“ ผู้ที่เ้าสังหารไปมันเป็สหายเพียงหนึ่งเดียวของข้า แต่เ้า !!..เ้าบังอาจสังหารมัน ถึงเ้านั่นมันจะไม่ค่อยฉลาดนักแต่มันก็คอยช่วยเหลือข้ามาโดยตลอด ข้าจะเอาโลหิตเ้ามาเซ่นิญญาของเนล “
ฮันกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น ั์ตาแดงก่ำจ้องมองมาทางแอเรียสด้วยชิงชัง น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความอาฆาต มันสองคนผูกพันกันยิ่งกว่าพี่น้องในสายเื ยามเมื่อเห็นสหายของมันถูกฆ่าจึงทำให้มันโกรธแค้นจนแทบบ้าคลั่ง
แม้จะโกรธแค้นเพียงใดแต่มันก็ไม่ได้พุ่งเข้าหาแอเรียสโดยทันที ความจริงแล้วนักเวทขั้นััเวทไม่สมควรที่จะทำอันตรายใดๆให้แก่มันได้ด้วยซ้ำ แต่มันรู้ดีว่าแอเรียสย่อมไม่ใช่นักเวทระดับััเวทธรรมดาทั่วไป จากพลังที่มันััได้ดาบที่แอเรียสถืออยู่ในมือย่อมเป็อาวุธเวทระดับกลางเป็อย่างน้อยและไม่แน่ว่าอาจจะเป็อาวุธเวทระดับสูง หากมันหุนหันพลันแล่นเข้าไปก็คงไม่พ้นชะตากรรมเช่นเดียวกับสหายของมัน อาวุธเวทระดับกลางนั้นมีพลังแข็งแกร่งที่แม้แต่มันก็มันก็ไม่อาจจะรับการโจมตีได้ตรงๆ
“ น่าขันนัก เ้าคิดจะสังหารผู้อื่นแต่กลับไม่เตรียมใจที่จะถูกสังหาร “
แอเรียสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า ในเมื่อหมายจะเอาชีวิตของผู้อื่นก็ต้องเตรียมใจหากจะถูกผู้อื่นสังหารเช่นกัน นี่คือสิ่งที่นักเวททุกคนจำต้องรู้ก่อนที่จะต่อสู้เอาชีวิต แต่นักเวทที่ยืนอยู่เบื้องหน้าแอเรียสกลับคิดจะ่ชิงชีวิตของผู้แต่ฝ่ายเดียวโดยไม่คิดว่าจะมีวันที่ผู้อ่อนแอตอบโต้พวกมันกลับบ้าง และวันนี้มันก็ได้เรียนรู้บทเรียนอันสาสมแล้ว ในที่สุดผู้ล่าก็กลายเป็ผู้ถูกล่า
“ ตาย !! “
ในที่สุดฮันก็หมดความอดทน มันคว้าดาบคมเดียวเล่มหนึ่งออกมาจากแหวนมิติเป็ดาบสีเงินคมกริบแต่ก็เป็เพียงอาวุธธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ไม่อาจเทียบได้แม้อาวุธเวทระดับต่ำ สายลมสีเขียวจางๆห่อหุ่มขาของมันทำให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว มันพุ่งมาอยู่ด้านหน้าของแอเรียสอย่างรวดเร็ว
“ อาวุธธรรมดาคิดจะมาต่อกรกับดาบอสูรมายาอย่างนั้นรึ“
แอเรียสยกดาบในมือขึ้นรับโดยไม่ได้หลบหนี เสียงของโลหะทั้งสองที่ปะทะกันดังไปทั่วบริเวณ ดาบทั้งสองฟาดฟันกันอย่างรุนแรง หลังจากปะทะกันเพียงครั้งเดียวดาบในมือของฮันเกิดรอยบิ่นและรอยร้าวขึ้นอย่างชัดเจนแตกต่างจากดาบอสูรมายาที่ไม่มีแม้รอยขีดข่วนใดๆ ความแข็งแกร่งของอาวุธทั้งสองเป็สิ่งที่แตกต่างกันจนเกินไป แต่แรงปะทะระหว่างดาบทำให้แอเรียสถึงกับกระเด็นถอยไปข้างหลังถึงสองก้าว แม้อาวุธจะแข็งแกร่งแต่แอเรียสก็เป็เพียงระดับััเวทพลังยังแตกต่างกับฮันอยู่มาก
แรงจากการปะทะเมื่อครู่ทำให้แขนแอเรียสรู้สึกชาอยู่เล็กน้อย แม้พลังของเขาในตอนนี้จะแข็งแกร่งหากเทียบกับระดับััเวททั่วไปแต่ก็ยังไม่อาจที่จะรับแรงปะทะจากระดับนักเวทฝึกหัดได้โดยตรง
“ ดูเหมือนดาบนั่นจะไม่คู่ควรกับคนอย่างเ้านะ อาวุธล้ำค่าอยู่ในมือเศษสวะก็เป็ได้เพียงของไร้ค่าไม่อาจแสดงพลังออกมาได้ ถึงอาวุธของข้าอาจจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับอาวุธของเ้าแต่พลังของข้าย่อมแข็งแกร่งกว่าเ้าอย่างแน่นอน หากจะโทษก็จงโทษความโอหังของเ้าเถอะ ตายซะ !! “
เมื่อเห็นว่าพลังของแอเรียสไม่อาจเทียบกับตนได้ฮันก็พุ่งเข้าโจมตีแอเรียสอีกครั้ง แต่ครั้งนี้การโจมตีของมันพบกับความว่างเปล่า มันรีบยกดาบขึ้นป้องกันด้านหลังทันที มันมีบทเรียนมาจากสหายของมันแล้ว แต่การป้องกันของมันก็ยังเชื่องช้าจนเกินไป คมดาบสีเงินสร้างรอยแผลขนาดใหญ่ไว้ที่แขนของมันโชคดีที่มันหลบได้บางส่วนไม่เช่นนั้นแขนมันคงขาดไปแล้ว
โลหิตสีแดงไหลมาทั่วแขนเสื้อของมัน แม้จะหลบหนีการโจมตีมาได้อย่างหวุดหวิดแต่แขนข้างนั้นก็แทบจะไม่มีแรงที่จะยกขึ้นมาได้อีกครั้ง ดูเหมือนการโจมตีเมื่อครู่จะโดนเข้าที่จุดสำคัญ มันกัดฟันกรอดด้วยความเ็ป ั้แ่ที่มันเริ่มออกปล้นชิงเงินจากนักเวทระดับััเวทนี่เป็ครั้งแรกที่มันได้รับาเ็สาหัสที่สุด ยังไม่นับสหายมันที่ต้องตกตายไปเพราะน้ำมือของเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามัน
หลังจากล่าถอยออกมาหลายก้าวฮันก็จ้องไปทางแอเรียสด้วยความโกรธแค้นดวงตาของมันราวกับลุกโซนด้วยเพลิงแห่งความอาฆาต พลังสายลมหมุนวนรอบๆร่างของมันอย่างช้าๆ มันเริ่มรวบรวมพลังเวทไว้เพื่อการโจมตีในครั้งต่อไป ในยามที่มันคล้ายกับลูกศรที่เตรียมพร้อมจะยิงออกจากคันธนูได้ทุกเมื่อ
“ พวกเ้าเป็ลูกเต่ากันหรืออย่างไร ทำไมจึงได้เชื่องช้ากันถึงเพียงนี้ “
แตกต่างกับแอเรียสที่ยืนมองไปยังาแที่แขนของฮันอย่างสบายใจ เมื่อปะทะโดยตรงไม่ได้แอเรียสจึงเลือกที่จะใช้ความเร็วเข้าลอบโจมตีแทน แต่เหมือนการลอบโจมตีครั้งแรกจะไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร ฮันค่อนข้างที่จะฉลาดกว่าสหายของมันมากนัก ทำให้มันไม่โง่เขลาที่จะถูกโจมตีแบบเดียวกับสหายของมัน
“ คิดจะประลองด้านความเร็วกับผู้ใช้เวทวายุ เ้ากำลังรนหาที่ตายแล้วเ้าหนู “
ฮันกัดฟันเอ่ยวาจาออกมาด้วยความแค้น ทันใดนั้นก็มีสายลมที่พัดอยู่รอยร่างของมันก็เริ่มกลายเป็สายลมที่เกรี้ยวกราด เพียงเสี้ยววินาทีร่างของฮันก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ด้านหน้าของแอเรียสอีกครั้ง
“ ดาบวายุ !! “
สายลมอันเกรี้ยวกราดแหวกอากาศมาพร้อมกับคมดาบ เป้าหมายของมันอยู่ที่คอของแอเรียสอย่างพอดิบพอดี แต่แล้วดาบก็ฟันลงยังความว่างเปล่าอีกครั้ง
ฉับ !!
เสียงของดาบที่กรีดเฉือนลงบนเนื้อบริเวณคอของฮัน วิถีดาบพุ่งมาจากด้านข้างนั่นเอง ร่างของแอเรียสที่หายไปปรากฏอยู่ด้านซ้ายมือของฮัน คมดาบอันคมกรีบกรีดเฉือบลงไปยังหลอดลมของฮันอย่างแม่นยำ มันทำได้เพียงจ้องมองมายังมัจจุราชผู้ที่สังหารมันลงเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะค่อยๆล้มลงไป
“ ธาตุวายุโดดเด่นเื่การเคลื่อนไหวที่ว่องไวและการโจมตีอันรวดเร็วจนยากที่จะตามทัน ในบรรดาธาตุทั้งสี่ธาตุวายุย่อมนับเป็ธาตุที่รวดเร็วที่สุด..แต่โชคร้ายที่เ้ามาเจอกับผู้ใช้ธาตุอัสนี“
แอเรียสเอ่ยปากออกมาก่อนจะจ้องมองไปยังร่างอันไร้ิญญาของฮันเป็ครั้งสุดท้าย สำหรับผู้อื่นการฆ่าสังหารคนอาจจะเป็เื่น่าหวาดหวั่น แต่สำหรับเขาเื่พวกนี้เขาทำมานับครั้งไม่ถ้วน ในอดีตนักเวทอาศัยกฎแห่งป่าในการเอาชีวิตรอด ปลาใหญ่กินปลาเล็กผู้ยิ่งใหญ่คือผู้กำหนดทุกสิ่ง ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอดส่วนผู้อ่อนแอก็ต้องตายไป หากไม่สังหารก็ย่อมโดนสังหาร แม้ยุคสมัยนี้เหล่านักเวทจะมีการสร้างกฎหมายต่างๆขึ้นมาควบคุมสังคม แต่แอเรียสก็มองว่ากฎแห่งป่าก็ยังคงอยู่เช่นเดิมผู้แข็งแกร่งก็ยังคือผู้ที่ควบคุมผู้อ่อนแออยู่เช่นเดิมหาได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไม่ และเมื่อครู่หากเขาไม่สังหารพวกมันก็คงเป็ตัวเขาเองที่ถูกพวกมันสังหาร
จากบรรยากาศอันแสนรื่นรมหมู่พฤกษาอันเขียวขจียามนี้กลายเป็บรรยากาศอันชวนไม่น่าอภิรมเท่าใดนัก กลิ่นคาวเืโชยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หมู่วิหคที่เคยร่ำร้องอยู่ทั่วผืนพนาก็พากันเงียบเสียงคล้ายหวาดกลัวบางสิ่ง ทั่วบริเวณปรากฏร่องรอยการต่อสู้ที่น่าจะพึ่งจบไปไม่นานนัก บนพื้นดินปรากฏร่างอันไร้ิญญาของสองนักเวทลึกลับที่สวมใส่เสื้อผ้าปิดบังตัวตนเอาไว้ ห่างไปไม่ไกลจะเห็นว่ามีเด็กหนุ่มที่สวมฮู้ดสีเทานั่งพักฟื้นพลังเวทอยู่
แอเรียสไม่ได้จัดการใดๆกับร่างของมันทั้งสองคน เส้นทางนี้ไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านไปมามากนักจะมีก็เพียงผู้ที่้าจะเดินทางไปต่างเมืองหรือนักเดินทางที่มาจากต่างเมืองเท่านั้นจึงจะใช้เส้นทางนี้ และถ้าหากว่ามีผู้ใดผ่านมาพบเจอร่างของพวกมันทั้งสองก็คงจะรู้ได้ว่าพวกมันต้องเป็โจรที่คอยดักปล้นผู้คนอย่างแน่นอน การที่โจรสองคนตกตายไปย่อมไม่มีผู้ใดสืบหาตัวผู้สังหาร นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่แอเรียสเลือกจะหลอกล่อพวกมันมายังเส้นทางนี้ เขารู้ว่าพวกมันติดตามเขามาั้แ่ออกมาจากร้านของคาเทอร์แล้วเขาจึงได้วางแผนการเช่นนี้เอาไว้