ไม่นานนักคุณกฤษณาได้มาเยี่ยมหลานชายหลังจากเลิกงาน เธอเปิดประตูเข้ามาในชุดกระโปรงสีทึบยาวจรดข้อเท้า เดินดุ่มๆ วางกระเช้าผลไม้ไว้ข้างเตียง แล้วเอี้ยวตัวถามรัศมีด้วยรอยยิ้มสุดแสนดีใจ
“รัศมี หลานฉันฟื้นแล้วหรือ” เธอรู้ข่าวมาจากห้องของคุณวารี จึงรีบมาหาหลานชายในทันที
“ก็ตามที่เห็นค่ะคุณพี่ ฟื้นั้แ่เมื่อกลางวัน นี่ก็นอนไม่ยอมพูดยอมจา บ่นแต่ว่าตัวเองผิดที่ทำให้หนูอิงค์เป็แบบนี้ อิฉันฝากคุณพี่ดูตาเชนทร์หน่อยแล้วกัน เดี๋ยวอิฉันกับคะนิ้งจะกลับไปบ้านสักประเดี๋ยว”
“ไปเถอะ ทางนี้ฉันจะดูแลตาเชนทร์เอง ไม่ต้องเป็ห่วง” คุณกฤษณาพูดกับน้องสะใภ้ด้วยน้ำเสียงเย็นใส พลางเลื่อนสายตามองทั้งสองเดินออกจากห้องไป จึงหันมาหาหลานชาย รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของหญิงชราบ่งบอกถึงความดีใจได้ดีที่สุด
“อยากกินแอปเปิลไหม ป้าจะปอกให้” เธอหยิบผลไม้ในกระเช้าออกมาหนึ่งผล เพื่อเตรียมปอกให้หลานสุดที่รัก
“ป้าครับ ผมเห็นกลิ่นจันทร์แล้วนะครับ” หญิงชราวางผลไม้ในมือลงช้าๆ รอยยิ้มที่มีพลันหุบลงด้วยความแปลกใจ ก่อนหันหน้ามองตรงมาที่หลานชาย พร้อมกับย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในท่าถนัด
“พูดอีกทีสิ ป้าจะได้แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด” หญิงชราสีหน้าเปลี่ยนเป็ตึงเครียดในทันที
“ที่ผมสลบไป ผมเห็นเหตุการณ์ในอดีตบางอย่างเกี่ยวกับ ิญญาผู้หญิงที่ชื่อกลิ่นจันทร์ ผมเห็นว่าเธอเป็นางรำจริงๆ ครับ ลักษณะตามที่แป้งเคยบอก” คเชนทร์ขยับตัวลุกนั่งช้าๆ
“เธอเป็คนรักของเชนทร์ใช่ไหม” คุณกฤษณาเดาในขณะที่คเชนทร์พยายามปะติดปะต่อเื่ราว
“ไม่ใช่ครับ ในตอนนั้น ผมมีคู่หมั้นแล้วเธอชื่อว่าแก้วจันตา กลิ่นจันทร์เป็เพียงบ่าวที่มีหน้าที่รำ ทำเงินให้กับเ้าของเรือนเท่านั้น ผมกับเธอเราไม่ได้เป็อะไรกันทั้งนั้นครับ ผมไม่ชอบหน้าเธอด้วยซ้ำ” คุณกฤษณาส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย
“ถ้าเพียงเท่านั้นเป็ไปไม่ได้ที่ิญญาจะอ้างว่าเชนทร์เป็ของเธอ เชนทร์กับเธอต้องมีอะไรกันมากกว่านั้น” ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหนักใจ หลังจากฟังป้ากฤษณาพูด
“เชนทร์ฟังป้านะ มีทางเดียวที่เราจะแก้ปัญหานี้ได้ คือเราต้องรู้ต้นตอที่แท้จริง ว่าเชนทร์กับกลิ่นจันทร์มีความสัมพันธ์อย่างไรกันมา เธอตามมาด้วยเหตุผลอะไร”
“ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกครับ ผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเคยทำอะไรมาบ้าง ผมเป็เชนทร์นะครับ ไม่ใช่คุณพระพาย” ชายหนุ่มถอนหายใจแสดงความท้อแท้
“เชนทร์พูดอะไรน่ะ พระพายคือใคร” คุณกฤษณาคว้ามือหนุ่มแน่นเมื่อเขาเอ่ยถึงชื่อใครบางคน ที่เป็ไปไม่ได้
“ผมเดาว่าเป็ผมในอดีต ใครๆ ก็ต่างเรียกผมว่าพระพาย” คุณกฤษณาดวงตาเลื่อนลอยจนผิดสังเกต ย้อนนึกถึงเื่เล่าในอดีตที่เคยฟังมาในตอนเด็ก
“มีอะไรหรือครับป้า”
“คุณหลวงพระพาย เป็ลูกพี่ลูกน้องกับคุณทวดของป้า เป็เ้าของที่แท้จริงในที่ทางทั้งหมดที่เราถือครองอยู่ รวมถึงในรั้วมหาวิทยาลัยปัจจุบัน ในอดีตก็เคยเป็เรือนของคุณหลวงพระพายด้วยเช่นเดียวกัน คุณปู่เคยเล่าให้ป้าฟังสมัยเด็กๆ ว่า คุณทวดได้ที่ทางนี้มาจากคุณทวดพระพาย เพราะบ้านหลวงไชยพิชิตมีลูกเพียงคนเดียว เมื่อสิ้นคุณพระพาย จึงยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็ของคุณพระไชยพิเชษฐ์ซึ่งพี่ชายของหลวงไชยพิชิต และเป็บิดาของคุณทวดนั่นเอง สุดท้ายแล้วจึงตกมาเป็ของคุณทวดในที่สุด ป้าก็ไม่รู้อะไรมากหรอก คุณปู่ของเชนทร์ชอบเล่าให้ป้าฟังบ่อยๆ ในตอนเด็ก”
“อะไรนะครับ” ชายหนุ่มสับสนเื่การเรียงลำดับความเป็มาของตระกูล จนต้องขมวดคิ้ว
“เป็อย่างที่หลวงพ่อบอกจริงๆ ด้วย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่บังเอิญหากแต่เป็กรรมสัมพันธ์ ถ้าให้ป้าเดา เชนทร์อาจจะเคยเป็คุณหลวงพระพายที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของคุณทวดอินทร์ทวดแท้ๆ ของบ้านเราเองนั่นแหละ” ชายหนุ่มฟังจบจึงเอนกายนอนลงอย่างอ่อนแรง รู้สึกอัศจรรย์อย่างมากกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น
“ป้าครับ นี่มัน พ.ศ.2563 แล้วนะครับ ถ้าผมเอาเื่นี้ไปบอกพ่อกับแม่ มีหวังผมได้เข้าโรงพยาบาลบ้าแน่ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันมีเื่แบบนี้จริงๆ นี่มันเื่จริงใช่ไหมครับ การกลับชาติมาเกิดมีจริงหรือครับ” คเชนทร์พยายามทบทวนเหตุการณ์ประหลาดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“จริงสิครับ ปะวะหล่ำเส้นนั้นคุณป้าเคยบอกผมว่ามันเป็ของตกทอดมาจากคุณปู่ เป็ไปได้ไหมครับที่คุณปู่จะได้รับการตกทอดมาจากคุณทวดอินทร์ และคุณทวดอินทร์ก็ได้รับมาจากคุณพระพายอีกทีหนึ่ง” หญิงกลางคนนั่งนิ่งทบทวนครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ถ้าหากว่าเชนทร์ในอดีตคือคุณหลวงพระพายจริง ป้าก็ยิ่งมั่นใจว่า ปะวะหล่ำเส้นนั้นเป็ของหลวงพระพาย นานมาแล้วหลวงพ่อท่านเคยบอกกับป้าว่า หนึ่งในสมบัติของตระกูลเรามีของที่เกี่ยวพันกับเชนทร์และผู้หญิงนางรำคนนั้น ป้าก็เข้ามาค้นหาดูปรากฏว่าพบกับปะวะหล่ำเส้นนั้น มีลักษณะตรงตามที่หลวงพ่อกล่าวมา ป้าก็เลยถือโอกาสขอของชิ้นนี้จากพ่อของเชนทร์เอามาเก็บไว้ เผื่อว่าต้องใช้ในอนาคต มันจะช่วยให้เชนทร์รู้ในสิ่งที่ถูกต้องที่สุด”
ด้วยอานุภาพของสายสิญจน์สีน้ำตาลอ่อนจากพระวัดป่า ทำให้อินทิราหลับสนิทไม่ฝันถึงเื่ราวแปลกประหลาดในอดีต หลังจากนั้นไม่นานนัก คเชนทร์อาการดีขึ้นตามลำดับจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หากแต่อินทิรายังคงต้องพักฟื้นอีกหลายวัน เพราะอาการหนักกว่า แม้ว่าเธอจะฟื้นคืนสติแล้ว แต่อาการาเ็นั้นจำเป็ต้องอยู่ใกล้ชิดหมอ
“เป็ไงบ้าง” หลังจากหญิงสาวลืมตาตื่นจากการงีบหลับใน่บ่าย เธอพบใบหน้าของชายหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างอบอุ่น ใบหน้าของเขาซ้อนขึ้นทับกับใบหน้าของชายในชุดโบราณ ดวงตาเล็กหรี่มองย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเลื่อนสายตามองกลับมาที่มือ ซึ่งถูกเขากุมไว้แน่น
“พี่เชนทร์” เสียงแหบแห้งกล่าวทักอย่างอ่อนแรง เมื่อภาพซ้อนเมื่อครู่จางหายไป
“เจ็บตรงไหนไหม” เขาถามต่อด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ค่ะ” อินทิรายิ้มอ่อนพลางส่ายหน้าเล็กน้อย
“หิวน้ำไหม”
“ไม่ค่ะ”
“นอนสบายเปล่า ให้พี่ขยับเตียงขึ้นไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่เชนทร์” อินทิรากล่าวห้ามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมื่อเห็นว่าเขาดูกังวลเกินเหตุ ก่อนจะปล่อยยิ้มออกมาดวงตากลมทั้งสองประสานสบกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกแปลกประหลาดในความอบอุ่นนั้น ที่ก่อกำเนิดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาและเธอต่างคุ้นเคยเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน ความรู้สึกที่คเชนทร์มีให้หญิงสาวในตอนนี้มันมากมายมหาศาลไม่สามารถพรรณนาได้ เสียงในหูประกาศชัดย้ำกับตัวเองว่า “ชาตินี้เขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกเป็ครั้งที่สอง” เข็ดแล้วกับความเ็ปแสนสาหัส จากการสูญเสียหญิงอันเป็ที่รัก
“พี่เชนทร์ร้องไห้ทำไมคะ” คำถามของอินทิราทำให้เขาได้สติแล้วรีบเช็ดน้ำตาออก พลางยิ้มตอบ
“พี่ดีใจ ที่อิงค์ปลอดภัย พี่ขอโทษนะ” เขากระชับมือแน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“อิงค์ไม่เป็อะไรแล้วค่ะ” หญิงสาวยิ้มอ่อน มองเขาด้วยสายตาหวานเช่นเคย อินทิรารู้สึกว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักชายหนุ่มตรงหน้าอย่างหาเหตุผลไม่เจอ ไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกนี้ถึงได้แแ่เข้าไปในดวงจิต ยากเกินกว่าจะห้ามใจ ดวงตากลมยังคงมองมือที่มือน้อยๆ ของตัวเอง ซึมซับความสุขที่ดวงจิตนี้โหยหามานานแสนนาน
“มาแล้วหรือคเชนทร์” วารีเปิดประตูเข้ามา พบกับชายหนุ่มคุ้นเคย ที่คอยมาเยี่ยมลูกสาวทุกวันไม่เคยขาด อินทิรารีบชักมือกลับมาไว้ที่เดิม ก่อนที่มารดาจะเห็นแล้วเข้าใจผิดทึกทักว่าคเชนทร์คือแฟนของเธอ
“วันนี้น้าฝากยัยกลิ่นหน่อยได้ไหม น้าจะออกไปธุระข้างนอก และถ้าจะกลับก็โทรบอกน้านะ” วารีวางถุงอาหารจำพวกผลไม้ นมกล่อง เอาไว้บนโต๊ะข้างๆ
“ได้ครับ” คเชนทร์พยักหน้าตอบรับ ก่อนที่วารีจะหันไปส่งยิ้มให้ลูกสาวแล้วก้มไปหอมแก้มน้อยๆ ของเธอด้วยความรัก
“ถ้าพี่เชนทร์กลับแล้ว แล้วแม่ยังมาไม่ถึงโรงพยาบาล กลิ่นนอนคนเดียวได้ไหมลูก” วารีถามลูกสาวดวงแววตาเป็ห่วง
“ได้ค่ะแม่” พลางส่งยิ้มให้มารดาอย่างเข้มแข็ง
“เชนทร์ น้าฝากน้องประเดี๋ยวนะลูก” วารีหันมาย้ำกับชายหนุ่ม ด้วยน้ำเสียงคงไว้ซึ่งความอบอุ่น ก่อนที่ร่างของหญิงวัยกลางคนจะเดินลับออกไป
“พี่เชนทร์ทำหน้างงแบบนั้น เพราะชื่อที่แม่เรียกอิงค์ใช่ไหมคะ” ร่างสูงพยักหน้า
“ชื่อเก่าอิงค์เองค่ะ แม่ไม่ยอมเปลี่ยนซะที” คำพูดของหญิงสาว ทำให้เขาคิดทบทวนเงียบๆ ไม่พูดอะไรต่อ ทว่ามือหนาที่กำลังเอื้อมไปกุมมือบางนั้นต้องสะดุดกับบางอย่าง จนต้องขมวดคิ้ว
“นี่มันคืออะไรเหรออิงค์” ร่างสูงยังคงจับดู ด้วยเพราะสงสัย
“อันนี้เหรอคะ” หญิงสาวยกมือขึ้นแล้วพินิจมอง
“มันคือสายสิญจน์ แม่บอกว่าไปขอจากหลวงพ่อวัดป่ามา แม่เชื่อว่าที่อิงค์เป็แบบนี้เพราะดวงไม่ดี” คเชนทร์ยังคงเพ่งไปที่สายสิญจน์เส้นนั้นไม่ละ อดทำให้นึกถึงป้ากฤษณาขึ้นมาไม่ได้
“หลวงพ่อเ้าค่ะ สายสิญจน์ของหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เ้าค่ะ ั้แ่ยัยกลิ่นฟื้นขึ้นมาก็ไม่เคยฝันถึงผู้หญิงนางรำอีกเลย อิฉันก็แอบถามดูอยู่เรื่อยๆ ลูกสาวก็บอกว่าไม่เห็นในฝันแล้ว อย่างนี้แสดงว่าลูกสาวอิฉันรอดแล้วใช่ไหมคะ” วารีปลีกเวลาขับรถไปหาพระวัดป่ารูปเดิมที่เธอเลื่อมใสเป็พิเศษ
“สายสิญจน์จะช่วยให้สัญญาหรือความจำเก่าๆ ของลูกสาวโยมไม่กลับมาเท่านั้น หากลูกสาวโยมยังคงสวมสายสิญจน์เส้นนั้นไว้ ิญญาร้ายก็จะสำแดงเดชใส่ลูกสาวโยมไม่ได้อีก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าิญญานั้นจะปล่อยไปง่ายๆ อย่างที่อาตมาเคยบอก ว่าเขาทำกรรมผูกกันมาอย่างนั้น สายสิญจน์เส้นนี้จะบรรเทาได้เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ลูกสาวโยมได้สั่งสมมา” พระวัดป่าที่หันหลังให้กำลังหลับตานั่งกรรมฐานใต้แสงเทียนที่ตั้งอยู่อย่างเรียบง่าย ค่อยๆ ขยับหันกลับมายังแขกผู้หญิงที่เข้ามาเยี่ยมเยือนในยามค่ำมืด
“อิฉันขออภัยนะเ้าคะ ที่เข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้” วารีก้มกราบอย่างรู้สึกผิด หากแต่หลายวันมานี้ต้องคอยเฝ้าอาการของลูกสาวอยู่ที่โรงพยาบาล ประจวบเหมาะที่วันนี้คเชนทร์เข้ามาเยี่ยมอินทิราไม่เย็นมากนัก วารีจึงถือโอกาสเข้ามากราบหลวงพ่อ
“ไม่เป็ไร เื่ช่วยคนเป็หน้าที่ของอาตมา คนเราจะดีจะเลวไม่ได้อยู่ที่ปากคน แต่อยู่ที่การกระทำของตัวเอง โยมอย่าได้ใส่ใจเลย” พระวัดป่าทราบดีว่า วารีกลัวคำครหาหากมีใครมาพบเธอกับพระสงฆ์อยู่เจรจากันค่ำมืด ซึ่งเป็เวลาไม่สมควรอย่างยิ่ง
“อย่ามายุ่งกับกู” อยู่ๆ เสียงิญญาร้ายก็ะโลอดเข้ามาในหูแว่วๆ หลวงพ่อรีบหลับตาทำสมาธิทันที ปล่อยให้วารีนั่งพนมมือรอไปอย่างเงียบๆ