บทที่ 33 จิ่งเหมียนด่าผู้ประเมิน
จิ่งเหมียนกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ เธออยากจะกอดคุณยายไป๋เหลือเกิน อีกฝ่ายทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง ยังมีทุกคนคอยสนับสนุนอยู่เื้ั
"ใช่แล้ว คุณจิ่งวางใจเถอะ พวกเราจะเป็พลเมืองที่มีอารยะ พวกมันตำหนิอะไรเราไม่ได้หรอก!" เยว่อวิ๋นเซิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"ผมจะจัดการเคลียร์ซอมบี้รอบ ๆ ลวี่อินเอง ปล่อยให้พวกมันโผล่หัวมาไม่ได้เด็ดขาด!" หวังอี้กล่าวเสริม
ฮวาเล่อเหยาก็ถูกปลุกเร้าด้วยเช่นกัน "ฉันก็ด้วย! ถึงพวกนั้นจะหน้าบูด ฉันก็จะบริการให้ดีที่สุด!"
เซียวจิ่งมองพวกเขาอย่างแปลกใจ ฮวาเล่อเหยา คุณหนูคนนี้เป็อย่างไรที่บ้าน เขาจะไม่รู้เหรอ พอมาที่นี่กลับยอมก้มหัวรับใช้คนอื่น
จิ่งเหมียนที่มีความกังวลเช่นเดียวกันพลันมีสีหน้าซับซ้อน คนพวกนั้นคงไม่ยอมทำตัวดี ๆ แล้วให้ความยุติธรรมกับเธอหรอก แต่เธอก็ไม่อยากทำลายความหวังของทุกคน
พวกผู้เช่ารอคอยด้วยความคาดหวังให้ทั้งสี่คนออกมากินอาหารและฟังคำวิจารณ์ หากลวี่อินได้รับการเลื่อนขั้นเป็ฐานที่มั่น พวกเขาจะต้องฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่!
แต่รอจนอาหารเย็นชืดแล้ว ทั้งสี่คนก็ยังไม่ออกมา
"เล่อเหยา ไปเคาะประตูแจ้งอีกครั้งเถอะ" จิ่งเหมียนกล่าวด้วยสีหน้าเ็า "เอาอาหารที่เย็นแล้วนี่ออกไปหมดเลย" ปล่อยให้คนพวกนั้นกินอาหารเย็น ๆ จะได้หาเื่ตำหนิกันพอดี นี่เป็ความจริงใจสุดท้ายของเธอแล้ว
นอกจากหม้อไฟที่ยังไม่ได้จุดและผักกาดห่อเนื้อแล้ว อาหารจานอื่น ๆ ก็ถูกสั่งใหม่ทั้งหมด
หว่านซิงยกจานอาหารที่ต้องนำออกไป กล่าวว่า "พี่สาว พวกเรากินอาหารเย็นได้ ไม่เห็นต้องทิ้งเลย น่าเสียดายออก ให้พวกเรากินได้ไหม?"
"อยากกินอะไรก็เอาไปอุ่นกินได้เลย" จิ่งเหมียนรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ในที่สุดทั้งสี่คนก็ออกมา ฮวาเล่อเหยาเดินตามหลังมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
พอเข้าโรงอาหารมา จางเหม่ย ก็ตาเป็ประกาย ผักกาดห่อเนื้อดูสดใหม่มาก อาหารจานอื่น ๆ ก็ดูน่ารับประทาน มีกลิ่นหอมกรุ่น
ทุกคนเริ่มลงมือทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่ได้พูดคุยกับพนักงานของลวี่อินแม้แต่คำเดียว
ไม่เพียงจิ่งเหมียนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ยังมีหวังอี้ ฮวาเล่อเหยา คุณยายไป๋ เยว่อวิ๋นเซิง ต่างก็นั่งรออยู่
รอคอยให้พวกเขากินอย่างเอร็ดอร่อย มีความประทับใจที่ดีต่อลวี่อิน และให้คะแนนระดับของฐานสูง ๆ
หลีซื่อไห่กินอย่างตะกละตะกลาม ทันใดนั้นเขาก็หยุดแล้วมองไปยังคนอื่น ๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหารในโรงอาหาร
“ปัง!” หลีซื่อไห่ทุบโต๊ะอย่างฉุนเฉียว!
เพื่อนร่วมงานสามคนที่นั่งข้าง ๆ ตกตะลึงจนต้องวางตะเกียบลงทันที
"พี่ไห่ เกิดอะไรขึ้นคะ" จางเหม่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
"คุณจิ่ง ผมจำได้ว่าคุณบอกว่าจะต้อนรับพวกเราอย่างดีใช่ไหม" หลีซื่อไห่กล่าว
"ใช่ค่ะ" จิ่งเหมียนไม่เข้าใจว่าชายอ้วน้าอะไร อีกฝ่ายเพิ่งจะกินอย่างเอร็ดอร่อยไปเมื่อครู่นี้เอง
คนอื่น ๆ บนโต๊ะอาหารต่างก็งุนงง อาหารของที่นี่อร่อยเลิศตั้งขนาดนี้!
หลีซื่อไห่ชี้ไปยังผู้เช่าคนอื่น ๆ ที่กำลังกินอาหารอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ "พวกเขากินเหมือนกับพวกเรา!"
ทุกคนทำสีหน้าเหมือนกับจะพูดว่า ‘แล้วไง?’
"นี่คุณเรียกว่าต้อนรับแขกเหรอ ให้เรากินเหมือนกับพวกคนชั้นต่ำ? คุณกำลังดูถูกพวกเรางั้นเหรอ" หลีซื่อไห่โวยวายราวกับว่าเขาถูกดูิ่อย่างรุนแรง เขาชี้ไปที่จิ่งเหมียนด้วยนิ้วอ้วนป้อม "คุณไม่มีความจริงใจเลย คุณจิ่ง คุณไม่ให้เกียรติคนอื่น"
"คุณหลี่คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น ต้องกินอาหารไม่เหมือนกับคนอื่นงั้นเหรอ" คุณหนูฮวาเล่อเหยาทนไม่ไหวจึงพูดจาประชดประชัน
"แกเป็แค่ใคร ถึงกล้ามาพูดกับฉันแบบนี้!" หลีซื่อไห่ปัดชามซุปบัวลอยดอกกุ้ยที่อยู่ตรงหน้าจนหกใส่ตัวฮวาเล่อเหยาและคนที่นั่งข้าง ๆ
“แก!” ฮวาเล่อเหยาโมโหจนเกือบจะพุ่งเข้าไปตบตีแล้ว แต่ถูกหวังอี้ดึงไว้
จิ่งเหมียนไม่เผยสีหน้าใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เธอพูดว่า “ผู้ประเมินหลี่ คุณต่างหากที่ไม่ให้เกียรติคนอื่น พวกเขาเป็กำลังสำคัญของลวี่อินของฉัน ทุกคนที่นี่มีสิทธิ์พูดคุยกับคุณ!”
หลีซื่อไห่เบะปากมองอย่างดูถูก เหมือนกำลังจะพ่นคำพูดหยาบคายออกมา แต่คุณยายป๋ายก็รีบห้ามปราม
คุณยายไป๋เจอคนแบบนี้มามาก จึงได้แต่พยายามไม่ไปทำให้ขุ่นเคือง “คุณผู้ประเมินอย่าโกรธเลย เล่อเหยาอายุยังน้อย คุณจิ่งเห็นใจพวกเราถึงได้เอ่ยปากปกป้อง คุณใจกว้างอยู่แล้ว”
“ฮึ อย่างน้อยก็ยังมีคนแก่ที่พูดเป็ พวกผู้เช่าก็อย่างนี้แหละ ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่เหมือนฐานตงหลงของพวกเราที่แบ่งชนชั้นชัดเจน คนชั้นล่างไม่มีทางผยองอย่างนี้หรอก”
ผู้ประเมินอีกสามคนเห็นได้ชัดว่าให้ความเคารพหลีซื่อไห่เป็อย่างมาก ต่างพากันประจบสอพลอ
“ในเมื่อกินไปแล้วก็ช่างเถอะ เอาน้ำไปบ้วนปากหน่อยนะ!”
คุณตาไป๋ลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปเอาน้ำมาให้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!” จิ่งเหมียนร้องห้ามคุณตาไป๋ เธอถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่ทราบว่าผู้ประเมินหลี่มีความคิดเห็นอย่างไรกับฐานลวี่อินของพวกเราบ้างคะ”
หลีซื่อไห่หัวเราะเยาะ “โอ้ ไม่ให้คะแนนแล้วจะไม่บริการพวกเราแล้วเหรอ แค่ท่าทางแบบนี้ยังต้องถามอีกเหรอ แน่นอนว่าไม่ผ่านหรอก”
คำพูดนั้นกระทบใจทุกคนอย่างจัง
คุณตาไป๋รีบพูดขึ้นว่า "ท่านผู้ประเมิน ดูสิครับ ลวี่อินของพวกเรางดงามขนาดไหน อย่าตัดสินพวกเราเพียงเพราะอาหารมื้อเดียวที่ไม่ได้อร่อยถูกใจเลย"
"ได้สิ" หลีซื่อไห่พูดอย่างเฉื่อยชา
คุณตาไป๋มีสีหน้ายินดี
"80 ล้าน"
"หมายความว่ายังไง" คุณตาไป๋สงสัย
"เอาเงิน 80 ล้านมา ฉันจะให้ระดับ E กับพวกแก เื่อาหารมื้อนี้ฉันจะยกโทษให้ โอกาสแบบนี้มีไม่บ่อยนะ!"
หลังเขาพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่ จางเหม่ยเองก็ยังใ 80 ล้านเชียวนะ โก่งราคาเกินไปหรือเปล่า!
"โอ๊ย 80 ล้านเลยเหรอ" คุณยายไป๋ร้องอย่างปวดใจ "คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ"
"ทำไมจะทำไม่ได้ ฉันบอกว่าได้ก็คือได้!" หลีซื่อไห่พูดอย่างเอาแต่ใจ
"แน่ละ พวกคุณไม่เคยคิดจะให้คะแนนลวี่อินอย่างยุติธรรมั้แ่แรกอยู่แล้ว!"
"งั้นพวกคุณก็ไสหัวไปได้แล้ว"
"เถ้าแก่จิ่ง ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหม" จางเหม่ยแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
หลีซื่อไห่ก็ไม่คิดว่าจิ่งเหมียนจะเปลี่ยนสีหน้าเร็วขนาดนี้ ดวงตาของเขาจ้องเธอราวกับจะฆ่าเธอให้ตาย
"มองอะไรนักหนา ถ้าไม่อยากมีตาไว้ดูแล้วก็เอาไปให้ซอมบี้กินซะ! หน้าด้านมาเรียกร้องเงิน 80 ล้าน ทำตัวเป็ผู้ประเมินประสาอะไร ฉันว่าคุณเป็พวกต้มตุ๋นมากกว่า!!"
การอัปเกรดฐานที่มั่นเป็เื่สำคัญ แต่การต้องมาทนกับผู้ประเมินสารเลวที่หน้าเืแบบนี้และจ่ายเงิน 80 ล้านเพื่อรับรองคุณสมบัติ จิ่งเหมียนยอมไม่อัปเกรดเสียดีกว่า
"นังสารเลวนี่ แกบ้าไปแล้วหรือไง!" หลีซื่อไห่ะโลั่น ปัง! เขาตบโต๊ะอย่างแรง
หวังอี้และเยว่อวิ๋นเซิงรีบลุกขึ้นยืนบังจิ่งเหมียนไว้ทันที
ฮวาเล่อเหยาก็ไม่ยอมแพ้ ตอบโต้กลับ "ฉันว่าคนที่บ้าคือแกต่างหาก ไอ้อ้วน! หน้ามืดตามัว ไร้จิตสำนึก บอกว่าลวี่อินของพวกเราไม่ผ่านเกณฑ์! คิดว่าพวกเราไม่เคยตรวจสอบมาก่อนหรือไง อย่างแย่ที่สุดก็ต้องได้ระดับ D! 80 ล้านเหรอ แกยังกล้าพูดออกมาได้อีก! แกอ้วนขนาดนี้คงรีดไถเงินจากผู้คนมามากแล้วสินะ!"
"ยัยเด็กเปรต! ฉันจะตีให้ตาย!" หลีซื่อไห่พุ่งเข้าไปหาฮวาเล่อเหยาทันที
คุณตาไป๋รีบเข้าไปขวางทันที "ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!"
ทันใดนั้นก็ถูกหลีซื่อไห่ผลักล้มลงกับพื้น
"ไอ้แก่บ้า ฉันให้หน้าแกนิดหน่อยก็เลยลามปามใช่ไหม!" เขาเตะไปที่มือของคุณตาไป๋ที่นอนคว่ำอยู่บนพื้น!
"ตาเฒ่า!" คุณยายไป๋ร้องด้วยความใ!
"คุณตาไป๋!"
ในขณะที่กำลังจะเหยียบลงไปจริง ๆ หลีซื่อไห่ก็ถูกผู้เช่าที่วิ่งมาจากด้านหลังกอดเอาไว้และลากออกไปด้านข้าง คุณตาไป๋จึงได้รับการช่วยเหลือจากทุกคนให้ลุกขึ้นมา
"ไอ้เดรัจฉาน! แกจะเหยียบมือคนแก่ด้วยเหรอ!" จิ่งเหมียนพูดด้วยความเ็ป "คุณปู่เจ็บไหมคะ?"
"ไม่เป็ไรหรอก หลิงอีรั้งเขาไว้ได้ทัน ไม่ได้เหยียบแรง"
อีกด้านหนึ่ง ผู้ประเมินทั้งสามคนต่างช่วยหลีซื่อไห่ให้หลุดพ้นจากการรัดของหลิงอี
จิ่งเหมียนยกมือขึ้นทำท่าเหมือนปืน ยิงะุอากาศที่มองไม่เห็นออกไปเงียบ ๆ
“อ๊า! ขา! ขาของฉัน...” หลีซื่อไห่พลันกรีดร้องด้วยความเ็ปอย่าง
เมื่อเห็นท่าไม่ดี พวกเขาจึงก้มลงมอง และพบว่าขาซ้ายของหลีซื่อไห่นั้นแหลกสลายกลายเป็เืเนื้อไปแล้ว
เศษเนื้อกระจายไปทั่ว บ่งบอกถึงความน่าสยดสยองอย่างที่สุด
หลีซื่อไห่เ็ปจนแทบจะขาดใจ!
พวกเขาต่างรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง และหยุดชะงักในทันที