เครื่อง CT Scan“เอาล่ะค่ะฉันขอตั้งค่าเครื่องก่อนเพราะฮิคาริมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตหลายอย่างติดเอาไว้อยู่หมอดนัยไปพาเธอออกมาเถอะค่ะเตียงเข็นอยู่ทางนั้นประกอบเป็นใช่มั้ยคะ” หมอยูมิชี้ไปที่เตียงเข็นที่ถูกถอดเอาไว้อย่างเรียบร้อย“อ่าประกอบเป็นครับตอนสมัยอยู่ไทยผมว่างมากจึงไปช่วยประกอบเตียงบ่อยๆ” ดนัยนึกถึงตอนที่ฝึกงานอยู่ที่ไทยตอนนั้นเขาไม่มีโอกาสได้ผ่าตัดคนไข้เลยจึงไปช่วยพยาบาลประกอบเตียงอยู่บ่อยครั้งดนัยจัดการไปประกอบเตียงในระหว่างที่หมอยูมิกำลังตั้งค่าเครื่อง CT Scan ไม่นานเขาก็ประกอบเตียงเสร็จก่อนจะเข็นไปในห้องที่ฮิคารินอนอยู่“นี่ๆมือน่ะอย่าวางบนก้นฉันสิจะลวนลามหรือไง” ฮิคาริเอ่ยปากเตือนหลังจากเห็นว่ามือของดนัยสัมผัสก้นของเธออยู่“ลวนลามบ้าอะไรของเธอฉันแค่จะอุ้มเธอมาบนเตียง” ดนัยได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเลิกสนใจคำพูดของฮิคาริและอุ้มเธอมานอนบนเตียงเข็นอย่างเบามือส่วนพวกเครื่องมือพยุงชีวิตของฮิคาริต่างๆนั้นเขาก็ค่อยๆย้ายมันมาวางไว้ใต้เตียงและเข็นฮิคาริออกไปข้างนอก“เอาล่ะเสร็จแล้ว !!”ทันทีที่ดนัยเข็นเตียงออกมาเขาก็ได้ยินเสียงดีใจของหมอยูมิพอดีตั้งค่าเครื่องเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีเลยทั้งที่ปกติต้องตั้งค่ากันเป็นชั่วโมงแท้ๆถึงจะเป็นหมอแผนกรังสีวิทยาอยู่แล้วก็เถอะแต่คุณจะเร็วไปมั้ยเนี่ยดนัยคิดอยู่ในใจ“เอาล่ะหมอดนัยมาเลยฉันตั้งค่าเครื่องเข้าไปแล้วอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆจะได้ไม่มีผลเวลาใช้เครื่องสแกน” หมอยูมิบอก“อือ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเข็นเตียงไปที่เครื่องนั่นเขาค่อยๆย้ายฮิคาริจากเตียงไปวางไว้บนเตียงที่ใช้สำหรับเครื่อง CT Scan ส่วนหมอยูมินั้นก็ช่วยดนัยขนพวกเครื่องที่ติดตั้งไว้กับตัวฮิคาริวางไว้ข้างๆอย่างระมัดระวัง“เอาล่ะเริ่มสแกนเลย !!” หมอยูมิพูดก่อนจะเริ่มทำการสแกนสมองของฮิคาริทันทีวี๊ด !!! เสียงเครื่องเริ่มทำงานดนัย หมอยูมิและฮิคาริต่างเฝ้ารอผลของการสแกนอย่างใจจดใจจ่อเพราะฮิคาริเองก็ไม่สามารถประเมินได้แม่นยำเท่าเครื่อง CT Scan ดังนั้นเธอจึงอยากรู้ผลด้วยเช่นกันว่าเชื้อรานั้นกินสมองเธอไปขนาดไหนแล้วทุกคนเฝ้ารออยู่เกือบยี่สิบนาทีในที่สุดผลก็ออกมาทุกคนกรูกันไปดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที“ไหนดูซิเป็นยังไงบ้าง” หมอยูมิพูดก่อนจะเปิดภาพขึ้นมาดูฟุ่บ !! ภาพที่ปรากฎขึ้นมาคือภาพสมองของฮิคาริซึ่งในปกติแล้วมันจะเป็นสีใสๆแต่ทว่าในกรณีนี้มันกลับมีจุดสีขาวเต็มไปหมด“นี่มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เลยนะคะเนี่ย” หมอยูมิพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เพราะเชื้อรานั้นกระจายไปทั่วแล้ว“อือเชื้อรากระจายไปมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วจริงสิผมพอจะมีชาร์ตเก่าอยู่ที่หมออิจิโนเสะเคยสแกนเอาไว้เดี๋ยวผมกลับไปเอาที่ห้องนะจะได้เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อราได้” ดนัยนึกขึ้นได้ว่าหมออิจิโนเสะนั้นให้ชาร์ตการรักษาของฮิคาริเอาไว้ด้วยเขาจึงต้องรีบวิ่งลงไปเอาที่ห้องไม่กี่นาทีต่อมาดนัยก็กลับมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาดนัยหยิบมันออกมาดูพร้อมกับให้หมอยูมิดูด้วย“สแกนล่าสุดเมื่อสี่เดือนก่อนงั้นเหรอคะมันเติบโตเร็วมากเลยจากภาพของเก่านี่เชื้อรามันพึ่งจะกินไปแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นถ้ามันไม่กินสมองเร็วไปกว่านี้ล่ะก็เวลาที่เหลืออยู่ก็ประมาณ....” หมอยูมิพยายามคำนวณ“สามเดือน / สามเดือน !!” แต่ทว่าดนัยและฮิคารินั้นดันพูดขึ้นมาก่อนพร้อมกัน“สามเดือนงั้นเหรอคะนี่ฮิคาริเหลือเวลาน้อยขนาดนั้น !!” หมอยูมิที่ได้ยินดังนั้นก็อุทานออกมา“นั่นสิเหลือเวลาน้อยกว่าที่ฉันคำนวณไว้ตอนแรกเสียอีกตอนแรกนึกว่าจะมีเวลาถึงห้าเดือน” ฮิคาริเองก็นึกไม่ถึงว่าเวลาจะเหลือน้อยขนาดนี้“ดูเหมือนจะรอให้ศาสตรจารย์ลูเซียโน่ มาผ่าตัดให้ไม่ไหวแล้วล่ะครับ” ดนัยพูดเขาเองก็อยากรอศาสตรจารย์ลูเซียโน่เช่นกันถ้าเป็นไปได้“เฮ้อ...ถ้าเธอลุกขึ้นมาผ่าตัดตัวเองได้ก็ดีสิฝีมือเธอน่ะอยู่ในระดับท็อปของโลกแล้วแท้ๆ” หมอยูมิมองไปที่ฮิคาริก่อนจะถอนหายใจออกมา“หือหมอยูมิรู้ฝีมือผ่าตัดของฮิคาริด้วยเหรอครับ” ดนัยอุทานเบาๆ“รู้สิคะก็ฉันเป็นเพื่อนสนิทนี่นาฮิคาริน่ะเคยถูกเสนอชื่อรางวัลโนเบลด้วยนะคะแต่ติดที่ว่าเธออายุน้อยไปหน่อยชื่อเลยตกไปเรื่องนี้ไม่ค่อยมีคนรู้กันมากนักเพราะฮิคาริไม่ได้บอกใครนอกจากฉันตอนฮิคาริได้อีเมลฉันดีใจยิ่งกว่าเธอเสียอีก” หมอยูมิบอกพลางนึกถึงตอนที่จบหมอมาใหม่ๆตอนนั้นเธอดีใจมากที่ฮิคาริถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลแต่ต่อมาชื่อก็ตกไปเพราะฮิคารินั้นอายุน้อยเกินไปอืม !! ดนัยที่ฟังอยู่ขมวดคิ้วจนแทบจะผูกกันเขามองระหว่างฮิคาริและหมอยูมิ“เอาล่ะ !!” ดนัยพูดออกมาเหมือนกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้“หมอยูมิครับ !!” ดนัยเรียกหมอยูมิ“คะหมอดนัย” หมอยูมิขานรับ“เอาจริงๆแล้วน่ะคนที่จะผ่าตัดให้ฮิคาริไม่ใช่ผมหรอกครับ” ดนัยตัดสินใจพูดขึ้นมาทำให้หมอยูมิทำหน้างง“เอ๋ถ้าอย่างนั้นใครล่ะคะหรือว่าหมออิจิโนเสะกับผู้อำนวยการเตรียมใครไว้อีก” หมอยูมิสงสัย“ไม่มีหรอกครับหมออิจิโนเสะกับผู้อำนวยการไม่ได้เตรียมใครไว้แล้ว” ดนัยพูด“อ่าวถ้าอย่างนั้นใครล่ะคะหรือว่าเป็นหมอที่หมอดนัยรู้จัก” หมอยูมิถาม“คนผ่าตัดก็คือผมครับแต่ก็ไม่ใช่ผม....” ดนัยตอบทำให้หมอยูมิยิ่งงงเข้าไปใหญ่“ดนัยหรือว่านายจะบอก....” ดูเหมือนฮิคาริจะเข้าใจแล้วว่าดนัยกำลังจะบอกอะไร“หมอดนัยพูดอะไรคะเนี่ยฉันไม่เห็นจะเข้าใจ” หมอยูมิถึงกับงงว่าดนัยกำลังจะพูดอะไร“ที่ผมจะบอกคุณก็คือคนลงมีดน่ะเป็นผมแต่คนที่จะช่วยสอนและแนะนำการผ่าตัดน่ะคือฮิคาริครับ !!” ดนัยพูดออกมาในที่สุดเขาตัดสินใจแล้วว่าจะบอกหมอยูมิเรื่องที่เขาเห็นวิญญาณของฮิคาริ“เอ๋...หมอดนัยพูดอะไรคะเนี่ยคุณไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย” หมอยูมิอุทานพลางยกมือขึ้นมาจะวัดไข้ดนัย“ผมไม่ได้ป่วยครับผมน่ะเห็นวิญญาณของฮิคาริครับ” ดนัยพูด“ฮ่ะๆเห็นวิญญาณงั้นเหรอคะนี่เป็นเรื่องโจ๊กของคนไทยงั้นเหรอคะหมอดนัยพวกเราเรียนวิทยาศาสตร์นะคะวิญญาณมีจริงที่ไหน” หมอยูมิหัวเราะออกมาเธอนั้นสงสัยว่าดนัยคงจะเห็นเธอเครียดจึงพยายามพูดอะไรตลกๆออกมาแต่ดนัยนั้นไม่ได้สนใจที่หมอยูมิเห็นว่าเขากำลังพูดเรื่องตลกเขาหันไปหาฮิคาริเพื่อหาตัวช่วย“นี่ฮิคาริเธอช่วยนึกอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเรื่องเธอหน่อยสิ” ดนัยพูด“โอ๊ยหมอดนัยพอเถอะค่ะถึงกับคุยกับอากาศแกล้งแสดงว่ากำลังคุยกับวิญญาณแต่ก็เหมือนดีนะคะเหมือนคุณกำลังคุยกับใครอยู่เลย” หมอยูมิพูด“อืม...เรื่องที่พอจะเป็นหลักฐานงั้นเหรอ” ฮิคาริคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอหลับตาพลางพยายามนึกถึงเรื่องที่เธอจำไม่ได้ตอนนั้นเองก็มีบางอย่างผุดขึ้นมาในสมองของเธอเธอพูดพึมพำขึ้นมาทันที“ตอนปอ.สองหมอยูมิเคยแอบแกะปั้มออกซิเจนในตู้ปลาของครูใหญ่ออกไปเพื่อชำดูภายในจนทำให้ปลาคาร์ฟราคาหลายล้านเยนของครูใหญ่ตายยกตู้แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือเธอเพราะเธอเอาปั้มกลับไปติดที่เดิมหลังจากนั้น” ฮิคาริพูดดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างทันทีเพราะไม่นึกว่าสมัยปอ.สองหมอยูมิจะทำอะไรแบบนั้นด้วยควับ !! ดนัยหันมาหาหมอยูมิทันทีก่อนจะพูดสิ่งที่ฮิคาริที่พึ่งพูดออกมาเมื่อครู่ให้เธอฟัง“ตอนปอ.สองหมอยูมิน่ะเคยแอบแกะปั้มออกซิเจนตู้ปลาคาร์ฟของครูใหญ่ออกมาชำแหละจนทำให้ปลาราคาหลายล้านเยนตายยกตู้ถูกมั้ย !!!” ดนัยพูดและทันทีที่หมอยูมิได้ยินก็นิ่งและอ้าปากค้างไปทันที“มะ มะ หมอดะ ดะ นัย ระ ระ รู้ได้ยังไงเรื่องนั้นมันมีแค่ฉันกับฮิคาริที่รู้นะ !!” หมอยูมิอุทานออกมา“ตอนปอ.ห้าตอนไปทัศนศึกษาเธอเคยใช้ไขควงรื้อเครื่องทำน้ำอุ่นของโรงแรมเพื่อดูการทำงานภายในของมันแต่ทว่าเธอลืมประกอบชิ้นส่วนบางอย่างกลับเข้าไปซึ่งมันทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทำงานจนทำให้ที่โรงแรมไม่มีน้ำอุ่นใช้ไปสามวัน” ฮิคาริยังพูดต่อดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มพูดตามทันที“ตอนปอ.ห้าตอนทัศนศึกษาคุณรื้อเครื่องทำน้ำอุ่นของโรงแรมแต่ตอนประกอบกลับคุณดันลืมใส่ชิ้นส่วนบางอย่างกลับเข้าไปด้วยทำให้โรงแรมไม่มีน้ำอุ่นใช้ไปสามวันวีรกรรมคุณนี่ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ยหมอยูมิ !!!” ดนัยแสยะยิ้มจนหมอยูมิหน้าซีด“ตอนมอ.สองเธอเคย.............” ฮิคาริยังเล่าต่อดนัยก็ไม่รอช้าเล่าตามที่ฟังมาทันที“ตอนมอ.สองคุณ..../กรี๊ด !!!!!!!!” ดนัยยังไม่ทันเล่าจบหมอยูมิก็กรี๊ดออกมาก่อนจะตะครุบเข้าที่ปากของดนัยไม่ให้เขาพูดต่อ“พอแล้วค่ะพอแล้วไม่ต้องพูดต่อแล้วฉันเชื่อแล้วค่ะฮิคาริเธอพอเลยนะไม่ต้องเล่าอะไรแล้วถ้าเธอเล่าล่ะก็ฉันจะจัดการเธอแน่ !!!” หมอยูมิใช้มืออุดปากดนัยเอาไว้เธอพยายามมองไปรอบห้องและพูดออกมาเพื่อไม่ให้ฮิคาริพูดอะไรต่อ“ฮ่ะๆเชื่อผมแล้วใช่มั้ยล่ะผมน่ะเห็นวิญญาณจริงๆ” ดนัยแกะมือของหมอยูมิออกและหัวเราะออกมา“อืม” หมอยูมิได้แต่พยักหน้าอย่างขมขื่นเพราะเรื่องที่ดนัยพูดออกมานั้นล้วนแต่เป็นเรื่องในสมัยเด็กของเธอที่มีแค่ฮิคาริเท่านั้นที่รู้เรื่องพวกนี้จบ...