ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 208 : ลอกคราบราชันแห่งเงามืด

จารึกที่ 208 : ลอกคราบราชันแห่งเงามืด : วิวัฒนาการแมงมุมมารและป้ายหนี้เหนือสวรรค์


เมื่อแสงตะวันแรกเริ่มทอประกายฉาบขอบฟ้า ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นอายสังหารที่หลงเหลืออยู่เหนือลานหลอมศัสตรา ร่างไร้วิญญาณของยอดคนบำเพ็ญอิสระ ‘กุยอิ่ง’ นอนแน่นิ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงจุดจบอันน่าสมเพชของผู้ที่กล้าประเมินค่ายกลของมหาเศรษฐีต่ำเกินไป


อาเจียนั่งขัดสมาธิหอบหายใจอยู่ท่ามกลางกองสมบัติที่เพิ่งชำแหละออกมาจากแหวนมิติของนักฆ่า ศิลาปราณ 灵石 (หลิงสือ) ระดับกลาง 50,000 ก้อนส่องประกายระยิบระยับ คัมภีร์วิชาเงาสังหาร 影杀术 (อิ่งชาชู่) ระดับปฐพี และขวดหยกสีดำสนิทที่บรรจุ ยาพิษสลายวิญญาณ 散魂毒 (ส่านหุนตู๋) อีก 10 ขวด ทุกสิ่งล้วนประเมินค่ามิได้


"หึๆ... ลงทุนเผาศิลาปราณไป 20,000 ก้อนเพื่อกางค่ายกลขังมิติและรับผลสะท้อน แต่ได้คืนมา 50,000 ก้อน แถมยังมีคัมภีร์วิชาระดับปฐพีอีก ขาดทุนที่ไหนกัน กำไรล้วนๆ!"


อาเจียหัวเราะร่วน แม้จะกระอักเลือดสีคล้ำออกมาอีก 1 คำจากเส้นชีพจรที่บอบช้ำ แต่เขาก็รีบปาดมันทิ้ง มือขวาสั่นเทาค่อยๆ ปลด ‘ย่าม’ ที่ผูกติดเอวออกอย่างทะนุถนอม เขาเปิดปากถุงออก สอดมือเข้าไปประคองร่างเล็กจ้อยที่เย็นเฉียบขึ้นมาวางบนตัก


‘เจ้าถุงเงิน’ สายเลือดแมงมุมเงาจันทรานอนคุดคู้อย่างน่าเวทนา กระดองใสที่เคยสะท้อนแสงจันทร์บัดนี้ขุ่นมัวและแตกร้าว ขาหักสะบั้นไปถึง 2 ข้าง พลังพิษในตัวเหือดแห้งจนเข้าสู่สภาวะจำศีลเพื่อยื้อชีวิต อาเจียลูบกระดองของมันอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสีเข้มที่เคยฉายแววหน้าเงินบัดนี้เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว


หุ่นกลศิลาใน ‘ร่างราชันย์อเวจี’ ที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง ค่อยๆ ย่อเข่าลงนั่งข้างๆ เจ้านาย ดวงตาสีเพลิงประกายทองหรี่ลง บังเกิดเสียงครางครืดคราดในลำคอโลหะราวกับกำลังโศกเศร้าให้กับสหายตัวน้อย


"อดทนไว้นะเจ้าลูกหนี้หน้าโง่... ข้าได้ยาของเจ้ามาแล้ว"


อาเจียกวาดมือไปบนพื้น ลากเอาขวดยาพิษสลายวิญญาณทั้ง 10 ขวดมาวางตรงหน้า พร้อมกับคัมภีร์วิชาเงาสังหารที่เพิ่งยึดมาได้


(เจ้าคิดจะใช้อักขระสูญญตา สกัดเอาแก่นแท้ของวิชาเร้นกายไปหลอมรวมกับพิษร้าย เพื่อสร้างร่างใหม่ให้มันหรือ!) มู่เฉินลอยตัวออกมาจากห้วงวิญญาณ นัยน์ตาของปรมาจารย์จ้าวอักขระเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก (การฝืนแทรกแซงสิ่งมีชีวิตที่มีดวงวิญญาณ ฑันสวรรค์จะเพ่งเล็งเจ้า! พิษสลายวิญญาณมีอำนาจมุ่งทำลายล้าง หากเจ้าคุมมันไม่อยู่ มันจะระเบิดร่างสัตว์เลี้ยงของเจ้าจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก!)


"ข้าทราบดีถึงความบ้าคลั่งนี้ขอรับท่านอาจารย์!" อาเจียกัดฟันกรอด "แต่สัตว์เลี้ยงของข้าคือราชันแห่งเงามืด ข้าจะไม่ยอมให้มันมาตายขาดทุนเด็ดขาด! หากสวรรค์ต้องการค่าผ่านทางในการรักษามัน... ข้าก็จะจ่ายให้สาสม!"


เด็กหนุ่มผู้ตระหนี่ถี่เหนียว บัดนี้กลับไม่รีรอ เขาตวัดกวาดศิลาปราณระดับกลาง 30,000 ก้อน โยนขึ้นไปลอยวนรอบตัวเจ้าถุงเงิน พู่กันนิรันดร์ในมือถูกชูขึ้นฟ้า แสงสีทองอมดำปะทุออกมารุนแรงพร้อมกับแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้กระดูกของเขา


"วิถีแห่งสูญญตา (สูญ-ญะ-ตา) 空之道 (คง-จือ-เต้า)... กรงขังแห่งการก่อกำเนิด!"


อักขระสูญญตา (สูญ-ญะ-ตา) 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ตัวแทนของต้นกำเนิดที่มาจากความว่างเปล่า ปรากฏขึ้นกลางลานหลอมศัสตรา ศิลาปราณ 30,000 ก้อนถูกสูบพลังงานจนแห้งเหือดและแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา! พลังปราณมหาศาลถูกแปรสภาพเป็นม่านพลังต้านทานกฎเกณฑ์ฟ้าดิน ลบล้างมวลอากาศในรัศมีให้กลายเป็นสุญญากาศ อาเจียวางร่างที่รวยรินของเจ้าถุงเงินลงในใจกลางวงแหวนหลิง 零 (หลิง)


จากนั้นกระบวนการลอกคราบที่พิสดารที่สุดก็เริ่มขึ้น เขาบดขยี้ขวดยาพิษสลายวิญญาณทั้ง 10 ขวด ปล่อยให้ควันพิษสีม่วงเข้มทะลักออกมา พร้อมกับใช้อำนาจของพู่กันชำแหละคัมภีร์วิชาเงาสังหาร ดึงเอา ‘อักขระกฎเกณฑ์แห่งเงามืด’ สายสีดำขลับออกมาผสานเข้าไปด้วย!


"จงผสาน... ลอกคราบวิญญาณ!"


อำนาจแห่งความสูญญตาบีบอัดอย่างรุนแรง บังคับให้พิษร้ายที่มุ่งทำลายล้าง ต้องแปรสภาพเป็นเส้นสายอักขระแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงเส้นชีพจร บังคับให้กฎเกณฑ์แห่งเงามืดกลืนกินตัวตนของมันจนหมดสิ้น พายุพลังงานสีดำอมม่วงหมุนวนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงกรีดร้องของกฎเกณฑ์สวรรค์ที่ถูกบิดเบือนดังระงม


อ๊าก!!


อาเจียร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนจนแทบปริแตก แม้จะมีศิลาปราณ 30,000 ก้อนเป็นโล่รับแรงกระแทก แต่ผลสะท้อนของการฝืนลิขิตชีวิตก็ยังทะลวงเข้ามาบดขยี้อวัยวะภายใน อาเจียกระอักเลือดคำโตจนย้อมด้ามพู่กันเป็นสีแดงฉาน ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ!


วูบ...


พายุพลังงานไม่ได้ระเบิดออกอย่างเกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับยุบตัวและถูกดูดกลืนหายไปในความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ เมื่อม่านพลังจางลง กลับไม่มีสิ่งใดอยู่บนพื้นลานหินเลยแม้แต่น้อย!


"หะ... หายไปไหน?" อาเจียเบิกตากว้าง หอบหายใจรวยริน


ฟุ่บ!


สัมผัสเย็นเยียบแผ่วเบาแตะลงที่ข้างแก้มของเด็กหนุ่ม เมื่อเขาหันไปมอง จึงพบกับร่างของสิ่งมีชีวิตที่แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวเกาะอยู่บนไหล่ของเขา!


มันคือ "ราชันแมงมุมเงาจันทราสลายวิญญาณ"!


ขนาดตัวของมันไม่ได้ขยายใหญ่ขึ้น ทว่ากระดองของมันแปรสภาพเป็น ‘ผลึกใสสีรัตติกาล’ ที่กลืนกินแสงสว่างและหักเหการมองเห็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากมันหยุดนิ่ง แม้แต่สัมผัสวิญญาณของเซียนระดับสูงก็ไม่อาจตรวจจับได้ ขาทั้ง 8 ข้างเรียวยาวดุจเข็มลอบสังหาร และที่ปลายก้นของมัน สามารถพ่น ‘ใยโปร่งใสไร้สภาพ’ ที่ผสานไปด้วยพิษสลายวิญญาณ หากผู้ใดถูกพันธนาการ เส้นชีพจรและดวงวิญญาณจะถูกหลอมละลายโดยไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย!


กี้...


เจ้าถุงเงินในร่างใหม่ส่งเสียงร้องแผ่วเบา ร่างกายของมันพลันกลืนหายไปกับเงามืดของอาเจีย ก่อนจะดำดิ่งลงไปในมิติเงาอย่างอิสระ

เพียงพริบตาเดียว มันก็โผล่พรวดขึ้นมาจากเงาของศพนักฆ่า ขาอันคมกริบของมันคีบสิ่งของชิ้นหนึ่งติดมาด้วย มันกระโดดกลับมาวางของชิ้นนั้นลงบนอกของอาเจียอย่างประจบประแจง


มันคือ ป้ายหยกสีดำ 黑玉牌 (เฮยอวี้ผาย) สลักลวดลายกะโหลกไขว้ ที่ซ่อนอยู่ในมิติเก็บของสำรองของกุยอิ่ง หากไม่ใช่เพราะความสามารถในการทะลวงมิติเงาของเจ้าถุงเงิน ย่อมไม่มีใครหามันพบ!


อาเจียฝืนหยิบป้ายหยกนั้นขึ้นมาสัมผัส กลิ่นอายอัสนีที่คุ้นเคยก็แล่นปราดเข้าสู่เส้นชีพจร


"กลิ่นอายสายฟ้านี้... เหลยเซียวแห่งสำนักอัสนีบาต!" นัยน์ตาของอาเจียหรี่ลง รังสีอำมหิตที่เพิ่งดับมอดไปพลันลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง "ข้าส่งบิลเรียกเก็บเงินไปให้แกดีๆ แกกลับเอาเงินไปจ้างหอเร้นเงาส่งนักฆ่ามาลอบกัดข้า... ดี! ในเมื่อแกชอบเล่นสกปรก ข้าก็จะประจานแกให้โลกเซียนได้รับรู้!"


เด็กหนุ่มหน้าเงินพยุงร่างลุกขึ้นยืนด้วยความแค้น พู่กันนิรันดร์ในมือที่เปื้อนเลือดเปล่งแสงสีทองอมดำอย่างเกรี้ยวกราด เขากวาดศิลาปราณ 20,000 ก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ โยนขึ้นไปบนอากาศเพื่อเป็นเครื่องสังเวย!


"วิถีแห่งสูญญตา (สูญ-ญะ-ตา)... ป้ายประกาศหนี้เลือดเหนือสวรรค์!"


อาเจียตวัดวาด อักขระภาพ 幻影符 (ฮ่วนอิ่งฝู) และ อักขระกัมปนาท 震雷符 (เจิ้นเหลยฝู) ผสานเข้ากับอำนาจแห่งสูญญตา ลำแสงสีดำขลับพุ่งทะยานจากปลายพู่กัน อาศัยพลังจากการเผาผลาญศิลาปราณแหวกม่านเมฆพุ่งตรงไปยังทิศตะวันตกอันเป็นที่ตั้งของสำนักอัสนีบาตด้วยความเร็วสุดหยั่งคาด!


...


ณ ยอดเขาอัสนีบาต ฐานที่มั่นของหนึ่งในเจ็ดสำนักมหาอำนาจ


เหลยเซียวยืนอยู่หน้าตำหนักใหญ่ มองดูทัศนียภาพของสำนักด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่ม เขากำลังรอคอยข่าวดีเรื่องการตายของอาเจีย "ป่านนี้... หัวของไอ้เด็กสวะนั่น คงถูกตัดใส่กล่องส่งมาให้ข้าแล้ว"


ทว่า ท้องฟ้าเหนือน่านฟ้าสำนักอัสนีบาตพลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน! มวลเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้น บดบังแสงอาทิตย์ช่วงเช้าจนมิด กฎเกณฑ์ธาตุสายฟ้าที่ปกคลุมยอดเขาถูกพลังงานลึกลับกดทับจนไม่อาจสำแดงเดช


ท่ามกลางความตื่นตะหนกของศิษย์นับ 100,000 คน มวลเมฆสีดำนั้นค่อยๆ บิดเบี้ยวและก่อตัวเป็น ‘ภาพฉายขนาดมหึมา’ที่ก่อเกิดจากวิถีแห่งอักขระ ใหญ่โตราวกับจะบดบังผืนฟ้าทั้งใบ!


ภาพที่ปรากฏ คือใบหน้าของอาเจียที่ซีดเซียวและมีคราบเลือด ทว่ากลับกำลังฉีกยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย โดยมีฉากหลังเป็นร่างของนักฆ่ากุยอิ่งที่ถูกเหยียบย่ำ และมีเพียงรอยบุ๋มปริศนาบนร่างศพที่บ่งบอกว่ามี ‘บางสิ่ง’ ที่มองไม่เห็นกำลังไต่ไปมาอยู่!


"อะแฮ่ม! เรียนท่านประมุขเหลยผู้มั่งคั่ง!"


เสียงของอาเจียถูกขยายด้วยอักขระกัมปนาท สั่นสะเทือนเข้าไปถึงห้วงวิญญาณของผู้ฟังทุกคน!


"บริการจัดส่ง 'นักฆ่า' จากหอเร้นเงาที่ท่านส่งมาลอบกัดข้า... ข้าได้รับแล้ว! ทว่า... ฝีมือของนักฆ่าที่ท่านจ้างมา ช่างอ่อนหัดยิ่งกว่าสุนัขเฝ้าสำนักข้าเสียอีก!"


ภาพฉายบนท้องฟ้าขยายใหญ่ขึ้น เน้นให้เห็นป้ายหยกสีดำที่มีกลิ่นอายของเหลยเซียวประทับอยู่ เป็นหลักฐานคาตาผู้คนทั้งสำนัก!


"การที่ท่านลอบส่งคนมาทำร้ายข้ากลางดึก ทำให้สัตว์เลี้ยงของข้าต้องตกใจจนบาดเจ็บ! ข้าต้องเผาผลาญศิลาปราณไปหลายหมื่นก้อนเพื่อรักษามัน! ดังนั้น... บัญชีหนี้เลือดเดิม 5,000,000 ก้อน ข้าขอปรับขึ้นเป็น 7,000,000 ศิลาปราณระดับสูง!"


เหลยเซียวเบิกตากว้างจนแทบถลน เลือดในกายเดือดพล่าน "ไอ้เด็กบัดซบ! มันรอดจากวิชาเงาสังหารได้อย่างไร! ทำลายค่ายกลลวงตาบนท้องฟ้านั่นทิ้งเดี๋ยวนี้!"


เหล่าผู้อาวุโสพยายามซัดพลังปราณและศัสตราขึ้นไปโจมตีภาพฉาย ทว่าการโจมตีทั้งหมดกลับทะลุผ่านความว่างเปล่าไปราวกับตีอากาศธาตุ เพราะมิติแห่งสูญญตานั้นอยู่เหนือการแทรกแซงของกฎเกณฑ์ทั่วไป!


เสียงของอาเจียยังคงดังกึกก้องต่อไปอย่างไร้ความปรานี


"ข้าให้เวลาท่านอีกเพียง 2 วันเท่านั้น! หาก 7,000,000 ศิลาปราณไม่มาส่งถึงหน้าประตูสำนัก... ข้าจะให้หุ่นกลศิลาของข้า ไปถอนรากถอนโคนค่ายกลตาข่ายอัสนีของท่าน แล้วเอามาหลอมเป็นชามข้าวให้สุนัข! เตรียมเงินไว้ให้พร้อมล่ะ ท่านลูกค้าที่รัก!"


เปรี้ยงงงง!!!


ภาพฉายขนาดมหึมาระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกสีดำ บังเกิดเสียงกัมปนาทที่ทำให้ยอดเขาอัสนีบาตสั่นสะเทือน ศิษย์สายนอกทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องล้มพับไปกับพื้น!


"อ๊ากกกก!! อาเจีย!! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น!!"


เสียงคำรามด้วยความเคียดแค้นของเหลยเซียวดังก้องไปทั่วขุนเขา


ขณะที่ทางฝั่งหุบเขาพันอักขระ อาเจียทรุดตัวลงหอบหายใจอย่างหมดแรง เส้นชีพจรทั่วร่างปวดร้าวเจียนแตกดับ ศิลาปราณ 50,000 ก้อนที่เพิ่งได้มาถูกเผาผลาญจนหมดเกลี้ยง ทว่าเมื่อเขามองดูหุ่นกลศิลาในร่างราชันย์อเวจี และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเร้นลับของ ‘เจ้าถุงเงิน’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาของเขา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า


วิถีแห่งเซียนช่างโหดร้ายและต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ แต่ตราบใดที่เขายังมีลมหายใจ... เขาจะขูดรีดพวกมันให้หมดตัว!