“หลบเร็ว...”
กว่าเสียงอันลนลานของเซี่ยฉิงจะเข้าหูหัวใจฉู่เหินก็สั่นกระตุกไปหลายครั้งแล้ว
โลหิตวาวแสงแดงประหลาดงามล้ำตกลงกลางหน้าผากฉู่เหินผะแผ่วเหมือนสายฝนวิเศษเพียงแต่ ‘น้ำฝน’ สีแดงนี้กลับเดือดพล่านยิ่งนัก
แก่นเลือดสัตว์ปีศาจ!
ภายในซ่อนเร้นพลังอันบริสุทธิ์ที่สุดของสัตว์ปีศาจ แต่กระนั้นพลังนี้กลับบ้าคลั่งไร้ใดเทียบ
หากมนุษย์ธรรมดาอยากได้พลังในแก่นเลือดของสัตว์ปีศาจวิธีที่ดีที่สุดคือการผสมเข้ากับยาแล้วเริ่มการกลั่นหากรับแก่นเลือดสัตว์ปีศาจเข้าร่างกายโดยตรงแหล่งพลังงานบ้าคลั่งโหดร้ายในแก่นเลือดมากพอจะฉีกกระชากเส้นปราณทั้งหลายในกายมนุษย์ให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ
มังกรกระหายเลือดหลังกระโดง สัตว์ปีศาจขั้นราชาสัตว์
พลังเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งระดับผ่าอากาศธาตุขั้นสูงสุด
พลังที่แก่นเลือดหยดหนึ่งกักเก็บไว้หาใช่ที่สัตว์ปีศาจธรรมดาจะเทียบเคียงได้ไม่
ผ่าง
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ฉู่เหินหลบแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงที่กระเด็นออกมาไม่ทันการ
ชั่วขณะนั้น ดวงตาฉู่เหินเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที พลังน่าครั่นคร้ามเหมือนภูเขาไฟระเบิดอุบัติขึ้นในร่างเขา
“อ๊าก”
ฉู่เหินกรีดร้องเจ็บปวด ล้มลงสิ้นเรี่ยวแรง
เซี่ยฉิงรีบปรี่ไปดูอาการเขา หว่างคิ้วงดงามทั้งจนปัญญาและเสียดาย
นางรู้ดีว่าแก่นเลือดหยดหนึ่งของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงนี้หมายความถึงสิ่งใดต่อฉู่เหินผู้มีพลังเพียงระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าไม่มีใครช่วยฉู่เหินได้ หากนางไม่ได้ถูกอายหนาวมนตร์น้ำแข็งของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งกักขังพลังหยวนแท้เอาไว้บางทีอาจยังมีหวังจะรักษาชีวิตของฉู่เหินเอาไว้ได้บ้าง
แต่ตอนนี้เซี่ยฉิงไม่อาจเคลื่อนพลังหยวนแท้ได้แม้แต่นิดเดียว
“อ๊าก”
ฉู่เหินดิ้นทุรนทุรายไม่หยุด ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกไฟเผา เส้นปราณทั้งหมดในร่างถูกหั่นสะบั้นผิวหนังกลายเป็นสีแดงเถือก
ความรู้สึกนี้ราวกับร่างอัดแน่นไปด้วยลาวา พร้อมจะระเบิดตัวตายได้ตลอดเวลา
พลังอันบ้าคลั่งเต็มเปี่ยมในเส้นปราณทุกเส้นและกระดูกทุกชิ้นฉู่เหินตาเหลือกถลน เส้นเลือดที่ลำคอและแขนระเบิดออกมา ความเจ็บปวดไร้ที่สิ้นสุดดลให้สองมือตะเกียกตะกายไปกับพื้น
ลมหายใจถี่กระชั้น กัดฟันกรอด ฉู่เหินเอามือกุมหน้าผากรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดออก
“อ๊าก...ข้าตายไม่ได้ กะอีแค่แก่นเลือดสัตว์ปีศาจจะทำร้ายข้าถึงแก่ความตายได้อย่างไร...” ฉู่เหินคำรามลั่น ท่าทางคลุ้มคลั่งเหมือนสัตว์ป่าบ้าคลั่งทั้งเหี้ยมเกรียมและน่าอดสู
...
เห็นสภาพฉู่เหินที่เจ็บปวดเกินจะทานทนแล้ว เซี่ยฉิงก็จนใจเหลือเกิน“ขอโทษด้วย ข้าช่วยเจ้าไม่ได้”
นางนึกไม่ถึงเลยว่าโครงกระดูกของมังกรล่าโลหิตที่ตายมานานปีจะยังมีแก่นเลือดที่ยังไม่สลายหลงเหลืออยู่มิหนำซ้ำยังหล่นเข้ากายฉู่เหินพอดิบพอดีอีก
เมื่อครู่นี้เองที่ฉู่เหินเพิ่งจะได้รับหอกพิชิตมารสะท้านวิญญาที่ผู้อาวุโสฟางปู้ฝานหลงเหลือไว้มาเพิ่งพริบตาเดียวกลับมาถูกทำลายอย่างราบคาบเสียแล้ว
ชะตาฟ้าเล่นตลกเหลือเกิน
“เฮ้อ!”
เซี่ยฉิงถอนหายใจ นางหยิบขวดใบเล็กวิจิตรออกมา เปิดฝาขวดออกกลิ่นอายสีขาวสายหนึ่งโลดแล่นออกมา อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงเฉียบพลันบังเกิดเป็นความเหน็บหนาวทิ่มแทงกระดูก
“นี่คือ ‘น้ำหยวนวิญญาณขุมพลัง’ ของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง ถึงจะช่วยเจ้าไม่ได้แต่ก็พอให้เจ้าบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง ข้าช่วยเจ้าได้เท่านี้...”
ฉู่เหินในยามนี้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางไม่ได้ตอบรับอันใดต่อถ้อยคำที่เซี่ยฉิงพูด
เซี่ยฉิงยื่นมือไปเหนือใบหน้าฉู่เหิน เทน้ำจากขวดนั้นลงแช่มช้าของเหลวสีขาวใสวาวหยดหนึ่งหยดลงตรงปากฉู่เหิน
วาบ!
ชั่วพริบตาอายความหนาวเย็นยะเยือกถึงขีดสุดก็เริ่มอบอวลลอยขึ้นในกายฉู่เหิน
พลังแห่งแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงถูกกดทับผิวเนื้อของฉู่เหินเปลี่ยนจากเร่าร้อนเป็นเย็นเฉียบแต่บางครั้งก็เปลี่ยนจากเย็นเฉียบเป็นเร่าร้อน
ฉู่เหินหยุดนิ่งลง ไม่ขยับเขยื้อนอันใดอีก
บางทีอาจเพราะเจ็บปวดถึงขีดสุดจนบรรเทาลงแล้ว หรือไม่ก็หมดสติไปเลย...
น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งคือพลังงานที่เกิดจากหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งนำอายหนาวมนตร์น้ำแข็งในร่างมาควบรวมหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจะเก็บสะสมน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังนี้ไว้รอให้ลูกหลานได้ใช้ในภายภาคหน้า
และเซี่ยฉิงก็นำน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังนี้มาจากรังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
แต่ยามจะจากมากลับถูกหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งจับได้
ฉู่เหินถึงได้พบกับศึกใหญ่ระหว่างเซี่ยฉิงกับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งที่ด้านนอกก่อนหน้านี้นั่นเอง
น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังเก็บงำพลังของราชาสัตว์หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเอาไว้หากเป็นในยามปกติ คนธรรมดาสัมผัสมันมีหวังได้ถึงตาย แต่ปราณมนตร์น้ำแข็งที่ซ่อนแฝงอยู่นั้นมีฤทธิ์บรรเทาพลังแก่นเลือดของมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงในระดับหนึ่ง
เทียบกันแล้ว ย่อมจะช่วยคลายความเจ็บปวดให้ฉู่เหินได้
ความจริงแล้วเซี่ยฉิงจะลงมือสังหารฉู่เหินในกระบี่เดียวให้อีกฝ่ายหมดทุกข์สิ้นร้อนก็ย่อมได้
แต่เซี่ยฉิงไม่ได้ทำเช่นนี้ นางทำไม่ลงจริงๆ
...
เห็นฉู่เหินนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนแล้ว ดวงตาเซี่ยฉิงก็ฉายแววขอโทษ
“หากเจ้าไม่ช่วยข้าเอาไว้ คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ขอบคุณนะ!”
เซี่ยฉิงปิดขวดใส่น้ำหยวนวิญญาณขุมพลังอีกครั้งแล้วนั่งลงตรงที่ไม่ไกลออกไปเริ่มเคลื่อนพลังหยวนแท้ขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งในร่าง
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว
เซี่ยฉิงไม่คาดคะเนว่าต่อไปจะต้องพบเจอภยันตรายหรือปัญหาอันใดอีกต้องรีบฟื้นฟูพลังก่อนเป็นการเร่งด่วนที่สุด
...
ในวังบาดาลอันเงียบงัน
เซี่ยฉิงหลับตาคู่งาม ดวงหน้างดงามแจ่มจรัสเหนือมนุษย์น่าต้องใจ แม้ว่าเสื้อผ้าอาภรณ์มีรอยยับย่นเรือนผมยาวจะยุ่งเหยิงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่อาจกลบทับความสง่างามมาดผู้ดีที่นางมีแต่กำเนิดได้เลย
วังวนปราณสีขาวสายแล้วสายเล่าถูกขับไล่ออกจากกายเซี่ยฉิง
อุณหภูมิโดยรอบจากกายเซี่ยฉิงเย็นเยือกถึงกระดูก
...
ยามนี้เองที่ฉู่เหินนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่กับพื้น
หอกพิชิตมารก็ตกอยู่อีกด้าน กระจายประกายคมกล้าเฉกเช่นวันวาน
ตึงๆ!
พลันนั้น คลื่นพลังประหลาดเคลื่อนไหวในกายฉู่เหิน พลังนั้นเลือนรางมากหากไม่ตรวจจับให้ละเอียดย่อมยากจะรู้สึกถึง ทันทีที่พลังนี้ปรากฏพลังแห่งแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงกับพลังน้ำหยวนวิญญาณขุมพลังก็สงบลงไม่น้อยเลย
ฉู่เหินเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวพลังของราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองกำลังผลักไสกันและกัน
ฉู่เหินที่สลบเหมือดก็กำลังเข้าสู่สภาวะอันน่ามหัศจรรย์
ครืนๆ!
ฟ้าดินมืดมิด สุริยันจันทราอับแสง
ในธารดาราเต็มฟากฟ้า ฟ้าดินโกลาหลไพศาลไร้ขอบเขตเนตรปีศาจสีม่วงใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นบนยอดฟ้า ราวกับว่าเป็นเนตรเทพปีศาจบรรพกาลสอดส่องดูแลสรรพสิ่ง ตรวจตราฟ้าคะเนดิน
ยอดของสวรรค์เก้าชั้นฟ้าบังเกิดเป็นเมฆลมนานา ฟ้าดินเปลี่ยนสีสัน
เขตเบื้องหลังเนตรปีศาจสีดำกลับเป็นร่างสีดำยักษ์สูงหมื่นจ้างยืนตระหง่านพลังอำนาจยิ่งใหญ่อลังการปลดปล่อยจากร่างสีดำนั้นพลังอำนาจสั่นสะเทือนห้วงนภาและผืนปฐพี ประหนึ่งเทพมารโลกตะลึงเกรียงไกรในเอกภพ
ตูม โครม!
ทันใดนั้นเองที่พลังอันโหมกระหน่ำถาโถมทะยานสู่ฟากฟ้า
ร่างสีดำหมื่นจ้างเปล่งแสงอันวาวโรจน์ออกมา ชั่ววินาทีนั้น พลังอันคึกคะนองของสองราชาสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ในร่างฉู่เหินโอนอ่อนผ่อนตามในทันที
...
ฉู่เหินผู้นอนอยู่บนแท่นหินเริ่มหายใจเป็นปกติ ร่างกายเองก็ผ่อนคลายลงช้าๆ
เส้นปราณทั้งหลายเหมือนต้นหญ้าอ่อนที่เพิ่งผ่านพ้นลมหนาวในเหมันตฤดูยามสายลมวสันต์พัดผ่านมา ก็เติบใหญ่เปี่ยมชีวิตชีวาอีกคราหนึ่งแสงสีดำบางดุจแพรไหมห่อหุ้มร่างฉู่เหินเอาไว้พลังแก่นเลือดมังกรล่าโลหิตหลังกระโดงกับพลังแห่งหยวนวิญญาณแหล่งพลังของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งไหลไปตามเส้นลมปราณพิเศษอย่างมีระเบียบ
พลังที่ต่างกันสองชนิดกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันกับพลังหยวนแท้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
พลังหยวนแท้แข็งแกร่งก้าวกระโดดทะลวงระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเข้าระดับเชื่อมหยวนไปโดยไม่รู้ตัว กระนั้นยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นร่างกายและพลังของฉู่เหินยังได้รับการเสริมความแกร่งขึ้นไม่หยุด กลิ่นอายอันไพศาลรวมตัวและเพิ่มพูนในร่างของเขา
ทว่า เซี่ยฉิงผู้กำลังเคลื่อนพลังลมปราณขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งอยู่ตลอดกลับไม่ได้รู้สึกถึงอุบัติการณ์นี้เลย
...
เวลาไหลผ่านไปทุกวินาที เพียงพริบตาก็หมดไปหนึ่งวันเต็ม
ระหว่างหนึ่งวันที่ผ่านพ้นไป สภาพของเซี่ยฉิงดีกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดอายหนาวมนตร์น้ำแข็งล่องลอยดั่งเปลวควันถูกขับออกมาจากร่างของนางไม่เว้นช่วง
หมอกน้ำแข็งสีขาวพันรอบกายนาง แต่งแต้มความสวยสดงดงามเพิ่มหลายส่วน
สวบสาบ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมา
กิ้งก่าธารทมิฬสูงกว่าสามเมตรตัวหนึ่งเผยตัวในวังบาดาลโดยไร้สัญญาณใดกิ้งก่าธารทมิฬปีนเข้ามาจากทางอุโมงค์ที่ฉู่เหินกับเซี่ยฉิงเข้ามาก่อนหน้านี้
มันมีเกราะอันแข็งแรงห่อหุ้มเต็มตัว แขนขามีกรงเล็บคมกริบดุจใบมีด
แต่มันกลับเคลื่อนไหวเกิดเสียงเพียงแผ่วเบาเท่านั้น
กิ้งก่าธารทมิฬจ้องเซี่ยฉิงตรงหน้าอย่างเหี้ยมเกรียมดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวังและดุร้าย
อันตรายย่างกรายเข้ามาทุกขณะ!
แต่เซี่ยฉิงกลับยังจมจ่อมอยู่กับสภาวะเคลื่อนพลังภายเพื่อขับไล่อายหนาวมนตร์น้ำแข็งไม่ได้รู้สึกถึงเรื่องราวในโลกภายนอกเลย
แผลบ
กิ้งก่าธารทมิฬแลบลิ้นยาวแดงฉานเป็นแฉกออกมาเบาๆตอนอยู่ห่างจากเซี่ยฉิงไม่ถึงสามเมตร มันก็พุ่งปราดเข้าไปทันที
กิ้งก่าธารทมิฬเร็วรี่ราวลูกธนูดีดจากสาย ลากเป็นภาพมายาในอากาศ
มันอ้าปากอันเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมอย่างเหี้ยมเกรียมพร้อมงับเซี่ยฉิง
ผ่าง
ทันใดนั้นเอง เซี่ยฉิงเบิกตาขึ้นมา อายหนาวเยือกเย็นดุจน้ำแข็งวาวโรจน์ในดวงตา
แต่กระนั้น ก่อนที่เซี่ยฉิงจะได้ลงมือ อานุภาพผ่าสลาตันกลับกวาดล้างเข้ามาเสียง ‘ฉัวะ’ เสียดแทงแก้วหูเห็นหัวของกิ้งก่าธารทมิฬถูกหอกแหลมคมแทงจนทะลุกับตา
คมหอกประหนึ่งแสง แวววับจับตา!
กิ้งก่าธารทมิฬล้มลงกับพื้นอย่างหนักหน่วงศาสตราวุธที่แทงทะลุหัวของมันคือหอกพิชิตมารนั่นเอง
เซี่ยฉิงไหวตัว คืนสติกลับมาภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าอันหล่อเหลาที่เจือยิ้มอบอุ่น...
…………………………