มัจจุราชวิทยาลัยถูกก่อตั้งมานานั้แ่ต้นสมัยพุทธกาล เป็โรงเรียนสำหรับลูกหลานผู้มีอาคมหรือผู้ฝึกอาคม เพื่อสร้างสรรค์เหล่าผู้มีอาคมเพื่อกำจัดสิ่งชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็ผีร้าย มนต์ร้าย รวมถึงผู้มีอาคมที่ชั่วร้าย โรงเรียนจะมีการเรียนการสอนแบบปกติทั่วไปแต่จะเน้นคาถาอาคมเป็หลัก ผู้ที่จบจากโรงเรียนนี้สามารถไปต่อในสายสามัญและสายวิชาชีพทั่วไปได้แต่จะได้รับสิทธิและความไว้วางใจในการช่วยเหลือเหตุเภทภัยที่มาจากสิ่งลี้ลับต่างๆในสังคม
มัจจุราชวิทยาลัยตั้งอยู่ในมีพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีแม่น้ำสี่สายไหลมาบกันไหลผ่านขนานพื้นที่สี่ด้าน แม่น้ำทั้งสี่ที่ไหลมารอบสี่ด้านต่างมีความเชี่ยวกราดไหลผ่านตลอดทั้งปีผู้คนเล่าขานกันว่าแม่น้ำทั้งสี่ไหลผ่านตาน้ำขนาดใหญ่ที่ผุดอยู่ตลอดเวลาที่มุมทั้งสี่ของที่ดินโรงเรียนผู้คนจึงเรียกแม่น้ำนี้ว่า “แม่น้ำเ้าจัตุรัส”
มุมของที่ดินโรงเรียนทั้งสี่มุมมีทางเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่และเมืองใหญ่ พื้นที่ติดต่อเป็ที่ดินวงกลมขนาดใหญ่ด้านทิศตะวันออกเป็ที่ตั้งของ “โรงเรียนมัธยมจุฑาราช”โรงเรียนสาขาของมัจจุราชวิทยาลัยแต่มีการเรียนการสอนและการบริหารแยกออกไปเป็ของตัวเอง โรงเรียนมัธยมจุฑาราชเป็โรงเรียนชื่อดังของประเทศโรงเรียนหนึ่ง มีการเรียนการสอนแบบโรงเรียนปกติทั่วไปมีชื่อด้านการผลิตบุคลากรที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศมาอย่างมากมาย เรียกได้ว่าเรียนที่นี่มีอนาคตไกลแทบทุกคน คนที่สอบไม่ผ่านการคัดเลือกเข้ามัจจุราชวิทยาลัย จะสามารถเข้าเรียนได้ที่มัธยมจุฑาราชได้ทันทีและมิสิทธิ์เข้าสอบได้เรื่อยๆ จนกว่าจะจบ
ด้านทิศเหนือเป็ที่ตั้งของไชน่าทาวน์ชุมชนชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกราก จนเป็ชุมชนขนาดใหญ่
ด้านทิศตะวันตกเป็ที่ตั้งของศาสนจักรเป็ที่ตั้งของมหาวิหาร อาสนวิหาร โบสถ์น้อยใหญ่ และเป็ที่พำนักของบาทหลวงมากมาย
ด้านทิศใต้เป็ที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ที่มีมาั้แ่อดีตจนปัจจุบันก็ได้แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแต่ยังคงประเพณีและวัฒนธรรมแบบเดิมอยู่
ในอดีตรอบ
รอบๆโรงเรียนเคยเป็ป่าช้ามาก่อนจนปัจจุบัน ก็ยังเป็ป่าช้า แต่น้อยคนที่จะมาใช้งานเพราะ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปรูปแบบการจัดการก็ถูกแปรเปลี่ยนไป การฝังศพจะมีเฉพราะบางความเชื่อ และเชื้อชาติและยังมีสถานฌาปนกิจเพิ่มมากขึ้น แถมป่าช้ากลางยังขึ้นชื่อเื่ผีดุ ผีเยอะอาถรรพ์ต่างๆ ผู้คนทั่วไปยากที่จะเข้ามาได้ จึงไม่มีคนธรรมธรรมดากล้าย่ำกลายกันเข้ามาเท่าไรแม้แต่ผู้มีอาคมที่ชอบเข้ามาลองวิชาก็ถึงกับพ่ายแพ้ หลงทาง บางรายถึงกับเสียชีวิตจนทางกระทรวงต้องออกกฎ ห้ามผู้ใดก็ตามลักลอบเข้ามาในสถานที่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาติจากทางกระทรวงหรือทางโรงเรียนโดยตรง
ภายในห้อง 303มีเด็กหนุ่ม 3 คน จับจองเป็เ้าของนั่นก็คือพลาย แม็ก และวุธนั่นเอง ในห้องจะมีห้องนอนสองห้อง ห้องละสองเตียงมีโซนห้องนั่งเล่นส่วนกลาง มีระเบียงยื่นออกไปส่วนโซนทำอาหารอยู่ระหว่าทางเดินไปห้องน้ำ
“เสียใจด้วยนะกูเอาห้องติดระเบียง” วุธกล่าวตัดหน้าทุกคนพร้อมกับหิ้วสัมภาระวิ่งเข้าห้อง
“อะไรกันเมื่อกี้ยังเห็นซึมๆอยู่เลยไงตอนนี้ออกอาการแบบนี้ละ แล้วนี่ท่านประธานขึ้นมึงกูเลยเหรอเนี้ย”แม็กบ่นเล็กน้อยระหว่างนั้นก็ลากกระเป๋ากำลังจะเดินตามวุธเข้าไป
“งั้นกูนอนห้องเดียวกับวุธนะ” พลายวิ่งตัดหน้าแม็ก เข้าห้องตามวุธไปทำเอาแม็กที่กำลังจะก้าวเข้าห้องตะลึงหน้าเสียเลยทีเดียว
“อ้าวพลายมึงก็เป็ไปกับเขาด้วยเหรอ” แม็กเริ่มกระแนะกระแหนทุกคนที่แย่งห้องมุมวิวดีไปหมด
“ช่วยไม่ได้มึงช้าเอง ก็มัวแต่บ่น” พลายเริ่มสวนกลับ พร้อมกับล้มตัวลงนอนบนเตียงเป็การเยาะเย้ย
“ก็ได้ งั้นกูห้องนี้ก็ได้” แม็กพูดจบก็หยิบสัมภาระหันเข้าไปให้ห้องริมประตูทางเข้าแต่กลับมีใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง ทำเอาแม็กสะดุ้งร้องเสียงหลงเลยทีเดียว
“เตียงนี้ของผมนะครับ” เด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ผอมๆ กำลังนั่งพับผ้าอยู่ยนเตียวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแม็กยืนใอยู่หน้าห้อง
“มะ มะ มึงเป็ใคร มาั้แ่เมื่อไหร่” แม็กะโพลางชี้หน้า วุธกับพลายต่างรีบวิ่งออกมาดูทุกคนต้างจ้องมองเด็กหนุ่มในห้อง แล้วหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“เอะเดี๋ยวก่อนกูว่าคุ้นๆ หน้านะ เอ้อใช่ มึงคือไอ้เอ๋อคู่แรกที่เดินย้อนกับมานี่น่า” แม็กพูดขึ้นทำให้วุธกับพลายเริ่มจำได้พร้อมกับพยักหน้ารับ
“ครับใช่ครับ แต่ผมชื่อเอกครับไม่ใช่เอ๋อ” เด็กหนุ่มกล่าวบรรยากาศตอนนี้ทุกอย่างเงียบสนิด แม็กเริ่มเดินแบบเลื่อนลอยมาเข้าห้องพร้อมกับเหวี่ยงสัมภาระทุกอย่างขึ้นเตียงบน
“เอาวะ เตียงข้างประตู ห้องข้างประตู ไม่มีสิทธิ์เลือกแล้วนิ” พลายกับวุธพากันหัวเราะชอบใจส่วนแม็กที่ตั้งสติได้ ก็รีบโดดเข้าไปหาเอก แล้วก็กอดคอดึงเข้าหาตัว
“มึงนี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะผ่านป่าช้ามาได้ด้วยนึกว่าเดินหลงอยู่ในป่าช้าสะอีก ถามหน่อยเถอะมึงผ่านมาได้ไงแล้วยัยเอ๋อคู่นายผ่านมาด้วยหรือเปล่า”แม็กเริ่มรัวคำถามทำเอา พลายกับวุธต้องะโห้าม
“คือผมอาศัยถามทางเอานะครับ แล้วก็พจมาณเธอก็ตามมากับผมแหละครับ”เอกเล่าให้ทุกคนฟังทุกคนต่างหันมามองหน้ากันและพยักหน้า
“ยัยเอ๋อนั่นชื่อพจมาณเหรอ อู้ คลาสสิก แล้ว...” ยังไม่ทันที่แม็กจะถามอะไรต่อเสียงรุ่นพี่ก็ดังขึ้น
“เอาละปิดไฟนอนได้แล้วถ้าห้องใหนยังไม่ปิดไฟเดี๋ยวพวกพี่จะพาลงมาเดินเล่นกันหน่อย”เสียงะโของรุ่นพี่ทำเอาทุกห้องสามัคคีปิดไฟพร้อมเพียงกันสี่หนุ่มแห่งห้อง 303 ก็พากันวิ่นะโขึ้นเตียง
ในความมืดมิดพลายดึงผ้าห่มที่คลุมหน้าออก มองไปยังเตียงของวุธที่ตอนนี้นอนหันหน้ามาทางเขา
“วุธ ถามไรหน่อยสิ มึงช่วยเล่าเื่โรงเรียนมัจจุราชวิทยาลัยนี่ให้กูฟังหน่อยได้ไหม”พลายกระซิบเบา เพื่อไม่ให้เสียงดังจนรุ่นพี่ได้ยินแต่เสีงกระซิบก็ดังพอที่วุธจะลืมตาขึ้นมามองเขา
“มึงไม่รู้เื่โรงเรียนมัจจุราชวิทยาลัยเลยเหรอแปลกนะมีคนที่เข้ามาสอบโดยไม่รู้เื่อะไรอยู่ด้วย”วุธตั้งคำถามกลับเมื่อรู้ว่าพลายมาสอบโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรงเรียนนี้เลย
“ก็เคยได้ยินคร่าวๆว่าเป็โรงเรียนสอนปราบผีนะ แต่รายละเอียดอื่นไม่รู้เลย อยู่ดีๆ แม่ก็จับกูส่งตัวมานี่แหละ”
“อืม กูก็รู้รายละเอียดไม่เยอะนะรู้แต่ว่า มัจจุราชวิทยาลัย ถูกก่อตั้งมานานั้แ่ต้นสมัยพุทธกาล......”
เช้าวันรุ่งขึ้น
“ว้ากกกกกก”เสียงร้องของแม็กดังขึ้น ทุกคนต่างใตื่น พลายและวุธรีบวิ่งมาดูเห็น แม็กนั่งอยู่บนเตียงตามตัวและหน้าตามีเหงื่อไหลย้อย หอบเหนื่อยราวกับคนออกกำลังกายมา
“เป็อะไรหรือเปล่าครับคุณแม็ก”เอกที่งัวเงียลุกขึ้นมาถามด้วยใบหน้าที่ยังไม่ค่อยตื่นเท่าไร
“ป่าวไม่มีอะไรเราฝันร้าย” แม็กหันมามองทุกคนแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อทุกคนมองแม็กด้วยสาตาเดียวกันนั่งนิ่งราวกับถูกมนสะกด
“ทุกคนเป็อะไรเหรอ” แม็กถาม
“คุณแม็กครับผมคุณ” เอกพูดพร้อมกับชี้ไปบนหัวแม็กแม็กเริ่มจับหัวและวิ่งลงมาส่องกระจกปรากฏว่าผมที่ราบเรียบลงมาปกหน้าปกตาตอนนี้ตั้งแด่ราวกับขนเม่น
“เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นกับผมตรู เป็ไปได้ไง” แม็กโวยวายลั่น พูดพร้อมกับหันมาหาทุกคนทุกคนก็ต่างส่ายหน้าให้
“สงสัยจะฝันถึงลุงชม”พลายเอ่ย และเมื่อสิ้นเสียงพลายเสียงหัวเราก็ดังลั่นห้องทำเอาแม็กที่ใกับผมทรงใหม่หน้าถอดสีทันที
วันแรกกับการเข้าห้องเรียน ทั้ง 4 คนเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องปี 1 ห้อง 2 แม็กเดินนำเข้าห้องด้วยความมั่นใจกับทรงผมทรงใหม่ใส่เจลพร้อมหัวแหลมเป็เม่นมาเลยทีเดียว ขณะที่แม็กเดินเข้าห้องก็ชนเข้ากับหญิงแว่นเต็มๆ
“นี่หญิงแว่นเดินดูตาม้าตาเรือบ้างสิ” แม็กดุหญิงแว่นหญิงแว่นเงยหน้าขึ้นมองแม็กก็ตกตะลึง
“แม็ก แม็กหรือเปล่า ทำผมมาใหม่เหรอ รู้ใหมนายทำทรงนี้นะหล่อมากเลย”หญิงแว่นพูดแล้วยิ้มให้ แม็กได้ยินก็หน้าบาน สักพักก็หุบยิ้มแต่ก็แอบอมยิ้มนิดๆแล้วพยักหน้าให้หญิงแว่น แล้วเดินเข้าห้องเรียนไป
ทางด้านพลายเมื่อเดินเข้าห้องก็มองไปยังมะลิที่นั่งอยู่ที่โต๊ะซึ่งมะลิก็มองมาเช่นเดียวกันมะลิและพลายจ้องหน้ากันจนกระทั่งพลายลงนั่งที่โต๊ะทั้งคู่จึงละสายตาจากกันแต่ส่วนของวุธนั้นเมื่อเข้ามาก็มองหาใครสักคน แล้วก็เดินเข้าไปหาเชอร์รี่
“เชอร์รี่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” วุธเข้ามาพูดกับเชอร์รี่
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ และไม่คิดที่จะแข่งกับฉัน แต่ขอบอกให้รู้ว่าในสายตาของฉันนายคือคู่แข่ง”เชอร์รี่พูดจบก็หันหน้าหนี แม็กเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้ามาลากวุธไป พร้อมๆกับที่อาจารย์เดินเข้ามาในห้องพอดี
“สวัสดีนักเรียนทุกคน”
“สวัสดีครับ/ค่ะ”
“ก็ขอต้อนรับนักเรียนทุกคนนะ ผมชื่อ บุญศักดิ์ เดชะเวทผมเป็อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกคุณ ด้วยที่ปีนี้ มีคนผ่านการคัดเลือกมาแค่ 40 คนเราเลยแบ่งห้องเรียนเป็แค่สองห้อง ห้องละ 20 คน และชั่วโมงโฮมรูมวันนี้ผมจะให้ทุกคนทั้ง 20คนได้รู้จักกันและคัดตัวหัวหน้าห้อง เอ่อห้องของเรามีประธานรุ่นอยู่ใช่ใหมอ้ออยู่ริมหน้าต่าง นายศาตราวุธนะ เธอหมดสิทธ์ที่จะเป็หัวหน้าห้อง โอเคนะ”
“ครับ”วุธขานรับ
“เอาละจะมีใครเสนอชื่อเพื่อนหรืออาสาบ้าง” อาจารย์กล่าวจบ เชอร์รี่ก็ลุกขึ้นยืน
“หนูค่ะ” ทุกคนต่างมองมาทางเชอร์รี่
“เฮ้ พลายมึงสมัครเลย ถ้ามึงสมัครนะรับรองได้ เพราะยังไงก็ไม่มีใครเลือกยัยเชอร์รี่หรอก”แม็กซุบซิบข้างหูพลายที่นั่งข้างหน้าตน
“ไม่ กูไม่อยากเป็”พลายตอบสั้นๆ
“ไม่เป็ไรหน่าเดี๋ยวกูเสนอชื่อให้”แม็กทำท่าจะลุกขึ้น
“เอาซิ ถ้ามึงทำ กูไม่เกรงใจมึงแน่”พลายหันมองด้วยหางตาทำเอาแม็กหดตัวไม่ลุก
ทางด้านหญิงแว่นก็ยุให้มะลิลงสมัคร
“น่าเอาเหอะมะลิพอเธอได้เป็หัวหน้าห้องนะจะใช้งานพลายเขายังไงก็ได้”หญิงแว่นยุ
“เสียใจหญิงแว่นถ้าฉันอยากเป็ฉันคงจะร่วมหาผีเป็ประธานรุ่นแล้วละ”
“โธ่ มะลิก็”หญิงแว่นถอนหายใจ
“เอาละไม่มีคนเสนอตัวอีกเหรอ ถ้าไม่มีผมก็จะให้คนสมัครคนนี้เป็ละนะ”
ขณะที่อาจารย์กำลังพูดแม็กก็หยิบกรรไกรออกมาแล้วแอบตัดผมพลายมาเส้นหนึ่งแล้วแม็กก็หยิบดินน้ำมันออกมาปั้นเป็รูปคนเอาเส้นผมของพลายมัดกับดินน้ำมันแลัวเอาเชือกมาผูกที่ข้อมือของหุ่น แม็กทำปากขมุมขมิบแล้วดึงเชือกขึ้นแขนของหุ่นถูกดึงขึ้น ทันใดนั้นมือของพลายก็ยกขึ้นทำเอาพลายถึงกับใกับสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามหันไปมองทางแม็กแต่แม็กก็ดันหัวตุ๊กตาไว้ ทำให้พลายไม่สามารถหันมามองได้
“เอามีผู้สมัครอีกหนึ่งคน”อาจารย์หันมามองที่พลาย แม้พลายพยายามเอามือลงก็เอาลงไม่ได้เพราะแม็กยังดึงเชือกอยู่ พลายแอบใช้หางตามองมาที่แม็ก พลายใช้มืออีกข้างที่ยังขยับได้วาดอักขระบริเวณต้นขาตนเองพร้อมพลึมพลำคาถาเบา แล้วก็กำมือข้างที่ยกทันที
“ตู้ม..”ดินน้ำมันในมือแม็กะเิขึ้นตอนนี้หน้าตาของแม็กดำเป็ตอตะโก มีควันออกจากปาก เสียงหัวเราะดังระงมทั่วห้องอาจารย์บุญศักดิ์เห็นก็ยิ้มๆ แล้วก็ไม่ว่าอะไร
“เอาละให้ทุกคนลงคะแนนว่าจะเลือกผ่ายหญิงที่เต็มใจสมัครกับฝ่ายชายที่ถูกเพื่อนเสนอมาว่าใครที่จะได้เป็หัวหน้าห้อง” และก็เหมือนเดิมเชอร์รี่ได้เพียงสองคะแนนจากมะนาวและเมล่อนส่วนคะแนนที่เหลือเป็ของพลาย
“ตกลงเป็ว่าพลายแก้วจะได้เป็หัวหน้าห้อง เอาละนายพลายแก้วออกมากล่าวอะไรซักหน่อยนะแก่เพื่อนๆ ที่ไว้ใจเรานะ” พูดจบพลายก็ขานรับและเดินออกมาหน้าห้อง
“ในเมื่อเพื่อนๆ เลือกผม ผมก็ขอใช้อำนาจของหัวหน้าห้องเลยละกันมะลิเธอเป็รองหัวหน้าห้องและคอยรักษาการแทนผม อ้อ ดูแลในส่วนของนักเรียนฝ่ายหญิงด้วย”
“อะไรนะ”มะลิลุกขึ้นยืนและไม่ทันที่จะพูดอะไรพลายก็ยกนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมา
“เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปฎิเสธ หญิงแว่นเธอรับหน้าที่กรรมการฝ่ายบัญชี เชอร์รี่เธอเป็กรรมการฝ่ายกิจกรรม”เชอร์รี่หันมามอง “เชอะ” สั้นๆที่เชอร์รี่พูดแล้วก็หันกลับไปมองทางอื่น
“แม็ก”
“ห๊า มึงจะให้กูเป็คณะกรรมการด้วยเหรอ” แม็กลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นอย่างดีใจ
“ก็ตอบแทนนิดหน่อย มึงรับหน้าที่เป็กรรมการฝ่ายรักษาความสะอาด”
“อะไรนะ”แม็กทรุดตัวลงนั่ง เสียงหัวเราะของทั้งห้องดังอีกครัง
“เอาละ ส่วนรายละเอียดผมจะทำมาติดที่บอร์ดแจ้งอีกครั้ง ขอบคุณครับ”พูดจบพลายก็เดินกลับเข้าไปนั่ง อาจารย์มองตามพลายยิ้มแล้วก็พยักหน้า
“เอาละผมว่าทุกคนดูคนไม่ผิดแน่นอน ส่วนนายศาตราวุธพักเที่ยงให้ไปพบประธานรุ่นปี 2 ที่ห้องคณะกรรมการนักเรียนเพื่อจัดตั้งคณะทำงานด้วยละกัน”
“ครับ” วุธรับคำก่อนที่จะหันมองดูเพื่อนสมาชิกในห้อง
“เอาละตอนนี้ทุกคนคงรู้จักกับประธานรุ่นกับหัวหน้าห้องแล้ว ให้ที่เหลือแนะนำตัวกัน เริ่มจากคนที่ใช้มนต์ดำบังคับเพื่อนสมัครหัวหน้าห้องเลยละกัน”อาจารย์บุญศักดิ์ หันไปมองทางแม็ก ทำเอาแม็กเขินอายไม่กล้าพูดเลยทีเดียว
“โธ่ อาจารย์ครับ” แม็กตัดพ้อเบาๆ ก่อนที่จะลุกแนะนำตัวทุกคนทยอยลุกขึ้นแนะนำตัวจนครบทั้งหมด
“ส่วนของผมคงมีแค่นี้ งั้นผมขอตัวก่อนเดี๋ยวพวกคุณก็เตรียมตัวเรียนวิชาแรกเลยละกัน สวัสดี”
“สวัสดีครับ/ค่ะ” อาจารย์เดินออกไป สักพักประตูห้องก็เปิดออก อาจารย์บุญคักดิ์ก็เดินกลับเข้ามา
“สวัสดีนักเรียนทุกคนวิชาแรกของวันนี้ว่าด้วยศาสตร์แห่งผีเราจะมาทำความรู้จักกับผีและประวัติของผีแต่ละชนิด” ขณะที่อาจารย์กำลังสอนนักเรียนทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง