ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 น้ำหยวนวิญญาณขุมพลัง

            “หลบเร็ว...”

            กว่าเสียงอันลนลานของเซี่ยฉิงจะเข้าหูหัวใจฉู่เหินก็สั่นกระตุกไปหลายครั้งแล้ว

            โลหิตวาวแสงแดงประหลาดงามล้ำตกลงกลางหน้าผากฉู่เหินผะแผ่วเหมือนสายฝนวิเศษเพียงแต่ ‘น้ำฝน’ สีแดงนี้กลับเดือดพล่านยิ่งนัก

            แก่นเลือดสัตว์ปีศาจ!

            ภายในซ่อนเร้นพลังอันบริสุทธิ์ที่สุดของสัตว์ปีศาจ แต่กระนั้นพลังนี้กลับบ้าคลั่งไร้ใดเทียบ

            หากมนุษย์ธรรมดาอยากได้พลังในแก่นเลือดของสัตว์ปีศาจวิธีที่ดีที่สุดคือการผสมเข้ากับยาแล้วเริ่มการกลั่นหากรับแก่นเลือดสัตว์ปีศาจเข้าร่างกายโดยตรงแหล่งพลังงานบ้าคลั่งโหดร้ายในแก่นเลือดมากพอจะฉีกกระชากเส้นปราณทั้งหลายในกายมนุษย์ให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ

            มังกรกระหายเลือดหลังกระโดง สัตว์ปีศาจขั้นราชาสัตว์

            พลังเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุขั้นสูงสุด

            พลังที่แก่นเลือดหยดหนึ่งกักเก็บไว้หาใช่ที่สัตว์ปีศาจธรรมดาจะเทียบเคียงได้ไม่

            ผ่าง

            เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ฉู่เหินหลบแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงที่กระเด็นออกมาไม่ทันการ

            ชั่วขณะนั้น ดวงตาฉู่เหินเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที พลังน่าครั่นคร้ามเหมือนภูเขาไฟระเบิดอุบัติขึ้นในร่างเขา

            “อ๊าก”

            ฉู่เหินกรีดร้องเจ็บปวด ล้มลงสิ้นเรี่ยวแรง

            เซี่ยฉิงรีบปรี่ไปดูอาการเขา หว่างคิ้วงดงามทั้งจนปัญญาและเสียดาย

            นางรู้ดีว่าแก่นเลือดหยดหนึ่งของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงนี้หมายความถึงสิ่งใดต่อฉู่เหินผู้มีพลังเพียงระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าไม่มีใครช่วยฉู่เหินได้ หากนางไม่ได้ถูกอายหนาวมนตร์น้ำแข็งของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งกักขังพลังหยวนแท้เอาไว้บางทีอาจยังมีหวังจะรักษาชีวิตของฉู่เหินเอาไว้ได้บ้าง

            แต่ตอนนี้เซี่ยฉิงไม่อาจเคลื่อนพลังหยวนแท้ได้แม้แต่นิดเดียว

            “อ๊าก”

            ฉู่เหินดิ้นทุรนทุรายไม่หยุด ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกไฟเผา เส้นปราณทั้งหมดในร่างถูกหั่นสะบั้นผิวหนังกลายเป็นสีแดงเถือก

            ความรู้สึกนี้ราวกับร่างอัดแน่นไปด้วยลาวา พร้อมจะระเบิดตัวตายได้ตลอดเวลา

            พลังอันบ้าคลั่งเต็มเปี่ยมในเส้นปราณทุกเส้นและกระดูกทุกชิ้นฉู่เหินตาเหลือกถลน เส้นเลือดที่ลำคอและแขนระเบิดออกมา ความเจ็บปวดไร้ที่สิ้นสุดดลให้สองมือตะเกียกตะกายไปกับพื้น

            ลมหายใจถี่กระชั้น กัดฟันกรอด ฉู่เหินเอามือกุมหน้าผากรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดออก

            “อ๊าก...ข้าตายไม่ได้ กะอีแค่แก่นเลือดสัตว์ปีศาจจะทำร้ายข้าถึงแก่ความตายได้อย่างไร...” ฉู่เหินคำรามลั่น ท่าทางคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่าบ้าคลั่งทั้งเหี้ยมเกรียมและน่าอดสู

            ...

            เห็นสภาพฉู่เหินที่เจ็บปวดเกินจะทานทนแล้ว เซี่ยฉิงก็จนใจเหลือเกิน“ขอโทษด้วย ข้าช่วยเจ้าไม่ได้”

            นางนึกไม่ถึงเลยว่าโครงกระดูกของมังกรล่าโลหิตที่ตายมานานปีจะยังมีแก่นเลือดที่ยังไม่สลายหลงเหลืออยู่มิหนำซ้ำยังหล่นเข้ากายฉู่เหินพอดิบพอดีอีก

            เมื่อครู่นี้เองที่ฉู่เหินเพิ่งจะได้รับหอกพิชิตมารสะท้านวิญญาที่ผู้อาวุโสฟางปู้ฝานหลงเหลือไว้มาเพิ่งพริบตาเดียวกลับมาถูกทำลายอย่างราบคาบเสียแล้ว

            ชะตาฟ้าเล่นตลกเหลือเกิน

            “เฮ้อ!”

            เซี่ยฉิงถอนหายใจ นางหยิบขวดใบเล็กวิจิตรออกมา เปิดฝาขวดออกกลิ่นอายสีขาวสายหนึ่งโลดแล่นออกมา อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงเฉียบพลันบังเกิดเป็นความเหน็บหนาวทิ่มแทงกระดูก

            “นี่คือ ‘น้ำหยวนวิญญาณขุมพลัง’ ของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง ถึงจะช่วยเจ้าไม่ได้แต่ก็พอให้เจ้าบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้...”

            ฉู่เหินในยามนี้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางไม่ได้ตอบรับอันใดต่อถ้อยคำที่เซี่ยฉิงพูด

            เซี่ยฉิงยื่นมือไปเหนือใบหน้าฉู่เหิน เทน้ำจากขวดนั้นลงแช่มช้าของเหลวสีขาวใสวาวหยดหนึ่งหยดลงตรงปากฉู่เหิน

            วาบ!

            ชั่วพริบตาอายความหนาวเย็นยะเยือกถึงขีดสุดก็เริ่มอบอวลลอยขึ้นในกายฉู่เหิน

            พลังแห่งแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงถูกกดทับผิวเนื้อของฉู่เหินเปลี่ยนจากเร่าร้อนเป็นเย็นเฉียบแต่บางครั้งก็เปลี่ยนจากเย็นเฉียบเป็นเร่าร้อน

            ฉู่เหินหยุดนิ่งลง ไม่ขยับเขยื้อนอันใดอีก

            บางทีอาจเพราะเจ็บปวดถึงขีดสุดจนบรรเทาลงแล้ว หรือไม่ก็หมดสติไปเลย...

            น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งคือพลังงานที่เกิดจากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งนำอายหนาวมนตร์น้ำแข็งในร่างมาควบรวมหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจะเก็บสะสมน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังนี้ไว้รอให้ลูกหลานได้ใช้ในภายภาคหน้า

            และเซี่ยฉิงก็นำน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังนี้มาจากรังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง

            แต่ยามจะจากมากลับถูกหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจับได้

            ฉู่เหินถึงได้พบกับศึกใหญ่ระหว่างเซี่ยฉิงกับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งที่ด้านนอกก่อนหน้านี้นั่นเอง

            น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังเก็บงำพลังของราชาสัตว์หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเอาไว้หากเป็นในยามปกติ คนธรรมดาสัมผัสมันมีหวังได้ถึงตาย แต่ปราณมนตร์น้ำแข็งที่ซ่อนแฝงอยู่นั้นมีฤทธิ์บรรเทาพลังแก่นเลือดของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงในระดับหนึ่ง

            เทียบกันแล้ว ย่อมจะช่วยคลายความเจ็บปวดให้ฉู่เหินได้

            ความจริงแล้วเซี่ยฉิงจะลงมือสังหารฉู่เหินในกระบี่เดียวให้อีกฝ่ายหมดทุกข์สิ้นร้อนก็ย่อมได้

            แต่เซี่ยฉิงไม่ได้ทำเช่นนี้ นางทำไม่ลงจริงๆ

            ...

            เห็นฉู่เหินนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนแล้ว ดวงตาเซี่ยฉิงก็ฉายแววขอโทษ

            “หากเจ้าไม่ช่วยข้าเอาไว้ คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขอบคุณนะ!”

            เซี่ยฉิงปิดขวดใส่น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังอีกครั้งแล้วนั่งลงตรงที่ไม่ไกลออกไปเริ่มเคลื่อนพลังหยวนแท้ขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งในร่าง

            เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว

            เซี่ยฉิงไม่คาดคะเนว่าต่อไปจะต้องพบเจอภยันตรายหรือปัญหาอันใดอีกต้องรีบฟื้นฟูพลังก่อนเป็นการเร่งด่วนที่สุด

            ...

            ในวังบาดาลอันเงียบงัน

            เซี่ยฉิงหลับตาคู่งาม ดวงหน้างดงามแจ่มจรัสเหนือมนุษย์น่าต้องใจ แม้ว่าเสื้อผ้าอาภรณ์มีรอยยับย่นเรือนผมยาวจะยุ่งเหยิงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่อาจกลบทับความสง่างามมาดผู้ดีที่นางมีแต่กำเนิดได้เลย

            วังวนปราณสีขาวสายแล้วสายเล่าถูกขับไล่ออกจากกายเซี่ยฉิง

            อุณหภูมิโดยรอบจากกายเซี่ยฉิงเย็นเยือกถึงกระดูก

            ...

            ยามนี้เองที่ฉู่เหินนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่กับพื้น

            หอกพิชิตมารก็ตกอยู่อีกด้าน กระจายประกายคมกล้าเฉกเช่นวันวาน

            ตึงๆ!

            พลันนั้น คลื่นพลังประหลาดเคลื่อนไหวในกายฉู่เหิน พลังนั้นเลือนรางมากหากไม่ตรวจจับให้ละเอียดย่อมยากจะรู้สึกถึง ทันทีที่พลังนี้ปรากฏพลังแห่งแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงกับพลังน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังก็สงบลงไม่น้อยเลย

            ฉู่เหินเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวพลังของราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองกำลังผลักไสกันและกัน

            ฉู่เหินที่สลบเหมือดก็กำลังเข้าสู่สภาวะอันน่ามหัศจรรย์

            ครืนๆ!

            ฟ้าดินมืดมิด สุริยันจันทราอับแสง

            ในธารดาราเต็มฟากฟ้า ฟ้าดินโกลาหลไพศาลไร้ขอบเขตเนตรปีศาจสีม่วงใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นบนยอดฟ้า ราวกับว่าเป็นเนตรเทพปีศาจบรรพกาลสอดส่องดูแลสรรพสิ่ง ตรวจตราฟ้าคะเนดิน

            ยอดของสวรรค์เก้าชั้นฟ้าบังเกิดเป็นเมฆลมนานา ฟ้าดินเปลี่ยนสีสัน

            เขตเบื้องหลังเนตรปีศาจสีดำกลับเป็นร่างสีดำยักษ์สูงหมื่นจ้างยืนตระหง่านพลังอำนาจยิ่งใหญ่อลังการปลดปล่อยจากร่างสีดำนั้นพลังอำนาจสั่นสะเทือนห้วงนภาและผืนปฐพี ประหนึ่งเทพมารโลกตะลึงเกรียงไกรในเอกภพ

            ตูม โครม!

            ทันใดนั้นเองที่พลังอันโหมกระหน่ำถาโถมทะยานสู่ฟากฟ้า

            ร่างสีดำหมื่นจ้างเปล่งแสงอันวาวโรจน์ออกมา ชั่ววินาทีนั้น พลังอันคึกคะนองของสองราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ในร่างฉู่เหินโอนอ่อนผ่อนตามในทันที

            ...

            ฉู่เหินผู้นอนอยู่บนแท่นหินเริ่มหายใจเป็นปกติ ร่างกายเองก็ผ่อนคลายลงช้าๆ

            เส้นปราณทั้งหลายเหมือนต้นหญ้าอ่อนที่เพิ่งผ่านพ้นลมหนาวในเหมันตฤดูยามสายลมวสันต์พัดผ่านมา ก็เติบใหญ่เปี่ยมชีวิตชีวาอีกคราหนึ่งแสงสีดำบางดุจแพรไหมห่อหุ้มร่างฉู่เหินเอาไว้พลังแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงกับพลังแห่งหยวนวิญญาณแหล่งพลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งไหลไปตามเส้นลมปราณพิเศษอย่างมีระเบียบ

            พลังที่ต่างกันสองชนิดกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันกับพลังหยวนแท้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

            พลังหยวนแท้แข็งแกร่งก้าวกระโดดทะลวงระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเข้าระดับเชื่อมหยวนไปโดยไม่รู้ตัว กระนั้นยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นร่างกายและพลังของฉู่เหินยังได้รับการเสริมความแกร่งขึ้นไม่หยุด กลิ่นอายอันไพศาลรวมตัวและเพิ่มพูนในร่างของเขา

            ทว่า เซี่ยฉิงผู้กำลังเคลื่อนพลังลมปราณขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งอยู่ตลอดกลับไม่ได้รู้สึกถึงอุบัติการณ์นี้เลย

            ...

            เวลาไหลผ่านไปทุกวินาที เพียงพริบตาก็หมดไปหนึ่งวันเต็ม

            ระหว่างหนึ่งวันที่ผ่านพ้นไป สภาพของเซี่ยฉิงดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดอายหนาวมนตร์น้ำแข็งล่องลอยดั่งเปลวควันถูกขับออกมาจากร่างของนางไม่เว้นช่วง

            หมอกน้ำแข็งสีขาวพันรอบกายนาง แต่งแต้มความสวยสดงดงามเพิ่มหลายส่วน

            สวบสาบ

            ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมา

            กิ้งก่าธารทมิฬสูงกว่าสามเมตรตัวหนึ่งเผยตัวในวังบาดาลโดยไร้สัญญาณใดกิ้งก่าธารทมิฬปีนเข้ามาจากทางอุโมงค์ที่ฉู่เหินกับเซี่ยฉิงเข้ามาก่อนหน้านี้

            มันมีเกราะอันแข็งแรงห่อหุ้มเต็มตัว แขนขามีกรงเล็บคมกริบดุจใบมีด

            แต่มันกลับเคลื่อนไหวเกิดเสียงเพียงแผ่วเบาเท่านั้น

            กิ้งก่าธารทมิฬจ้องเซี่ยฉิงตรงหน้าอย่างเหี้ยมเกรียมดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและดุร้าย

            อันตรายย่างกรายเข้ามาทุกขณะ!

            แต่เซี่ยฉิงกลับยังจมจ่อมอยู่กับสภาวะเคลื่อนพลังภายเพื่อขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งไม่ได้รู้สึกถึงเรื่องราวในโลกภายนอกเลย

            แผลบ

            กิ้งก่าธารทมิฬแลบลิ้นยาวแดงฉานเป็นแฉกออกมาเบาๆตอนอยู่ห่างจากเซี่ยฉิงไม่ถึงสามเมตร มันก็พุ่งปราดเข้าไปทันที

            กิ้งก่าธารทมิฬเร็วรี่ราวลูกธนูดีดจากสาย ลากเป็นภาพมายาในอากาศ

            มันอ้าปากอันเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมอย่างเหี้ยมเกรียมพร้อมงับเซี่ยฉิง

            ผ่าง

            ทันใดนั้นเอง เซี่ยฉิงเบิกตาขึ้นมา อายหนาวเยือกเย็นดุจน้ำแข็งวาวโรจน์ในดวงตา

            แต่กระนั้น ก่อนที่เซี่ยฉิงจะได้ลงมือ อานุภาพผ่าสลาตันกลับกวาดล้างเข้ามาเสียง ‘ฉัวะ’ เสียดแทงแก้วหูเห็นหัวของกิ้งก่าธารทมิฬถูกหอกแหลมคมแทงจนทะลุกับตา

            คมหอกประหนึ่งแสง แวววับจับตา!

            กิ้งก่าธารทมิฬล้มลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงศาสตราวุธที่แทงทะลุหัวของมันคือหอกพิชิตมารนั่นเอง

            เซี่ยฉิงไหวตัว คืนสติกลับมาภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าอันหล่อเหลาที่เจือยิ้มอบอุ่น...

     

             …………………………

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน