาะไม่เข้าเลยรึ!"
"อย่ามัวยืนบื้อ!" เสียงของหัวหน้ากลุ่มตระกูลหลิวตะโกนเรียกสติ "จัดกระบวนทัพใหม่! อย่าให้มันตั้งตัวได้! ไอ้เด็กนั่นมีแค่หุ่นตัวเดียวที่เก่ง ตัวมันเองอ่อนแอจะตาย!"
"จริงด้วย!" จางเหว่ยได้สติ "เล็งไปที่ตัวอาเจีย! ฆ่าคนเชิด หุ่นก็เป็นแค่เศษเหล็ก!"
ศิษย์ตระกูลหลิวที่เหลืออีก 4 คน (หลังจากเพื่อนคนแรกบินตกเวทีไปแล้ว) พยักหน้าให้กัน พวกเขากระจายตัวออกเป็นรูปครึ่งวงกลม แล้วประสานอินท่ายุทธพร้อมกัน
"ค่ายกลผสานธาตุ : เพลิงผลาญปฐพี!"
ศิษย์สองคนซัดพลังฝ่ามือเพลิง อีกสองคนกระทืบเท้าส่งคลื่นพลังดินเข้าล็อกขาอาเจีย เป็นการโจมตีประสานที่ทั้งรุนแรงและปิดทางหนี!
อาเจียยืนมองการเตรียมการนั้นด้วยสายตาเบื่อหน่าย เขาปัดฝุ่นที่แขนเสื้อเบาๆ
"เล็งที่ข้าเหรอ? ...ความคิดดีนะ แต่เสียดาย..."
เขายกมือขวาที่สวม "ถุงมือไหมอัคคีสวรรค์" ขึ้นมา ขยับนิ้วเล็กน้อย
"พวกแกช้าไป"
"เจ้าถุงเงิน... ป่วน!"
ฟุ่บ!
ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเงาสีเงินเล็กจิ๋วที่เคลื่อนที่อยู่เหนือศีรษะพวกมัน
เจ้าถุงเงิน (แมงมุมเงาจันทรา) ไต่ไปตามเส้นใยที่มันแอบขึงไว้กลางอากาศตั้งแต่เริ่มการประลอง (ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น) มันห้อยตัวลงมาอยู่เหนือศีรษะของศิษย์ตระกูลหลิวคนหนึ่งที่กำลังร่ายเวท
จี๊ด!
เจ้าถุงเงินพ่น "ใยพิษชา" ลงมาพันรอบมือที่กำลังประสานอินของศิษย์คนนั้น!
"เฮ้ย!" ศิษย์คนนั้นร้องลั่นเมื่อมือถูกกระชากจนอินแตก
"อะไรวะเนี่ย! มองไม่เห็น!"
จังหวะการร่ายเวทสะดุดลงทันที! ค่ายกลผสานธาตุที่กำลังจะก่อตัวเกิดความไม่เสถียร พลังงานตีกลับปั่นป่วน!
"ตอนนี้แหละเจ้าสัว!" อาเจียสั่งการเสียงเรียบ
[ รับทราบ... ปฏิบัติการกวาดล้างขยะ... เริ่มต้น ]
ร่างหยกทมิฬของเจ้าสัวพุ่งทะยานไปข้างหน้า! พื้นศิลาแลงที่มันเหยียบแตกละเอียดเป็นรอยเท้าลึก
ความเร็วของมันสวนทางกับขนาดตัวที่ใหญ่โต มันพุ่งเข้าประชิดตัวศิษย์สองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าในพริบตาเดียว!
"อัดกระแทก!"
เจ้าสัวกางแขนออกทั้งสองข้าง แล้วตบเข้าหากันโดยมีร่างของศิษย์สองคนนั้นอยู่ตรงกลาง!
ผัวะ!
เสียงเหมือนแมลงวันโดนตบดังสนั่น! (แต่เจ้าสัวยั้งแรงไว้ไม่ให้ถึงตาย แค่ซี่โครงร้าว)
ร่างของศิษย์ทั้งสองร่วงลงไปกองกับพื้น สลบเหมือดคาที่
"เหลืออีกสอง..." อาเจียแสยะยิ้ม เดินอาดๆ ตามมา
จางเหว่ยและศิษย์อีกคนถอยกรูดหลังชนกัน
"ปีศาจ... มันเป็นปีศาจ!" จางเหว่ยหน้าซีด ขาสั่นพับๆ
"เข้ามาสิ..." อาเจียผายมือท้าทาย
"ข้าจะแสดงให้ดูว่า... 'ศิษย์ใหม่ที่อ่อนแอ' ในสายตาพวกแก ทำอะไรได้บ้าง"
จางเหว่ยกัดฟันกรอด ศักดิ์ศรีค้ำคอ
"อย่าดูถูกข้านักนะ! กระบี่เงาจันทร์!"
เขาเรียกกระบี่คู่กายออกมา ตัวกระบี่เรืองแสงสีเงิน พุ่งเข้าแทงอาเจียด้วยความเร็วสูง หมายจะเสียบหัวใจ!
อาเจียไม่หลบ และไม่เรียกเจ้าสัวมาบัง
เขายืนนิ่งๆ รอจนปลายกระบี่เข้ามาถึงระยะประชิด...
ควับ!
อาเจียยกมือขวาที่สวมถุงมือไหมอัคคีขึ้นมา... แล้ว "รับใบกระบี่" ด้วยมือเปล่า!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นประกายไฟแลบ!
ถุงมือไหมอัคคีสวรรค์ส่องแสงสีแดงวาบ สามารถต้านทานคมกระบี่ระดับวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
จางเหว่ยเบิกตากว้าง พยายามดึงกระบี่กลับ แต่เหมือนติดอยู่ในคีมเหล็ก
"ปล่อยนะโว้ย!"
"อยากได้คืนรึ?" อาเจียยิ้มเย็น
"งั้นเอาคืนไป!"
อาเจียปล่อยมือ แล้วใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่ด้ามกระบี่ ส่งแรงสะท้อนกลับไปหาเจ้าของ!
ปึก!
ด้ามกระบี่กระแทกเข้าที่หน้าอกจางเหว่ยเต็มแรง จนเขากระอักเลือดถอยหลังไปหลายก้าว
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว...
เจ้าถุงเงินที่ซุ่มรออยู่ ก็พ่นใยมาพันขาของจางเหว่ย แล้วกระตุก!
โครม!
จางเหว่ยล้มหน้าคะมำ
และวินาทีต่อมา... เงาทะมึนของเจ้าสัวก็ทาบทับลงมา
[ ฝันดีนะ... เจ้าหนู ]
เจ้าสัวเตะเสยเข้าที่ปลายคางจางเหว่ยเบาๆ (ในมาตรฐานของหุ่นเชิด)
ร่างของจางเหว่ยลอยละลิ่วข้ามหัวผู้ชม ตกเวทีไปอย่างสวยงามราวกับนกปีกหัก
"ผู้ชนะ... อาเจีย!" กรรมการประกาศเสียงดัง
ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบกริบ
หนึ่งคน... หนึ่งหุ่น... หนึ่งแมงมุม...
จัดการศิษย์ระดับสร้างรากฐาน 5 คนได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป! โดยที่ตัวเองไม่เสียเหงื่อสักหยด!
อาเจียยืนอยู่กลางเวที มองไปรอบๆ
ศิษย์คนอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน (ที่เหลืออีก 90 กว่าคน) ต่างพากันถอยห่างจากเขาโดยสัญชาตญาณ ไม่มีใครกล้าเข้ามาตอแยอีก
"มีใครอยากลองของอีกไหม?" อาเจียถามเสียงดัง
ทุกคนส่ายหน้าพรึ่บพร้อมกัน
"งั้นข้าขอตัวไปพักรอก่อนนะ..."
อาเจียเดินลงจากเวทีอย่างเท่ๆ (แต่ในใจกำลังกรีดร้อง : โว้ยยย! ถุงมือเกือบขาด! กระบี่นั่นคมชะมัด! ดีนะที่ใส่ถุงมือมา ไม่งั้นนิ้วกุดแน่!)
เขาเดินกลับไปที่โซนพักนักกีฬา ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงและชื่นชมของผู้คน
ทว่า... บน "อัฒจันทร์ชั้นพิเศษ" สำหรับแขกผู้ทรงเกียรติ ยังมีสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมองเขาด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง
บุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีทองปักลวดลายมังกรเหยียบเมฆา ผู้กำลังนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามดุจราชนิกุล
เฟิงอี้หราน นายน้อยแห่งตระกูลเฟิง จากสำนักพู่กันเพลง และศิษย์สายตรงลำดับที่สอง
"น่าสนใจ..." เฟิงอี้หรานวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ แววตาฉายประกายรู้ทัน
"การเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดตัวนั้น... มิใช่เพียงการชักใยด้วยปราณจิตทั่วไป แต่มันลื่นไหลราวกับมีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง... ไหนจะเจ้าแมงมุมตัวน้อยนั่นอีก... กลิ่นอายของสายพันธุ์โบราณรึ?"
เขายกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย พลางมองไปยังสหายในสนามประลอง
"อาเจีย... เจ้าซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้มากมายเพียงใดกันแน่"